เกร็ดความรู้ : ลดรอยแผลเป็นที่เกิดจาก "สิว"

ความคิดเห็น

4

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ




สาว ๆ หลายคน ที่มีปัญหาหน้ามัน นอกจากจะต้องระวังเรื่องของการเกิดสิวแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่สาวเจ้ามักเป็นกังวลอย่างที่สุดคือ ใบหน้าที่เป็นแผลเป็นจากการเกิดสิว ซึ่งนอกจากต้องโบ๊ะแป้งให้หนาขึ้นเป็น 2 ชั้นเพื่อปกปิดรอยผลเป็นแล้ว วันนี้ก็ยังมีวิธีที่จะช่วยลดรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวมาฝากด้วย

โดยการแก้ไขแผลเป็นจากสิวมีขั้นตอนตามความรุนแรงมากน้อยดังนี้

1. สำหรับรอยแผลเป็นที่มีการยุบตัวลงไป แล้วไม่มีการอักเสบหลงเหลือ การจะแก้แผลเป็นต้องพยายามกระตุ้นเนื้อเยื่อบริเวณนั้นฟื้นตัวขึ้นมา คล้ายนักวิทยาศาสตร์ฟื้นฟูให้กล้ามเนื้อของคนที่เป็นอัมพฤกษ์ ให้กลับมาทำงานใหม่ หากจะเปรียบเทียบกับคนเล่นกล้ามก็ได้ เช่น นักวิ่งจะมีโคนขาใหญ่ นักกล้ามจะมีกล้ามใหญ่ไปทั่ว ก็เพราะจากการกระตุ้น แต่การกระตุ้นกล้ามเนื้อนั้นง่ายกว่ามาก เพราะเพียงแต่ยกน้ำหนักให้กล้ามเนื้ออักเสบเล็กน้อย (อาการปวดที่รู้สึกหลังจากออกกำลังกาย) การอักเสบก็จะมีขบวนการทางเคมีสร้างเนื้อเยื่อเอง ส่วนการกระตุ้นแผลเป็นมีวิธีเดียวที่จะไม่ทำให้ผิวเสียก็คือ การใช้แสงเลเซอร์ที่มีช่วงคลื่นเฉพาะ ผ่านผิวหนังชั้นบนลงไปกระตุ้นท่อเลือดและท่อน้ำเหลืองให้บวมแดงอย่างสม่ำเสมอ หลังจากนั้นก็จะมีสารสำคัญในน้ำเหลือง ที่มีอยู่ใต้ผิวหนังออกมากระตุ้นให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อแบบเดียวกับการกระตุ้นกล้ามเนื้อ ส่วนผลจะได้แค่ไหนนั้น สามารถจะตรวจสอบได้คร่าว ๆ คือก่อนการรักษาให้ใช้นิ้วกางบริเวณแผลเป็นรอยยุบดู หากตึงขึ้นแล้วแผลเหล่านั้นหายไปได้ แผลนั้นก็น่าจะได้รับผลการรักษาที่ดี ส่วนรอยที่ไม่หายไปจะสังเกตเห็นว่าเหมือนรอยแทะ ต้องใช้วิธีอื่น ๆ เสริมในการรักษามากกว่าการใช้เทคนิคการกระตุ้นเนื้อเยื่อดังกล่าว

2. หากแผลเป็นจากสิวนั้น ยังมีรอยแดงอยู่พร้อมกับรอยบุ๋ม แต่ไม่มีการอักเสบคล้ายหนองหรือของสกปรกอยู่ข้างล่าง อาจเสริมการรักษาแผลเป็นด้วยการกระตุ้น เลเซอร์ชนิดพิเศษ ที่กล่าวข้างต้นไปพร้อมกันจะได้ผลดีมากกว่า ข้อที่ 1

3. หากแผลเป็นจากสิวนั้น มีรอยแดงและเจ็บ แสดงถึงว่ามีการอักเสบและของสกปรก ยังไม่ถูกกำจัดอออกจากผิวหนัง แพทย์จะต้องหาวิธีเอาของสกปรกนั้นออก เทคนิคที่นิยมคือการใช้เลเซอร์ผ่าตัด ที่สามารถทำให้เกิดโพรงคล้ายโพรงขนเล็ก ๆ บนผิวหนัง แล้วใช้เครื่องมือค่อย ๆ รีดเอาของเสียออกทางโพรงนั้น คล้ายการผ่าตัดทั่ว ๆ ไปที่เอาของเสียออก ส่วนแผลที่เหลือก็จะหายในเร็ววัน และกลายเป็นแผลชนิดที่ 2 สามารถวางแผนในการดูแลรักษาแผลเป็นได้ง่ายขึ้น

4. หากหัวสิวมีการอักเสบเท่านั้นไม่มีการแตก การที่จะขยายโพรงขนด้วยแสงเลเซอร์ผ่าตัดชนิดเดียวกับชนิดที่ 3 แล้วเอาหัวสิวออกเลย ก็นับว่าเป็นความคิดที่ฉลาด ทำให้ไม่ต้องเสี่ยงกับการเกิดแผลเป็นแบบที่ 3

สรุปการรักษาแผลเป็นของสิวจึงต้องมีขอบเขตโดยคร่าว ๆ ดังนี้

หากท่านกำลังมีรอยแผลเป็นชนิดใดก็ตาม จากข้อที่1 ถึง ข้อที่4 กรุณาทำความเข้าใจขั้นตอนการรักษาก่อน เพื่อว่าคุณจะได้มีผิวหนังที่สวยงาม ไม่มีแผลเป็นขรุขระ


PS.  หวังดีเสอม

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 20:44 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

4

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุงค่า
    PS.  I love you na My SouL MaTe
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    แผลเป็น หลุมสิว


    แม้ผิวคนเราจะมีการซ่อมแซมตัวเองหลังได้รับบาดเจ็บ ไม่ว่าจากอุบัติเหตุ การผ่าตัด การเกิดสิว โรคบางชนิด เช่น อีสุกอีใส แต่บ่อยครั้งที่พบว่าการหายของแผลนั้นอาจไม่สมบูรณ์เกิดเป็นแผลเป็น ลักษณะเป็นสีแดงหรือสีน้ำตาล นูน หรือเป็นหลุมบางครั้งแผลเป็นอาจมีอาการคันและเจ็บปวดร่วมด้วย การปล่อยให้แผลเป็นจางลงเองตามธรรมชาติ แผลเป็นอาจหดและจางลงได้เองเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น โอกาสเกิดแผลเป็นนั้นขึ้นกับความรุนแรงของแผล
    ระดับความลึก ระยะเวลาการหายของแผล การดูแลรักษา รวมไปถึง เพศ อายุ พฤติกรรมและปัญหาสุขภาพ การรักษาแผลเป็นที่ได้ผลดีนั้นจำเป็นต้องรักษาทั้งจากภายนอกและภายใน ซึ่งอาจจำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัด เลเซอร์ ร่วมกับการปรับสมดุลร่างกาย เพื่อกระตุ้นกระบวนการรักษาตัวเองของผิว

    วิธีการรักษา มีหลายวิธี ดังนี้

    1. CO2 Laser
    คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ (CO2 Laser) เลเซอร์สำหรับผ่าตัดรักษาโรคผิวหนังประเภทหูด ไฝ ฝ้า กระเนื้อ ติ่งเนื้อ เนื้องอกผิวหนัง เนื้องอกของต่อมเหงื่อบริเวณใต้ตา เนื้องอกต่อมไขมัน และสิวหัวปิดที่ยากต่อการรักษา ชนิดต่างๆได้ผลดีและแม่นยำ


    2. Cryocell
    เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ผสมผสานการนำพาสารอาหารและสารสำคัญเข้าสู่ผิวอย่างล้ำลึก ร่วมกับการนำเอาความเย็นที่เหมาะสม กระตุ้นให้ผิวมีการสร้างคอลลาเจน พร้อมเพิ่มความเต่งตึง ความแข็งแรงให้กับผิว



    3. Derma Roller
    การกลิ้งลูกกลิ้งที่มีเข็มเล็กๆจำนวนมาก ไปบนผิวหนังด้วยความลึกที่พอเหมาะ จะเกิดแผลเล็กๆจำนวนมาก จุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในเนื้อเยื่อผิวชั้นหนังแท้ ผสานกับวิตามินและอาหารผิว ช่วยรักษารอยหลุมจากสิว ริ้วรอย ฝ้าลึก สภาพผิวโดยรวมดีขึ้น ดูอ่อนเยาว์ลง รูขุมขนกระชับขึ้น ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตาดีขึ้น ผิวหน้าขาวใสขึ้น

    4. Dermaplus
    เทคโนโลยีใหม่ที่ในการนำสารสำคัญเข้าสู่ผิวได้อย่างปลอดภัย โดยใช้คลื่นกระแสไฟฟ้าในระดับคลื่นที่ปลอดภัย แต่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าการฉีดยา ผลักสารสำคัญที่ยับยั้งขบวนการผลิตสีผิวได้อย่างโดยตรงในการรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำ ลดและชะลอการเกิดริ้วรอย



    5. Dermapro
    นวัตกรรมแห่งการผสมผสาน 3 เทคโนโลยี ในการนำพาสารสำคัญและวิตามินเข้าสู่เซลล์ผิว ทั้งช่วยกระตุ้นให้ผิวมีการสร้างคอลลาเจนโดยตรง ลดการอักเสบ ทำให้ผิวแข็งแรง กระชับ ละเอียดเนียนเรียบขึ้น

    6. Erbium Yag Laser
    สุดยอดนวัตกรรมในการปรับสภาพผิวและการรักษารอยแผลเป็นชนิดต่างๆ ปรับแต่งผิวหรือหลุมสิวที่มีลักษณะของขอบแผลนูนไม่เรียบให้สม่ำเสมอ ซึ่งให้ผลการรักษาได้ดีที่สุด

    7. FT
    โปรแกรมการยกกระชับผิวหน้าและกำจัดริ้วรอย โดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมไม่ต้องอาศัยการฉีด ผ่านการทำงานของเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้สำหรับกระตุ้นกล้ามเนื้อเป็นจังหวะที่พิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยต่อผิว เหมาะสำหรับการดูแลผิวในระยะยาว เพื่อชะลอสัญญาณวัยชรา (Antiaging Facial Treatment)

    8. Gentle Yag
    เทคโนโลยีแสงเลเซอร์ช่วยในการคืนสภาพผิวให้มีความยืดหยุ่น เต่งตึงอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องอาศัยการผ่าตัด ทำให้ริ้วรอยเดิมค่อยๆตื้นขึ้น ยืดเวลาการเกิดริ้วรอยใหม่ กระชับรูขุมขน ช่วยเติมเต็มร่องหลุมและแผลเป็น ผิวจึงเรียบเนียน ตึงกระชับ

    9. Oxy Reju
    โปรแกรมการบำรุงผิวหน้าด้วยการเติมออกซิเจนบริสุทธิ์ พร้อมทั้งนำพาสารอาหารเข้าสู่ผิว ช่วยป้องกันการเกิดสารอนุมูลอิสระ ลดการทำลายเซลล์ผิว ทำให้ริ้วรอยลดลง และมีสุขภาพผิวที่แข็งแรง



    10. RF-Smooth
    เทคโนโลยีคลื่นวิทยุที่ช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินให้ผิว ริ้วรอยเล็กๆจึงจางลง ขณะเดียวกันยังเพิ่มการขยายตัวของหลอดเลือด ทำให้ระบบการไหลเวียนของระบบน้ำเหลืองดีขึ้นจึงช่วยลดอาการบวมฉุ ของผิวอันเกิดจากภูมิแพ้ และการอักเสบภายในระบบร่างกาย

    11. Vbeam�
    เลเซอร์อนุภาพสูงที่มีคุณสมบัติ ในการในการรักษารอยแดง อาการเส้นเลือดฝอย ปานแดง ความผิดปกติของเส้นเลือดอื่น ๆ รอยแผลเป็นใหม่รวมถึงแผลนูนและคีลอยด์ นอกจากนี้ยังใช้ในการรักษาฝ้าเลือดและฝ้าลึกได้เป็นอย่างดี



    ไม่ว่าเราจะรักษาด้วยวิธีการใด ก่อนทำเราควรปรึกษาแพทย์ผู้เชียญชาญก่อนทุกครั้ง เพราะสภาพผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน

    บทความดีๆ จาก : สถาบัน เมดดิไซน์ อัจจิมา คลินิก
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    กำลังจะทำตามที่บอกนะ...



    แต่ขอบอกว่าอย่าบีบสิวเด็ดขาดเพราะจะทำให้เป็นแผลเป็นได้มีแค่นี้แหละค่ะ...



    ใครสนใจอยากสอบถามเรื่องอื่นอีกเอาไปเลยค่ะ...



    asdfg.6666@hotmail.com


    asdza.5555@hotmail.com


    sueyes.656@hotmail.com

    เลือกอันไหนก้อได้แล้วแต่จะเลือกออนเกือบทั้งวัน
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ของเขาดีจิงๆๆเลย
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องทำการขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
refer: