==เรื่องรักซึ้งๆ...วาเลนไทน์==

ความคิดเห็น

25

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

วาเลนไทน์
อาจจะยาวไปหน่อยแต่ซึ้งนะ


“อืม...วาเลนไทน์อีกแล้วสินะ” แนนเงยหน้าขึ้นสบตาจอยพลางยิ้มบางๆ

วาเลนไทน์...14 กุมภาพันธ์ วันที่กุหลาบทั่วโลกบานได้พร้อมกัน วันที่ความรัก
งอกงามได้เร็วกว่าทุกๆวัน และเป็นวันที่กามเทพแผงศร ให้หลายๆคู่ได้สมหวังกัน
แต่คงไม่ใช่แนน...เธอคนนี้แน่นอน

ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ความแออัดและตึกสูงในเมืองหลวง...
มีหมู่บ้านจัดสรรเล็กๆกำลังก่อตัวขึ้น ก่อตัวขึ้นพร้อมกับความรัก ที่เป็นจุดกำเนิดของเขาและเธอ

“เธอๆ มาเล่นก่อกองทรายด้วยกันมั้ย”
เด็กผู้ชายตัวเล็กๆหน้าตามอมแมมกำลังนั่งเล่นบนกองทรายที่สูงท่วมหััวของเขาอยู่

“เธอชื่ออะไรหนะ เราชื่อเอนะ” เด็กผู้ชายแนะนำตัวเองก่อน
พลางกระโดดลงมาจากกองทรายกองโต

“ฉันชื่อแนน” เด็กผู้หญิงแนะนำตัวเองบ้างพลางค่อยๆนั่งลง
ทั้งคู่ค่อยๆก่อกองทราย เด็กผู้หญิงวิ่งไปเอาน้ำมารดให้ทรายเปียกชุ่ม
เด็กผู้ชายค่อยๆเอาเศษไม้เกลี่ยให้ดินทรายที่เปียกค่อยๆก่อตัวเ ป็นรูปเป็นร่าง
จนได้เค้าโครงของปราสาททรายที่ต้องการ

“เอ เดี๋ยวแนนประดับปราสาททรายเองนะ” เด็กผู้หญิงวิ่งมาพร้อมกับก้อนหินสีสวยในกำมือ
วางลงข้างๆปราสาททรายที่กำลังจะอวดโฉมออกมาเป็นรูปเป็นร่าง

“แนนๆ ตรงนี้เป็นห้องของแนนนะ ห้องของเจ้าหญิงงัย ส่วนตรงนี้เป็นห้องของเอ......
อันนี้เป็นห้องประชุมนะ” เอพูดพลางชี้ไปเรื่อยๆบนปราสาททราย.....กองทรายแห่งความฝัน

“เอๆ ต้องทำสวนดอกไม้ตรงนี้ด้วย เจ้าหญิงต้องมีสวนดอกไม้นะ”
แนนพูดแย้งขึ้นพลางชี้ไปตรงด้านหน้าปราสาททราย

“แนนอยากได้สวนอะไร....อยากได้ดอกไม้อะไร” เอพูด
เงยหน้าขึ้นมองหน้าแนนอย่างใจจดใจจ่อ

“เอาดอกอะไรดี...เอ ช่วยแนนคิดหน่อยสิ” แนนมองหน้าเอด้วยแววตาใสซื่อ
เด็กตัวเล็กๆสองคนกำลังสวมบทเจ้าหญิงและเจ้าชายกันอยู่

“อืม...เจ้าหญิงต้องเหมาะกับดอกกุหลาบนะ” เอพูดพลางทำท่าคิด

“ตกลงๆ สวนดอกกุหลาบนะ เราจะทำสวนดอกกุหลาบที่ลานหน้าปราสาทของเรา”
แนนพูดพลางยิ้ม ค่อยๆเกลี่ยทรายให้เรียบเพื่อทำเป็นลาน....
ทั้งคู่สร้างปราสาททรายแห่งความฝันของพวกเขาอยู่นาน....นานจนกร ะทั่ง

“เอ ไปได้แล้ว พ่อเสร็จงานแล้วลูก”
เจ้าของโครงการบ้านจัดสรรเดินมาสะกิดลูกชายตัวเองเบาๆ

“พ่อๆ ให้เอเล่นกันแนนอีกแป๊บนะ”
ลูกชายออดอ้อนพ่อของตัวเอง

“หน่า ไปได้แล้ว เดี๋ยววันหลังมาเล่นใหม่ก็ได้นี่”
พ่อของเขานั่งยองลง อธิบายให้ลูกชายฟังพลางลูบหัวเบาๆ

“ตกลงครับ เดี๋ยวให้เอบอกแนนก่อนนะ”
เด็กผู้ชายตัวมอมแมมพูดพลางวิ่งกลับหลังไปหาเพื่อนของเขา

“แนน เดี๋ยวพรุ่งนี้เอมาหานะ พรุ่งนี้เอจะเอาดอกกุหลาบมา มาทำสวนกุหลาบให้แนนนะ”
เอพูดพลางชี้นิ้วลงตรงลานหน้าปราสาททราย

“ตกลงๆ พรุ่งนี้เจอกันนะ” แนนยิ้มพูดพลางพยักหน้า
เด็กสองคนเล่นกันช่างดูน่ารักเสียนี่กระไร

ทุกวัน เอและแนนจะมานั่งก่อปราสาททรายด้วยกัน ก่อสร้างความหวังบนมิตรภาพและความรัก
ระหว่างลูกชายเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรและลูกสาวนายช่างใหญ่

“แนนๆ เมื่อวานแม่เราสอนให้เราเขียนหนังสือด้วยแหละ”
เด็กผู้ชายเสื้อผ้ามอมแมมคลุกฝุ่นและทรายเปียกเงยหน้าขึ้นมองเด ็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่วิ่งเข้ามา

“ไหนๆ แม่ของเอสอนเขียนคำว่าอะไร” แนนถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น

“แม่เอสอนเขียนหลายคำ แต่เอจำได้คำเดียว”
เอพูดพลางทำเสียงเศร้าๆ เอคงอยากจำทุกคำมาเขียนให้แนนดู

“เอจำคำไหนได้ เขียนให้แนนดูหน่อยสิ” แนนพูด เอค่อยๆก้มลงข้างๆกองทราย
หยิบเศษไม้เล็กๆปักลงบนผืนทรายที่เพิ่งผ่านฝนเมื่อคืนแล้วตวัดเ ป็นจังหวะเพียงชั่วครู่
ปรากฎเป็นตัวอักขระลายเส้นบิดพลิ้ว คำว่า รัก
ปรากฎบนผืนทรายราบเรียบที่เกาะตัวเหนียวด้วยหยดน้ำ
เด็กตัวเล็กๆสองคนยืนมองด้วยความตื่นเต้น

“อ่านว่าอะไร เอ” แนนพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้นและแปลกใจ

“อ่านว่า รัก” เอพูดกระซิบข้างหูแนนเบาๆ

“เหรอ อ่านว่ารักเหรอ....สอนแนนเขียนหน่อยสิ นะๆๆๆ”
แนนพูดพลางเกาะแขนออดอ้อนเอ

“มานี่ๆ เอจะสอน” เอพูดพลางหยิบเศษไม้เล็กๆให้แนนจับไว้
มือเอและมือแนนจับประสานกัน ตวัดบนกองทรายให้เกิดเป็นอักขระบิดพริ้ว

“นี่ไง แนนเขียนได้แล้ว ดีใจจังเลย” แนนพูดพลางหันหลังกลับไปกอดเอด้วยความดีใจ

“มันแปลว่าอะไรเหรอ เอ” แนนยังคงสงสัยไม่หายในความหมายของมัน

“เอก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่แม่บอกว่ามันมีความหมายมากนะ มากจนอธิบายไม่ได้”
ใช่สิ...ความหมายมันคงมากมายเกินกว่าเด็กห้าขวบจะรู้ หรือแม้แต่คนบางคนใช้เวลาทั้งชีวิต
ก็ไม่อาจรู้ว่าคำว่ารักคืออะไร....

“สักวัน เราจะรู้ความหมายมัน แม่เอบอก” เอพูดพลางหันไปมองแนน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ยืนข้างๆตน

“อืม สักวันนะ” แนนพูดพลางหันมายิ้มให้กับเอ ใช่ สักวันแนนและเอคงรู้ความหมายของมัน......


“โอ๊ย...เจ็บ” เด็กผู้หญิงผมเปียพูดขึ้นพลางจับผมเปียของตัวเองด้วยสีหน้าเซ็ง ๆ
เธอโดนเพื่อนแกล้งดึงเปียผมของเธอประจำ

“ใครดึงผมเปียแนน” เด็กผู้ชายนั่งข้างๆเธอหันขวับกลับไปมองแทบจะพร้อมกันกับเจ้าขอ งผมเปีย
เห็นเด็กผู้ชายวัยเดียวกันสามคนนั่งอยู่ข้างหลังหัวเราะกันคิกค ักพลางชี้นิ้วมาที่แนน

“ทำไมๆ ข้าดึงเอง จะทำไม” หนึ่งในเด็กสามคนพูดพลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

“แกล้งผู้หญิง หน้าตัวเมีย” เอยืนขึ้นชี้หน้าด่า

“แล้วจะทำไม” เด็กทั้งสามกรูกันมายืนหน้าเอ
ถีบโต๊ะเรียนกระจัดกระจายคนละทิศคนละทาง

“ไม่เอาเอ อย่าไปยุ่งกับพวกนั้น”
แนนพูดพลางเกาะแขนเอไว้แน่น เอเอามือจับแขนแนนออกจากตัวทันที...

ปั้ง...หนึ่งหมัดปล่อยออกไป คล้ายเป็นการประกาศสงครามของคนสองกลุ่ม
ทั้งสามคนกรูเข้ามารุมเอคล้ายหมาป่ากำลังรุมขยุ้มเหยื่อ โต๊ะเรียนที่กระจัดกระจาย
ข้าวของทั้งของเอและแนนตกกระจายเกลื่อนกลาดคนละทิศคนละทาง

“หยุด!!” เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง...มีอำนาจมากพอจะทำให้ทั้งสี่คนหยุ ดการตะลุมบอนกัน

“พวกเธอทำอะไรกัน อันธพาลกันใหญ่แล้วนะ”
ครูประจำชั้นเข้ามาห้ามทัพหมาป่าขยุ้มเหยื่อ
แม้จะห้ามทัพได้ แต่ก็ได้ปรากฎเลือดไหลซิบๆที่คิ้วและโหนกแก้มของเอ

“เอ เจ็บมั้ย” แนนวิ่งเข้ามาทันทีที่ครูประจำชั้นเดินออกไป

“ไม่เจ็บหรอก” เอพูดพลางก้มหน้าหลบสายตาแนน

“ไม่เจ็บอะไร เลือดไหลใหญ่แล้ว ไปห้องพยาบาลนะ แนนจะทำแผลให้”
แนนพูดพลางดึงตัวเอออกจากห้องเรียนไป
เลือดไหลเป็นทางลงมาจากคิ้วและโหนกแก้มเปรอะเปื้อนเสื้อนักเรีย นสีขาวของเอ

“โอ๊ย...เจ็บ อย่าจับสิ” เอพูดโพล่งขึ้นขณะที่แนนกำลังกดดูความลึกของบาดแผล...
แต่แนนกลับยิ้มออก

“โอ๊ย แสบ”
เอโอดครวญด้วยความเจ็บปวดทันทีเมื่อแนนค่อยๆกดสำลีชุบแอลกอฮอลง บนแผลของเอ

“แสบก็ทนสิ อยากหาเรื่องเค้านี่นา”
แนนพูดพลางยิ้ม ค่อยๆเช็ดแผลบนใบหน้าของเอช้าๆอย่างระมัดระวัง

ทุกครั้งที่มีคนแกล้งแนน เอจะยืดอกปกป้องแนนเสมอ
แม้จะต้องเจ็บตัวหรือตกอยู่ในภาวะเป็นรองก็ตามที....


“แนนๆ แฮปวาเลนไทน์นะ”
ชายหนุ่มวัยรุ่นแต่งตัวภูมิฐานพูดห้วนๆพลางยืนกุหลาบแดงให้กับม ือหญิงสาว

“อีตาบ๊อง อย่ามาทำหวานใส่ฉันหน่า” แนนพูดกวนๆพลางยิ้ม เอได้แต่ยืนม้วนด้วยความอาย

“อ้าว ก็วันนี้วันวาเลนไทน์ ทำหวานให้เจ้าหญิงของตัวเองสักหน่อยจะเป็นอะไรไป”
เอพูดพลางยิ้ม ทำไมหนุ่มวัยรุ่นเวลาอายนี่ดูตลกดีแท้ ทั้งมือทั้งแขนแทบจะไม่มีที่เก็บ
สงสัยถ้าแทรกแผ่นดินหนีได้คงหนีหายไปแล้ว

“หวานกับเค้าก็เป็นเหรอ เดี๋ยวนี้พัฒนาขึ้นนะ”
แนนพูดพลางยื่นมือไปหยิกจมูกเอด้วยความเขิน เอยังคงพยายามสำรวมอาการเขินอยู่

“เอรักแนนนะ”
เอพูดพลางจับมือแนนขึ้นมาเขียนรูปหัวใจไว้ที่ฝ่ามือ
ตอนนี้แนนเริ่มหน้าแดงขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังพยายามกลบเกลื่อนสีหน้าตัวเอง

“เหรอ....เขียนคำว่ารักตรงนี้ ดูไม่ซึ้งเลย” แนนพยายามบ่ายเบี่ยง ไม่เลิกแหย่เอ

“เดี๋ยวสักวัน เอจะเขียนไว้ตรงหัวใจแนนเลยนะ”
เอพูดประหม่า มองหน้าแนนพลางเอื้อมมือดึงตัวแนนเข้ามาโอบกอดไว้แน่น....สักวั น
เอจะเขียนคำว่ารักไว้ในหัวใจแนนเลย.....



ใต้ต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น มีโต๊ะหินอ่อนวางเรียงรายเป็นแนว
มีนักศึกษาจับกลุ่ม บ้างคุยกัน บ้างอ่านหนังสือ บ้างหยอกล้อกินขนมกัน...

“เอ เย็นนี้แนนไปทำวิทยานิพนธ์กับเพื่อนนะ” แนนพูดพลางเก็บหนังสือ

“ไปทำวิทยานิพนธ์กับใคร” เอเงยหน้าขึ้นมองแนนทันที

“ไปกับกิ๊ฟกับฝนหนะ นะๆๆๆ”
แนนพูดพลางเดินไปนั่งข้างๆเอ เขย่าแขนเหมือนเด็กอ้อนวอนผู้ใหญ่

“ให้เอไปส่งมั้ย เอว่างนะ” เอพูดพลางยิ้ม ลูบผมแนนเบาๆ

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฝนเอารถมา” แนนพูดพลางซบหน้าลงบนบ่าของเอ

“นี่ แล้วกินข้าวเสร็จแล้วอย่าลืมกินยาล่ะ เข้าใจมั้ย กลับถึงบ้านก็อย่าลืมโทรมาบอกด้วย”
เอพูดพลางจ้องหน้าแนนด้วยสีหน้าจริงจัง

“ค่ะ หัวหน้า สั่งจริงๆเลย” แนนพูดพลางยิ้ม เอามือหยิกจมูกเอด้วยความเขิน



“กิ๊ฟๆ แฟนแกเป็นงัยบ้าง” ฝนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในรถ ขณะที่ตนอยู่หลังพวงมาลัย

“ปวดหัวสุดๆ เจ้าชู้เป็นบ้าเลย” กิ๊ฟพูดปัดๆคล้ายกับไม่ค่อยพอใจในแฟนตัวเองนัก

“ทำไมไม่เลิกๆไปสิ จะได้ไม่กลุ้ม” ฝนเสนอความเห็น มองหน้ากิ๊ฟผ่านกระจกมองหลัง

“หน่า....ให้โอกาสสักครั้ง”
กิ๊ฟพูดพลางซบหน้าลงที่กระจกหันหน้ามองออกนอกรถด้วยอาการเอือมร ะอา

“โอกาสสักครั้ง รอบที่ล้าน” เสียงหัวเราะดังขึ้นเกือบพร้อมกันทั้งรถ

“แล้วแนนล่ะ แหม...เจ้าชายเธอเอาใจเธอดีนะ” ฝนพูดขึ้นพลางหันไปมองแนนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ

“โอ๊ย รายนั้นไม่รู้กี่ปีแล้ว ยังจับไม่ได้สักทีว่ามีกิ๊กเก็บไว้ที่ไหน” แนนพูดยิ้มพลางหันไปมองหน้าฝน


“แปลได้สองอย่าง...ถ้าแฟนเธอไม่รักเธอคนเดียว เค้าก็เก่งมากที่หลอกเธอมานานหลายปี”
เสียงหัวเราะดังขึ้นแทบจะพร้อมกันทั่วรถ

“เอี๊ยยดดด.....”
เสียงเบรกลากล้อดังยาวจากด้านข้างตัวรถ คนทั้งรถหันไปมองแทบจะพร้อมกัน
รถบรรทุกฝ่าไฟแดงพุ่งเข้าชนรถเก๋งของฝนอย่างจัง แรงอัดทำให้กระจกทุกบานแตกละเอียด
ห้องโดยสารด้านหน้าฝั่งคนนั่งยุบเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด....
ร่างไร้สติของแนนยังคงสงบนิ่งติดอยู่ในรถเก๋งขนาดสองตอน
มัจจุราชอาจฉุดวิญญาณเธอออกจากร่างได้ทุกเมื่อ



“แนนๆ”
เสียงกระซิบเบาๆดังข้างหู ทำให้แนนค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา

“อยู่ไหน....โอ๊ย เจ็บ”
แนนค่อยๆอ้าปากพูด แต่ไม่ชัดนัก
เฝือกขาวถูกแต่งแต้มถามร่างกายของแนนคล้ายกับเป็นเครื่องประดับ

“ใจเย็นๆ แนน เธอสลบไปสองเดือน”
.....สองเดือน สองเดือน แนนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง. ...
ฝนค่อยๆอธิบายเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แนนฟัง... ..

“แล้ว สรุปว่าฉันเจ็บคนเดียวใช่มั้ย”
แนนพยายามพูด เสียงพูดของแนนแทบจะไม่ได้ยิน

“อืม...” ฝนพยักหน้าเบาๆ กำมือแนนไว้นิ่งๆ

“เอ ล่ะ เออยู่ไหน” แนนเพิ่งนึกขึ้นได้ แฟนเธออยู่ไหน

“เอมาหาเธอครั้งเดียว วันแรกที่ชน แล้วหายไปเลย”
ฝนพูดพลางลูบหัวแนนเบาๆ

“ไม่เป็นไรนะ ไม่มีเอ เราก็อยู่กันได้ จริงมั้ยเพื่อน”
ฝนพยายามพูดปลอบใจแนน

“อืม...”
น้ำตาค่อยๆกลั่นตัวหยดลงมาจากนัยน์ตาของแนน
คำพูดของฝนตอนคุยกันในรถคงจะเป็นความจริง....
เขาเก่งมากจริงๆ เก่งมากที่หลอกแนนมาหลายปี เก่งมากที่หลอกว่ามีแนนคนเดียว.....
ทำไมผู้ชายทั้งโลกถึงนิสัยเหมือนกันหมดเลย เสียดายเวลาที่อยู่ด้วยกัน
เสียดายความรักที่มอบให้.....เสียดาย เสียดาย เสียดาย



“คุณแนน ค่อยๆก้าวนะครับ ช้าๆ”
บุรุษพยาบาลคนหนึ่งพยายามพยุงแนนขึ้นเดิน แนนยังคงไม่หายเจ็บดี
ยังคงต้องทำการกายภาพบำบัดอีกต่อไป

“ระวังจะล้มนะครับ จับผมไว้ดีๆ”
บุรุษพยาบาลเดินช้าๆเพื่อให้แนนเกาะแขนเดินตามช้าๆ.....
ทำไมบุรุษพยาบาลถึงไม่เป็นเอนะ....ทำไม ทำไม ทำไม
ถ้าเออยู่ที่นี้และทำแบบนี้หัยแนน แนนคงจะมีความสุขมากเลย

“คุณบุรุษพยาบาลค่ะ นี่ฉันหลับไปนานจนถึงขั้นต้องทำกายภาพบำบัดกันเลยเหรอ”
แนนถามบุรุษพยาบาลด้วยความสงสัย

“โห!! คุณไม่ได้เดินมาสองเดือนนี่ มันนานนะครับ”
บุรุษพยาบาลตอบแนอย่างสุภาพ

“จะว่าอะไรมั้ยค่ะ ถ้าจะถามชื่อเล่น คือถ้าเรียกว่าคุณบุรุษพยาบาล เกรงว่ามันจะยาวไป”
แนนพูดพลางยิ้มหัยบุรุษพยาบาล

“คือผมชื่อ กอล์ฟ ครับ”
บุรุษพยาบาลตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม น้ำเสียงเรียบๆ

นับจากวันนั้น แนนและกอล์ฟก็เริ่มสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ
ทุกๆเย็นกอล์ฟก็จะพาแนนออกไปทำกายภาพบำบัด
ไม่นานแนนก็สามารถเดินเองได้และออกจากโรงพยาบาลในที่สุด....


“คุณแนนค่ะ น้ำดื่มค่ะ”
พยาบาลชุดขาวเดินถือแก้วน้ำมาวางข้างหน้าเธอ
ขณะเธอนั่งรอกอล์ฟที่ล็อบบี้ของโรงพยาบาลที่เทอเคยมาบำบัด
เธอได้แต่พยักหน้าและยิ้มให้ด้วยไมตรี

“กอล์ฟๆ ไปกินข้าวกันนะ”
แนนพูดทันทีที่เห็นกอล์ฟเดินออกมา
มีพยาบาลหลายคนยกมือไหว้แนน แนนก็ได้แต่รับไหว้ด้วยสีหน้างงเล็กน้อย

“ไปสิครับ”
กอล์ฟพูดพลางค้อมตัวลงผายมือไปที่ห้องอาหารของทางโรงพยาบาล
ดูกอล์ฟค่อนข้างสุภาพและให้เกียรติแนนมาก....มากจนน่าแปลกใจ
ท่าทางโรงพยาบาลนี้จะเข้มงวดเรื่องมารยาทกับพยาบาลมาก
แนนและกอล์ฟสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ....จนบางครั้งแนนก็อยากให้กอล์ฟ มาแทนที่ของเอที่ยังคงอยู่ในใจเทอ


บ่อยครั้งที่แนนคิดถึงเอ แต่เอก็ไม่เคยที่จะติดต่อหรือโทรมาเลยแม้สักหนเดียว

บ่อยครั้งที่แนนอยากคุยกับเอ แต่เอก็ไม่ติดต่อมา

บ่อยครั้งที่แนนนั่งเหงา อยากให้เอนั่งเป็นเพื่อน แต่เอก็ไม่เคยมาปรากฎตัว

เอ....เอ....เอ เอหายไปไหน

ไหนล่ะ หัวใจที่เอบอกว่าจะให้แนน

ไหนล่ะ หัวใจที่เอเคยเขียนไว้บนฝ่ามือแนน

มันคงจะหายไปแล้วสินะ....หายไปพร้อมกับเอ

หายไปพร้อมกับผู้ชายโกหก....ผู้ชายที่เจ้าชู้

ทำไมผู้ชายต้องเหมือนกันทั้งโลก.....ทำไม ทำไม ทำไม



ใกล้วาเลนไทน์เข้าไปทุกที ปีนี้คงไม่เหมือนกับปีก่อนๆ
ไม่มีเอที่คอยให้ดอกกุหลาบแดง คงไม่มีตาบ๊องทำท่าเขินอายให้เห็นแล้วสินะ

“แนนๆ วาเลนไทน์ปีนี้ ว่างหรือเปล่าครับ”
เสียงกอล์ฟดังตามสายโทรศัพท์

“ว่างค่ะ ทำไมค่ะ” แนนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆธรรมดาๆ

“พอดีผมมีของที่อยากจะให้แนนหนะครับ เดี๋ยววันวาเลนไทน์บ่ายสามโมงเจอกันที่สยามนะครับ”
กอล์ฟเสนอความเห็นหัยแนน

“ตกลงค่ะ” แนนพูดพลางกดวางสาย สีหน้าแววตาเปี่ยมไปด้วยความหวัง....
หวังว่ากอล์ฟคงจะมาแทนที่เอได้สักที



วันวาเลนไทน์ วันที่กุหลาบแดงบานสะพรั่งพร้อมกันทั่วโลกทั้งโลก
แม้แต่ลานที่สยามหรือที่วัยรุ่นเรียกกันสั้นๆว่า “เซนเตอร์พอยต์”
ยังถูกละเลงด้วยดอกกุหลาบสีแดงจนเต็มพื้นที่...นักเรียน
นักศึกษาต่างถือกุหลาบแดงในมือเดินกันขวักไขว่ทั่วลานกว้างจนสถานที่ดูแคบลงในชั่วพริบตา

“ขอโทษนะค่ะ แนนมาสาย” แนนพูดพลางยิ้มก่อนดึงเก้าอี้ออกมาและย่อตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่รอรับตัวเทอ

“ไม่เป็นอะไรครับ” กอล์ฟพูดพลางยิ้มให้เทอด้วยสีหน้าแจ่มใส

“อืม...ว่าแต่วันนี้มีอะไรจะให้แนนเหรอค่ะ”
แนนพูดพลางจ้องตากอล์ฟ...หากกอล์ฟมีพิรุธ แนนจะจับให้ได้ทันที

“อันนี้ของแนนนะครับ”
ดอกกุหลาบสีแดงถูกดึงออกมาจากถุงอย่างช้าๆ และวางลงบนโต๊ะที่หนาหญิงสาวอย่างนิ่มนวล

“หมายความว่ายังไงค่ะ จะขอหัวใจของแนนงั้นหรอ”
แนนพูดติดตลกพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน เธอคิดว่าเธออ่านเกมส์ทั้งหมดออก

“ผมคงไม่กล้าขอหัวใจของแนนหรอกครับ”
กอล์ฟพูดพลางยิ้ม แต่กลับทำหน้าแปลกๆทำให้แนนรู้สึงงงก็สีหน้าของกอล์ฟ

“อ้าว...แล้วกุหลาบสีแดงนี่...”
ไม่ทันที่แนนจะได้พูดจบ กอล์ฟก็ต่อคำพูดของเขาทันที

“ผมไม่กล้าที่จะขอหัวใจของแนนหรอกครับ
เพราะหัวใจของแนนไม่ใช่ของแนน”
ปั้ง...
เหมือนมีแผ่นเหล็กหนาหลายฟุตได้โถมทับลงบนกลางศีรษะ
แนนเริ่มงงกับคำพูดที่กอล์ฟพูดขึ้นไปทุกที...มันหมายความว่าอะไรกันหัวใจของฉันแต่ไม่ใช่ของฉันเนี่ยนะ???

“หัวใจของคุณ คือหัวใจของเจ้าของกุหลาบดอกนี้ต่างหาก”
และกอล์ฟก็เริ่มอธิบายเรื่องราวต่างๆที่แนนไม่เคยได้รู้ในขณะที่เทอหลับไหลไปในเวลาสองเดือนให้เทอได้ฟังและรับรู้มัน....

“ตอนคุณประสบอุบัติเหตุและเข้ามาที่โรงพยาบาล
คุณเสียเลือดมาก...หัวใจคุณก็เต้นอ่อนลงจนแทบจะล้มเหลว
พวกผมและหมอพยายามเยียวยาจนถึงที่สุด”
กอล์ฟยังคงพูดต่อในขณะที่ใจของแนนกฎลังเต้นรัวราวกับว่าจะได้รับรู้อะไรสักอย่าง

“มีผู้ชายคนนึง วิ่งเข้ามาบอกว่าเป็นแฟนคุณ เขาบอกให้ช่วยคุณให้ได้
เสียเงินเท่าไหร่ไม่ว่า...เขายอมจ่ายไม่อั้นเพื่อยื้อชีวิตของคุณ
ไม่ว่าทางเราจะขออะไร เขาจะจัดหาให้หมด.....
คำพูดของเขาทำให้ผมประทับใจมาก”
กอล์ฟหยุดพูดไปชั่วคณะ...แนนรู้ทันทีว่ากอล์ฟกำลังหมายถึงผู้ชายที่แนนรัมากคนนึงเขาคือเอ

จากนั้นกอล์ฟก็ไดเปิดปากและพูดประโยคที่ทำให้เขาประทับใจคือ
“ผมยอมแลกทุกอย่างกับของชีวิตเธอ - เขายอมแลกทุกอย่างกับชีวิตคุณ”
กอล์ฟพูดพลางจ้องหน้าแนนนิ่ง แต่แนนยังคงทำสีหน้างงอยู่

“เขายอมทุกอย่างจริงๆ ทีแรกหมอบอกว่าทางเราหาเลือดไม่พอให้คุณ
เขาวิ่งตามหาเลือดให้คุณไปทั่วทุกโรงพยาบาล
แต่กลับไม่พบว่ามีเลือดถุงไหนที่ตรงกับเลือดของคุณเลย”
กอล์ฟพูดด้วยน้ำเสียงปกติ สายตามองไปอย่างไร้จุดหมาย

“สุดท้ายเราตรวจเลือดของเขา พบว่าตรงกับของคุณพอดีและสามารถใช้ได้
เขาบอกให้ทางเราเอาไป เอาเลือดไปให้คุณ....ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะเป็นอย่างไร
ขอแค่คุณปลอดภัยก็พอ” กอล์ฟหยุดพูดชั่วครู่พยายามกลั้นน้ำตา....
แต่นัยน์ตาแนนเริ่มเจิ่งนองไปด้วยน้ำใสๆที่พร้อมจะไหลออกได้ทุกวินาที

“ต่อมา...ตอนพวกผมถ่ายเลือดให้คุณ หัวใจคุณเต้นอ่อนลงเรื่อยๆ
จนหมอต้องเดินออกไปบอกให้เขาทำใจ.....ทำใจว่าเขาจะต้องเสียคุณไป”
กอล์ฟพยายามเล่าต่อไปเรื่อยๆด้วยน้ำเสียงปกติ นัยน์ตาแนนเริ่มแดงก่ำมากขึ้นอีก

“เขาถามหมอว่า เธอต้องการอะไร.....” ใช่ เอถามหมอว่าแนนต้องการอะไรอีก

“เธอต้องการ หัวใจครับ หัวใจเธอเต้นไม่ปกติ การสูบฉีดล้มเหลว
เราหาเลือดให้เธอช้าไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เธอต้องการคือ หัวใจ”
หมอหวังว่าเอคงจะเลิกหวังในตัวแนน...หยุดเล่นเกมกับมัจจุราชเสียที

“ตกลง ผมจะหาให้ – เขาตอบสั้นๆโดยไม่ลังเลเลย”
ตกลงผมหาให้....เอจะหาหัวใจให้แนน ทั้งๆที่รู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้...
เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวเพื่อจะทำให้เธอได้มีชีวิตอยู่ต่อไป

“คุณรู้มั้ย ว่าคำพูดของเขาทำให้ผมและหมออึ้งกันไปหมด
โรงพยาบาลยังหาหัวใจให้คุณไม่ได้เลย เขาจะมีปัญญาที่ไหนหาหัวใจให้คุณได้หละ”
กอล์ฟพูดพลางพยายามหลบสายตาของแนน....ตอนนี้กอล์ฟเริ่มกลั้นน้ำตาไม่อยู่อีกแล้ว

“เขาถามเลขบัญชีของโรงพยาบาลกับหมอ....เขาไม่ได้โอนเงินมาเพื่อซื้อหัวใจเทียมให้คุณหรอกนะ
แต่เขาโอนมาตั้งมูลนิธิการกุศลให้กับโรงพยาบาล มูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยด้านหัวใจเทียม
“นานา” คุณดูดีๆซิ คำว่า แนน และ เอ ถ้าเขียนติดกัน มันคือ “นานา”
นี่คือความปรารถนาสุดท้ายของเขา – เขาอยากให้ตัวเขาเองเป็นคนสุดท้ายที่ไม่ได้อยู่กับคนที่เขารัก...
เพราะไม่มีหัวใจเทียมสำรอง”
เปี๊ยง....แนนโดนสะกิดต่อมความจำเข้าไปอย่างเต็มเปา...
เธอเคยเห็นป้ายมูลนิธิขึ้นหราที่โรงพยาบาล แต่เธอไม่เคยเฉลียวใจสักนิด...มิน่า
ทำไมหมอและพยาบาลต้องให้เกียรติและดูแลเธออย่างดีเสียจนน่าแปลกใจ
ทั้งๆที่เธอไม่มีส่วนได้หรือส่วนเสียกับโรงพยาบาลแม้แต่บาทเดียว

“ทันทีที่มีการยืนยันว่าเงินเข้าบัญชีทางโรงพยาบาล
เขาก็ยิงตัวตายในห้องน้ำโรงพยาบาลทันทีครับ และทิ้งโน้ตไว้ว่า
มอบหัวใจให้เธอที่เป็นคนที่ผมรักมากที่สุด - เขามอบหัวใจของเขาให้กับคุณ”
ทันทีที่กอล์ฟพูดจบ แนนปล่อยโฮออกมาเหมือนไม่มีใครอยู่ข้างๆหรืออยู่รอบๆตัวเทอ
โต๊ะรอบข้างหันมามองแนนเป็นตาเดียว....เอคือเจ้าของหัวใจ หัวใจที่อยู่ในร่างของแนน

“เขายอมแลกทุกอย่างกับคุณจริงๆ”
กอล์ฟพูดพลางวางของทั้งหมดที่เอเคยฝากไว้กับทางโรงพยาบาลคืนให้ กับแนน
มีทั้งเครื่องเล่นเทป ม้วนเทป จดหมาย.....

“ผมคงไม่กล้าขอหัวใจคุณหรอก หัวใจคุณเป็นของเขา หัวใจเขาเป็นของคุณ”
ใช่ หัวใจเอเป็นของแนน เป็นของแนนจริงๆ...ตอนนี้หัวใจแนนตายไปเรียบร้อยแล้ว
ตายไปพร้อมกับเอ ตายไปพร้อมกับผู้ชายที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับชีวิตเธอ

“กุหลาบดอกนี้ เขาบอกผมก่อนไปเข้าห้องน้ำว่า...วาเลนไทน์ที่จะถึงนี้
รบกวนซื้อกุหลาบสีแดงให้คุณสักดอก ขอแค่ดอกเดียวก็พอ...
เป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายของเขา” กอล์ฟพูดพลางเช็ดน้ำตา
นั่งนิ่งๆสักพักก่อนลุกจากโต๊ะไป....ทิ้งแนนนั่งนิ่งอยู่เพียงลำพัง

“เอรักแนนนะ” “เอรักแนนนะ” “เอรักแนนนะ”
คำพูดซ้ำๆดังมาจากเครื่องเล่นเทป เป็นคำพูดเดียวกันที่พูดกันซ้ำ
โดยไม่มีการตัดต่อทั้งเทป.....เทป 120 นาทีโดยมีเพลงประกอบเบาๆ
แนนค่อยๆคลี่จดหมายออกอ่าน....จดหมายที่มีเนื้อความเพียงบรรทัด เดียว

“หัวใจเอ...เขียนคำว่ารักไว้ เขียนให้แนนเพียงคนเดียวนะ”

 

oooooooooooooooooooooooooooooooooooooooo

 

www.narak.com


PS.  แจจุงน่ารัก-^_^ =ช่วยกันเม้นๆนะจ๊ะ

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 10 กรกฎาคม 2553 เวลา 20:26 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

25

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เออลืมบอกไปว่าใครเคยอ่านแล้วก็ขอโทษด้วยนะ...เพราะเราก็เคยอ่านหลายครั้งแล้วแต่เห็นว่าเข้ากับบรรยากาศก็เลยเอามาลงให้อ่านกัน  อ่านแล้วเป็นไงมั่งอ่ะ  ซึ้งป่ะๆ^^


    PS.  แจจุงน่ารัก-^_^ =ช่วยกันเม้นๆนะจ๊ะ
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ร้องไห้เลยอ่า ซึ้งม๊ากมากๆๆๆๆๆๆ เลย
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ซึ้งมั่กๆๆๆๆๆๆๆๆ
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ซึ้งมากเลย
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ซึ้งจิงๆ น้ำตาคลอเรย
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ซึ้งๆๆๆๆๆๆๆๆ มาก ไม่รู้จะพูดยังไงดีแล้ว ยอมทำเพื่อเธอขนานนี่ สุดยอด มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่านะ อยากรู้จัง ถ้าเรื่องจริง ขอบอก นายแน่มาก นับถือเลยอะ (แฟนผมก็ชื่อแนนอะ แต่ผมไม่ได้ชื่อเอ นะคร้าบ อิอิ)
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    น้ามตาไหลย้อย T_T
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เฮ็อ ...................

     

    ทำไมคนที่มีรักแท้กลับต้องมาลงเอยอย่างนี้

     

    น่าสงสารอ่ะ

  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มันจะมีผู้ชายแบบนี้สักคนในโลกไหม
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มันจะมีผู้ชายแบบนี้สักคนในโลกไหม
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มันจะมีผู้ชายแบบนี้สักคนในโลกไหม
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ่านกี่ครั้งก้อซึ้งเหมือนเดิมค่ะ

    อยากรู้ว่าเป็นเรื่องจริงป่าว

    ทามมัยคนที่รักกันต้องจากกันไปด้วย

    ทามมัยเราไม่เจอคนที่รักเราจริงเลยอะ
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ซึ้งมากค่ะ
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เศร้าเว่อร์อะ !!

    น้ำตาไหนเรยอะ ~
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ซึ้งมาก ถ้ามีแฟนอย่างนี้
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ทำไมมันต้องกลายเป็นแบบนี้ด้วยนะ...?
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    23
    guest
    ขวัญรักนุ๊กนะ
    ขวัญรักนุ๊กนะ 125.27.47.14
    ซึ้งมากอ่ะน้ำตาไหลไม่หยุดเราชอบมากจะมีบ้างไหมที่รักจริงอย่างนี้แต่เราแท้ไม่น่าจบอย่างนี้เรยน่าสงสารมาก
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    24
    guest
    นุ๊กรักขวัญ
    นุ๊กรักขวัญ 183.89.52.73
    รักขวัญมากเลยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ผู้ชายอย่างเอ ถ้ามีจิง คนทั้งโลกคงมีแต่ความรักและความเสียสละ  . .. ^^"
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: