ตะลึง! พบ"หลุมดำ" ซ่อนตัว ใน"มหาสมุทรแอตแลนติก" พร้อมกลืนทุกอย่าง ...

ความคิดเห็น

202

ติดตามกระทู้

9

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
524

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


          แม้เราจะมองไม่สามารถมองเห็นมันได้ แต่หลุมดำก็เป็นสิ่งที่มีอยู่จริงและน่ากลัวมากเสียด้วย เพราะมันมีพลังมากพอที่จะดูดกลืนทุกสิ่งที่เข้าไปอยู่ในรัศมี ชนิดที่ไม่ว่าจะเป็นสิ่งไหนก็ไม่สามารถหลุดรอดไปได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งน้ำหรือแสง ซึ่งตอนนี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่านอกจากบนอวกาศแล้ว บนโลกของเราก็มีหลุมดำอยู่ด้วย

           เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2556 เว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์พบวังน้ำวนพลังงานมหาศาลซ่อนตัวอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก มีพลังและมีรูปแบบเดียวกับหลุมดำที่อยู่ในห้วงอวกาศ

           รายงานระบุว่า หลุมดำที่ว่านี้อยู่ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นน้ำวนขนาดยักษ์ และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอีทีเอช ซูริค และมหาวิทยาลัยไมอามี่ เชื่อว่ามันดูดกลืนน้ำแบบเดียวกับที่หลุมดำในห้วงอวกาศดูดกลืนแสง อย่างไรก็ตาม การจะสรุปว่านี่เป็นแค่น้ำวน หรือเป็นหลุมดำที่ซ่อนตัวอยู่บนโลก ยังคงเป็นปริศนาที่ไม่อาจกล่าวได้แน่ชัด

           ส่วนทางด้าน จอร์จ ฮอลเลอร์ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัอีทีเอช ซูริค ได้ทำการวิเคราะห์น้ำวนปริศนานี้ด้วยโมเดลทางคณิตศาสตร์ ผ่านการจับตามองด้วยภาพจากดาวเทียม ทำให้พบสิ่งที่น่าตกใจ ซึ่งก็คือการที่แสงแดดไม่ส่องไปในบริเวณนี้ แต่กลับเบนกลับสู่ทิศเดิม กลายเป็นวงโคจรของแสง

           นอกจากนี้ จากการที่น้ำวนปริศนานี้ทำงานเหมือนกับหลุมดำ คือดูดกลืนทุกสิ่ง รวมทั้งทำให้เกิดความผิดปกติของแสง คล้ายคลึงกับปรากฏการณ์ที่ไอสไตน์ตั้งชื่อว่า โฟตอน สเฟียร์ ที่มักเกิดบริเวณหลุมดำ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายให้ความสนใจกับมันเป็นพิเศษ และตั้งใจจะศึกษาต่อไป เพื่อค้นหาว่ามันคือน้ำวนธรรมดาหรือหลุมดำกันแน่ รวมทั้งศึกษาหาสาเหตุ เผื่อเป็นแนวทางในการศึกษาปัญหาเกี่ยวกับธรรมชาติเพิ่มเติม

 



ช็อค

เค้าว่ากระทู้นี้ "ช็อค"..แล้วคุณล่ะ? โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


128 โหวต จากทั้งหมด 176 โหวตเลือก ช็อค

ความคิดเห็น

202

ติดตามกระทู้

9

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
524
ซ่อน

ความคิดเห็น Top 5

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    โลกเรามีอีกหลายอย่างที่เราไม่รู้แอบแฝงอยู่
    อ่านแล้วอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ ขอร่วมไปศึกษาด้วยคน 555 สนใจเรื่องนี้
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มันดูดไปไว้ไหนอ่ะ ดูดแบบนี้น้ำคงไม่ท่วมโลกแล้วมั้ง//น่าคิด
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    น่ากลัวอะ เราอยากรู้ว่ามันจะดูดแล้วพาไปอยู่ไหน
    เคยมีความรู้สึกแบบอยากโดดลงไป (บ้าเนอะเรา555)
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ถ้ามันเป็นหลุมดำคงไม่มีเราๆท่านๆนั่งพิมพ์เสนอความคิดเห็นตรงนี้หรอกน่ะ ความกว้างไม่กี่เซนติเมตรก็ดูดของมหึมาไปได้แล้้ว อีกอย่าง หลุมดำเกิดจากการยุบตัวของดาวเคราห์ดวงหนึ่ง เล่นบอกข้อมูลมาแค่นี้คนอื่นก็เข้าใจผิดสิ -3-
          กรณีนี้ไม่ได้มีดาวเคราห์ไปยุบตัวใต้ทะเลแน่นอนครับ แต่ "น่าจะ" เกิดแรงดันน้ำต้านแรงโน้มถ่วงโลกไม่ได้ในรอบล้านปีจนเกิดเป็นหลุมอย่างว่าล่ะมั้งนะ ขนาดก็คงเท่ากับแพลงตอนล่ะ เพราะดูดไปแค่นั้นเองนี่เนอะ สักพักมันก็ระเบิดเป็นบิกแบงทำลายล้างประเทศใกล้ๆไปแน่เลย เหอะๆๆ
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไม่ต้องพิสูจน์อะไรทั้งนั้นครับ  ความเข้าใจผิดเช่นนี้จะไม่เกิดถ้าคนแปลบทความต้นฉบับมีความรู้เกี่ยวกับจักรวาลวิทยาอยู่บ้าง
     
    ลิ้งบทความต้นฉบับ (คลิก)
     
    ก่อนอื่นขออาสาอธิบายเกียวกับคำว่า "หลุมดำ" ก่อนนะครับ  คำนี้ใช้เรียกการยุบตัวของดาวฤกษ์มวลมากซึ่งแรงจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่น (รวมธาตุเบาให้เกิดธาตุหนัก) ไม่อาจต้านทานแรงโน้มถ่วงได้  และแรงโน้มถ่วงของมันก็มีมากจนแสงไม่สามารถเดินทางออกจากมันได้
     
    การมองเห็นวัตถุคือการมองเห็นแสงที่ออกจากวัตถุ  แต่เนื่องจากสิ่งประหลาดที่เกิดจากการยุบตัวด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาลนี้ดูดกลืนได้กระทั่งแสง  ทำให้การมองมันจากอวกาศ (ที่มีพื้นหลังเป็นความมืด) แทบเป็นไปไม่ได้  เดิมทีนักวิทยาศาสตร์เรียกมันว่า "ดาวมืด" และกลายเป็น "หลุมดำ" ที่เรียกกันทุกวันนี้ (เรื่องเหล่านี้หาอ่านได้จากหนังสือเกี่ยวกับจักรวาลวิทยาทั่ว ๆ ไป  แต่ถ้าภูมิความรู้แก่กล้า  ผมแนะนำจักรวาลในเปลือกนัท  กับประวัติย่อของกาลเวลา  ทั้งคู่เขียนโดยสตีเฟน ฮอว์คิง ครับ)
     
    และเมื่อผมได้อ่านบทความต้นฉบับแล้วจึงเข้าใจ  ความหมายที่บทความต้องการสื่อคือ
     
    "พบน้ำวนที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับหลุมดำ"
     
    มันคนละเรื่องกับ "พบหลุมดำบนโลก"  ชนิดที่พลิกฝ่ามือเป็นหลังเท้า (ช้าง) เลยนะครับ  และตัวบทความเองก็บอกชัดเจนอยู่แล้วว่าพบ Eddy - กระแสน้ำวน ที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับหลุมดำ  เพราะมีระยะทางที่เมื่ออนุภาคน้ำที่เคลื่อนเข้าใกล้กระแสน้ำวนแล้ว  ไม่สามารถหนีออกจากกระแสน้ำวนได้ (ระยะวิกฤติ)
     
    นอกจากนี้ก็เป็นเรื่องของสมการคำนวณที่เทียบเคียงกับหลุมดำได้  แต่ไม่มีความเป็นหลุมดำแบบอื่น ๆ (เช่น ดูดกลืนมวลหรือแสงเข้าไปทำลาย)  ขอให้ทุกคนไม่ต้องตกอกตกใจไป
     


    edit 25 Oct 13 : ผมอ่านบทความโดยละเอียดแล้วจึงพบว่าไม่มีความเกี่ยวข้องระหว่างเรื่องน้ำวนกับคุณสมบัติของแสง  จึงแก้ไขเพื่อความถูกต้อง  และเพิ่มรายละเอียดอื่น ๆ ครับ

    แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 25 ตุลาคม 2556 เวลา 13:27 น.

ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - 50

  1. ยังไม่มีความคิดเห็น

หน้า 2

ความคิดเห็นที่ 51 - 100

  1. ยังไม่มีความคิดเห็น

หน้า 3

ความคิดเห็นที่ 101 - 150

  1. ยังไม่มีความคิดเห็น

หน้า 4

ความคิดเห็นที่ 151 - 200

  1. ยังไม่มีความคิดเห็น

หน้า 5

ความคิดเห็นที่ 201 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คุณ wr009 พูดถูกอ่ะ เยี่ยม
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เป็นแค่น้ำวนครับ..หลุมดำมันต้องเกิดจากการชนกันอย่างรุ่นแรงและเย็นตัวกระทันหันของดาวเคราห์ถ้เป็นหลุุมดำจริงสิ่งมีชีวิตไม่เหลือครับมันดูดดกลืนในรัศมีหลายล้านกิโลครับ
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องทำการขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
refer: