บทละคร เรื่องพระอภัยมณี [ สุโขทัย ]

AB Man 3005934 0.03 4,604 21 มิ.ย. 56 23:08 น.
ความคิดเห็น

25

ติดตามกระทู้

1

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
58

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


นี่เป็นบทละคร ที่จะใช้แสดงในงานสุนทรภู่ ที่กระผมจะนำไปแสดงในงาน วันที่ 23 มิถุนายน 2556 แต่งเสร็จแล้วเลย อยากนำมาเป็นแนวทางให้เพื่อนๆ ที่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไง ข้อมูลอาจจะผิดพลาดไปบ้างก็ต้องขอ อภัยลองนำไป ปรับแต่งดูเผื่อจะเป็นประโยชน์ แก่คนที่กำลังต้องการบทละคร สุนทรภู่ ^^ 
         
                       
                                 ขอบคุณเรื่องย่อจาก
 :  http://rungfa.chs.ac.th/apaistory.htm


          ณ เมืองรัตนา
 City มีพระราชาชื่อว่าท้าวสุทัศน์ซึ่งเป็นผู้ปกครองเมืองรัตนาอยู่ มีมเหสีชื่อปทุมเกสร และมีโอรส 2 คน ชื่อว่า พระอภัยมณี และ ศรีสุวรรณ

           
            วันนี้ เป็นวันที่ท้าวสุทัศน์ เห็นได้ สมควรแล้วว่าจะให้โอรสทั้ง 2 ไปร่ำาเรียนการเมืองการปกครอง เพื่อนำวิชาความรู้มาพัฒนาเมืองในวันข้างหน้า


           ท้าวสุทัศน์ : ตอนนี้ พ่อได้ตัดสินใจแล้วว่าจะให้ เจ้าทั้ง 2 ไปศึกษาเล่าเรียนเพื่อที่จะได้นำวิชาความรู้มาบริหารบ้านเมือง เจ้าทั้ง 2 คิดว่ายังไง

พระอภัย : ดีพยะค่ะ เสด็จพ่อ

            ศรีสุวรรณ : ดีพยะค่ะ เสด็จพ่อ

            ท้าวสุทัศน์ :  เอาละ งั้นข้าจะส่งให้เจ้าทั้งสอง คนไปเรียนกับฤาษี ก็แล้วกัน

พระอภัย : พยะค่ะ เสด็จ พ่อ ถ้างั้น เราสองคนเรียนเสร็จแล้วจะรีบนำวิชาความรู้กลับมาพัฒนาบ้านเมืองทั้นที พยะค่ะ

            ศรีสุวรรณ : ทราบแล้ว พยะค่ะ เสด็จพ่อ งั้นลูกทั้งสอง ขอกราบทูลลาเสด็จพ่อไป ณ บัด Now เลยละกัน

            ท้าวสุทัศน์ : เดินทางดี ๆ  ล่ะ เจ้าทั้งสอง คน

           
             พระอภัยมณี และท้าวศรีสุวรรณได้มาร่ำเรียนกับฤาษี แต่ไม่ได้เลือกเรียนการเมืองการปกครองอย่างที่ ท้าวสุทัศน์ตั้งใจจะให้ทั้งสองมาเรียน แต่กลับเลือกเรียน อย่างอื่นแทน พระอภัยนั้น ได้เรียน ดนตรีคือการเป่าปี่ มีอานุภาพโน้มน้าวจิตในคนหรือประหารผู้ฟังได้ตามใจปรารถนา

ฉาก – ฤาษี สอนพระอภัยเป่าปี่


ส่วนศรีสุวรรณเรียนวิชากระบี่กระบอง จนเป็นเลิศ


ฉาก – ฤาษี สอนท้าวศีสุวรรณ ฝึกควงกระบอง

 

หลังจากนั้น ไม่นานทั้ง สองคนก็ได้ร่ำเรียน วิชาจนสำเร็จการศึกษา พร้อมที่จะกลับไปยัง เมืองรัตนา

พระอภัยมณีและ ศรีสุวรรณได้มากราบลา พระฤาษีที่ตำหนัก

 

ฤาษี : ตอนนี้ข้าก็ได้ถ่ยาทอดวิชาความรู้ให้เจ้าจนหมดไส้หมดพุง ไม่รู้จะเอาอะไรมาสอน เจ้าทั้งสองแล้ว ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สิ่งที่ข้าได้ สอนเจ้าทั้งสองไป มันจะเป็นประโยชน์แก่ตัวเจ้าและ บ้านเมืองไม่มากก็น้อย

พระอภัย : เราทั้งสอง ต้องขอขอบพระคุณ ฤาษีเป็นอย่างมากที่ สอนวิชาให้แก่ข้าทั้งสอง ตอนนี้ก็คงหมดเวลาของข้า และน้องชายข้าแล้ว เดี๋ยวจะขอกราบลาท่านฤาษีไปก่อนแล้วกัน

ศรีสวุรรณ : กราบลา ท่านฤาษี ^  ^

เมื่อทั้งคู่ ได้กราบทูลลาฤาษี เรียบร้อยแล้ว ก็มุ่งหน้า ทะเยอะทะยานกลับไปที่เมืองทันที พระอภัยมณีและ ศรีสวุรรณก็ได้ เข้าเฝ้าเสด็จพ่อของตน

พระอภัย : เสด็จพ่อ ข้ากลับมาแล้ว

ท้าวสุทัศน์ : เป็นยังไงบ้างละ กับวิชาการเมืองการปกครอง ที่ข้าได้ให้เจ้าไปศึกษามา เรียนจบแล้วไหน เจ้าลองเล่าให้ข้าฟังสิ

พระอภัย : คือเสด็จพ่อ ลูกทั้ง สองไม่ได้เรียนการเมือง การปกครองอย่างที่เสด็จพ่อได้บอกไว้

ท้าวสุทัศน์ : ห๊ะ ! ว่าอย่างไรนะ แล้วเจ้าทั้งสอง ไปเรียนอะไรกันมา

พระอภัย : คือลูกไป เรียนวิชาดนตรีการเป่าปี่ และศรีสุวรรณไปเรียน วิชากระบี่กระบอก พะยะค่ะ

ท้าวสุทัศน์ : ข้าบอกแล้วไง ว่าให้เจ้าไปเรียนการเมืองการปกครอง ทำไมไม่ฟังห๊ะ


ฉากกกก – ถีบบบบบบบบบบบบ สมจริง เล่นจริง เอาจริง 555+


ศรีสุวรรณ : เสด็จพ่อ ฟังลูกก่อน พะยะค่ะ

ท้าวสุทัศน์ : ไม่ข้าไม่ฟัง ใสหัวออกไปจากเมืองของข้าซะ


แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 21 มิถุนายน 2556 เวลา 23:23 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

25

ติดตามกระทู้

1

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
58
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ทั้งสองพระองค์เดินทางด้นดั้นมาจนถึงริมฝั่งทะเล ได้พบพราหมณ์ 3 คน ผู้ชำนาญในการผูกหญ้าเป็นสำเภายนต์ท่องทะเล วิเชียร ผู้สามารถยิงธนูได้คราวละ 7 ลูก และสานน ผู้สามารถเรียกลมฝนได้ตามใจปรารถนา พราหมณ์ทั้ง 3 จึงสอบถาม พระอภัย และศรีสุวรรณว่า เดินทางมาจากที่ใด 


                พราหมณ์ : เจ้าทั้ง 2 มาจากแห่งหนใดรึ

    ศรีสุวรรณ : ข้ากับพี่ข้า เร่ร่อน ไปเรื่อยๆ ยังไม่มีหนทางที่จะไปแน่นอน

    พราหมณ์ สานน : ศรีสวุรรณ ข้าได้ยินมาว่าเจ้าน่ะ มีฝีมือแกร่งกล้านักในด้านกระบี่กระบองแล้วพี่ของเจ้าล่ะ ถนัดในด้านใดกัน

    พระอภัย : เราเชี่ยวชาญ วิชาดนตรี โดยเฉพาะการเป่าปี่

    พราหมณ์ วิเชียร : ท่านคงเก่งในด้านการละเล่นสินะ

    ศรีสุวรรณ : ท่านพรามหณ์ ท่านเข้าใจผิดแล้ว สิ่งที่พี่ข้าเรียนมาไม่ใช่แค่การละเล่นเท่านั้น หากใครได้ยินเสียงเพลงที่พี่ข้าเป่าละก็จะได้หลับใหล กันเป็นการแน่

    พราหมณ์ : ไหนนๆ ข้าอยากเห็นซะแล้ว

    พระอภัยมณีเป่าปี่ให้ฟัง พราหมณ์ทั้งสามรวมทั้งศรีสุวรรณได้ฟังก็เคลิ้มหลับใหลไป พระอภัย เห็นทุกคนหลับจึง เกิดอาการง่วงขึ้นมาทันที แล้วจึงหลับตามๆ ไป

                  ระหว่างนั้น นางผีเสื้อสมุทร ซึ่งอาศัยอยู่ในถ้ำใต้ทะเลได้ผ่านมาเห็น พระอภัยมณีนั่งเป่าปี่อยู่ ก็นึกรัก จึงอุ้มพาไปไว้ในถ้ำ แปลงตนเป็นหญิงสาวคอยปรนนิบัติ อยู่มาจนทั่ง มีลูกชื่อว่าสินสมุทร

     

    วันหนึ่งผีเสื้อสมุทร ที่แปลงกายเป็นหญิงงามนั้นได้ออกอุบายให้ พระอภัยมณีฟังว่าตัวเองจะออกไปหาของป่ามาให้สามี และเพื่อที่ตนจะได้ออกไปล่าสัตว์หาเนื้อมากิน ซึ่งใน ช่วงเวลาที่ตนไม่อยู่นั้น นางผีเสื้อสมุทรก็ได้กำชับ อยู่ตลอดว่าห้าม ออกไปนอกถ้ำเด็ดขาดมิฉะนั้นจะเป็นอันตรายได้ ว่าเสร็จแล้ว นางผีเสื้อสมุทรก็เดิน ทางออกจากถ้ำไป

    ผีเสื้อสมุทร : พี่ภัยเพค่ะ เดี๋ยวน้องจะออกไปหา ของป่ามาให้พี่และลูก ของเรากินกันนะจ๊ะ ระหว่างที่น้องไม่อยู่พี่ ก็ไม่ควรออกจากถ้ำของเราไป เพราะน้องเกรงว่าจะเกิดอันตรายแก่พี่ได้

    พระอภัย : จ๊ะ น้องพี่จะอยู่ที่นี่ ไม่ไปไหน

    ผีเสื้อสมุทร : สินสมุทร ระหว่างที่แม่ไม่อยู่เชื่อฟังพ่อนะลูก

     

    เมื่อบอกกล่าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางผีเสื้อสมุทร ก็เดินทางออกจากถ้ำไป เพื่อไปล่าสัตว์และนำอาหารมาลูกและสามี ในระหว่างที่ผีเสื้อสมุทรไม่อยู่นั้น สินสมุทรก็ได้ขออนุญาตพ่อออกไปวิ่งเล่น

    สินสมุทร : เสด็จพ่อ ลูกขอไปวิ่งเล่นข้างนอกถ้ำสักประเดี๋ยวได้ไหม พะยะค่ะ

    พระอภัย : ได้สิลูกพ่อ แต่ห้ามออกไปไกล นะแล้วห้ามกลับมืด มิเช่นนั้น แม่เจ้ากลับมาจะต่อว่าข้าได้

    ฉาก - สินสมุทร ก็เดินทางออกจากถ้ำไป

    ฝ่ายพระอภัยมณีนั้น ด้วยความที่ว่างมาก ก็เลยเดินสำรวจพื้นที่ บริเวณ รอบๆถ้ำ แต่ทันใดนั้นก็ต้องหยุด ชะงักเพราะได้เหลือบไปเห็นโครงกระดูก ที่นางยักษ์ได้เหลือทิ้งไว้ ทำให้พระอภัยเกิด การสติแตก รู้ทันทีว่า ภรรยาตนนั้นไม่ใช่คน แต่เป็นยักษ์ที่ดุร้าย ว่าแล้วก็ทำตัวเนียนๆ ตามปกติไปเรื่อยๆ

    ไม่นานนัก สิงสมุทรก็ได้กลับมาพร้อมนำ สัตว์หน้าตาประหลาดมาโชว์พระอภัยมณี ส่วนหัวเป็นคน ด้านล่างเป็นปลา 

    แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 21 มิถุนายน 2556 เวลา 23:27 น.

  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สิงสมุทร : เสด็จพ่อ ดูสิลูก ไปเจอตัวอะไรมา

    พระอภัย : นี่มันเงือกนี่ ลูก พ่อว่าปล่อยเขาไปเถอะ

    นางเงือก : ถ้าท่านปล่อยข้า ข้าจะไม่ลืมบุญคุณพวกท่าน

    พระอภัย : ดีเลย เรากำลังเดือด ร้อน

    นางเงือก : ท่านมีเรื่องอันใด ให้ข้าช่วยหรือป่าว

    พระอภัย : สิงสมุทร แม่ของเจ้าไม่ใช่ มนุษย์ แต่เป็นยักษ์ ที่ใจดุร้าย พ่อคิดว่า พ่อจะหนีออกไปจากที่นี่ แล้วลุกจะต้องไปกับพ่อ

    สิงสมุทร : เอาอย่างนั้นเลยหรอ เสด็จพ่อ

    นางเงือก : งั้น ข้าจะนำทางพวกท่านไปยัง เกาะแก้วพิสดารเอง ที่นั่นเป็นที่ที่ปลอดภัยหากท่านไปถึงที่นั้นแล้ว จะไม่มีใครมาทำร้าย พวกท่านได้

               

    ทั้ง 3 คนก็ได้นัดวัน และเวลาที่จะหนีออกจากถ้ำแห่งนี้แล้ว โดยพระอภัยจะใช้อุบาย บอกให้นางผีเสื้อสมุทน เข้าไปไปบำเพ็ญศีลเพื่อสะเดาะเคาะ
                 พอรุ่งเช้า นางผีเสื้อสมุทรก็ได้ บอกลาสามี และลูก


                  ผีเสื้อสมุทร : เสด็จพี่ เพค่ะ ระหว่างที่น้องออกไป บำเพ็ญ เสด็จพี่ต้องอยู่ในถ้ำนี้เพื่อรอน้องนะเพค่ะ ข้างนอกนั้น อันตรายมาก อย่าออกไปเชียว นะ

    พระอภัย : ไปเถอะจ๊ะ เดียวเสด็จพี่กับลูกจะอยู่ที่นี่รอน้องกลับมาหาจ๊ธ

    เมื่อบอกลากันเสร็จ นางยักษ์ก็เดินทางไปบำเพ็ญศีล โดยระหว่างที่บำเพ็ญศีลนั้น ด้วยใจที่ไม่สงบ คิดแต่ว่าเสด็จพี่ สามีของตนจะเป็นตายร้ายดียังไง ก็นั่งสมาธิไปด้วยใจที่ไม่สงบ กระวนกระวาย อยู่ตลอดเวลา

     

    ฝ่าย พระอภัยมณีและสินสมุทร

    เมื่อ นางเงือกมาตามนัดหมาย โดย พาพ่อและแม่ ของนางมาด้วย

    นางเงือก : ข้าได้มาตาม ที่เราได้นัดหมายแล้ว ท่านพร้อมจะออกไปจากที่นี่หรือยัง 
    พระอภัย : พร้อมสิ ข้าอยากจะออกไปจากที่นี้ เต็มทีแล้ว งั้นเราไปกันเลย

    ครอบครัวเงือกจึงพาพระอภัยและสิงสมุทร
    หนีนางผีเสื้อสมุทรมุ่งตรงไปยังเกาะแก้วพิสดารซึ่งมีพระโยคีผู้วิเศษพำนักอยู่ โดยพระอภัยมณีอาศัยผลัดขี่หลังเงือกพ่อ แม่ และ
    ลูกสาว ว่ายน้ำได้กันได้ห้าคืน

                นางผีเสื้อสมุทรกับมาถึงถ้ำรู้เรื่อง ก็เกิดอาการบ้าคลั่ง โมโห
    ( ตัวแสดง ใส่ฟีลลิ่งให้สมจริง หน่อยก็น่าจะดีนะ )
    ว่าแล่ว จึงรีบตามพระอภัยมณีไปอย่างไม่รีรอ

               
                  ไม่นานนัก ก็ตามทัน นางผีเสื้อสมุทร ด้วยความแค้นใจ ที่ถูกหลอกให้ไปบำเพ็ญศีล จึงจับพ่อแม่ของนางเงือกที่มาถ่วงเวลาให้ พระอภัยมณี ล่วงหน้าไปก่อน
    พระอภัยมณีก็ขี่หลัง
     เงือกลูกสาวต่อไป โดยมีสินสมุทรคอยช่วยระวังภัยจากผีทะเล 

              ในที่สุดพระอภัยมณี นางเงือก และสินสมุทรสามารถขึ้น
    เกาะแก้วพิสดารได้ นางผีเสื้อสมุทรไม่สามารถขึ้นฝั่งตามไป เพราะอำนาจมนต์ของพระโยคีแห่งเกาะแก้วพิสดา  มาถึงตรงนี้ นางเงือกได้ร้องไห้เสียใจ ต่อว่าพระอภัยว่าทำไมจึงต้องหนี ตนด้วย

     

    ผีเสื้อสมุทร : ทำไม เสด็จพี่ถึงทำเช่นนี้ ทำไมต้องพาลูกหนี ฉันด้วยย

    พระอภัย :  ก็น้องไม่ใช่มนุษย์ น้องเป็นยักษ์ เรามันคนละ สปีชี่กัน ให้อยู่ด้วยกันมันเป็นไปไม่ได้หรอก ตัดใจแล้วกับไปซะเถอะ

    ผีเสื้อสมุทร : ไม่เด็ด ขาด ในเมื่อเสด็จพี่ ไม่ยอมกลับไปกับน้อง น้องก็จะฆ่าทุกคน ที่มันทำให้เราต้องผลัดพรากจากกัน โดยเฉพาะแก นางเงือกตัวดี

    พระอภัย : พอเถอะ นางยักษ์อ้วน หยุดทำบาป ทำกรรมได้แล้ว ในเมื่อ เตือนกันดีๆ ไม่ฟังก็ต้องใช้ วิธีนี้แหละนะ

     
               พระอภัยมณี หยิบปี่ ที่ตนได้ไปร่ำเรียนวิชามาเป่า ทำให้นางยักษ์ เกิดอาการ มึนงง วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ปวดหัว
             
     
    ผีเสื้อสมุทร
    : โอ๊ยยยย ! เสด็จพี่ ทำไมทำกับน้องเช่นนี้ น้องมันไม่ดีตรงไหน น้องอุตสาห์รักพี่ ถนุถนอมเสด็จพี่ ดูสิแล้วสิ่งที่น้องได้กลับมา คืออะไร T ^T  ฮือ ฮื้อ 

    ฉาก – พระอภัย เป่าปี่ นางยักษ์ ตรอมใจตาย ร่ำไห้ โศกเศร้า เสียใจ ปวดร้าว 
    จนท้ายที่สุดต้องตรอมใจตายยไป

     
                   หลังจากที่ นางยักษ์ตายไปแล้ว พระอภัยมณีก็ได้อาศัยกับพระโยคี ที่เกาะแก้วพิสดาร โดยมีนางเงือกเป็นภรรยาคน สินสมุทร ก็ได้อาศัยอยู่ด้วยทีนี่เช่นกัน ทุกคนก็อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างมีความสุข

    เรื่องก็จบแบบ Happy Ending

              นี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความคิดของผม ที่แต่งบทละครนี้ขึ้นมา หวังว่าจะเป็นประโยชน์ แก่คนที่ได้อ่านและ ต้องการนำไปแสดงในงานกิจกรรมวันสุนทรภู่ ขอขอบคุณทุกคนที่ อ่านจนจบ ^^ เดี๋ยวถ้ามี อะไรดีๆ ผมจะนำมาแชร์ต่อนะครับ ขอบคุณมากกก 

    Facebook : Ab Man 
    (ผมไม่ขออะไรมาก ถ้าก๊อปไปว่างเว็ปไหน ก็ช่วยให้เครดิตผมด้วยแล้วกันครับบบ)  

    แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 21 มิถุนายน 2556 เวลา 23:40 น.

    1. ขอบคุณคุณAB Man พอดีที่ร.ร.ต้องแสดงละครฉากนี้น่ะค่ะ แล้วเพื่อนให้เรามาคิดเป็นบทพูด เอาแบบฮาๆ เราคิดไม่ออก จนมาเจอความคิดเห็นนี้นี่ล่ะค่ะ ขอบคุณมากกๆๆๆจริงๆค่ะ ไว้จะให้เครดิตกับเพื่อนเมื่อเอาบทนี้ไปให้เพื่อนดูละกันนะคะ ^^เยี่ยม
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ย๊าวยาว แต่มีประโยชน์ดีนะคะ
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สุดยอด

  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สุดยอด มีสาระ
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ก้อสนุกดีรักเลย
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เข้าไปดูในไหนงะ่รักเลย
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    พูดไม่ออกเก่งมากค่ะ ตลกนิดๆ แต่ไดความรู้
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุนนะคะจะเอาไปแสดง ในวันภาษาไทย

  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณนะตั้งใจ
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณจร้ารักเลย
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สนุกมากเลยล่ะ ก็ขอบคุณนะว๊าว
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ของขวัญ
    ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกอ่าาาาาาาาาาาาาา
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เยี่ยม สุดยอด
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    จริงจร้
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณน่ะค่ะรักเลยรักเลยรักเลย
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    รักเลยคนที่นำมาแบ่งปันน่ะเขิลจุง
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ช่วยได้มากเลยกะลังหาบทไปแสดงวันภาษาไทยรักเลย
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ถูกต้องOK เลย
  20. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไม่ใช่ ไม่มีคำบรรยาย
  21. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    21
    guest
    ต.ตุ๊กติ๊ก 'ฟิน
    ต.ตุ๊กติ๊ก 'ฟิน 49.230.249.131
    เยี่ยมเลยยยยยยยยยยเยี่ยม
  22. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอยืมไปแสงหน่อยนะค่ะ
    ขอบคุนค่ะรักเลย
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องทำการขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
refer: