ข้อสอบฟิสิกส์ (สุดยอดอัจฉริยะ)

ความคิดเห็น

31

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

เอามาจาก FW Mail จ้า เพื่อนๆก็ลองอ่านแล้วก็คิดตามดูน้า^^



ข้อสอบฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัย และคำตอบของนักศึกษาคนหนึ่ง
โจทย์ข้อหนึ่งในข้อสอบวิชาฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนมีดังนึ้

"จงอธิบายว่าท่านจะใช้บารอมิเตอร์วัดความสูงของตึกระฟ้าได้อย่างไร"

รู้จักกันนะครับ ว่าบาร์รอมิเตอร์นี่ก็คือเครื่องมือวัดความกดอากาศนั่นเอง
(อธิบายเพิ่มเติมก็คงต้องบอกว่า อากาศนั้นมันมีน้ำหนักหรือมีแรงกดนั่นเอง
และแรงกดของอากาศนั้นเมื่ออยู่ในระดับความสูงที่เปลี่ยนไป ความกดอากาศก็เปลี่ยนไปด้วย)

นักศึกษาคนหนึ่งเขียนคำตอบลงไปว่า

"เอาเชือกยาวๆ ผูกกับบารอมิเตอร์แล้วหย่อนลงมาจากยอดตึก แล้วก็เอาความยาวเชือกบวกความสูงบารอมิเตอร์ก็จะได้ความสูงของตึก"
.
.
.
.

ฟังดูเป็นอย่างไรครับคำตอบนี้ ผมฟังครั้งแรกผมยังอมยิ้มเลยครับ
แต่อาจารย์ที่ตรวจข้อสอบไม่นึกขันอย่างผมด้วย
อาจารย์ตัดสินให้นักศึกษาคนนั้นสอบตก
นักศึกษาผู้นั้นยืนยันต่ออาจารย์ที่ปรึกษาว่า
คำตอบของเขาควรจะถูกต้องอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง
และคำตอบของเขาก็สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์
ทางมหาวิทยาลัยจึงตั้งกรรมการชุดหนึ่งมาตัดสินเรื่องนี้
และในที่สุดคณะกรรมการก็มีความเห็นตรงกันว่า
คำตอบนั้นถูกต้องอย่างแน่นอน
แต่เป็นคำตอบที่ไม่แสดงถึงความรู้ความสามารถทางฟิสิกส์ ดังนั้น
เพื่อเป็นการแก้ข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น
ทางคณะกรรมการจึงให้เรียกนักศึกษาคนนั้นมา
แล้วให้สอบข้อสอบข้อนั้นอีกครั้งหนึ่งต่อหน้า โดยให้เวลาเพียง 6 นาที
เท่ากับเวลาในการสอบข้อสอบเดิม
เพื่อหาคำตอบที่แสดงให้เห็นถึงความรู้ทางด้านฟิสิกส์

หลังจากผ่านไป 3 นาที นักศึกษาคนนั้นก็ยังนั่งนิ่งอยู่
กรรมการจึงเตือนว่า เวลาผ่านไปครึ่งหนึ่งแล้วจะไม่ตอบหรืออย่างไร
นักศึกษาหัวรั้นจึงตอบว่า เขามีคำตอบมากมายที่เกี่ยวกับฟิสิกส์
แต่ไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะใช้คำตอบไหนดี
และเมื่อได้รับคำเตือนอีกครั้ง
นักศึกษาจึงเขียนคำตอบลงไปดังนี้

ให้เอาบารอมิเตอร์ขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกและทิ้งลงมา จับเวลาจนถึงพื้น, ความสูงของตึกหาได้จากสูตร H=0.5g*t กำลัง 2
หรือถ้าแดดแรงพอ
ให้วัดความสูงบารอมิเตอร์แล้วก็วางบารอมิเตอร์ให้ตั้งฉากพื้น แล้ววัดความยาวของเงาบารอมอเตอร์
จากนั้นก็วัดความยาวของเงาตึก แล้วคิดด้วยตรีโกณมิติก็จะได้ความสูงของตึกโดยไม่ต้องขึ้นไปบนตึกด้วยซ้ำ

หรือถ้าเกิดอยากใช้ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์มากกว่านี้
ก็เอาเชือกเส้นสั้นๆ มาผูกกะบารอมิเตอร์แล้วแกว่งเหมือนลูกตุ้ม ตอนแรกก็แกว่งระดับพื้นดิน แล้วก็ไปแกว่งอีกทีบนดาดฟ้า ความสูงของตึกจะหาได้จาก ความแตกต่างของคาบการแกว่ง
เนื่องจากความแตกต่างของแรงดึดดูดจากจุดศูนย์กลางของมวล
คำนวณจาก T = 2 พาย กำลัง 2 รากที่ 2 ของ l/g

ถ้าตึกมีบันไดหนีไฟก็ง่ายๆ
ก็เดินขึ้นไปเอาบารอมิเตอร์ทาบแล้วก็ทำเครื่องหมายไปเรื่อยๆ
จนถึงยอดตึกนับไว้คูณด้วยความสูงของบารอมิเตอร์ก็ได้ความสูงตึก

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่น่าเบื่อและยึดถือตามแบบแผนจำเจซ้ำซาก
คุณก็เอาบารอมิเตอร์วัดความดันอากาศที่พื้นและที่ยอดตึก คำนวณความแตกต่างของความดันก็จะได้ความสูง

ส่วนวิธีสุดท้ายง่ายและตรงไปตรงมาก็คือ
ไปเคาะประตูห้องภารโรง [ไม่มีผ้าเหลืองนะ] แล้วบอกว่า อยากได้บารอมิเตอร์สวยๆ ใหม่เอี่ยมสักอันไหม ช่วยบอกความสูงของตึกให้ผมทีแล้วผมจะยกให้.
.
.
.
.

นักศึกษาคนนั้นคือ นีล โบร์
ผู้ได้รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปีค.ศ.1922

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 14 กรกฎาคม 2555 เวลา 23:17 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

31

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราว่านะ  คำนวณความสูงของตึกแต่ะละชั้น  แล้วคูณจำนวนชั้นไป

    ไม่ก้อ  ไปถามวิศวกรที่ก่อสร้างตึกนี้ดู  รับรอง  คำตอบถูกเผง -*-


    PS.  + + + เ ร า . . . กั บ เ ง า ยั ง ไ ม่ เ ห มื อ น กั น . . . แ ล้ ว จ ะ ห วั ง อ ะ ไ ร กั บ ค น อื่ น . . . ใ ห้ เ ห มื อ น เ ร า + + +
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ้าว  แอ๊บโง่!!!!

    เค้าให้เกี่ยวกับบารอมิเตอร์ด้วยนี่หว่า  หุ ๆ ๆ ++++
    PS.  + + + เ ร า . . . กั บ เ ง า ยั ง ไ ม่ เ ห มื อ น กั น . . . แ ล้ ว จ ะ ห วั ง อ ะ ไ ร กั บ ค น อื่ น . . . ใ ห้ เ ห มื อ น เ ร า + + +
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    งืมๆๆๆๆ เก่งจางงงง
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อืมๆๆๆๆก็ดีนะ  เก่งดี  อยากคุยกับเธออะ เรียนสายวิทย์ใช่ป่าว นี้

    som--cheng@hotmail.com  เมล์เรานะ คุยกาน มีเรื่องอยากถามเยอะเลยอะ


    PS.  ในโลกนี้ !! ไม่มีใครเก่งแต่เกิดหรอก ถ้าเรามีความพยายามสะอย่าง อย่าท้อแท้กับเรื่องเล็กๆๆแค่นี้ สู้ๆๆ มาเยี่ยมเราบางนะ ไอดีนะ
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราก็สายวิทอะ อยุ่ม.5อยุ่เลย



    ที่คิดไว้ก้อ ตรีโกนแหละ หลักสามเหลี่ยมคล้ายอะ



    เพราะยังไม่รุเลยบอรอมิเตอร์มันทำไรได้บ้าง- -"
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ทึ่งแบบวิธีที่หาการแกว่งของคาบเวลาอ่ะ
    เพราะที่คิดไว้ตรงกะวิธีแรกอ่ะ
     
    สุดยอดๆๆๆ
    PS.  ::: อดทนเวลาที่ฝนพรำ อย่าน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ สู้ๆ เพื่อ THAMMASAT :::
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สุดยอด >O<
    PS.  ,, ถึงพายุจะแรงกล้าเพียงใด ภูผาก็มิอาจลู่ตามลม ,,
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    นีล โบร์ ชอบเพราะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เก่ง คิดกฏของตัวเองขึ้นมา ให้เราได้เรียน อยากคิดได้อย่างนั้นบ้างจัง!!
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ชอบกระทู้แบบนี้ครับ
    สนับสนุนสุดตัววววววววววววววววววว
    "เด็กไทย สู้เค้า"
    สำหรับผม
    "จำนวนเฉพาะคือความหวังสูงสุด"
    แต่แอบโง่ อ่ะ 555+


    PS.  "So we fix our eyes not on what is seen, but on what is unseen. For what is seen is temporary, but what is unseen is eternal." [2 Corinthians 4: 18]
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อยากคิดแบบนั้นได้บ้างจังอ่ะ


    PS.  สิ่งสำคัญที่สุดในการเดินทางมิใช่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นการเดิน กับ ทาง ต่างหาก
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สุดยอดจริงๆเลยนะเนี่ย


    PS.  Love is like the wind, You can't see but You can Feel.
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    โคดเก่งอ่ะ คิดได้งัยฟระ นีล โบร์ ไว้อยู่มหาลัยจะเอาไปใช้มั่ง (จะเรียนวิทยา ฟิสิกส์อยู่แร้ว น่าสนๆ ^^)
    PS.  ใครสนใจ/มีปัญหาทางด้านดาราศาสตร์ หรือ ต้องการข้อมูลดาราศาสตร์ทำรายงาน มาเข้า ID ชมรมดาราศาสตร์ Dek - D ได้เลยง้าบ ได้เลยง้าบบบบบบบ
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สุดยอด คิดได้ตั้งหลายวิธี
    PS.  ไปเยี่ยมไอดีได้ที่ http://my.dek-d.com/sorbit/ นะคะ แล้วจะไปเยี่ยมทุกคนเลยคะ
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราว่านะมันไม่เห็นยากเลยอะ

    อ่านแล้วก้อรู้เลยว่าต้องคิดไง

    วิธีหาคาบก้อเคยเรียนกันมาแล้วเป็นวิธีพื้นฐานสุดๆใครก้อคิดได้

    มันอยู่ในเรื่อง simple harmonic ไง

    ง่ายกว่าข้อสอบวิดวะจุฬาตั้งเยอะ

    ใครอยากเข้าก้อทำใจไว้เลยอ่ะ

    มีแต่ข้อสอบแบบนี้แหละ...
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เรียนวิทย์-คณิตอ่ะพูดด้ายคำเดียวว่าอ่ะนะ

  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เก่งสุดยอดเลยอะ

    นับถือจิงๆ
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เป็นข้อเท็จจริงหลายๆข้อ ที่ดีครับ แต่เท่าที่อ่านดูถ้าผมทำข้อสอบฟิสิกส์แล้วตอบกวนๆอย่างนี้กิน fish physic  แน่ๆเลย อิอิ อยากคุยด้วยอ่าช่วยแอดเมลย์มาทีได้ปะครับ        

                                            ******   wiriya00@hotmail.com

    ยินดีรับฟังและให้คำปรึกษาทุกเรื่อง
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    .........................................แล้วก็ผ่านไป
    อยากเก่งฟิสิกส์อ่ะ  ทำไง
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอแสดงความนับถือ  

    คิดได้งัยกับคำตอบโครตทึ่งเลย

    เราก็ชอบฟิสิกส์แตต่คิดไม่ได้ขนาดนั้นเลย
  20. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราว่าฟิสิกส์ยากมากเลยนะคนที่เรียนฟิสิกส์แล้วเข้าใจได้เร็วเราว่าคนพวกนี้เก่งมากเลยขนาดเรายังมาจะ  1 ปี แล้วยังไม่ค่อยเข้าใจเลย  เก่งมาก  เราขอนับถือ
  21. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

      ++++++++++++++55555555555555555+++++++++++++++++!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
  22. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ที่จริงน่าจะใช้วิธีไหนก็ด้ แค่ให้ได้คำตอบที่ถูกออกมาก็พอ
    รู้สึกว่าอาจารจะเรื่องเยอะนะ

    PS.  บ้าระห่ำ ซาดิส ไร้เดียงสา โหดร้ายแบบไม่เจือปน
  23. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เค้าคงคิดว่า ทำไมต้องคิดในวิธีที่มันมีอยู่แล้วมั้งครับ  การคิดในวิธีอื่นที่ไม่มีคนเคยคิดใว้ มันส์กว่าตั้งเยอะ สำหรับคนที่ฉลาดน่ะนะ
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: