บทเรียนราคาแพง...ที่ควรอ่าน

ความคิดเห็น

19

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


ประสบการณ์ "ทำแท้ง" บทเรียนราคาแพงของคนโง่
พอดีว่าไปอ่านเจอเลยเอามาลงไว้ เพื่อเป็น อุทาหรณ์ สอนหญิง


          ก่อนอื่นเราต้องของบอกก่อนนะว่านี่คือ"เรื่องจริง" และ"เกิดขึ้นกับเราโดยตรง" และที่เราอยากจะมาเล่าให้ฟังเนี่ย ก็เพราะว่าเราไม่อยากเห็นใครโดนเหมือนเราอีก 

          "เราโดนหลอกฟัน" แล้ว"ท้อง" แล้วเราก็ไม่แน่ใจว่าเราท้องจริงป่าว เพราะเราไม่มีอาการแพ้เลย เราไม่สามารถบอกครอบครัวได้ เพราะคงไม่มีพ่อแม่คนไหนรับได้ แล้วเราเป็นลูกสาวคนเดียวของที่บ้าน แล้วเราก็ไม่สามารถที่จะเก็บลูกเอาไว้ได้เหมือนกัน เพราะว่าเราไม่ต้องการให้ลูกของเราเป็นลูกที่ไม่มีพ่อ ตอนแรกเราจะไปทำที่คลีนิคหมอมีชัย(อยู่ที่สุขุมวิท 12) แต่เค้าไม่รับทำแล้ว เพราะเราหลายเดือนแล้ว (ที่เราปล่อยไว้หลายเดือนเพราะว่าเราต้องเก็บเงินทำแท้งเอง)
          เค้าแนะนำให้ไปที่โรงพยาบาลคลองตัน ที่โรงพยาบาลคลองตันเค้าต้องให้ผู้ปกครองรู้เรื่อง เราไม่สามารถให้ที่บ้านรับรู้ได้ เราก็เลยปรึกษาเพื่อนเราที่เคยทำเหมือนกัน เพื่อนแนะนำให้ไปที่คลีนิคแถวจรัญ 68 เราก็ไป พอตรวจ เค้าบอกราคาและวิธีทำเสร็จ เค้านัดเราอีกทีวันจันทร์ (เราไปวันเสาร์) แต่ก่อนกลับเค้าให้กินยาเร่งคลอดแล้ว
          พอวันจันทร์ เค้านัดประมาณแปดโมงครึ่ง พอไปถึงเค้าให้เปลี่ยนชุดเป็นชุดคนไข้อ่ะ แต่ไม่ให้ใส่กางเกงใน แล้วเค้าก้อเรียกให้เราไปในห้องทำแท้ง ในห้องนั้นก้อมีอุปกรณ์ มีเตียงขาหยั่ง เค้าให้เราขึ้นไปนั่งบนเตียง เสร็จเค้าก้อเอาสำลีชุบน้ำอะไรไม่รู้อ่ะ ทำความสะอาดช่องคลอดเรา พอทำความสะอาดเสร็จ ก้อเอายาเม็ดสีขาวๆผสมน้ำนิดหน่อย มาสอดเข้าไปในช่องคลอด เค้าสอดลึกมากอ่ะ เจ็บมาก พอสอดเส็ดเค้าก้อให้เราไปนอน แล้วก้อทำอย่างนี้ทุกๆ 4 ชั่วโมง แต่ว่ายาอ่ะสอดไปครั้งแรกก้อออกฤทธิ์แล้ว ท้องมันจะตึงๆ ปวดท้อง นอนก้อนอนไม่หลับ เค้าไม่ให้นอนตะแคงด้วย เพราะยามันจะออกฤทธิ์ไม่เต็มที่ แต่เราเป็นคนติดนอนตะแคงอ่ะ เราก้อเลยนอนตะแคงบ้าง ผลข้างเคียงของยาที่สอดไปก็จะมี คันมืออ่ะ มันจะคันแบบยิบๆเลย แต่สักพักก็จะหาย แล้วก็เป็นไข้ แบบสั่นเลยอ่ะ ตอนกลางคืน เราไม่ได้นอนเลย เพราะเราปวดท้องตลอดจนนอนไม่ได้ หิวน้ำตลอดเลยด้วย อ่อลืมบอกไป ก็จะมีคนคอยดูแลอยู่ตลอดอ่ะ แต่อย่าคิดนะว่าเค้าจะดูแลเราดี เค้าก้อดีๆร้ายๆตามอารมณ์เค้าอ่ะ นึกเอานะ เราปวดท้องตั้งแต่สอดยาอ่ะ แล้วมันจะปวดขึ้นเรื่อยๆ พอตอนเที่ยงคืนมันก้อเริ่มปวดมากขึ้นแล้วอ่ะ เราต้องทนอย่างนั้นเพราะว่าคนดูแลเค้าก้อนอน เราเกรงใจเค้า ตั้งแต่ระหว่างเที่ยงคืนถึงตีห้าอ่ะ เราไมได้นอนเลย
          เราคิดถึงแม่เราตลอด เพราะเราไม่รู้เรื่อง แล้วเราสงสารเค้าที่เค้าต้องมีลูกอย่างเรา ตอนแรกเราตัดสินใจจะบอกแล้ว แต่ว่าเพื่อนเราบอกว่าเค้าจะรับได้เหรอ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน เราก็ได้แต่สวดมนต์ แผ่เมตตา และก็บอกลูกเราว่าขอโทษที่ต้องทำอย่างนี้ และก็ขอว่าอย่าได้โกรธในสิ่งที่เราทำไป ถึงเราท้อง 5 เดือน แล้วลูกเราก็ไม่มีสิทธิ์คลอดออกมา แต่เชื่อไม๊ ว่ามันมีความผูกพันธ์กันนะ ตั้งแต่เราท้อง เรารักแม่เรามากขึ้นเยอะเลยอ่ะ มันเป็นความผูกพันธ์ที่เกิดขึ้นมาเองเลย อยู่ดีๆเราก้อรักสิ่งมีชีวิตที่มาอยู่ในท้องเราโดยที่เรายังไม่รู้ว่าหน้าตาเค้าเป็นยังไง
          จนประมาณตีห้าสี่สิบห้าเราไปบอกเค้าว่าทนไม่ไหวแล้ว เค้าบอกให้ไปนอนก่อน เดี๋ยวตอนเช้าเค้าตรวจให้ เราก้อไปนอน ทั้งๆที่เราจะตายอยู่แล้ว พอหกโมงเช้าอ่ะเราทนไม่ไหวเราร้องเลยเค้าก้อเลยตื่น เค้าตรวจช่องคลอดเราดู ช่องคลอดมันขยายได้ที่แล้ว เค้าก้อพาเราไปขึ้นเตียงขาหยั่งอ่ะ แล้วเค้าทำอะไรเราก็ไม่รู้รู้แต่ว่าเจ็บมาก แล้วเรารู้สึกอีกทีก็คือ เลือดไหลจากช่องคลอดเราแบบเป็นแกลอนๆ เหมือนเปิดก๊อกเลยอ่ะ สักพักเค้าก้อให้เราเบ่ง (ของเราเด็กเป็นตัวแล้ว) สักพักก็ออก เค้าก้อกดหน้าท้องเราอีกครั้ง เหมือนเอาออกมาให้หมดอะไรอย่างนี้อ่ะ พอเสร็จเค้าก้อให้เราไปนอนพัก ตอนนั้นเราสลบเลย ตื่นอีกทีเค้าก้อให้เราไปล้างช่องคลอด ตอนนี้ไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่แล้ว เพราะมันชินกับความเจ็บแล้ว พอล้างเสร็จเราก้อมานอนพัก เค้าก้อให้เราอาบน้ำ แล้วก้อกลับบ้านได้ พอกลับมาบ้านน้ำหนักเราหายไป 3 โล แต่หน้าอกยังไม่หายไป หน้าตาก็ซีดเหมือนคนเสียเลือด (ซึ่งเราก้อเสียเลือดจริงๆ)
          ...."เราอยากจะบอกกับผู้หญิงทุกคนว่า อย่าเสียตัวให้ใครง่ายๆ แต่ถ้าพลาดเสียตัวไปแล้ว ลงทุนแค่ไม่ถึงร้อย ไปซื้อยาคุมกำเนิดมากินซะ แต่ถ้าผู้ชายเป็นคนดีพอก็ขอให้ใส่ถุงยางตลอด มันไม่คุ้มกันเลยกับการที่ต้องมาเสียเงินเป็นหมื่นๆ (ค่าทำแท้งเราหมื่นห้า) แถมเสียใจเป็นตราบาปไปตลอดชีวิต เราอยากให้เราเป็นคนสุดท้ายที่ต้องทำสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิต ถึงคนที่อ่านเรื่องของเราไป พวกคุณมีสิทธิ์ที่จะว่าเรา เพราะเรารู้ดีว่าเราผิด แต่นี่คือบทเรียนที่มีค่าที่สุดของชีวิตเรา....














PS.  ไม่ว่าโลกนี้..อะไรมันเปลี่ยนแค่ไหน แต่ใจของฉันไม่เปลี่ยนเลย เธอยังเป็นที่ 1 ของใจ รู้ตัวไว้เลย....

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 10 มกราคม 2555 เวลา 22:52 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

19

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

คนที่ดูกระทู้นี้มักจะดูกระทู้เหล่านี้ต่อ

ซ่อน
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มีรูปมาฝาก......

    เดือนแรก

             
    ระยะนี้สามารถมองเห็นทารก (ตัวอ่อน) ได้ด้วยตาเปล่า ส่วนของสมอง และไขสันหลังจะมีการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัด เริ่มมีการสร้างส่วนที่เป็นกระดูกสันหลัง ความยาวทารกประมาณ 0.5 ซ.ม.

             

    เดือนที่ 2
      
              เป็นระยะที่อวัยวะภายในถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์ สามารถมองเห็นข้อต่อภายในร่างกาย เช่น ข้อไหล่ ข้อศอก ข้อสะโพก และข้อเข่าได้ชัดเจน กระดูกสันหลังสามารถบิดเพื่อเคลื่อนไหวไปมาได้ เริ่มมีการสร้างอวัยวะเพศ รูปร่างของทารกจะดูไม่เหมือนเด็ก แต่จะมีลักษณะคล้าย ๆ ลูกน้ำ ความยาวทารกประมาณ 2.5 ซ.ม.

             

    เดือนที่ 3

              โครงสร้างของใบหน้าเริ่มสมบูรณ์ แต่เปลือกตายังปิดอยู่ กล้ามเนื้อต่าง ๆ มีการเจริญเติบโต แขนขาเริ่มยืดออก และเคลื่อนไหวได้ การทำงานของระบบสมอง และกล้ามเนื้อเริ่มมีความสัมพันธ์กัน ข้อต่าง ๆ เริ่มเชื่อมต่อกัน นิ้วมือนิ้วเท้าสมบูรณ์ และเริ่มงอได้ ปลายนิ้วมีเล็บ ทารกจะหัดดูดนิ้ว และเริ่มกลืนน้ำคร่ำได้ ความยาวของทารกประมาณ 8 ซ.ม. น้ำหนักของทารกประมาณ 17.5 กรัม

             

    เดือนที่ 4

               แขน และข้อต่อต่าง ๆ พัฒนาอย่างสมบูรณ์ กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงขึ้น ทารกสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างกระฉับกระเฉง แต่คุณแม่อาจจะยังไม่รู้สึกว่าลูกเคลื่อนไหว เริ่มมีขนอ่อนปกคลุมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย มีการสร้างขนคิ้ว และขนตา ความยาวของทารกประมาณ 15 ซ.ม. น้ำหนักของทารกประมาณ 135 กรัม

             

    เดือนที่ 5

             ช่วยนี้ทากรในครรภ์จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ฟันจะถูกสร้างขึ้นมาแต่จะอยู่ใต้ขากรรไกร เริ่มมีผมบนศีรษะ กล้ามเนื้อต่าง ๆ มีความแข็งแรงมากขึ้น ทารกเคลื่อนไหวมากขึ้น ระยะนี้คุณแม่จะเริ่มรู้สึกแล้วว่าลูกดิ้น หรือมีการเคลื่อนไหวเป็นระยะ ๆ ความยาวของทารกประมาณ 25 ซ.ม. น้ำหนักของทารกประมาณ 340 กรัม

             

    เดือนที่ 6

              ทารกในครรภ์จะมีการดูดนิ้วมือเป็นพัก ๆ บางครั้งอาจจะไอ หรือมีอาการสะอึกได้ ทารกจะดูผอมบาง เนื่องจากมีไขมันสะสมอยู่ใต้ผิวหนังน้อย ความยาวของทารกประมาณ 33 ซ.ม. น้ำหนักของทารกประมาณ 0.5 ก.ก



    เดือนที่ 7

               X ส่วนของศีรษะจะดูใหญ่กว่าลำตัว ช่วงนี้จะเริ่มมีการสะสมของไขมันใต้ผิวหนังมากขึ้น มีการสร้างไขมาปกคลุมผิวหนัง และลำตัว เพื่อให้ความอบอุ่น และป้องกันผิวหนังจากน้ำปอดของทารกจะมีการพัฒนาอย่างสมบูรณ์ และพร้อมที่จะทำงานเมื่อทารกคลอดออกมา ความยาวของทารกประมาณ 37 ซ.ม. น้ำหนักของทารกประมาณ 1 ก.ก.



    เดือนที่ 8

              ทารกจะมีขนาด และ X ส่วนใกล้เคียงกับเด็กแรกเกิด มีความแข็งแรงมากขึ้น ในช่วงนี้ทารกจะเริ่มกลับหัวเข้าสู่อุ้งเชิงกราน การดิ้นของทารกจะสามารถสังเกตเห็นได้จากหน้าทองของแม่ ความยาวของทารกประมาณ 40 ซ.ม. น้ำหนักของทารกประมาณ 1.5 ก.ก.



    เดือนที่ 9

             ระยะนี้ทารกจะโตเร็วมากจนเต็มพื้นที่ในมดลูก การเคลื่อนไหวจะน้อยลง เพราะเนื้อที่ในมดลูกมีจำกัด ทารกจะอยู่ในท่าที่พร้อมจะคลอด เล็บมีการเจริญเติบโต และยาวครอบคลุมปลายนิ้ว ผมบนศีรษะมีความยาวประมาณ 1-2 นิ้ว ถ้าเป็นครรภ์แรกศีรษะของทารกจะเคลื่อนเข้าไปอยู่ในอุ้งเชิงกราน ความยาวของทารกประมาณ 50 ซ.ม. น้ำหนักของทารกประมาณ 2.5 ก.ก.
     




    เดือนที่ 7

               X ส่วนของศีรษะจะดูใหญ่กว่าลำตัว ช่วงนี้จะเริ่มมีการสะสมของไขมันใต้ผิวหนังมากขึ้น มีการสร้างไขมาปกคลุมผิวหนัง และลำตัว เพื่อให้ความอบอุ่น และป้องกันผิวหนังจากน้ำปอดของทารกจะมีการพัฒนาอย่างสมบูรณ์ และพร้อมที่จะทำงานเมื่อทารกคลอดออกมา ความยาวของทารกประมาณ 37 ซ.ม. น้ำหนักของทารกประมาณ 1 ก.ก.



    เดือนที่ 8

              ทารกจะมีขนาด และ X ส่วนใกล้เคียงกับเด็กแรกเกิด มีความแข็งแรงมากขึ้น ในช่วงนี้ทารกจะเริ่มกลับหัวเข้าสู่อุ้งเชิงกราน การดิ้นของทารกจะสามารถสังเกตเห็นได้จากหน้าทองของแม่ ความยาวของทารกประมาณ 40 ซ.ม. น้ำหนักของทารกประมาณ 1.5 ก.ก.



    เดือนที่ 9

             ระยะนี้ทารกจะโตเร็วมากจนเต็มพื้นที่ในมดลูก การเคลื่อนไหวจะน้อยลง เพราะเนื้อที่ในมดลูกมีจำกัด ทารกจะอยู่ในท่าที่พร้อมจะคลอด เล็บมีการเจริญเติบโต และยาวครอบคลุมปลายนิ้ว ผมบนศีรษะมีความยาวประมาณ 1-2 นิ้ว ถ้าเป็นครรภ์แรกศีรษะของทารกจะเคลื่อนเข้าไปอยู่ในอุ้งเชิงกราน ความยาวของทารกประมาณ 50 ซ.ม. น้ำหนักของทารกประมาณ 2.5 ก.ก.
     



    PS.  ไม่ว่าโลกนี้..อะไรมันเปลี่ยนแค่ไหน แต่ใจของฉันไม่เปลี่ยนเลย เธอยังเป็นที่ 1 ของใจ รู้ตัวไว้เลย....
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    2
    guest
    คุณแม่อายุ17(ณัฐแม่น้องดิวส์)
    คุณแม่อายุ17(ณัฐแม่น้องดิวส์) 58.8.35.101
    เราเข้าใจเธอเพราะว่าเราเคยมีประสบการณ์เรื่องนี้เหมือนกัน

    ตอนแรกเราก็ว่าจะเอาออกแต่ว่าเราไม่มีเงินแฟนเราก็ไมมีเงินเรารู้ตอนท้องได้เกือบ3เดือนแล้วพอเก็บเงินได้ก็ไม่รู้ว่าจะไปทำที่ไหน เราไปเรียนตามปกติจนจะ6เดือนอาจารย์เราจับได้เค้าเลยโทรตามแม่เรามาตอนแรกเราก็ตั้งใจว่าจะไม่บอกที่บ้านไม่ว่ายังไงเราก็จะไม่บอกเพราะว่าเราไม่อยากให้เค้ามารับรู้เรื่องเลวๆของเราแต่พออาจารย์โทรตามแม่ๆก็รีบมาโรงเรียนเลยเค้าบอกว่าอาจารย์บอกว่าให้รีบมาโรงเรียนด่วนแล้วก็ให้คุณแม่ทำใจด้วยนะคะแม่เราตกใจมากตอนแรกเค้าคิดว่าเราถูกรถชนหรือเป็นอะไรซักอย่าง(เค้าเล่าให้เราฟังทีหลัง)แต่พอมาถึงโรงเรียนอาจารย์ก็เรียกเรามานั่งตรงหน้าแม่แล้วก็บอกเราว่ามีอะไรก็ให้บอกแม่ไปแต่เราก็ไม่กล้าบอกจนอาจารย์เราเค้าเลยตัดสินใจพูดเองเค้าบอกแม่เราว่าตอนนี้เรามีปัญหาคือเราท้องแม่เราลุกขึ้นจากเก้าอี้ตบหน้าเราไม่หยุดจนอาจารย์ห้ามแล้วแยกแม่ไป สุดท้ายเราก็เรียนไม่จบเราเรียนได้แค่ม.5เทอม1เราเสียใจมากที่เราทำตัวแบบนี้ตอนนั้นเราอายุ16เองพ่อแม่เราเสียใจที่สุด

    จนถึงทุกวันนี้เราก็ไม่เคยลืมเหตุการณ์ที่ผ่านมาเลย

    แต่ว่าที่บ้านเราเค้าตัดสินใจให้เราไปอยู่บ้านแฟนก่อนจนเราคลอดลูกออกมาได้ซัก3เดือนเราถึงกลับมาอยู่บ้าน

    ช่วงที่เรากำลังจะคลอดเราคิดถึงแม่มากเราอยากให้แม่มาอยู่ใกล้ๆ เราคลอดลูกวันที่31ธ.ค.48ลูกเราเป็นผู้หญิงตอนนี้เรารักลูกมากและดีใจที่สุดที่เราไม่ไปเอาเค้าออก

    ตอนนี้ลูกเรา3เดือน25วันแล้วเค้าติดเรามากๆแล้วเราก็รักเค้ามากๆ

    เราเสียใจกับเจ้าของกระทู้ด้วยนะแต่ให้บทเรียนที่ผ่านมาติดอยู่ในความทรงจำตลอดไปเพราะถ้าย้อนเวลาไปได้เราจะไม่ยอมทำตัวแบบนี้อีก
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    น่ากัวอ่ะ..ส่วนรูปที่เอามาฝากจาเก็บไว้ทำรายงานนะ - -*
    PS.  แอดเข้ามาคุยกานเยอะๆน้า...ไปเยี่ยมมายไอดีของเราด้วยหล่ะ***
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คนเรามีสิททำผิดพลาดกันได้ทั้งนั้นแหล่ะจ่ะ อยู่ที่ความผิดพลาดนั้น เราจะเอาไปจำเป็นบทเรียนรึเปล่าเท่านั้นเอง เทออย่าคิดมากหรือเสียใจเลยนะ เราอ่านแล้วเราสงสารเทออ่ะ

    แต่เราอยากบอกกับเทอว่า อะไรที่มันเกิดขึ้นไปแล้วอ่ะ มันไม่สามารถกลับมาแก้ไขได้หรอก

    วันนี้และอนคตต่างหาก ที่เราจะทำมันให้ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา



    ปล...เป็นกำลังใจให้เทอนะ อย่าท้อแท้ สู้ต่อไปเพื่อวันพรุ่งนี้ของเรา ขอให้เทอมีอนาคตที่สดใสนะจ๊ะ
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราเสียใจด้วยนะกับสิ่งที่เกิดขึ้น..และก้อขอบคุณเธอมากที่ทำให้เราคิดได้ก่อนที่เราจะต้องเปนแบบเธอ...
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราคนนึงแหละ พึ่งจะพลาดมาเหมือนกัน

    เค้าเผนคนแรกขอเราด้วย แต่เราก้อเลิกแร่ะ

    เพราะเราม่ายด้ายรักเค้า ทามงัยด้ายหล่ะ ก้อด้ายกันแร่ะหนิ

    แต่ม่ายเรารุ้ว่าจะท้องหรือป่าวดิ ยังงัยเราก้อต้องเอาออกอยู่ดีแหละ



    เราก้อสงสารเทอนะ(เจ้าของกระทุ้อ่ะ)ที่เอาบทเรียนของชีวิตมาเล่าสู่กันฟัง

    ยังงัยเทอปัยเอาลูกออกมา ก้อดูแลตัวเองด้วยนะ
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราก็เป็นคนนึงแหละที่เคยพลาดมา

    เราพยายามทำใจให้ลืมมันไปแต่ยังไงมันก็ลืมไม่ได้อยู่ดี

    เราห่วงอนาคตเราก็เลยต้องเอาออก

    เรามันเลวที่สุด

    และเราก็หวังว่าเราจะเป็นคนสุดท้ายที่เลวอย่างนี้
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    12
    guest
    คนบาปที่รู้สำนึก
    คนบาปที่รู้สำนึก 125.24.254.12
    เราก้อเหมือนกันไปทำที่สุขุวิท 12 เเต่หมอบอกว่าเราท้องสามเดิอนครึ่งเเล้วหมอไม่ทำให้ เลยส่งตัวเราไปที่คลองตัน เเล้วก้อตรวจท้องอีกครั้งหมอที่คลองตันบอกว่าเราท้องสี่ เดือน เเต่ก่อนที่จะไปโรงพยาบาลเราไปตรวจที่คลีนิคตรงสามเเยกสำโรงเขาบอกว่าเราท้องสองเดือนอีกสองอาทิตย์จะครบสามเดือน หมอที่ตลองตันก้อเลยเก็บค่าใช้จ่ายเราไปเเปดพันห้าร้อย เราท้องกับคนที่เรียนด้วยกัน เเต่เราเรียนเสาร์ อาทิตย์  ส่วนมันเรียนวันอทิย์วันเดียว เรามัอะรัยกันตอนวันที่ 26 ตุลาคม 2551 เรารู้ว่าเราท้องตอนประมาณเดือนกว่า เราเกิดอาการกินข้าวไม่ได้อาเจียน เเล้วอีกอย่างเราไม่ได้ถ่ายเกือบเดือนอ่ะ กินข้าวไม่ได้เป็นเดือน เราตัดสินจัยไปหาหมอที่โรงบาล เราก้อบอกอาการตามที่เราเป็น ตอนเเรกเรานึกว่าเป็นโรคกะเพาะ เเล้วหมอก้อถามขึ้นว่าประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายเมื่อรัย เราก้อบอกว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2551 เเละก้อยังไม่มาอีกเลย    เเล้วหมอก้อพูดขึ้นว่างั้นเธอก้อท้องสิ หมอให้เราตรวจท้องเเต่เราไม่ตรวจ พร้อมพูดกับหมอว่าไม่ใช้หรอกหมอหนูไม่ตรวจหรอก  เเล้วหมอก้อจัดยาให้  เเต่หมอให้ยาเคลือบกระเพาะไปเท่านั้นเอง เราก้อลุกเดินออกไปหาเพื่อนที่มากับเรา เราใจเสียมากเเละบอกกับเพื่อนว่าหมอบอกว่ากูท้อง น้ำตาเราซึมออกมา เเละพูดกับเพื่อนว่ากูว่ากูไม่ท้องหรอกว่ะ เรากลับไปที่ห้องเพื่อนเเละไปซื้อที่ตรวจท้องที่ห้องเพื่อน หลังจากตรวจเเล้วขีดมันขึ้นมาสองขีดเเต่ขีดที่สองมันจางมาก เราก้อเลยพูดพร้อมดีใจว่ากูไม่ท้องว่ะ เเต่เพื่อนเราพูดขึ้นมาว่าตอนที่กูตรวจมันขึ้นเเค่ขีดเดียวขีดที่สองมันไม่มีน่ะ เรานั่งซึมพร้อมปลอบใจตัวเอง เรากับมาที่ห้องเราเเละโทรไปหาพี่ที่เรียนด้วยกัยพร้อมบอกว่าพี่หนูท้องกับตั้ม

                                  เราก้อขอจบเเค่นนี้ก่อนน่ะเราง่วงนอนมากเเล้ว  เเต่เราเข้าใจเธอเพาะเจอสิ่งที่เหมือนกัน การทำเเท้งเป็นบาปที่สุดเลยเเต่เราก้อทำบุญไปให้ลูกเราน่ะ เขาว่ากันว่าถ้าทำเเท้งเเล้วต้องทำบุญไปให้เข้า  เเต่นี้ไม่สามารถไถ่บาปที่เราทำไปได้ เเต่การทำบุปจะทำให้ลดบาปไปไม่มากก้อน้อยล่ะ ตอนนี้เรานอนร้องไห้เเละคิดถึงลูกของเราตลอดเวลา เรารู้สึกว่าลูกของเราเป็นผู้ชาย เราตั้งชื่อว่าน้องกัปตัน เพราะเราชื่อนำด้วย ก มันชื่อนำด้วย ต เราเสียใจที่ทำกับเขาไปก่อนที่เราทำเเท้งเรา มันมาหาเราที่ห้องพี่เรา เเล้วเราก้อตรวจท้องอีกครั้งเเต่ตอนนี้ชัดเลยว่าเราท้องจริง เราน้ำตาไหลออกมา มันเข้ามาปลอบเราเเละกอดเราไว้เเล้วถามว่าเราจะเอายังงัย เราพูดว่าเราจะเอาออก (เพราะเรากลัวทางบ้านรู้ เเต่สุดท้ายเขาก้อรู้ เเต่ไม่ได้ว่าอะรัยมากมาย เราดีจัยมาที่ทางบ้านเราไม่ว่าอะรัย)  เรารูเเค่นี้ว่าเรารักลูกของเรามากเเละเสียใจมาด้วย ถึงเขาไม่ได้อยูกับเราเเล้ว (แม่ขอโทษที่ทำกับลูกเเบนี้)  จากคนบาปที่สำนึกผิด8
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราเป็นอีกคนที่เคยเข้าไปรักษาที่คลองตันมาแล้ว แต่จะบอกว่ามันไม่ได้เหมือนที่เค้าบอกๆกันมาเลย ตอนแรกฉันคิดว่าคงเหมือนคลอดลูกจริงๆ อย่างที่เธอบอก แต่ของฉันและอีกหลายๆคนที่ไปนอนร่วมชะตากรรมเดียวกะฉันนั้น แตกต่างที่สุด เริ่มจากเหน็บยาเหมือนกันทุกๆ 4 ชั่วโมงเช่นกัน พอเริ่มเม็ดแรก ความปวดก็เริ่มมาเยือนแต่แล้วเวลาก็ล่วงเลยไปถึงเม็ดที่สอง เค้าทั้งยัดยาเข้าไปให้ลึกที่สุดเท่าที่จะลึกได้ พร้อมกับเอานิ้วเหมือนกะว่าดึงสิ่งที่อยู่ข้างในออกมาด้วยในแต่ละครั้ง ซึ่งอยากจะบอกว่ายิ่งกว่าเจ็บอีกค่ะ คือมันเหนือคำบรรยายมาก มันเจ็บปวดที่สุดเท่าที่เคยเจอ เพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกะดิฉันบางคนก็คลอดในเม็ดที่สอง แต่ฉ้านเม็ดที่สี่ ยังไม่คลอดเลย จนหมอต้องตัดสินในทำคลอด เพราะเค้าอยากจะพักและกลับบ้านกันแล้ว เนื่องจากเป็นเวลาเลิกงาน หรือหมดกะเค้า ฉันคลอดตอน สองทุ่มโดยประมาณ เพื่อนๆคะ ดิฉันจะบอกว่าปวดท้องจะคลอดมันช่างแสนจะทรมานเหลือเกิน ขั้นตอนที่เค้าจะทำคลอดคือ เค้าจะมีคล้ายกระโถนเหล็ก สำหรับผู้ป่วยมาลองที่ก้นของเรา จากนั้นก็เริ่มเจาะถุงน้ำคล่ำ(กรณีที่ยังไม่แตก)และเค้าก็รอสักพักใหญ่ๆจากนั้นก็ลงมือ เค้าเริ่มใช้มือสอดเข้าไปล้วงเด็กที่อยู่ในท้องออกมา มันทั้งเจ็บ ทั้งปวด แบบทนไม่ไหวเลยทุกครั้งที่มีอะไรออกมาจากช่องคลองเราจะรู้สึกทุกครั้ง มันเหมือนก้อนเลือด กับอะไรที่ยาวๆออกมาซึ้งเค้าก็จะไม่ให้ดูนะคะ แล้วที่สำคัญคือเค้าทำคลอดงบนเตียงพักฟื้นของแต่ละคนเลยค่ะ ไม่ได้เข้าห้องที่มีขาหยั่งเลย มันทรมานมากจิงๆ เค้าดึง เค้ากด แบบไม่สนใจความเจ็บปวดของเราเลย จากนั้นเค้าก็จะให้นอนพัก ประมาณ 2-3 ชั่วโมงน่าจะได้ค่ะหรือไม่ก็รอจนกว่าจะหายเจ็บแผล ตอนคลอดเสร็จ มันรู้สึกเหมือนเราไม่ได้เป็นอะไรมาเลย ความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดขึ้นยาวนานมาเป็นวันๆมันหายหมดเลย เหลือก็แต่ ความเจ็บปวดในใจค่ะ ดิฉันถึงกับนอนร้องไห้ ในสิ่งที่ฉันตัดสินใจทำไป แต่แล้วไม่นานความเจ็บปวด ก็มาเยือนอีกแล้วค่ะ เค้าให้ขึ้นไปเช็คว่ามีลงเหลืออีกมั้ย ขั้นตอนนี้ได้ขึ้นไปบนขาหยั่งค่ะ ความเจ็บปวดไม่ต่างกันเลย อาจเพราะเราหายเจ็บมานานหลายชั่วโมงแล้วก็เป็นได้ พอมาล้วงอีกรอบเลยเจ็บเหลือเกิน ดิฉันเลือดไหลแทบหมดตัวเลยมั้งค่ะ ตั้งแต่คลอดอ่ะ พอทำขั้นตอนสุดท้ายเสร็จ เค้าก็ให้เปลี่ยนเสื้อผ้ากลับบ้าน อ่อ ดิฉันค้าง 1 คืน กดดันมากๆ เพื่อนคะดิฉันอยากจะบอกเพื่อนนะคะ อย่าพลาดเหมือนดิฉันเลย มันทั้งเจ็บ ทั้งทรมาน ถึงฉันจะรวบรวมความกล้ามาเป็นระยะเวลาพอสมควร จนอายุครรภ์ 5 เดือน เป็นเพราะท้องเริ่มใหญ่ขึ้นเลยตัดสินใจค่ะ ราคาที่ดิฉันเสียไปก็ 10250 บาทค่ะ ซึ่งจะว่าไปแล้ว มันไม่คุ้มกับราคาเลยค่ะ เพราะหารทำของเค้าไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย นอกจาก มือ ค่ะ ดิฉันเอาประสบการณ์มาแชร์กะเพื่อนๆค่ะ เผื่อเพื่อนๆจะตัดสินใจใหม่ไม่ทำอะค่ะ เพราะบอกได้คำเดียวมาเจ็บจริงๆ เสียงร้องของคนที่ไปนี่ระงมเลยค่ะ เพราะความเจ็บปวดทั้งนั้น เห็นหมอเค้าบอกว่ายิ่งท้องใหญ่จะยิ่งปวดมาก หวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยนช์ให้เพื่อนๆที่กำลังตัดสินใจไปทำไม่มากก็น้อยนะคะ และดิฉันขอให้ลูกของดิฉันอโหสิกรรมในสิ่งที่ฉันทำลงไป

    ฉันมันเลวจิงๆ....101
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราชอบข้อความนี้มากเราก็รู้สึกแบบนั้นและก็เสียใจจนถึงทุกวันนี้  '' ตั้งแต่เราท้อง เรารักแม่เรามากขึ้นเยอะเลยอ่ะ มันเป็นความผูกพันธ์ที่เกิดขึ้นมาเองเลย อยู่ดีๆเราก้อรักสิ่งมีชีวิตที่มาอยู่ในท้องเราโดยที่เรายังไม่รู้ว่าหน้าตาเค้าเป็นยังไง ''


    อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/board/view.php?id=565691#ixzz1A8kXkbAn
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราก้อเป็นอีกคนที่ท้องก่อนวัยอันควรซึ่งตอนนี้เราก้อกำลังท้องอยู่ด้วยเราท้องได้ประมาน 3-4 เดือนแล้วตอนนี้เราตัดสินใจแล้วว่าเราจะเอาออกเพราะเรากำลังจบมอ 6 อยู่ในช่างเอ็นทรานซ์ด้วยที่สำคัญเราไม่อยากท้องไม่มีพ่อเพราะเค้าทิ้งเราไปก่อนเราท้องประมาน 1 เดือนแล้วอีกอย่างเราก้อไม่ได้รักเค้าแล้วตอนนี้เรากลุ้มใจมากเราสงสารลูกเรารู้สึกเรารักเค้าไม่อยากเอาเค้าออกแต่จำเป็นจิงๆที่ต้องทำแบบนี้เราได้แต่ภาวนาขอให้เค้ากลับมาเป็นลูกเราอีกครั้งตอนที่เราพร้อมจะมีเค้าแล้วหมั่นทำบุญไให้เค้าทุกวันๆ แต่ปัญหาตอนนี้คือเราไม่กล้าที่จะบอกแม่เพราะเราไม่อยากจะทำไห้แม่เสียไจอีกเราทำไห้แม่เสียไจกะเรามามากพอแล้วส่วนพ่อเค้าคงรับไม่ได้กับเหตุการที่เกิดขึ้นแน่ๆเราไม่รู้ว่าเราควรจะทำยังไงต่อไปกะอนาคตดี เรากลัวกลัวทุกสิ่งกลัวทุกอย่างกลัวบาปกรรมแต่ถ้าไม่ทำก้อกลัวไม่มีอนาคต TT
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    รู้มั้ยว่าการที่เราไปเอาเด็กออกนั้น มันบาปแค่ไหน แล้วเมื่อเด็กคนนั้นที่กำลังจะเกิดแต่ว่าไม่ได้เกิดนั้นเป็นเพราะอะไร และเมื่อเค้าไม่ได้เกิดเค้าจะไปอยู่ที่ไหน เท่าที่ผมได้รับฟังเรื่องราวของกรรมในการทำแท้งมาจากพระทำให้ผมได้รู้ว่ามันเป็นบาปอย่างมาก
           สาเหตุส่วนใหญ่ในการทำแท้งคนส่วนมากมักจะอ้างว่าไม่พร้อม กลัวพ่อแม่รู้ กลัวไม่มีอนาคต กลัวว่าลูกที่เกิดมาจะเลียงดูเค้าได้ไม่ดี จึงจำเป็นต้องไปเอาเด็กออก แต่คุณรู้มั้ยว่ามันไม่จริงเลยมันเ็ป็นความ"เห็นแก่ตัว"ของคุณเอง คุณแค่กลัวไปเอง ดูอย่างคนที่จนๆไม่มีเงินเค้ามีลูกยังเลี้ยงลูกเค้าได้เลย ต่อให้อดแค่ไหนก็ตาม
           พอเด็กที่ตายไปแล้วจากการทำแท้งนั้นเค้าจะถูกจับไปอยู่ในที่ๆหนาวเย็นและมืดมิด มีแต่เสียงโหยหวนของเด็กมีมากมาย ว่า"หนูผิดอะไร"ทำไมแม่ถึงทำกับหนูได้ความทรมานนี้ไม่อาจจะบรรยายได้
    พระท่านบอกว่ากรรมในการทำแท้งนั้นไม่สามารถแก้ได้ เด็กจะตามมาเอาคืนเราไปตลอดทำอะไรก็ไม่ดีไม่เจริญ ผมก็แค่อยากเตือนคนที่กำลังคิดจะไปเอาเด็กออกว่าให้คิดใหม่ให้คิดว่าถ้าเด็กคนนั้นเป็นคุณโดยที่แม่กำลังจะเอาคุณออกคุณจะรู้สึกอย่างไร...
    1. ถ้าเราเป็นเด็กคนที่แม่เราจะเอาออก อาจจะคิดน้อยใจบ้างว่าทำไมถึงไม่เอาเราไว้ .... แต่ ถ้าเราเกิดมาแล้วทำให้แม่เรา หรือคนที่เรารักต้องลำบาก หรือไม่พร้อม ในอะไรหลายๆ อย่าง เราว่าเราไม่โกธรหรือไม่จองเวรจองกรรมต่อกันนะ ถ้าแม่เราเอาเราไว้ เราเกิดมาอาจทำให้ท่านต้องลำบาก เหน็ดเหนื่อยกว่าเดิม หรือต้องมีใครต่อใครมาว่าแม่เรา เราไม่ขอเกิดในตอนนั้นดีกว่า รอจนกว่าวันที่เค้าพร้อมที่จะเลี้ยงดูเรา ทำให้เรามีความสุข เราและแม่เราจะได้สุขทั้งสองฝ่าย .......

      เราเชื่อว่าแม่ทุกคนรักลูก ถึงแม้จะกระทำเช่นนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่า เค้าเหล่านั้นไม่ รัก ลูกนะ พูดได้อยู่หรอก แต่ถ้าเหตุการณ์นี้ไม่เกิดขึ้นกับตัวคุณเอง คุณไม่รู้หรอก ว่าทำไม

      ปล. เราไม่ได้สนับสนุนการทำแท้งนะ
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    บาปจากการทำแท้ง
    สำหรับผู้ที่มีอุปสรรคในเรื่องการตั้งครรภ์ คือตั้งครรภ์แล้วมิสามารถจะเลี้ยงลูกน้อยในครรภ์ได้จังไปทำแท้งนั้น ถือว่าเป็นบาปอย่างมหันต์ เพระเป็นการฆ่าคนเป็นการตัดชีวิตคนอื่น
    ผลแห่งบาปจึงค่อนข้างแรงนัก เชื่อกันว่า ผู้ที่ไปทำแท้งเอาลูกออกจะตกต่ำย่ำแย่ มีแต่เรื่องทุกข์ร้อนหรือไม่ก็จะพบกับช่วงชีวิตที่ลำบาก ไม่อาจเจริญรุ่งเรืองได้ซักที เหมือนมีอะไรมาถ่วงอยู่
    และจะล้ม ๆ ลุก ๆ เช่นนั้นไปเนิ่นนานถึง 7 ปี
    ดังนั้น ทั้งชายและหญิง ( ไม่ใช่แต่ฝ่ายหญิงเท่านั้น ) หากคุณเคยได้ทำบาปกับชีวิตน้อย ๆ ที่เป็นลูกของคุณเอง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ขอให้เร่งรีบทำบุญสะเดาะเคราะห์อย่างเคร่งครัดจริงจัง แล้วทุกข์ที่มีจะหมดสิ้น
    เชื่อกันว่า ชีวิตจะรุ่งเรืองทันตาเห็น แต่จะต้องทำบุญดังต่อไปนี้
    ไปซื้อปลาในตลาดสด แล้วนำไปปล่อยที่แม่น้ำ อย่าปล่อยในบึง-คลองเล็ก ๆ จะซื้อทีละกี่ตัวก็ได้ ตามแต่กำลังทรัพย์ที่มี
    • ต้องปล่อยปลาให้ครบตามอายุของตน เช่น ถ้าอายุ 25 ปี ก็ให้ปล่อยปลา 25 ตัว
    • ต้องนับจำนวนปลาแยกกับอีกฝ่ายหนี่ง เช่น ถ้าภรรยาอายุ 25 ปี สามีอายุ 30 ปี ก็แสดงว่าทั้งคู่จะต้องปล่อยปลาทั้งสิ้น 55 ตัว คือฝ่ายตัวหญิงปล่อยปลา 25 ตัว และฝ่ายชายปล่อยให้ครบ 30 ตัว
    • การทำบุญเช่นนี้ไม่มีระยะเวลากำหนด คุณจะทำให้เสร็จใน 1 เดือน 6 เดือน หรือ1 ปีก็ได้ถ้าทำให้ครบโดยเร็วก็จะหมดเคราะห์ได้เร็ว
    คนเฒ่าคนแก่ได้แนะแนวการทำบุญเช่นนี้ไว้ และได้เสริมว่า นอกจากการทำบุญปล่อยปลาให้ครบตามอายุแล้ว ยังจะต้องทำสังฆทานทุก 1 เดือน หรือทุก 3 เดือนให้ครบ 7 ครั้ง จึงจะหมดเคราะห์และรุ่งเรืองสืบไป


    คัดลอกจากหนังสือพุทธมนต์คาถา


    และอีกในหนังสือเล่มหนึ่ง เป็นหนังสือคู่มือสวดมนต์ วิธีแก้กรรม สะเดาะเคราะห์ ได้บอกถึงวิธีแก้กรรมจากการทำแท้งดังต่อไปนี้

    ทำแท้งลูกโดยเจตนาหรือไม่เจตนา

    ต้องขอขมากรรม ให้จุดธูป 3 ดอก กลางแจ้ง ตั้งนะโม 3 จบ ว่า “ข้าพเจ้าชื่อ.......ขอขมากรรมวิญญาณลูก พ่อและแม่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ขอ
    อโหสิกรรมให้ขาดจากกัน” จะทำบุญใส่บาตรด้วยพระสะดุ้งมาร 3 นิ้ว พร้อมอาหาร ทำใส่บาตรตอนเช้า แล้วกรวดน้ำขณะที่พระให้พร ตั้งนะโม 3 จบ กุศลผลบุญที่ทำบุญใส่บาตรพร้อมกับพระสะดุ้งมาร ขอให้เจ้ากรรมนายเวร คือวิญญาณลูกรับแล้ว ขอให้ไปเกิดบนศาลา ขอให้อโหสิกรรมให้ขาดจากกันเดี๋ยวนี้ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสำเร็จ โชคลาภ ทำสิ่งใดก็ขอให้สำเร็จ ผู้ที่ทำแท้งลูกจะโดยธรรมชาติหรือไม่ แม้กระทั่งหมอพยาบาล ผู้ร่วมมือให้เงิน พาไปเป็นธุระเห็นดีด้วย จะเป็นตราบาปมาก วิญญาณเด็กจะอาฆาต เพราะดวงวิญญาณไม่สามารถกลับโลกเดิมได้ ต้องเวียนว่ายอยู่ในสภาพมีแต่นาม (วิญญาณ) ไม่มีรูป ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ จนกว่าจะสิ้นอายุขัย จึงกลับศูนย์ดุลยกรรม เพราะการเกิดเป็นมนุษย์แสนยาก ต้องการมาสร้างบารมีใช้กรรม ผู้กระทำจะทำมาหากินไม่ขึ้น เจ็บปวด แตกร้าว ทุกข์ ผิดหวัง ลาภก็ถูกปิดกั้น
    แก้กรรมเสร็จแล้วต้องหมั่นทำความดี กตัญญูต่อบิดามารดาและผู้มีพระคุณ จากกรรมหนักจะกลายเป็นเบา ถ้ากรรมเบาก็จะหายไป


    จากการเผยแพร่บทความธรรมะนี้ข้าพเจ้าขออุทิศให้แก่เจ้ากรรมนายเวร คือวิญ
    ญาณลูกๆ ของข้าพเจ้า

    ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอุทิศผล บุญกุศลนี้ไปให้ไพศาล
    ถึงบิดามารดาครูอาจารย์ ทั้งลูกหลานญาติมิตรสนิทกัน
    คนเคยร่วมทำงานการทั้งหลาย มีส่วนได้ในกุศลผลบุญของฉัน
    ทั้งเจ้ากรรมนายเวรและเทวัญ ขอให้ท่านได้กุศลผลบุญนี้เทอญ
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    วิธีแก้กรรมจากการทำแท้งดังต่อไปนี้

    ทำแท้งลูกโดยเจตนาหรือไม่เจตนา

    ***(การขอขมากรรมนี้ผู้ทำจะต้องมีความสำนึกในความผิดนั้นจริงๆและอยากจะขอขมาเพื่อให้เด็กที่ถูกทำแท้งอโหสิกรรมให้ไม่ใช่เพียงเพื่อความสบายใจหรือทำเพื่อให้ผ่านไปหวังให้ชีวิตตัวเองดีขึ้นเท่านั้นแต่ต้องมีความตั้งใจและสำนึกจริงๆ)

    ต้องขอขมากรรม ให้จุดธูป 3 ดอก กลางแจ้ง ตั้งนะโม 3 จบ ว่า “ข้าพเจ้าชื่อ.......ขอขมากรรมวิญญาณลูก พ่อและแม่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ขอ
    อโหสิกรรมให้ขาดจากกัน” จะทำบุญใส่บาตรด้วยพระสะดุ้งมาร 3 นิ้ว พร้อมอาหาร ทำใส่บาตรตอนเช้า แล้วกรวดน้ำขณะที่พระให้พร ตั้งนะโม 3 จบ กุศลผลบุญที่ทำบุญใส่บาตรพร้อมกับพระสะดุ้งมาร ขอให้เจ้ากรรมนายเวร คือวิญญาณลูกรับแล้ว ขอให้ไปเกิดบนศาลา ขอให้อโหสิกรรมให้ขาดจากกันเดี๋ยวนี้ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสำเร็จ โชคลาภ ทำสิ่งใดก็ขอให้สำเร็จ ผู้ที่ทำแท้งลูกจะโดยธรรมชาติหรือไม่ แม้กระทั่งหมอพยาบาล ผู้ร่วมมือให้เงิน พาไปเป็นธุระเห็นดีด้วย จะเป็นตราบาปมาก วิญญาณเด็กจะอาฆาต เพราะดวงวิญญาณไม่สามารถกลับโลกเดิมได้ ต้องเวียนว่ายอยู่ในสภาพมีแต่นาม (วิญญาณ) ไม่มีรูป ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ จนกว่าจะสิ้นอายุขัย จึงกลับศูนย์ดุลยกรรม เพราะการเกิดเป็นมนุษย์แสนยาก ต้องการมาสร้างบารมีใช้กรรม ผู้กระทำจะทำมาหากินไม่ขึ้น เจ็บปวด แตกร้าว ทุกข์ ผิดหวัง ลาภก็ถูกปิดกั้น
    แก้กรรมเสร็จแล้วต้องหมั่นทำความดี กตัญญูต่อบิดามารดาและผู้มีพระคุณ จากกรรมหนักจะกลายเป็นเบา ถ้ากรรมเบาก็จะหายไป


    จากการเผยแพร่บทความธรรมะนี้ข้าพเจ้าขออุทิศให้แก่เจ้ากรรมนายเวร คือวิญญาณลูกๆ ของข้าพเจ้าไม่ว่าจะภพภูมิใดก็ตาม

    ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอุทิศผล บุญกุศลนี้ไปให้ไพศาล
    ถึงบิดามารดาครูอาจารย์ ทั้งลูกหลานญาติมิตรสนิทกัน
    คนเคยร่วมทำงานการทั้งหลาย มีส่วนได้ในกุศลผลบุญของฉัน
    ทั้งเจ้ากรรมนายเวรและเทวัญ ขอให้ท่านได้กุศลผลบุญนี้เทอญ
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องทำการขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
refer: