เรื่องพิศวงของ ลีโอนาโด ดาวินชี่

ความคิดเห็น

2

ติดตามกระทู้

1

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

เรื่องพิศวงของ ลีโอนาโด ดาวินชี่ กับความลับที่ถูกเปิดเผยใน
THE DA VINCI CODE รหัสลับระทึกโลก




ภาพ เดอะวิทรูเวียนแมน

ใน ภาพยนตร์เรื่อง THE DA VINCI CODE จุดเริ่มต้นของการถอดรหัส เริ่มจาก เมื่อภัณฑรักษ์ “ชาร์ค โซนิแยร์” หัวหน้าผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ “ลูฟท์” พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ถูกฆาตกรรมอย่างโหด X มในพิพิธภัณฑ์ โดยก่อนเสียชีวิต โซนิแยร์ ได้ทิ้งปริศนาการตายเป็นศพของเขาที่วางอยู่บนเป็นรูปสัญลักษณ์ “วิทรูเวียนแมน” หรือรูปคนกลางแขนบนดาวห้าแฉก “โรเบิรต์ แลงดอน” (นำแสดงโดย ทอม แฮงคส์) ศาสตราจารย์ด้านศาสน์สัญลักษณ์ แห่งมหาวิทยาลัย ฮาร์วาด์ จึงได้รับมอบหมายจากหน่วยราชการลับแห่งฝรั่งเศสนำโดย กัปตัน เบซุว์ ฟาสช์ (ณ็อง เรโน) ในการไขรหัสลับอันน่าสงสัยนี้

ภาพ เดอะวิทรูเวียนแมน ถูกวาดขึ้นเมื่อประมาณช่วงปี ค.ศ 1490 เป็นผลงานชิ้นเอกของศิลปิน ลีโอนาโดดาวินชี่ และได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพร่างที่ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์มากที่สุด นอกจากนี้ในผลงานจริง จะเห็นว่าด้านบน และล่างของภาพมนุษย์ในวงกลม และสี่เหลี่ยมยังเต็มไปด้วยตัวอักษรหลายบรรทัดซึ่ง ลีโอนาโดบันทึกไว้ด้วยตัวอักษรแบบกลับด้าน ถอดความได้ว่า “ภาพนี้วากขึ้นเพื่อเป็นการศึกษาสรีระของร่างกายมนุษย์เพชาย ตามที่ถูกบรรทึกไว้โดยวิทรูเวียส์ นักปราชญ์ชาวโรมันในยุคก่อนคริสตกาล)

ว่า กันว่าลีโอนาโด ต้องการสะท้อนถึงการผสมผสานกันระหว่างมนุษย์ กับธรรมชาติ ต้องการสื่อว่า การทำงานของร่างกายมนุษย์นั้นสอดคล้องกับการเคลื่อนที่ของระบบจักรวาล รูปเหลี่ยมและกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของยุคปัจจุบัน สี่เหลี่ยมเป็นสัญลักษณ์ของวัตถุ วงกลมคือสิ่งมีชีวิต และจิตวิญญาณ เมื่อรวมกันจึงกลายเป็นการดำรงอยู่ของมนุษย์ในปัจจุบันนั่นเอง สัญลักษณ์นี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้กันอย่างแะร่หลายในปัจจุบัน เพื่อแสดงถึงความเป็นสังคมมนุษย์

สาเหตุที่ท่านภัณฑรักษ์ โซนิแยร์ เลือกทิ้งปริศานาการตาย เป็นภาพนี้ เพื่อให้แลงดอน ได้ไขปริศนาไปยังผลงานต่างๆของลีโอนาโดดาวินชี่ ต่อไปนั่นเอง

ข้อมูลภาพโมนาลิซ่า MONA LISA หรือชื่อดั้งเดิมคือ ลาจิโอกองด์ (La Giaconda)

ลี โอนาโด เขียนภาพ MONA LISA หรือชื่อดั้งเดิมคือ ลาจิโอกองด์ (La Giaconda) นี้ขึ้นในช่วงระหว่างปี 1503 -1506 และกลายเป็นภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก เพราะรอยยิ้มลี้ลับที่ผู้คลั่งไคล้สนใจศิลปะทุกคนต้องการค้นหาคำตอบว่า เหตุใดเมื่อมองภาพนี้จากหลายๆมุม ก็จะเห็นอารมณ์ของหญิงสาวในภาพที่แตกต่างกันออกไป และแต่ละคนที่ดูก็จะตีความรอยยิ้มนั้นไม่เหมือนกันด้วย

หญิง สาวในรูปคือใคร ทฤษฎีที่ยอมรับมากที่สุด บ่งบอกว่าเธอมีนามว่า ลิซ่า เป็นภรรยาของ จิโอกอนโด พ่อค้าชาวอิตาเลี่ยนผู้ร่ำรวย ซึ่งว่าจ้างให้ลีโอนาโดวาดภาพเหมือนภรรยา คำว่า Mona ในภาษาอังกฤษคือ คำว่า Madam ดังนั้นชื่อภาพ Mona Lisa จึงหมายความว่า มาดาม ลิซ่า แต่ยังมีนักประวัติศาสตร์ อีกหลายท่านเชื่อว่าภาพนี้อาจเป็นภาพของคนอื่นก็เป็นไปได้..ที่ดังที่สุด เห็นจะเป็นความเชื่อที่ว่า ล๊โอนาโดเองนั่นล่ะที่อยู่ในภาพนี้

ภาพ MONA LISA หรือชื่อดั้งเดิมคือ ลาจิโอกองด์ (La Giaconda) ของจริงมีขนาดเพียง 31 นิ้ว x 21 นิ้ว เขียนบนแผ่นไม้ป๊อบ์ลาร์ ซึ่งเป็นการเขียนภาพสไตล์ สฟูมาโต ซึ่งเป็นความ X วชาญพิเศษของศิลปินเอกผู้นี้ ในการวาดภาพสร้างบรรยากาศให้ภาพเหมือนมีหมอกอาบอยู่บางๆ และรูปร่างของสิ่งต่างๆ ในภาพดูเหมือนจะถูกกลืนเข้าหากันด้วย

ภาพ MONA LISA ถูกเก็บรักษาอย่างดี ในห้องกระจกนิรภัย ภายในพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และนับเป็นสมบัติทางศิลปะที่ประเมินค่าไม่ได้มากที่สุดชิ้นหนึ่งของโลก จึงมักเป็นที่หมายปองของเหล่ามิจฉาชีพ ภาพนี้เคยถูกปองร้ายจากคนวิกลจริตด้วยการนำน้ำกรดไปสาด แต่ถูกจับได้เสียก่อน ถึงกระนั้นภาพนี้ก็เคยถูกโจรกรรมไปแล้วถึง 2 ครั้ง โดยล่าสุดได้หายไปจากโถงจัตุรัสของพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ เมื่อปี 1911 และถูกค้นพบอีกครั้งในก้นกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ ในห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งในฟลอเรนซ์ ในอีก 2ปีต่อมา



ข้อมูลภาพ The last supper เดอะลาสต์ ซัปเปอร์

เดอะ ลาสต์ ซัปเปอร์ คือภาพเขียนบนฝาผนังซึ่งถ่ายทอดเหตุการณ์ อาหารค่ำมื้อสุดท้าย ที่พระเยซูได้ร่วมโต๊ะกับสาวกทั้ง 12 คนก่อนที่จะถูกตรึงไม้กางเขน ลีโอนาโด วาดภาพนี้ ในปี 1495 และใช้เวลาถึง 3 ปีกว่าจะเสร็จสมบูรณ์

ข้อสังเกตของภาพนี้ คือ สาวกแต่ละคนล้วนมีท่าทางที่ไม่ปกติ บางคนดูประหลาดใจ บางคนตื่นตระหนก บางคนสงสัย จะมีก็แต่ สาวกที่ชื่อ “จูดาส” ที่อยู่ในเงามืดและมีท่าทีสับสน ซึ่งสอดคล้องกับที่พระคัมภีร์กล่าวว่า พระเยซูทรงทำนายว่าสาวกคนหนึ่งของพระองค์จะทรยศพระองค์ และสาวกคนนั้นก็คือ จูดาสนั่นเอง

ก่อนหน้านั้น เคยมีจิตรกรวาดภาพ อาหารค่ำมื้อสุดท้ายเอาไว้มากมาย แต่มักใส่อภินิหารเข้าไปในภาพ ที่พบเห็นกันมากที่สุดคือ การวาดรัศมีที่ศรีษะของทุกคนในภาพ ยกเว้น จูดาส แต่ของลีโอนาโด เน้นที่ความสมจริง และแฝงการสื่อความหมายลงในภาพอย่าแยบยล จึงได้รับการยกย่องเป็นผลงานชิ้นเอกของโลกศิลปะ

ใน ภาพยนตร์เรื่องนี้ กล่าวว่า สาวกคนที่นั่งทางขวามือของพระเยซู เป็นผู้หญิง และไม่ใช่สตรีธรรมดาทั่วไป แต่เป็นคนที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางว่า คือ “นางแมรี่ แม็กดาลีน” ผู้เป็นภรรยาของพระเยซูนั่นเอง! จากภาพจะสังเกตได้ว่า พระเยซู กับ แมรี่ นั่งสะโพกชิดกัน และเอนตัวออกห่างกัน ที่สำคัญหากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าในภาพมีภาพของมือ ถือกริช อยู่หนึ่งมือ แต่เมื่อลองนับแขนทั้งหมดจนครบ จะเห็นว่ามือนั้น ไม่ได้เป็นของใครเลย ไม่ได้ติดกับร่างของใครในรูป และไม่มีตัวตน !!! เป็น การให้ความหมายแฝงว่าสาวกของพระเยซูปองร้ายนาง แมรี่ แม็กดาลีนอยู่นั่นเอง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ช็อคความเชื่อของผู้คนทั่วโลกอย่างมาก และกลายเป็นข้อวิพากย์วิจารณ์กันทั่วโลก ซึ่งผู้เขียน และผู้อำนวยการส้รางภาพยนตร์ แดน บราวน์ ไม่ออกมายอมรับ หรือปฏิเสธว่าจริงหรือไม่ โดยเขาทิ้งปริศนาให้คนอ่าน และผู้ชมภาพยนตร์ต้องขบคิดกันเอาเองว่า เรื่องนี้คือเรื่องจริง หรือว่าเป็นเพียงไอเดียในการแต่งเรื่อง ดาวินชี่ โค้ด หากอยากรู้ว่าเพราะเหตุใด ติดตามชมได้ในภาพยนตร์เรื่อง THE DA VINCI CODE ตั้งแต่ 18 พ.ค นี้เป็นต้นไปได้



ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอุบัติการณ์ภาพยนตร์แห่งปี

THE DA VINCI CODE


เพื่อนๆคิดยังงัยกันล่ะ

ยังงัยก้เมนต์ด้วยนะ


แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 17 มีนาคม 2550 เวลา 20:33 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

2

ติดตามกระทู้

1

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    โห้ อัฉริยะมากมาย

    ใครเป็นคนคิดเนียะ
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    น่าทึ่งจังเลยเนอะ
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องทำการขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
refer: