ผู้พิพากษา กะ อัยการ ต่างกันยังไงหยอ???

ความคิดเห็น

34

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
1

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

อยากทราบจังเยยค่ะว่า ผู้พิพากษา กะ อัยการ ต่างกันยังไง แล้วแต่ละอย่างมีรายละเอียดอย่างไร ช่วยตอบหน่อยน้า~~~~


PS.   A live without love,is no life at all ชีวิตที่ปราศจากความรัก มันไม่ใช่ชีวิตหรอก

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 เวลา 23:28 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

34

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
1
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ตอบหน่อยจิทุกคน

    PS.   A live without love,is no life at all ชีวิตที่ปราศจากความรัก มันไม่ใช่ชีวิตหรอก
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อัยการ ร่วมพิจารณาคดี เป็นเสียงส่วนใหญ่ ที่ต้องร่วมกันลง ค เห็น



    ผู้พิพากษา ผู้นั่งบัลลังก์ มีอำนาจซักถาม และ มีสิทธิ์ขาดในการตัดสิน เป็นได้เฉพาะผู้ชาย
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อัยการเป็นเหมือนทนายของโจทก์ในคดีนั้น อาจเป็นจำเลยได้ในบางกรณี



    แต่พู้พิพากษาจะเป็นคนตัดสินของคดีนั้น(ใหยที่สุดอะแหละมั้ง)



    ก็ประมานนี้แหละ


    PS.  ~*หากไม่รู้จักเจ็บปวด ก็คงไม่ซึ้งถึงความสุขใจ-*~
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คห.2 ครับ ผู้ ญ ก็เป็นได้นะผู้พิพากษา
    PS.  ~*หากไม่รู้จักเจ็บปวด ก็คงไม่ซึ้งถึงความสุขใจ-*~
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คห2ค่ะ

    ไปเอามาจากไหนที่ว่าผู้พิพากษาเปนได้แค่พุชาย

    พุหยิงก้อเปนได้ค่ะ

    น้าเรายังเป็นเรยนะค่ะ
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ตอนนี้ พ่อเราเป็นอัยการอะนะ

    ลองฟังดู คือว่าอัยการเนี่ย จะเป็นคนที่พิจารณาคดีก่อนว่า จะฟ้องหรือไม่ฟ้อง

    ถ้าฟ้องก้อจะส่งให้ศาลต่อไป

    แล้วผู้พิพากษา ก้อจะทำหน้าที่ตัดสินคดีอีกที แต่อัยการก็ยังมาร่วมเป็นทนายอีกที

    (ประมาณนี้แหละ) แล้วที่สำคัญ ผู้หญิงหรือผู้ชายก้เป็นได้ทั้งนั้นแหละ
    1. ผู้หญิงเป็นได้จริงหรอคะว้าว
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    -*- มันมั่วจริงๆด้วย

    ล่าสุดผู้พิพากษาที่ได้รับการแต่งตั้งก็เป็นผู้หญิงด้วยนะ

    อัยการเป็นผู้สั่งฟ้อง/ส่งฟ้อง

    ผู้พิพากษาเป็นผู้ตัดสินคดี

    *ในกรณีที่เป็นอาญาแผ่นดินเช่น ชกกันแล้วไม่มีใครเอาเรื่องตำรวจเอาเรื่องได้ ส่งให้อัยการทำเรื่องฟ้องและเป็นโจทย์ฟ้องคดีเองเลยได้ รวมถึงคดีที่มีคนมาจ้างแทนก็ได้อ่ะนะ



    การจะเป็นอัยการได้จะต้องจบนิติศาสตร์จากสถาบันที่ได้รับการรับรองจากสำนักเนติบัญดิด

    และไปเรียนเนติให้จบแล้วสอบเอาอีกที

    ผู้พิพากษาเรียนเนติให้จบแล้วไปสอบได้เลยโดยมีการสอบข้อเขียน 3 ครั้ง ต้องผ่านทั้งหมดบางคนใช้เวลาเป็น10ปี แล้วไปสอบสำพาด ถ้าสอบตกสำพาด ให้สอบใหม่ได้ 1 ครั้ง ถ้าตกอีกให้ไปสอบข้อเขียนใหม่ -*- แล้วบางคนที่10ปีผ่านก็ถอดใจ   จบ-*-
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อัยการกับทนายมันมาเกี่ยวไรกันครับ ความคิดเห็นที่ 6  จะมาเป็นทนายได้ไง -*-

    ทนายส่วนทนายเด้ะ
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไปเอามาจากหนายยยยย ^^ ที่ว่า...ผู้พิพากษาเป็นได้แต่ผู้ชายน่ะ
    เหอๆ มั่วได้เรื่องเจงๆ >_<


    PS.  การแอบรักที่แท้จริง คือ การรักใครสักคน.. โดยที่มีคนรู้แค่คนเดียว ^^ คนๆนั้นคือตัวเรา
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ถามหน่อย ผู้ ญ เป็นนับคนได้ เลย ถึงได้บอกไง โลกนี้เป็นของผู้ชาย
    1. 10-1
      guest
      เรียกร้องความยุติธรรม
      เรียกร้องความยุติธรรม 110.78.161.99
      เดี๋ยวนี้ผู้หญิกับผู้ชายเขาเท่าเทียมกันแล้วค่ะคุณ555อย่าดูถูกผู้หญิงหน่อยเลยโกรธ
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อัยการก็เหมือนกับทนายอ่ะแหละ เพียงแต่ อัยการเป็นทนายความของแผ่นดิน เป็นข้าราชการพวกคดีที่เกี่ยวกับรัฐพวกอาญษกับมหาชน อัยการจะรับหน้าที่เหมือนทนาย ส่วนทนายไม่ใช่ข้าราชการ มีสิทธิ์จะอยู่ฝั่งผู้ใดก็ได้ตามที่รับจ้างมาอ่ะน่ะ
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เติมอันบน- - ละเมอนิดหน่อย อย่างที่บอกอ่ะนะ อัยการ เป็นเหมือนทนาย แต่ผู้พิพากษาเป็นผู้ตัดสินคดี ผู้พิพากษาใหญ่กว่าอัยการ - -
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    แหม่ ตรงใจพี่เลยว่ะ

    อัยการ ทนายของแผ่นดิน  เป็นประมาณพวกข้าราชการประจำ ( หรือป่าว ) มีหน้าที่เกี่ยวกับอรรถคดีของรัฐทั้งอาญาและทางมหาชน  มีหน้าที่คล้ายทนาย จะอยู่ข้างเดียวกับฝ่ายโจทก์ ( ใช่ป่าวหว่า )

    ส่วนทนาความ ก็บอกอยู่แล้วอ่ะ น่าจะรู้ เป็นตัวต่อในการดำเนินคดีความ เดินเรื่องการไต่สวนในชั้นศาล อยู่ฝั่งไหนก็ได้ แต่ที่เคยเห็นเห็นแต่ฝั่งโดนฟ้องอ่ะ ( จำเลย )

    สองคนนี้จะนั่งอยู่ข้างล่าง แล้วก็เดินวนคนที่เบิกขึ้นมา ถามโน่นถามนี่ไป

    ส่วนผู้พิพากษา เป็นตำแหน่งข้าราชการประจำครับ  ทำหน้าที่พิจารณาและตัดสินอรรถคดีในชั้นศาลครับ ผู้พิพากษาจะมีแค่คนเดียว ( มั๊ง ) ส่วนที่นั่งกระนาบสองข้างบนบัลลังก์ ก้เป็น ผช.  ทำหน้าที่ช่วยในการพิจารณาคดี ร่วมกับผู้พิพากษา  โดยเมื่อการไต่สวนเป็นที่เสร็จสิ้น ผู้พิพากษาจะเป็นผู้อ่านคำพิพากษาตัดสินคดีความ


    ทั้ง 2 ( คืออัยการและผู้พิพากษา ) ต้องจบ เนติบัณฑิต ครับ  ถ้าไม่จบ หรือไม่ได้เรียนจะไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินคดีความน่ะครับ ( ฟังเค้ามาอีกที ) 
    PS.   ***---*** โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง****------****
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ตกลงว่าผู้พิพากษาใหญ่กว่าอัยการชิมิค่ะ   ตอบที
    1. ใช่ค่ะ
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ตอบ คห ที่14 ใช่ เพราะผู้พิพากษาทำหน้าที่ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์(ก็คือทำหน้าที่แทนในหลวง)ส่วนอัยการก็คล้ายๆทนายแต่มีเกียรติกว่า เพราะเป็นทนายของประชาชน(ทนายแผ่นดิน)ทำหน้าที่ดำเนินคดีแทนประชาชนที่เป็นผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายนั้นจะต้องร้องทุกข์ต่อตำรวจก่อนนะ แล้วตำรวจก็จะส่งสำนวนพร้อมกับความเห็นว่าควรจะสั่งฟ้องดีหรือไม่ไปให้อัยการ เมื่ออัยการได้รับสำนวนแล้วก็จะพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องดีหรือไม่โดยไม่ต้องทำตามความเห็นของตำรวจ(พนักงานสอบสวน)ก็ได้ ถ้าพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล พนักงานอัยการ(เรียกสั้นๆว่าอัยการ) ก็จะต้องไปดำเนินคดีต่อในศาลเช่น บรรยายการกระทำของจำเลยที่ได้กระทำผิดให้ศาลได้ทราบ เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำเลย เป็นต้น
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    แล้วเนติเรียนยังไงอ่ะ....
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ตอบ คห. 16 เราต้องไปเรียนนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองจากสำนักเนติบัญฑิต เมื่อจบปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์แล้วก็ไปต่อ เนติฯ ครับ ซึ่งเรียนอยู่ประมาณ 2 ปี ก็เอาความรู้จากปริญญาตรีนั่นแหละมาใช้ในการเรียนแต่หนักกว่าหน่อย เมื่อเรียนเนติจบแล้ว กว่าจะสอบได้นะครับต้องมีคุณสมบัติอีก 1. อายุ 25 ขึ้นไป 2.ต้องผ่านการว่าความคดีแพ่งน่าจะ 20 คดีนะครับ(ถ้าจำไม่ผิด)ส่วนอาญาไม่แน่ใจ(10+มั่งครับ) หรือไม่ก็ทำงานด้านกฎหมาย 2 ปี หรือเป็นอาจารย์สอน ครับ ถึงจะมีสิทธิ์ไปสอบทั้ง อัยการกับผู้พิพากษา แต่อีกข้อที่ต้องไม่ลืมคือ สัญชาติไทย ..... ยากครับกว่าจะได้เป็นแต่ถ้าได้เป็นแล้วสบายครับเรื่องฐานะนะครับไม่ใช่งาน...อิอิอิ ใฝ่ฝันอยากเป็นจังแต่ดันเรียนวิศวะ
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ตอบ คห.
    ที่ว่า " - ละเมอนิดหน่อย อย่างที่บอกอ่ะนะ อัยการ เป็นเหมือนทนาย แต่ผู้พิพากษาเป็นผู้ตัดสินคดี ผู้พิพากษาใหญ่กว่าอัยการ - " นั้น

    ในการตัดสินคดีหากศาลตัดสินแล้ว  ถ้าเป็นคดีอาญาที่อัยการฟ้อง  อัยการจะพิจารณาว่าคำพิพากษาชอบด้วยเหตุผลหรือไม่

    หากอัยการเห็นว่า   หากเห็นว่าคำพิพากาชอบด้วยเหตุผลและเป็นไปตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ก็มีอำนาจในการสั่งยุติการ

    ดำเนินคดีในชั้นต่อไป  แต่หากเห็นว่าคำพิพากษาไม่ถูกต้องก็จะอุทธรณ์ฎีกาต่อไป  

    เป็นการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจระหว่างกัน

    ถือไม่ได้ว่าใครใหญ่กว่า  ขึ้นอยู่ว่าคดีอยู่ในอำนาจและระหว่างการพิจารณาของใคร

            กรณีที่ว่าใครใหญ่กว่านั้น   ยกตัวอย่าง ขับรถผิดกฎจราจร "พลตำรวจก็มีอำนาจจับผู้กระทำความผิดได้แล้ว"

    แต่ อัยการกับผู้พิพากษาไม่มีอำนาจไปจับใครได้  เห็นแล้วหรือยังว่าใครใหญ่...
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    555 เห็นด้วยกับความเห็นที่18
  20. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อัยการกับผู้พิภากษาไหนใญ่กว่า
  21. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ผู้พิพากย์ษาใหญ่กว่าค่ะ เพราะนั่งบนบัลลังค์ เราอยากเป็นผู้พิพาย์ษามากเลยนะ แต่หนทางคงยากลำบากมากน่าดู ก็เลย คิดอยากเป็นอัยการ เพราะมันจะได้ดูเบาๆลงหน่อย เอาเป็นว่าดูไปเรื่อยดีกว่า แต่อยากเป็นผู้พอพากย์ษาสุโค่ยยเลยย

  22. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สมัยก่อนอัยการกับศาลพลัดกันเป็น คุณสมบัติการสอบเหมือนกัน
    เมื่อสอบเข้าไปแล้วเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งใกล้เคียงกัน เครื่องราชก็เสมอกัน  ไม่มีใครใหญ่กว่ากัน ต่างทำหน้าที่ตามกฏหมาย อัยการสั่งไม่ฟ้องเรื่องก็จบเลยเป็นอิสระและการใช้ดุลพินิจตามกฏหมาย ไม่ต้องบอกศาล ไม่ต้องรายยงานให้รู้ ศาลก็มาก้าวก่ายไม่ได้ ไม่ต้องมีจำเลยในคดีนั้น ไม่ต้องมีประกันชั้นศาลให้เดือดร้อนชาวบ้านที่ไม่ได้ทำผิด อัยการสั่งปล่อยตัวผู้ต้องหาคนนั้นได้เลยแม้ศาลจะคุมตัวอยู่ก็ตาม คราวนี้ถ้าอัยการบอกว่าผู้ต้องหาคนนี้ผิด คดีจึงมาในชั้นศาลการเอาพยานหลักฐานมาพิสูจน์ความผิดของจำเลยอยู่ที่อัยการใส่ไปตามสำนวนเหมือนทำอาหารศาลชั่งพยานแล้วเหมือนรับทานอาหารแล้วตัดสินความ เมื่อตัดสินแล้วอัยการถ้าไม่ชอบกับคำตัดสิน มันไม่ยุติธรรม ก็ถ่วงดุลอำนาจศาลโดยอุทธรณ์หรือฎีกาคำตัดสิน สรุปว่าไม่มีใครใหญ่กว่ากัน ตอนนี้ศาลและอัยการก่อนเข้ารับตำแหน่งต้องถวายสัตย์ต่อในหลวงของเราเช่นกัน ที่อธิบายมาคือ หลักการแบ่งแยกอำนาจรัฐระหว่าง อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ซึ่งอัยการอยู่ในลักษณะของการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารกับตุลาการ จึงมีลักษณะกึ่งตุลาการ ศาลไม่ได้ขึ้นกับอัยการและอัยการไม่ได้ขึ้นตรงกับศาล ในบางคดีแม้เปนความผิด อัยการก็สั่งไม่ดำเนินคดีได้เด็ดขาด เช่นคดีที่มารดาโขมยซาละเปาปะทังชีวิตให้ลูกน้อยเพราะความอดอยาก อ๋อมีอีกเรื่องการสอบเปนอัยการหรือศาล ข้อสอบยากมาก ทั้งต้องแข่งกับเวลา มีความรู้อย่างเดียวก็ยังไม่พอ ขอย้ำการเปนศาลหรืออัยการแล้วแต่ความชอบของผู้อยากจะเปนแต่ต้องตั้งใจให้ดี ทำให้ได้ และเปนได้ทั้งหญิงและชาย
  23. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราเคยอยากเป็นผู้พิพากษาตั้งแต่ป.6นะ ตอนนี้เราเรียนนิติปี3แล้วก็ยังอยากเป็นอยู่
    แต่มีเหตุการณ์บางเหตุการณ์ เจอผู้พิพากษาชั่วเข้า เลยไม่อยากแล้ว
    รู้สึกเอียน เรานึกว่าผู้พิพากษาจะดีกว่าสังคมอื่น แต่จริงๆก็เหมือนกัน
    นั่นเหละ ถือว่าตัวเองมีอำนาจ ขู่คนอื่นสารพัด เลวจริงๆ
  24. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อัยการ คือ ทนายแผ่นดินคับ ในกรณีที่เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน จะมี 2 บุคคลที่สามารถนำคดีมาฟ้องได้ คือ 1.ตัวผู้เสียหาย 2.อัยการ อัยการจึงมีหน้าที่กระทำการแผ่นดิน เพราะความผิดในอาญาแผ่นดิน ถือว่ารัฐเป็นผู้เสียหาย สรุป แล้ว อัยการก้เหมือนทนายนั้นแหละ แต่เป็นทนายในคดีที่มีความผิดอาญาแผ่นดิน เป้นต้น เช่น ยกตัวอย่างในคดีทำร้ายร่างกายหรือคดีฆ่ากันตาย จะมีผู้เสียหายคือคนที่ถูกทำร้ายร่างการหรือคนที่ถูกฆ่า แต่ในทางกฏหมายแล้วบุคคลที่เสียหายอีกหนึ่งคนคือแผ่นดิน ดั้งนั้น อัยการจึงเข้ามามีบทบาทในการสั่งฟ้อง/สั่งไม่ฟ้อง และอื่นๆอีกมากมาย แล้วแต่กรณี

    ส่วนผู้พิพากษาก้จะทำหน้าที่ ชี้ขาดตัดสินคดี จะเป้นผู้ชายหรือหญิง ก้ได้ไม่ได้จำกัดว่าต้องหญิงหรือชายคับ
  25. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขออนุญาตแจมหน่อย ในกระบวนการยุติธรรมนั้นมีผู้ที่เกี่ยวข่อง 4 ฝ่าย (ไม่รวมผู้เสียหายนะ) คือตำรวจฝ่ายหนึ่ง อัยการฝ่ายหนึง ผู้พิพากษาฝ่ายหนึ่ง ราชฑัณท์ฝ่ายหนึ่ง ถ้าจะให้อธิบายแบบชาวบ้าน
    ก็คือ เมิ่อมีคนไปแจ้งว่ามัผู้กระทำความผิด คำรวจมีหน้าที่ไปหาเครื่องแกง(จับตัวคนกระทำความผิดและพยานต่าง ๆที่จะพิสูจน๋ว่าผู้นั้นกระทำผิดจริง)แล้วก็ส่งให้อัยการเป็นคนนำเครื่องแกงมาปรุง(พิจารณาหลักฐานและสำนวนการสอบสวนทั้งหมดแล้วสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง)เป็นแกงหม้อหนึ่ง เสร็จแล้วก็นำไปให้ผู้พิพากษาชิม(พิจารณาหลักฐานทั้งโจทย์-จำเลยว่าข้อเท็จจริงฝ่ายใหนน่าเชื่อถือกว่ากัน)หากชิมแล้วก็บอกว่าอร่อยหรือไม่อร่อย ถ้าไม่อร่อยก็พิพากษายกฟ้องปล่อยตัวจำเลยไป(พยานหลักฐานของอัยการไม่น่าเชื่อกว่าจำเลยหรือมีข้อสงสัย) หากอร่อยก็พิพากษาลงโทษจำเลย(พยานหลักฐานของอัยการน่าเชื่อกว่าจำเลย)แล้วส่งตัวจำเลยไปให้ราชฑัณท์(เรือนจำ)ดำเนินการ ส่วนการจะบอกว่าใครใหญ่กว่ากันนั้น ขึ้นอยู้กับต่างคนต่างทำหน้าที่
  26. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เป็นผู้พิพากษา.....เหนื่อยมากกกกก เครียดมาก...
  27. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ก็เหมือนว่า จะไม่จบ เรียกง่ายครับว่าใหญ่กันคนที่เก่งกันคนละอย่าง ไม่มีใครใหญ่มากกว่าตัวกฏหมายที่บัญญัติไว้การทำหน้าที่การเป็นข้าราชการต้องมีความเท่าเทียมกัน
  28. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    28
    guest
    ก็ไม่รู้สินะ...
    ก็ไม่รู้สินะ... 110.77.148.225
    ขอบคุณทุกคนที่ให้ความรู้ค่ะเราก็อยากเป็นผู้พิพากษาหาหนังสือมาอ่านเยอะเลยรักเลย
  29. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ่านแล้วได้ความรู้มาก แต่มีหลายคนสอบตกภาษาไทยครับ
    1. เช่น บัญดิด
  30. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    30
    guest
    นิติศาสตร์ law 2004
    นิติศาสตร์ law 2004 124.121.32.143
    อัยการ คือ ทนายแผ่นดิน (ฟ้อง)
    ผู้พิพากษา คือผู้ตัดสินคดี
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: