บทละคร เรื่องพระอภัยมณี [ สุโขทัย ]

AB Man 3005934 0.02 1,275 21 มิ.ย. 56 23:08 น.
ความคิดเห็น

8

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
6

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

นี่เป็นบทละคร ที่จะใช้แสดงในงานสุนทรภู่ ที่กระผมจะนำไปแสดงในงาน วันที่ 23 มิถุนายน 2556 แต่งเสร็จแล้วเลย อยากนำมาเป็นแนวทางให้เพื่อนๆ ที่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไง ข้อมูลอาจจะผิดพลาดไปบ้างก็ต้องขอ อภัยลองนำไป ปรับแต่งดูเผื่อจะเป็นประโยชน์ แก่คนที่กำลังต้องการบทละคร สุนทรภู่ ^^ 
         
                       
                                 ขอบคุณเรื่องย่อจาก
 :  http://rungfa.chs.ac.th/apaistory.htm


          ณ เมืองรัตนา
 City มีพระราชาชื่อว่าท้าวสุทัศน์ซึ่งเป็นผู้ปกครองเมืองรัตนาอยู่ มีมเหสีชื่อปทุมเกสร และมีโอรส 2 คน ชื่อว่า พระอภัยมณี และ ศรีสุวรรณ

           
            วันนี้ เป็นวันที่ท้าวสุทัศน์ เห็นได้ สมควรแล้วว่าจะให้โอรสทั้ง 2 ไปร่ำาเรียนการเมืองการปกครอง เพื่อนำวิชาความรู้มาพัฒนาเมืองในวันข้างหน้า


           ท้าวสุทัศน์ : ตอนนี้ พ่อได้ตัดสินใจแล้วว่าจะให้ เจ้าทั้ง 2 ไปศึกษาเล่าเรียนเพื่อที่จะได้นำวิชาความรู้มาบริหารบ้านเมือง เจ้าทั้ง 2 คิดว่ายังไง

พระอภัย : ดีพยะค่ะ เสด็จพ่อ

            ศรีสุวรรณ : ดีพยะค่ะ เสด็จพ่อ

            ท้าวสุทัศน์ :  เอาละ งั้นข้าจะส่งให้เจ้าทั้งสอง คนไปเรียนกับฤาษี ก็แล้วกัน

พระอภัย : พยะค่ะ เสด็จ พ่อ ถ้างั้น เราสองคนเรียนเสร็จแล้วจะรีบนำวิชาความรู้กลับมาพัฒนาบ้านเมืองทั้นที พยะค่ะ

            ศรีสุวรรณ : ทราบแล้ว พยะค่ะ เสด็จพ่อ งั้นลูกทั้งสอง ขอกราบทูลลาเสด็จพ่อไป ณ บัด Now เลยละกัน

            ท้าวสุทัศน์ : เดินทางดี ๆ  ล่ะ เจ้าทั้งสอง คน

           
             พระอภัยมณี และท้าวศรีสุวรรณได้มาร่ำเรียนกับฤาษี แต่ไม่ได้เลือกเรียนการเมืองการปกครองอย่างที่ ท้าวสุทัศน์ตั้งใจจะให้ทั้งสองมาเรียน แต่กลับเลือกเรียน อย่างอื่นแทน พระอภัยนั้น ได้เรียน ดนตรีคือการเป่าปี่ มีอานุภาพโน้มน้าวจิตในคนหรือประหารผู้ฟังได้ตามใจปรารถนา

ฉาก – ฤาษี สอนพระอภัยเป่าปี่


ส่วนศรีสุวรรณเรียนวิชากระบี่กระบอง จนเป็นเลิศ


ฉาก – ฤาษี สอนท้าวศีสุวรรณ ฝึกควงกระบอง

 

หลังจากนั้น ไม่นานทั้ง สองคนก็ได้ร่ำเรียน วิชาจนสำเร็จการศึกษา พร้อมที่จะกลับไปยัง เมืองรัตนา

พระอภัยมณีและ ศรีสุวรรณได้มากราบลา พระฤาษีที่ตำหนัก

 

ฤาษี : ตอนนี้ข้าก็ได้ถ่ยาทอดวิชาความรู้ให้เจ้าจนหมดไส้หมดพุง ไม่รู้จะเอาอะไรมาสอน เจ้าทั้งสองแล้ว ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สิ่งที่ข้าได้ สอนเจ้าทั้งสองไป มันจะเป็นประโยชน์แก่ตัวเจ้าและ บ้านเมืองไม่มากก็น้อย

พระอภัย : เราทั้งสอง ต้องขอขอบพระคุณ ฤาษีเป็นอย่างมากที่ สอนวิชาให้แก่ข้าทั้งสอง ตอนนี้ก็คงหมดเวลาของข้า และน้องชายข้าแล้ว เดี๋ยวจะขอกราบลาท่านฤาษีไปก่อนแล้วกัน

ศรีสวุรรณ : กราบลา ท่านฤาษี ^  ^

เมื่อทั้งคู่ ได้กราบทูลลาฤาษี เรียบร้อยแล้ว ก็มุ่งหน้า ทะเยอะทะยานกลับไปที่เมืองทันที พระอภัยมณีและ ศรีสวุรรณก็ได้ เข้าเฝ้าเสด็จพ่อของตน

พระอภัย : เสด็จพ่อ ข้ากลับมาแล้ว

ท้าวสุทัศน์ : เป็นยังไงบ้างละ กับวิชาการเมืองการปกครอง ที่ข้าได้ให้เจ้าไปศึกษามา เรียนจบแล้วไหน เจ้าลองเล่าให้ข้าฟังสิ

พระอภัย : คือเสด็จพ่อ ลูกทั้ง สองไม่ได้เรียนการเมือง การปกครองอย่างที่เสด็จพ่อได้บอกไว้

ท้าวสุทัศน์ : ห๊ะ ! ว่าอย่างไรนะ แล้วเจ้าทั้งสอง ไปเรียนอะไรกันมา

พระอภัย : คือลูกไป เรียนวิชาดนตรีการเป่าปี่ และศรีสุวรรณไปเรียน วิชากระบี่กระบอก พะยะค่ะ

ท้าวสุทัศน์ : ข้าบอกแล้วไง ว่าให้เจ้าไปเรียนการเมืองการปกครอง ทำไมไม่ฟังห๊ะ


ฉากกกก – ถีบบบบบบบบบบบบ สมจริง เล่นจริง เอาจริง 555+


ศรีสุวรรณ : เสด็จพ่อ ฟังลูกก่อน พะยะค่ะ

ท้าวสุทัศน์ : ไม่ข้าไม่ฟัง ใสหัวออกไปจากเมืองของข้าซะ


แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 21 มิถุนายน 2556 เวลา 23:23 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

8

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
6
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ทั้งสองพระองค์เดินทางด้นดั้นมาจนถึงริมฝั่งทะเล ได้พบพราหมณ์ 3 คน ผู้ชำนาญในการผูกหญ้าเป็นสำเภายนต์ท่องทะเล วิเชียร ผู้สามารถยิงธนูได้คราวละ 7 ลูก และสานน ผู้สามารถเรียกลมฝนได้ตามใจปรารถนา พราหมณ์ทั้ง 3 จึงสอบถาม พระอภัย และศรีสุวรรณว่า เดินทางมาจากที่ใด 


                พราหมณ์ : เจ้าทั้ง 2 มาจากแห่งหนใดรึ

    ศรีสุวรรณ : ข้ากับพี่ข้า เร่ร่อน ไปเรื่อยๆ ยังไม่มีหนทางที่จะไปแน่นอน

    พราหมณ์ สานน : ศรีสวุรรณ ข้าได้ยินมาว่าเจ้าน่ะ มีฝีมือแกร่งกล้านักในด้านกระบี่กระบองแล้วพี่ของเจ้าล่ะ ถนัดในด้านใดกัน

    พระอภัย : เราเชี่ยวชาญ วิชาดนตรี โดยเฉพาะการเป่าปี่

    พราหมณ์ วิเชียร : ท่านคงเก่งในด้านการละเล่นสินะ

    ศรีสุวรรณ : ท่านพรามหณ์ ท่านเข้าใจผิดแล้ว สิ่งที่พี่ข้าเรียนมาไม่ใช่แค่การละเล่นเท่านั้น หากใครได้ยินเสียงเพลงที่พี่ข้าเป่าละก็จะได้หลับใหล กันเป็นการแน่

    พราหมณ์ : ไหนนๆ ข้าอยากเห็นซะแล้ว

    พระอภัยมณีเป่าปี่ให้ฟัง พราหมณ์ทั้งสามรวมทั้งศรีสุวรรณได้ฟังก็เคลิ้มหลับใหลไป พระอภัย เห็นทุกคนหลับจึง เกิดอาการง่วงขึ้นมาทันที แล้วจึงหลับตามๆ ไป

                  ระหว่างนั้น นางผีเสื้อสมุทร ซึ่งอาศัยอยู่ในถ้ำใต้ทะเลได้ผ่านมาเห็น พระอภัยมณีนั่งเป่าปี่อยู่ ก็นึกรัก จึงอุ้มพาไปไว้ในถ้ำ แปลงตนเป็นหญิงสาวคอยปรนนิบัติ อยู่มาจนทั่ง มีลูกชื่อว่าสินสมุทร

     

    วันหนึ่งผีเสื้อสมุทร ที่แปลงกายเป็นหญิงงามนั้นได้ออกอุบายให้ พระอภัยมณีฟังว่าตัวเองจะออกไปหาของป่ามาให้สามี และเพื่อที่ตนจะได้ออกไปล่าสัตว์หาเนื้อมากิน ซึ่งใน ช่วงเวลาที่ตนไม่อยู่นั้น นางผีเสื้อสมุทรก็ได้กำชับ อยู่ตลอดว่าห้าม ออกไปนอกถ้ำเด็ดขาดมิฉะนั้นจะเป็นอันตรายได้ ว่าเสร็จแล้ว นางผีเสื้อสมุทรก็เดิน ทางออกจากถ้ำไป

    ผีเสื้อสมุทร : พี่ภัยเพค่ะ เดี๋ยวน้องจะออกไปหา ของป่ามาให้พี่และลูก ของเรากินกันนะจ๊ะ ระหว่างที่น้องไม่อยู่พี่ ก็ไม่ควรออกจากถ้ำของเราไป เพราะน้องเกรงว่าจะเกิดอันตรายแก่พี่ได้

    พระอภัย : จ๊ะ น้องพี่จะอยู่ที่นี่ ไม่ไปไหน

    ผีเสื้อสมุทร : สินสมุทร ระหว่างที่แม่ไม่อยู่เชื่อฟังพ่อนะลูก

     

    เมื่อบอกกล่าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางผีเสื้อสมุทร ก็เดินทางออกจากถ้ำไป เพื่อไปล่าสัตว์และนำอาหารมาลูกและสามี ในระหว่างที่ผีเสื้อสมุทรไม่อยู่นั้น สินสมุทรก็ได้ขออนุญาตพ่อออกไปวิ่งเล่น

    สินสมุทร : เสด็จพ่อ ลูกขอไปวิ่งเล่นข้างนอกถ้ำสักประเดี๋ยวได้ไหม พะยะค่ะ

    พระอภัย : ได้สิลูกพ่อ แต่ห้ามออกไปไกล นะแล้วห้ามกลับมืด มิเช่นนั้น แม่เจ้ากลับมาจะต่อว่าข้าได้

    ฉาก - สินสมุทร ก็เดินทางออกจากถ้ำไป

    ฝ่ายพระอภัยมณีนั้น ด้วยความที่ว่างมาก ก็เลยเดินสำรวจพื้นที่ บริเวณ รอบๆถ้ำ แต่ทันใดนั้นก็ต้องหยุด ชะงักเพราะได้เหลือบไปเห็นโครงกระดูก ที่นางยักษ์ได้เหลือทิ้งไว้ ทำให้พระอภัยเกิด การสติแตก รู้ทันทีว่า ภรรยาตนนั้นไม่ใช่คน แต่เป็นยักษ์ที่ดุร้าย ว่าแล้วก็ทำตัวเนียนๆ ตามปกติไปเรื่อยๆ

    ไม่นานนัก สิงสมุทรก็ได้กลับมาพร้อมนำ สัตว์หน้าตาประหลาดมาโชว์พระอภัยมณี ส่วนหัวเป็นคน ด้านล่างเป็นปลา 

    แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 21 มิถุนายน 2556 เวลา 23:27 น.

  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สิงสมุทร : เสด็จพ่อ ดูสิลูก ไปเจอตัวอะไรมา

    พระอภัย : นี่มันเงือกนี่ ลูก พ่อว่าปล่อยเขาไปเถอะ

    นางเงือก : ถ้าท่านปล่อยข้า ข้าจะไม่ลืมบุญคุณพวกท่าน

    พระอภัย : ดีเลย เรากำลังเดือด ร้อน

    นางเงือก : ท่านมีเรื่องอันใด ให้ข้าช่วยหรือป่าว

    พระอภัย : สิงสมุทร แม่ของเจ้าไม่ใช่ มนุษย์ แต่เป็นยักษ์ ที่ใจดุร้าย พ่อคิดว่า พ่อจะหนีออกไปจากที่นี่ แล้วลุกจะต้องไปกับพ่อ

    สิงสมุทร : เอาอย่างนั้นเลยหรอ เสด็จพ่อ

    นางเงือก : งั้น ข้าจะนำทางพวกท่านไปยัง เกาะแก้วพิสดารเอง ที่นั่นเป็นที่ที่ปลอดภัยหากท่านไปถึงที่นั้นแล้ว จะไม่มีใครมาทำร้าย พวกท่านได้

               

    ทั้ง 3 คนก็ได้นัดวัน และเวลาที่จะหนีออกจากถ้ำแห่งนี้แล้ว โดยพระอภัยจะใช้อุบาย บอกให้นางผีเสื้อสมุทน เข้าไปไปบำเพ็ญศีลเพื่อสะเดาะเคาะ
                 พอรุ่งเช้า นางผีเสื้อสมุทรก็ได้ บอกลาสามี และลูก


                  ผีเสื้อสมุทร : เสด็จพี่ เพค่ะ ระหว่างที่น้องออกไป บำเพ็ญ เสด็จพี่ต้องอยู่ในถ้ำนี้เพื่อรอน้องนะเพค่ะ ข้างนอกนั้น อันตรายมาก อย่าออกไปเชียว นะ

    พระอภัย : ไปเถอะจ๊ะ เดียวเสด็จพี่กับลูกจะอยู่ที่นี่รอน้องกลับมาหาจ๊ธ

    เมื่อบอกลากันเสร็จ นางยักษ์ก็เดินทางไปบำเพ็ญศีล โดยระหว่างที่บำเพ็ญศีลนั้น ด้วยใจที่ไม่สงบ คิดแต่ว่าเสด็จพี่ สามีของตนจะเป็นตายร้ายดียังไง ก็นั่งสมาธิไปด้วยใจที่ไม่สงบ กระวนกระวาย อยู่ตลอดเวลา

     

    ฝ่าย พระอภัยมณีและสินสมุทร

    เมื่อ นางเงือกมาตามนัดหมาย โดย พาพ่อและแม่ ของนางมาด้วย

    นางเงือก : ข้าได้มาตาม ที่เราได้นัดหมายแล้ว ท่านพร้อมจะออกไปจากที่นี่หรือยัง 
    พระอภัย : พร้อมสิ ข้าอยากจะออกไปจากที่นี้ เต็มทีแล้ว งั้นเราไปกันเลย

    ครอบครัวเงือกจึงพาพระอภัยและสิงสมุทร
    หนีนางผีเสื้อสมุทรมุ่งตรงไปยังเกาะแก้วพิสดารซึ่งมีพระโยคีผู้วิเศษพำนักอยู่ โดยพระอภัยมณีอาศัยผลัดขี่หลังเงือกพ่อ แม่ และ
    ลูกสาว ว่ายน้ำได้กันได้ห้าคืน

                นางผีเสื้อสมุทรกับมาถึงถ้ำรู้เรื่อง ก็เกิดอาการบ้าคลั่ง โมโห
    ( ตัวแสดง ใส่ฟีลลิ่งให้สมจริง หน่อยก็น่าจะดีนะ )
    ว่าแล่ว จึงรีบตามพระอภัยมณีไปอย่างไม่รีรอ

               
                  ไม่นานนัก ก็ตามทัน นางผีเสื้อสมุทร ด้วยความแค้นใจ ที่ถูกหลอกให้ไปบำเพ็ญศีล จึงจับพ่อแม่ของนางเงือกที่มาถ่วงเวลาให้ พระอภัยมณี ล่วงหน้าไปก่อน
    พระอภัยมณีก็ขี่หลัง
     เงือกลูกสาวต่อไป โดยมีสินสมุทรคอยช่วยระวังภัยจากผีทะเล 

              ในที่สุดพระอภัยมณี นางเงือก และสินสมุทรสามารถขึ้น
    เกาะแก้วพิสดารได้ นางผีเสื้อสมุทรไม่สามารถขึ้นฝั่งตามไป เพราะอำนาจมนต์ของพระโยคีแห่งเกาะแก้วพิสดา  มาถึงตรงนี้ นางเงือกได้ร้องไห้เสียใจ ต่อว่าพระอภัยว่าทำไมจึงต้องหนี ตนด้วย

     

    ผีเสื้อสมุทร : ทำไม เสด็จพี่ถึงทำเช่นนี้ ทำไมต้องพาลูกหนี ฉันด้วยย

    พระอภัย :  ก็น้องไม่ใช่มนุษย์ น้องเป็นยักษ์ เรามันคนละ สปีชี่กัน ให้อยู่ด้วยกันมันเป็นไปไม่ได้หรอก ตัดใจแล้วกับไปซะเถอะ

    ผีเสื้อสมุทร : ไม่เด็ด ขาด ในเมื่อเสด็จพี่ ไม่ยอมกลับไปกับน้อง น้องก็จะฆ่าทุกคน ที่มันทำให้เราต้องผลัดพรากจากกัน โดยเฉพาะแก นางเงือกตัวดี

    พระอภัย : พอเถอะ นางยักษ์อ้วน หยุดทำบาป ทำกรรมได้แล้ว ในเมื่อ เตือนกันดีๆ ไม่ฟังก็ต้องใช้ วิธีนี้แหละนะ

     
               พระอภัยมณี หยิบปี่ ที่ตนได้ไปร่ำเรียนวิชามาเป่า ทำให้นางยักษ์ เกิดอาการ มึนงง วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ปวดหัว
             
     
    ผีเสื้อสมุทร
    : โอ๊ยยยย ! เสด็จพี่ ทำไมทำกับน้องเช่นนี้ น้องมันไม่ดีตรงไหน น้องอุตสาห์รักพี่ ถนุถนอมเสด็จพี่ ดูสิแล้วสิ่งที่น้องได้กลับมา คืออะไร T ^T  ฮือ ฮื้อ 

    ฉาก – พระอภัย เป่าปี่ นางยักษ์ ตรอมใจตาย ร่ำไห้ โศกเศร้า เสียใจ ปวดร้าว 
    จนท้ายที่สุดต้องตรอมใจตายยไป

     
                   หลังจากที่ นางยักษ์ตายไปแล้ว พระอภัยมณีก็ได้อาศัยกับพระโยคี ที่เกาะแก้วพิสดาร โดยมีนางเงือกเป็นภรรยาคน สินสมุทร ก็ได้อาศัยอยู่ด้วยทีนี่เช่นกัน ทุกคนก็อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างมีความสุข

    เรื่องก็จบแบบ Happy Ending

              นี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความคิดของผม ที่แต่งบทละครนี้ขึ้นมา หวังว่าจะเป็นประโยชน์ แก่คนที่ได้อ่านและ ต้องการนำไปแสดงในงานกิจกรรมวันสุนทรภู่ ขอขอบคุณทุกคนที่ อ่านจนจบ ^^ เดี๋ยวถ้ามี อะไรดีๆ ผมจะนำมาแชร์ต่อนะครับ ขอบคุณมากกก 

    Facebook : Ab Man 
    (ผมไม่ขออะไรมาก ถ้าก๊อปไปว่างเว็ปไหน ก็ช่วยให้เครดิตผมด้วยแล้วกันครับบบ)  

    แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 21 มิถุนายน 2556 เวลา 23:40 น.

  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ย๊าวยาว แต่มีประโยชน์ดีนะคะ
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สุดยอด

  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สุดยอด มีสาระ
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ก้อสนุกดีรักเลย
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เข้าไปดูในไหนงะ่รักเลย
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: