นางเอกก็โดน ดูดไขมันเละ! แก้ว-กวินนา แฉซ้ำ ฝีมือ \"หมอไพศาล\"

jikkoii 331654 0.00 1,051 21 มี.ค. 48 12:21 น.
ความคิดเห็น

1

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

นางเอกก็โดน ดูดไขมันเละ! แก้ว-กวินนา แฉซ้ำ ฝีมือ \"หมอไพศาล\"
\"แก้ว กวินนา\" ดาราดังโผล่ผสมโรงแฉหมอศัลย์ หลังศาลตัดสินชนะคดีหมอดูดไขมันต้นขาจนผิดรูป พร้อมสั่งจ่ายเงินชดเชย 4 แสน ขณะที่อีกฝ่ายยื่นอุทธรณ์ \"แบม\" เปิดหลักฐานคน สธ.เรียกเงินหมอไพศาล 3 ล้านแลกปิดคลินิก จี้ สธ.คุมเข้มคลินิกศัลยกรรม เตรียมพาสาวร้อง สคบ. ด้านสาวใหญ่ครวญอ้างหมอโพสด่าในเน็ต
หลังจากสาวรักสวยงามหลายรายออกมาเปิดโปงถึงการทำศัลยกรรมจนรูปร่างหน้าตาเสียโฉม ไม่เว้นแม้แต่ดาราชื่อดังอย่าง \"แก้ว กวินนา\" ก็เคยทำศัลยกรรมกับ น.พ.ไพศาล เฮงสวัสดิ์ เจ้าของไบโอคลินิก จนกระทั่งมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย และล่าสุดศาลแพ่งได้พิพากษาให้ดาราสาวเป็นฝ่ายชนะคดีดังกล่าว

ดาราดังโผล่แฉซ้ำหมอศัลย์

โดยเรื่องนี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม น.ส.กวินนา สุวรรณประทีป หรือ \"แก้ว กวินนา\" ซึ่งเป็นดารานักแสดงสาวอีกคนหนึ่ง ที่เคยประสบปัญหาการทำศัลยกรรมกับ น.พ.ไพศาล แต่ดาราสาวไม่พอใจผลการทำศัลยกรรมจนถึงขั้นฟ้องร้องกันขึ้นว่า เมื่อช่วงปี 2540 ได้ไปทำศัลยกรรมหน้าท้องกับ น.พ.ไพศาล เนื่องจากมีรอยแผลเป็นที่เกิดจากอุบัติเหตุในวัยเด็ก และยังได้ปรึกษาว่าต้องการจะลดต้นขาที่รู้สึกว่าใหญ่ น.พ.ไพศาล จึงแนะนำให้ดูดไขมันไปพร้อมๆ กัน

\"แก้วบอกหมอตอนทำศัลยกรรมหน้าท้องว่า แก้วแพ้พลาสเตอร์ใสชนิดหนึ่ง คือปิดพลาสเตอร์นี้แล้วจะคัน พอเกาก็จะเป็นแผลนูนขึ้นมา แต่หลังจากผ่าตัดปรากฏว่าหมอเอาพลาสเตอร์ปิดที่ปากแผลแล้วเอาผ้ากอซปิดทับ 2-3 วันผ่านไป แก้วทนไม่ได้ บอกหมอว่าคันมากๆ พอพยาบาลเปิดปุ๊บ แก้วก็ตกใจเพราะเป็นพลาสเตอร์ที่เราแพ้ ทั้งที่บอกหมอแล้ว ยังเอามาปิดให้อีก\" ดาราสาว กล่าว

ดูดไขมันจนขาเสียรูป

แก้ว กวินนา กล่าวต่อว่า การทำศัลยกรรมทั้งสองแห่ง ไม่เป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะการดูดไขมันที่ต้นขา ทำให้เดินไม่ได้เป็นอาทิตย์ เวลาจะเดินก็จะเดินกะเผลก ไม่เหมือนที่คลินิกอื่นทำให้ ทำช่วงเช้า ช่วงเย็นก็เดินได้แล้ว ทำให้มีผลกระทบกับงานละครที่รับไว้ เวลาผ่านไป 3-4 สัปดาห์ได้กลับมาให้ น.พ.ไพศาลดู แต่กลับบอกให้ปล่อยไว้ก่อน

แก้ว กล่าวอีกว่า เห็นคนที่ไปดูดไขมันต้นขาจากที่อื่น จะมองไม่ออกเลยว่าคนนั้นไปดูดไขมันมา ยิ่งเวลาใส่ชุดบิกินีจะไม่เห็นร่องรอย แต่ของตนปรากฏว่าผลออกมาผิดธรรมชาติมาก มีลักษณะเป็นตะปุ่มตะป่ำ และจุดที่เจาะเพื่อดูดไขมันจะอยู่บริเวณหน้าขาข้างนอก เวลาใส่กางเกงขาสั้น ก็จะเห็นรอยนูนรอยเว้าชัดเลย กล้ามเนื้อย้อย ดูประหลาดกว่าขาคนอื่น ยิ่งเวลานั่งชันเข่า หรือยืนบางมุมจะไม่เห็น แต่ท่านั่งไขว่ห้างต้องคอยระวัง จนขาดความมั่นใจ ไม่กล้าใส่ชุดว่ายน้ำอีกเลย

ฉุนแพทยสภาเมินช่วย

แก้ว กวินนา กล่าวด้วยว่า ในช่วงนั้นได้ไปร้องกับแพทยสภา แต่กลับบอกว่าอย่าคาดหวังมากเกินไป ทั้งที่ตนไม่ได้คาดหวังว่าต้องออกมาสวยเหมือนนางงาม ตนคาดหวังแค่ให้ได้มาตรฐานเหมือนคนอื่น และต้องได้มาตรฐานทางการแพทย์เท่านั้น

\"แก้วสงสัยว่าคนที่ควบคุมดูแลตรงนี้เอาจริงเอาจังหรือเปล่า แล้วแต่เวรแต่กรรมของคนไข้หรือเปล่า แก้วไม่ได้แช่งนะ แต่อยากให้ตัวเขาโดนเอง หรือคนในครอบครัวเขาโดนเองมากกว่า คนที่ควบคุมไม่ได้คิดหลักความยุติธรรม ตามหลักของจรรยาบรรณวิชาชีพจริงๆ ต้องให้เจอด้วยตัวเองดีกว่า กรรมตามทันเองแหละ\" ดาราสาว กล่าว

ศาลแพ่งสั่งจ่าย 4 แสนชดใช้

น.ส.กวินนา กล่าวว่า หลังจากนั้นได้ดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งกับ น.พ.ไพศาล ส่วนตนเองก็ถูก น.พ.ไพศาล ฟ้องกลับในคดีหมิ่นประมาท เวลาผ่านไปนานหลายปี จนศาลชั้นต้นตัดสินให้ตนชนะคดี พร้อมทั้งให้ น.พ.ไพศาล จ่ายค่าชดเชยเป็นเงินจำนวน 4 แสนบาท

ดาราสาว กล่าวอีกว่า ได้ยินคนในวงการบันเทิงและคนในสังคมไฮโซแห่กันไปทำศัลยกรรมกันมาก บางคนผ่าตัดไขมันหน้าท้อง แต่หมอกลับผ่าตัดปิดสะดือไปเลยก็มี กลายเป็นมีไขมันหน้าท้องเป็นลอนๆ บางคนเสริมจมูก แต่หมอลืมผ้ากอซไว้ในโพรงจมูกก็มี จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ตนหันไปศึกษากฎหมายอย่างจริงจัง โดยเรียนในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

\"แก้วไปเรียนกฎหมาย เรียนมาแล้วรู้เลยว่าไม่อยากให้ใครเป็นคดีความ ผู้หญิงที่ไปทำศัลยกรรมมาควรระวังตัว และระวังให้มากๆ เช็คประวัติหมอให้ดี ฝากไปทางผู้ใหญ่ด้วยว่าควรทำประวัติของหมอทุกคน ควบคุมดูแลกันด้วย ไม่ใช่ใครอยากโฆษณาอะไรก็ได้\" น.ส.กวินนา กล่าวทิ้งท้าย

ยันเรื่องยังค้างอยู่ในชั้นศาล

ด้าน น.พ.ไพศาล กล่าวว่า ขณะนี้คดียังอยู่ในชั้นศาล ตนไม่อยากจะพูดถึงเพราะจะไม่ดี อีกทั้งทางแพทยสภาได้ตัดสินเรื่องนี้ไปแล้วด้วย

น.พ.ไพศาล ยังกล่าวถึงกรณีของนางเพ็ญ (นามสมมติ) ว่าขณะนี้ได้ให้ผู้ช่วยตนตรวจสอบแล้ว และได้ข้อมูลเบื้องต้นว่าครั้งสุดท้าย นางเพ็ญ ได้รักษาจมูกกับ น.พ.เคน ดีสิน ที่มาร่วมร้องเรียนกับนางรวีวรรณก่อนหน้านี้

เตรียมแถลงข่าวอีกรอบ

น.พ.ไพศาล กล่าวอีกว่า ตนไม่ทราบเรื่องที่นางรวีวรรณออกมากล่าวอ้างทั้งหมด และอยากให้นางรวีวรรณเข้าใจว่าตนไม่เล่นนอกเกมแน่นอน ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว ทำให้ตนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป และในวันอังคารที่ 22 มีนาคมนี้ ตนจะเปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยจะเชิญแพทย์ผู้ X วชาญเฉพาะด้าน มาพูดคุยให้ฟังถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายละเอียดของการศัลยกรรม รวมถึงเรื่องผลรวมการรักษาคนไข้ที่ผ่านมาของคลินิกด้วย ว่ามีที่ผิดพลาดกี่ราย

ยันดูดไขมันจนถูกฟ้อง

น.พ.สุพจน์ สัมฤทธิ์วณิชชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยันฮี เปิดเผยว่า น.พ.ไพศาล เคยเป็นแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งประจำโรงพยาบาลยันฮีเมื่อกลางปี 2540 จนกระทั่งปี 2542 น.พ.ไพศาล ได้ลาอออกไปเปิดคลินิกส่วนตัวย่านดอนเมือง ทั้งนี้การออกของหมอไพศาลไม่เกี่ยวกับเรื่องทำศัลยกรรมให้กับ น.ส.กวินนา ดาราชื่อดังฟ้องร้องเรื่องที่ น.พ.ไพศาล ทำศัลยกรรมดูดไขมันที่ต้นขาทั้งสองข้างและหน้าท้อง เมื่อกลางปี 2541 ซึ่งหลังการทำศัลยกรรมแล้ว ปรากฏว่า น.ส.กวินนา มีรอยแผลเป็นที่บริเวณต้นขาและหน้าท้อง เป็นเหตุให้ฟ้องร้องกัน

น.พ.สุพจน์ กล่าวด้วยว่า ยังมีเพื่อนของ น.ส.กวินนา อีกรายที่มาทำศัลยกรรมใบหน้าและเหลาซี่โครงเพื่อให้เอวเล็กลงกับ น.พ.ไพศาล แต่ปรากฏว่าคนไข้ไม่พอใจในใบหน้าที่ทำศัลยกรรม จนมีการฟ้องร้อง น.พ.ไพศาล เช่นกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีของ น.พ.ไพศาล ที่เป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์นั้น ตนรู้สึกเห็นใจเพราะทุกอย่างมันย่อมมีผิดพลาดกันได้

น.พ.สุพจน์ กล่าวอีกว่า สำหรับโรงพยาบาลยันฮี หากพบว่าแพทย์ทำผิดพลาดหรือการศัลยกรรมนั้นไม่เป็นที่พอใจของคนไข้ ทางโรงพยาบาลจะรับผิดชอบและแก้ไขให้จนกว่าคนไข้จะพอใจ และหากต้องการจะเปลี่ยนโรงพยาบาล หรือคลินิกศัลยกรรมใหม่ ก็จะตามไปรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายให้ และเท่าที่ผ่านมา โรงพยาบาลยันฮีได้ทำตามมาตรฐานของสมาคมศัลยกรรมตกแต่งแห่งประเทศไทย จนแทบจะไม่มีคนไข้เข้ามาร้องเรียน

อ้างถูกหมอโพสด่าทางเน็ต

ด้านนางรวีวรรณ เสตะรัต อายุ 50 ปี เจ้าของร้านวัสดุก่อสร้าง ซึ่งทำศัลยกรรมหน้าจนเสียโฉม กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ น.พ.ไพศาล ยังไม่ติดต่อแสดงความรับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไป มิหนําซํ้ายังโพสข้อความลงเวบไซต์ต่อว่าตนต่างๆ นานา หาว่าตนกัดไม่ปล่อย เป็นคนสองบุคลิก แต่เรื่องทั้งหมด คนที่รู้อยู่แก่ใจมีเพียงตนกับ น.พ.ไพศาล จึงอยากวอนให้ประชาชนทุกคนเชื่อในสิ่งที่เห็น อย่าเชื่อในสิ่งที่ฟัง

\"คุณหมอบอกว่าดิฉันร่วมกันกับผู้เสียหาย เพื่อหวังผลประโยชน์จากเรื่องนี้ แต่ดิฉันไม่เข้าใจว่าคุณหมอหมายถึงอะไร ในเมื่อดิฉันเป็นผู้เสียหาย ตัวคุณหมอเองนั่นแหละที่สร้างความทุกข์ให้ดิฉัน ทำให้ดิฉันเจ็บปวดแสนสาหัสทั้งร่างกายและจิตใจ สิ่งที่คุณหมอทำอยากให้สำนึกสักนิดว่าคุณหมอฆ่าลูกค้าทั้งเป็นไปตลอดชีวิต อยากให้รู้ไว้ว่า เวรกรรมมีจริง และมันจะตามคุณหมอทันในเร็ววัน\" นางรวีวรรณ กล่าว

\"แบม\" เตรียมพาเหยื่อร้อง สคบ

ด้าน น.ส.จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ส.ส.กทม. เขตดอนเมือง พรรคชาติไทย กล่าวว่า ได้โทรศัพท์ไปนัดกับเจ้าหน้าที่หน้าห้องของ ศ.น.พ.สุชัย เจริญรัตนกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อจะพานางรวีวรรณ และนางเพ็ญ (นามสมมติ) ที่ทำศัลยกรรมเสริมความงามกับคลินิกไบโอคลินิก สาขา จ.อุดรธานี ด้านข้างสันจมูกฝั่งขวาเป็นรอยบุ๋ม ไปพบกับ ศ.น.พ.สุชัย วันที่ 21 มีนาคมนี้ แต่ได้รับแจ้งว่า ศ.น.พ.สุชัย มีประชุมทั้งวัน จะมอบหมายให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจพบเพื่อรับเรื่องไว้แทนที่สำนักงานรัฐมนตรี

\"สธ.ในฐานะรับผิดชอบควบคุมสถานพยาบาลโดยตรง ควรเข้าไปตรวจสอบและพิจารณาเป็นการเร่งด่วน เพราะกระทบกับคนส่วนมาก และคลินิกดังกล่าวยังเปิดบริการอยู่ และมีสาขาถึง 7-8 แห่งทั่วประเทศ\" น.ส.จณิสตา กล่าว

นอกจากนี้ กำลังประสานกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กรณีคลินิกโฆษณาเกินจริง ให้ สคบ.ฟ้องร้องแทนผู้เสียหาย ถ้าประสานได้จะพาผู้เสียหายไปพบในเวลา 09.30 น

แฉหลักฐานวิ่งเต้น 3 ล้านแลกปิดคลินิก

\"ได้รับเอกสารการอุทธรณ์การถูกเพิกถอนใบอนุญาตจากผู้เสียหาย ในนั้นมีข้อมูลเป็นเอกสารว่า มีชื่อบุคคลแต่ไม่ระบุนามสกุลเข้าไปเจรจากับคลินิก ว่าถ้าไม่ต้องการถูกเพิกถอนให้จ่ายเงิน 3 ล้านบาท ดังนั้น จึงอยากให้ สธ.ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ว่ามีการจ่ายเงินวิ่งเต้นกันหรือไม่\" น.ส.จณิสตา ระบุ

น.ส.จณิสตา กล่าวด้วยว่า จะประสานให้นางรวีวรรณ รวบรวมรายชื่อผู้เสียหายจากคลินิกนี้ทั่วประเทศ และเท่าที่ทราบมีหลายคนมีปัญหาแต่มีการจ่ายเงินชดเชยไปแล้ว ทั้งที่ไม่ควรจะยอมความ

เล็งสอบโฆษณาเกินจริง

น.พ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ ผู้อำนวยการกองประกอบโรคศิลปะ เปิดเผยว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบไบโอคลินิกของ น.พ.ไพศาล เมื่อวัน 18 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยตรวจสอบใบอนุญาตมาตรฐานของสถานประกอบการ และการโฆษณา กระทั่งได้รับรายงานว่าไบโอคลินิกมีใบอนุญาตถูกต้อง และสถานประกอบการก็ได้มาตรฐานตามที่กำหนด แต่ที่ยังต้องตรวจสอบเพิ่มคือการโฆษณา ว่าเกินจริงหรือไม่ ซึ่งในส่วนนี้ได้มอบหมายให้ทางคณะอนุกรรมการการตรวจสอบดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด

น.พ.ธเรศ กล่าวว่า ส่วนสารที่ใช้เสริมความงามให้กับคนไข้นั้น เป็นหน้าที่ของ อย.และแพทยสภา ที่ต้องร่วมกันตรวจสอบว่านำเข้าอย่างถูกต้องหรือไม่ และการใช้ยาเป็นไปอย่างถูกต้องตามวิชาชีพหรือไม่ จากนั้นทางกองประกอบโรคศิลปะจึงจะสามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อๆ ไปได้

เผยช่องโหว่กฎหมายเอาผิดหมอ

น.พ.ธเรศ กล่าวด้วยว่า กรณีที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตเมื่อปี 2547 นั้นเรื่องนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ แต่ที่ยังสามารถเปิดได้นั้น เนื่องจากเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทางไบโอคลินิกได้เปลี่ยนผู้รับอนุญาตใหม่ จึงสามารถเปิดดำเนินการได้

\"การเปลี่ยนผู้ขออนุญาตใหม่แต่ให้คนเดิมควบคุมนั้น เป็นช่องโหว่ของกฎหมาย เราไม่มีสิทธิจะไปห้ามหมอที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภามาเปิดคลินิกได้ แม้จะเปิดในสถานที่เดิมที่มีหมอที่เคยถูกเพิกถอนบริหารอยู่ก็ตาม\" น.พ.ธเรศ ระบุ

จาก นสพ คม ชัด ลึก

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 25 มีนาคม 2548 เวลา 10:49 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

1

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ๋อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หมอไพศาล เคยมีคนมาเตือนในเน็ตเหมือนกัน แบบเค้าเคยทำงานเป็นพยาบาลกับหมอ แล้วแบบหมอคนนี้ทำไม่เก่งเลย แต่อ้างไบโอคลินิกให้มันเท่ๆไปงั้น พออ่านข่าวนี้แล้วเชื่อเลย
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: