ตามรอยเจ้าชาย “จิกมี่”.... ภูฎานแดนสวรรค์ที่ “ยาก”สัมผัส

Me-LOdy 610638 0.00 1,578 25 มิ.ย. 49 09:43 น.
ความคิดเห็น

3

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

              การกำหนดให้ใช้ ความสุขรวมของประชาชาติ หรือ GNH (Gross National Happiness)มาเป็นตัววัดความเจริญประเทศของกษัตริย์ภูฏาน จิกมี ซิงเย วังชุก แทนการวัดด้วย ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ หรือ GNP (Gross National Product)ทำให้ภูฎานเป็นประเทศที่ไม่เหมือนใคร เต็มไปด้วยธรรมชาติและรักษาวัฒนธรรมทางพุทธศาสนาที่หาดูได้ยากในสังคมปัจจุบัน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวคนไทยจำนวนมากต้องการไปสัมผัสแผ่นดินที่มี อาณาเขตติดกับเทือกเขาหิมาลัยแห่งนี้
       
       ไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับการเดินทางเข้าประเทศภูฏาน ถึงแม้ว่าจะมีปริมาณความต้องการของนักท่องเที่ยวไทยมากสักเพียงใด แต่ด้วยข้อกำหนดกฎเกณฑ์ที่ยุ่งยากและยังไม่ชัดเจนส่งผลให้การตามรอย เจ้าชาย “จิกมี่”มุ่งสู่ภูฎานของนักท่องเที่ยวไทยเริ่มส่อแววสะดุด หากจะดูจากโควตาจำนวนนักท่องเที่ยวที่ถูกจำกัดทั้งประเทศไม่เกิน 5,000 คนต่อปี โดยมีคนไทยไปเที่ยวปีหนึ่งไม่ถึง 100 คน ขณะที่สายการบินที่เปิดให้บริการระหว่างกรุงเทพ-พาโร มีเพียง 2 ไฟต์ต่อสัปดาห์เท่านั้น หรือแม้แต่ค่าเหยียบแผ่นดินที่ถูกกำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาทต่อคนและต้องอยู่ท่องเที่ยวในประเทศต่อคนไม่ต่ำกว่า 10 วัน ข้อจำกัดดังกล่าวสร้างความลำบากใจให้กับบริษัทนำเที่ยวของไทยในการวางแผนโปรแกรมนำเที่ยวภูฎานเป็นอย่างมาก
       
       อเนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) กล่าวกับ “ผู้จัดการรายสัปดาห์”ว่า ภูฏานเป็นประเทศปิดและไม่เปิดให้เข้าไปท่องเที่ยวได้อย่างอิสระ และทุกครั้งในการท่องเที่ยวต้องขออนุญาตกับทางรัฐบาลก่อน เพราะรัฐบาลจะหวงแหนรักษาธรรมชาติและวัฒนธรรมในประเทศมาก
       
       ดังนั้น การทำการตลาดโดยตรงเพื่อขนคนเข้าประเทศภูฏานจึงค่อนข้างลำบาก ประกอบกับการเดินทาง และพิธีการผ่านเข้า-ออกประเทศรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกจึงไม่สะดวกเหมือนประเทศท่องเที่ยวทั่วไป ไม่มีรถยนต์ให้บริการจะมีก็แค่เพียงการเดิน และขี่ม้า จึงทำให้ไม่เป็นที่รู้จักของคนไทยมากนัก แต่เมื่อเจ้าชายจิกมีได้เสด็จฯมาร่วมงาน จึงทำให้ชื่อภูฏานเริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นและมีประชาชนหลายกลุ่ม เริ่มสอบถามรายละเอียดจากบริษัททัวร์ ถึงการเดินทางไปเที่ยวในภูฏานกันมาก

              “การติดต่อเพื่อขอข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับภูฏานทางสมาคมฯดำเนินการแล้วอย่างเต็มที่ในทุกๆด้าน แต่ยังไม่ได้รับความชัดเจนใดๆออกมาจากประเทศภูฎานเอง แม้แต่สถานทูตที่ประจำในประเทศไทยก็แทบไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วคาดว่าค่อนข้างลำบากสำหรับการวางแผนการตลาดเพื่อโปรโมตให้คนเดินทางไปท่องเที่ยว”อเนก กล่าว
       
       ขณะเดียวกันขวัญชัย เมืองจันทร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัทฮอลิเดย์ ไลฟ์ แทรเวล แอนด์ ทัวร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดทัวร์ไปยังแถบเอเชียใต้เช่นเนปาล ภูฏานและทิเบต กล่าวถึงอนาคตอันใกล้ได้เตรียมวางแผนโปรแกรมท่องเที่ยวไว้แล้วโดยมีกำหนดไม่เกิน 3 คืน 4 วันเท่านั้น ซึ่งขัดแย้งกับความเป็นจริงที่รัฐบาลภูฎานต้องการให้พักอยู่ไม่ต่ำกว่า 10 วันต่อคน
       
       “หากข้อเท็จจริงเป็นเช่นนี้ ทางบริษัทก็จำเป็นต้องปรับแผนโปรแกรมท่องเที่ยวใหม่ อาจจะเปลี่ยนสถานที่พักเป็นประเทศใกล้เคียงและใช้ภูฎานเป็นเพียงแค่การแวะเข้าไปเยี่ยมชมเท่านั้น”ขวัญชัย กล่าว
       
       แม้ว่าเส้นทางตามรอยเจ้าชาย “จิกมี่”จะยุ่งยากลำบากสักเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่โดนใจทำให้นักท่องเที่ยวไทยอยากไปสัมผัสดินแดนภูฎานแห่งนี้สักครั้งในชีวิตคือแง่คิดของเจ้าชายที่ว่า “ความสุขมวลรวมของคนในประเทศสำคัญกว่าสิ่งใดๆทั้งปวง” ด้วยเหตุผลนี่เองคือที่มาของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน รวมทั้งการอนุรักษ์และส่งเสริมค่านิยมทางวัฒนธรรมตามด้วยการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ พร้อมส่งเสริมความเที่ยงธรรมและธรรมาภิบาล คือจุดขายอันโดดเด่นในแง่ของแหล่งท่องเที่ยวที่ประเทศภูฏานแห่งนี้ได้ถูกสรรสร้างขึ้นมาด้วยความตั้งใจ เพียงเพราะต้องการให้ประชาชนภายในประเทศมีความสุขอย่างแท้จริง
       
       นี่คือ “หลักเศรษฐกิจพอเพียง” ของ “ในหลวง” ของเรานั่นเอง เป็นหลักปรัชญาพัฒนาประเทศที่อยู่ตรงกันข้ามกับ “โลกทุนนิยม” ที่มุ่งใช้ “ความโลภ” เป็นตัวกระตุ้นในการพัฒนา เพื่อ “กระตุ้นความโลภ” ให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนไม่มีที่สิ้นสุด
       
       ขณะเดียวกันความพอเพียง ไม่ใช่ความยากจน แต่เป็นความสุข เพราะไม่ต้องไปดิ้นรนจนเป็นหนี้เป็นสิน เพื่อตอบสนองความต้องการที่เกิดจากความโลภอันไม่มีที่สิ้นสุด
       
       ซึ่งถ้าคนไทยทุกคน รู้จักนำ “หลักเศรษฐกิจพอเพียง” มาใช้ใน การดำเนินชีวิต และการดำเนินธุรกิจ หรือใช้ในการพัฒนาประเทศ รับรองว่า คนไทยจะมีความสุขอย่างเหลือล้น โดยไม่ต้องสนใจว่าจีดีพีจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงกี่เปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน.
       
       ขณะเดียวกันความเป็นประเทศปิดเพื่อรักษาวัฒนธรรมประจำชาติให้คงไว้ โดยไม่ต้องการให้แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติต้องถูกทำลายไป อีกทั้งข้อมูลทุกอย่างถูกปิดกั้นห้ามนำเสนอ ดังนั้นการทำตลาดเพื่อโปรโมตให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปยังภูฏานของผู้ประกอบการท่องเที่ยวของไทยจึงไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลย...ทำให้แผนการนำเสนอเส้นทางตามรอยเจ้าชาย “จิกมี่”จึงเป็นเพียงแค่ความฝัน...แต่นักท่องเที่ยวคนไทยต่างก็ภาวนาให้ความฝันนั้นกลับกลายเป็นจริงขึ้นมาโดยเร็ว...ถึงแม้จะต้องรอนานสักเท่าไรก็ตาม...





เครดิต = http://www.manager.co.th/mgrweekly/viewnews.aspx?newsID=9490000080751&#Vote



PS.  Friendship often ends in love, but love in friendship - never.

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 เวลา 10:25 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

3

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สวยดีอะ....อยากไป
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เข้ายากอย่างนี้ คงต้องฝันอีกนาน(อยากเป็นหนึ่งใน5000คนที่เข้าไปได้จัง)
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    นาคาแลนด์ ทัวร์ แอนด์ ทราเวล จำกัด
    Package Tour to the kingdom of Bhutan
    ภูฎาน : ดินแดนพุทธศาสนาบนเทือกเขาหิมาลัยอาณาจักรแห่งมังกรสายฟ้า
    ชมเมือง พาโร – ทิมปู – ปูนาคา พร้อมร่วมพิธีจุดประทีปพันดวงเพื่อเป็นพุทธบูชา ณ. วัดหลวงทิมปู ในจำนวนจำกัด เดินทางวันที่ 12-16 มิถุนายน 2552 5วัน/4คืน  สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-185-2765 / 081-988-9553 email sincesl45@hotmail.com คุณ ชนินทร์ (ซิ้น)1
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: