[สาระ]การคาดเดาอย่างชาญฉลาดเป็นแรงขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์จริงหรือ?

Allen 835870 0.00 512 17 เม.ย. 50 17:55 น.
ความคิดเห็น

11

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด


อะแฮ่มๆ..สวัสดียามเย็นนะเพื่อนๆชาวเด็กดีทุกคน

อเลนกลับมาอีกครั้งพร้อมกับสาระล้นจอ ตามที่กล่าวไว้จากกระทู้เมื่อยามบ่าย

http://www.dek-d.com/board/view.php?id=835705 <<<จินตนาการสำคัญกว่าความรู้

เชิญติดตามค้นหาความจริงกันได้เลยขอรับ



การคาดเดาอย่างชาญฉลาดเป็นแรงขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์จริงหรือ?
(Is science driven by inspired guesswork?)
เอียน แม็คยวน (Ian McEwan)

บทพิสูจน์ ไม่ว่าจะในวิทยาศาสตร์หรือชีวิตจริง เป็นไอเดียที่ยืดหยุ่นได้ เพราะได้รับผลกระทบจากความอ่อนแอนานานัปการ และความช่างคิดช่างฝันของมนุษย์

ตราบเวลาหลายร้อยปี ปัญญาชนผู้ปราดเปรื่องที่นับถือคริสต์หลายคนใช้หลักเหตุผล “พิสูจน์” ว่าพระเจ้ามีจริง แม้พวกเขารู้ตัวดีว่าไม่สามารถยอมรับข้อสรุปอย่างอื่นได้ [เพราะเป็นความเชื่อสูงสุดในศาสนาคริสต์]

[ในตำนานกรีก] เมื่อเพเนโลปี (Penelope) ไม่แน่ใจว่า ชายแปลกหน้าที่ปรากฏตัวในเมืองอิธาก้า (Ithaca) นั้น คือยูลิสซีส (Ulysses) สามีของเธอผู้หายสาบสูญไปนานจริงหรือไม่ เธอคิดค้นวิธีพิสูจน์ซึ่งอาศัยการสร้างเตียงที่ใช้ในคืนแต่งงาน วิธีนี้อาจทำให้คนส่วนใหญ่พอใจ แต่ไม่ใช่นักตรรกวิทยาส่วนใหญ่

แม่คนหนึ่งที่ถูกศาลตัดสินผิดพลาด สั่งให้จำคุกในข้อหาฆาตกรรมลูกตัวเอง โดยศาลอาศัยความเห็นของแพทย์เด็กผู้วชาญคนหนึ่งเป็นพยานหลักฐาน ตั้งคำถามอย่างมีเหตุผลว่า ผู้พิพากษาศรัทธาเกินไปหรือไม่ ในบทพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับโรคตายเฉียบพลันในเด็ก


นักคณิตศาสตร์น้อยอายุ 10 ขวบทุกคนที่ตื่นเต้นดีใจกับบทพิสูจน์ว่ามุมสามเหลี่ยมบวกกันได้ 180 องศาเสมอ จะค้นพบก่อนเขาได้โกนหนวดครั้งแรกว่า ความข้อนี้ไม่เป็นจริงเสมอไปในเรขาคณิตระบบอื่น [เช่น มุมของสามเหลี่ยมมุมฉากที่วาดบนผิวของลูกบอล จะบวกกันได้ 270 องศาดังรูป]

มีน้อยคนบนโลกนี้ที่รู้วิธีสาธิตว่า สองบวกสองเป็นสี่ในทุกๆ กรณี แต่เราเชื่อว่านั่นคือความจริง เว้นเสียแต่ว่าเราจะโชคร้ายที่อยู่ภายใต้ระบอบการเมืองที่บังคับให้เราเชื่อในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ นิยายของจอร์จ ออร์เวลล์ สตาลิน เหมาเจ๋อตุง พอลพต และผู้นำอื่นๆ อีกมากมายแสดงให้เราเห็นว่า ผลลัพธ์อาจเท่ากับห้า

การหาวิธีพิสูจน์อย่างแน่ชัดว่า อะไรต่างๆ เป็นความจริงแท้แน่นอนนั้น เป็นเรื่องยากเย็นจนน่าแปลกใจ มันยากมากที่จะจำแนกแยกแยะสมมุติฐานของเราที่ติดตัวมาแต่กำเนิด นอกจากนี้ การท้าทายภูมิปัญญาของผู้อาวุโส หรือประเพณีที่สืบทอดกันมานาน ก็เคยเป็นการกระทำที่อันตราย ในอดีต ไม่ค่อยมีใครกล้ายั่วยุทวยเทพ หรืออย่างน้อยก็ผู้แทนของพวกเขาบนโลก

บางที นี่อาจเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ ยิ่งใหญ่กว่าล้อ หรือเกษตรกรรม: ระบบความคิดที่เราเรียกว่าวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีพัฒนาการอันเชื่องช้าแต่ประณีต มีการพิสูจน์หักล้าง (disproof) เป็นหัวใจ และการตรวจแก้ตัวเอง (self-correction) เป็นกระบวนการสำคัญ

คนจำนวนมากในโลก เพิ่งเริ่มลบล้างความเชื่องมงายในอิทธิฤทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ และหันมาสนับสนุนภารกิจทางความคิดอันกว้างขวาง ที่ทำงานด้วยการเพิ่มพูน โต้เถียง ขัดเกลา และเผชิญหน้าการท้าทายแบบถอนรากถอนโคนเป็นครั้งคราว เมื่อไม่ถึงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา

ไม่มีคัมภีร์ใดๆ ที่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป – จริงๆ แล้ว สิ่งที่อาจนับเป็นการดูหมิ่นศาสนาอย่างหนึ่ง ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นประโยชน์ แน่นอน การสังเกตและบทพิสูจน์จากประสบการณ์หรือการทดลองนั้นสำคัญอย่างยิ่ง แต่วิทยาศาสตร์บางประเภทไม่มีอะไรมากไปกว่าอรรถาธิบายและการจัดหมวดหมู่ ไอเดียบางอย่างแพร่หลายเป็นที่ยอมรับ ไม่ใช่เพราะมันได้รับการพิสูจน์ แต่เพราะมันสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เรารู้แล้วในหลายสาขาวิชา หรือเพราะมันสามารถทำนายหรืออธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ได้ หรือเพราะมันเป็นสิ่งที่ผู้นำทางความคิดที่มีอำนาจอุปถัมภ์เชื่อมั่น – เป็นเรื่องธรรมดาที่วิทยาศาสตร์มีตัวอย่างมากมายเรื่องความบอบบางของธรรมชาติมนุษย์

แต่ความทะเยอทะยานของคนหนุ่มสาว วิธีการโต้แย้ง และความตายที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ เป็นผู้กำกับดูแลอันทรงพลัง[ของวิทยาศาสตร์] นักวิจารณ์ผู้หนึ่งกล่าวว่า วิทยาศาสตร์เดินได้ดัวยงานศพ

วิทยาศาสตร์บางอย่างดูเป็นความจริงเพราะมีความสละสลวยงดงาม – ใช้สูตรที่ประหยัดเครื่องหมายถ้อยคำ แต่มีอำนาจอธิบายกว้างไกล แม้ทำความเดือดดาลให้กับสถาบันศาสนาคริสต์ ทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติของชาร์ลส์ ดาร์วิน (theory of natural selection) ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็ว อย่างน้อยก็ในบรรทัดฐานของแวดวงปัญญาชนสมัยวิคตอเรีย

บทพิสูจน์ทฤษฎีนี้ของดาร์วินเต็มไปด้วยตัวอย่างที่เขาจัดวางลำดับอย่างละเอียดลออ ไอเดียที่ฟังดูไม่ซับซ้อนนี้สามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ได้หลากหลายกรณีและสภาวะแวดล้อม นี่เป็นความจริงที่ประทับใจพระในคริสต์ศาสนานิกายแองกลิแคนหลายรูปที่ทำงานในชนบท ให้อุทิศเวลาว่างที่พวกเขามีเหลือหลาย ให้กับการศึกษาประวัติศาสตร์ธรรมชาติ

คำอธิบายของไอน์สไตน์ในทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของเขาว่า แรงโน้มถ่วงเป็นผลลัพธ์จากส่วนโค้งของ “กาล-อวกาศ” (space-time curvature) ที่เกิดจากมวลและพลังงานที่อยู่ภายในของวัตถุนั้นๆ ไม่ใช่แรงลึกลับที่ดึงดูดวัตถุเข้าด้วยกัน ถูกนำ “ขึ้นหิ้งบูชา” บรรจุเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเรียนทั่วโลก ภายในไม่กี่ปีหลังจากที่เขาประกาศทฤษฎีนี้

สตีเว่น ไวน์เบิร์ก (Steven Weinberg) เล่าว่า นับจากปี พ.ศ. 2462 เป็นต้นมา นักดาราศาสตร์หลายคณะพยายามทดสอบทฤษฎีนี้ ด้วยการวัดระดับความหักเหของแสงดาว ที่เกิดจากดวงอาทิตย์ช่วงสุริยุปราคา แต่โลกต้องรอการประดิษฐ์กล้องดูดาวที่วัดคลื่นวิทยุ ประมาณปี 2500 ก่อน จึงจะได้ค่าวัดที่เที่ยงตรงพอที่จะใช้เป็นบทพิสูจน์อย่างแท้จริง

ในช่วงเวลา 40 ปี [ก่อนที่จะได้รับการพิสูจน์ด้วยข้อมูลว่าเป็นจริง] คนส่วนใหญ่เชื่อมั่นในทฤษฎีของไอน์สไตน์เพราะมันเป็น “ความงดงามที่มีเสน่ห์” ในคำกล่าวของไวน์เบิร์ก

บทบาทของจินตนาการในวิทยาศาสตร์ ได้รับการกล่าวอย่างแพร่หลาย มีเรื่องเล่าจำนวนมากเกี่ยวกับสังหรณ์ใจที่กลายเป็นจริง ความสัมพันธ์ที่นึกออกทันควัน และเบาะแสที่ได้จากเหตุการณ์ปกติ (คงไม่มีใครลืมว่าเคคูเล่ (Kekulé) ค้นพบโครงสร้างของเบนซินด้วยแรงบันดาลใจจากงูกินหางที่เขาเห็นในฝัน) และชัยชนะของความงดงามเหนือความจริง ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว

เจมส์ วัตสัน (James Watson) [หนึ่งในทีมผู้ค้นพบดีเอ็นเอ] เล่าว่า เมื่อโรซาลิน แฟรงคลิน (Rosalind Franklin) ยืนมองโมเดลสุดท้ายของโมเลกุลดีเอ็นเอ ที่สร้างขึ้นตามทฤษฎี เธอ “ยอมรับว่า โครงสร้างนี้สวยงามเกินกว่าจะไม่เป็นจริงได้”

อย่างไรก็ตาม พวกเราชาวบ้านส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า นักวิทยาศาสตร์ไม่เชื่อในสิ่งที่พวกเขาพิสูจน์ไม่ได้ อย่างน้อยที่สุด พวกเราก็เรียกร้องให้พวกเขาใช้เกณฑ์การพิสูจน์หลักฐาน ที่สูงกว่านักวิจารณ์วรรณกรรม นักข่าว หรือนักบวช

จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่สาธารณชนให้ความสนใจมากมายกับคำตอบของนักวิทยาศาสตร์ ต่อคำถามว่า “อะไรที่คุณเชื่อว่าเป็นจริง แม้คุณจะพิสูจน์ไม่ได้ที่ตั้งโดยจอห์น บร็อคแมน (John Brockman) เจ้าของเว็บไซด์ The Edge

ดูเหมือนเราจะเจอข้อขัดแย้ง (paradox) ที่น่าคิด: ปัญญาชนที่เดิมพันความน่าเชื่อถือทางวิชาการของตนบนบทพิสูจน์อันเคร่งครัด กำลังต่อคิวประกาศความเชื่อที่พิสูจน์ไม่ได้ของเขา ความแคลงใจมิใช่เพื่อนรักของวิทยาศาสตร์หรอกหรือ?

เหล่าชายหญิงที่ตำหนิพวกเราว่ายึดติดในความเชื่องมงายที่ไม่สามารถทดสอบได้ซ้ำๆ ในห้องทดลอง กำลังคุกเข่าลงประกาศศรัทธาของพวกเขา

แต่ข้อขัดแย้งนี้จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นข้อขัดแย้งอะไรเลย เพราะธรรมชาติของวิทยาศาสตร์นั้นเป็นอย่างที่นักฟิสิกส์รางวัลโนเบล ลีออง เลเดอร์แมน (Leon Lederman) ว่าไว้: “การเชื่ออะไรสักอย่าง ทั้งๆ ที่รู้ว่าเรา(ยัง)ไม่สามารถพิสูจน์มันได้นั้น คือหัวใจของฟิสิกส์”

ความเชื่อของนักวิทยาศาสตร์ในสิ่งที่พวกเขาพิสูจน์ไม่ได้นั้น ไม่ได้เป็นข้อต่อต้านวิทยาศาสตร์ ความเชื่อเหล่านี้เป็นเพียงการรำพึงรำพันของนักวิทยาศาสตร์อาชีพ ในยามที่พวกเขาว่างจากงาน ความคิดเหล่านี้ ซึ่งครอบคลุมสาขาวิชาหลากหลาย แสดงให้เห็นสปิริตสูงสุดของจิตสำนึกทางวิทยาศาสตร์ – การคาดเดาอย่างมีเหตุผลที่เปี่ยมไปด้วยความใจกว้าง สร้างสรรค์ และกระตุ้นต่อมคิด

คำตอบของนักวิทยาศาสตร์หลายคนแสดงให้เห็นว่า พวกเขาเพลิดเพลินกับความกระหายใฝ่รู้ พิศวงหลงใหลในโลกของสิ่งมีชีวิต และปราศจากชีวิต บางที บทกวีอาจเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับความรู้สึกนี้ที่สุด

ลักษณะอีกอย่างของคำตอบที่น่าสนใจคือ สิ่งที่ อี.โอ. วิลสัน (E.O. Wilson) เรียกว่า “การหลอมรวม” (consilience) เส้นแบ่งเขตระหว่างวิชาเฉพาะด้านต่างๆ เริ่มแตกสลายลง เมื่อนักวิทยาศาสตร์พบว่าพวกเขาต้องใช้ความรู้ ความเข้าใจ หรือกระบวนการจากสาขาวิชาอื่น ที่ใกล้เคียงกันหรือเป็นประโยชน์ต่อสาขาของตัวเอง

ความปรารถนาสูงสุดใน “ยุคแห่งเหตุผล” (Age of Reason หรือ Age of Enlightenment คือศตวรรษที่ 18 ซึ่งเป็นยุคเฟื่องฟูของวิทยาศาสตร์หลายแขนง) คือการมีองค์ความรู้รวมที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้น เขยิบเข้ามาใกล้อีกนิดเมื่อนักชีววิทยาและนักเศรษฐศาสตร์ นำความรู้ของกันและกันมาประยุกต์ใช้ นักวิทยาศาสตร์สมอง (neuro-scientist) ต้องการนักคณิตศาสตร์ ในขณะที่นักชีววิทยาโมเลกุล ล่วงล้ำเข้าไปในอาณาเขตที่ไม่เคยถูกตีกรอบอย่างชัดเจน ของนักเคมีและนักฟิสิกส์ แม้กระทั่งนักดาราศาสตร์ก็ยังใช้ทฤษฎีวิวัฒนาการในการทำงาน และแน่นอน ทุกคนต้องใช้คอมพิวเตอร์ทำการคำนวณที่ซับซ้อน

ในการสื่อสารกับเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ต่างสาขา นักวิทยาศาสตร์จำต้องทิ้งศัพท์แสงเฉพาะด้านของพวกเขา และหันมาพูดภาษาที่ทุกคนเข้าใจ คือภาษาอังกฤษธรรมดา แน่นอน ผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยไม่ตั้งใจจากปรากฏการณ์นี้ คือชาวบ้านอย่างเราๆ ท่านๆ ที่สามารถติดตามการสนทนาต่างสาขาเหล่านี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องคุ้นเคยกับศัพท์แสงต่างๆ พวกเราเป็นส่วนหนึ่งของการอภิปรายอันต่อเนื่องและน่าตื่นเต้น ที่เปิดให้ทุกคนมีส่วนร่วมแสดงความเห็น.




เครดิต ::  http://www.fringer.org/?p=71

ทำไปทำมาก็ชักจะเหนื่อย- -"
ขอพักไปเล่นเกมส์ล่ะขอรับ หุๆๆ


PS.  จุ๊ๆๆๆ อย่าเอ็ดไปนะว่าคนโพสเป็นผู้หญิง กำลังหนีเจ้าหนี้อยู่ ยืมมือเจมส์ บอนด์มาช่วยปลอมตัวเลยนะเนี่ย ฮี่ๆๆๆ

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 2 ตุลาคม 2550 เวลา 16:58 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

11

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อั่ก..โอย...
    /me กระอักสาระ
    PS.  [whitehamster the dentist] อย่ามองแล้วหัวเราะเยาะข้า อย่ามายุ่งกับตัวตนของข้า อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงข้า แล้วข้าจะไม่ถามอะไรท่านไม่ว่าทุกสิ่งจะเป็นเช่นไร....
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้


     ที่แน่ๆการเดาอย่างชาญฉลาดเป็นแรงขับเคลื่นคะแนนสอบ ยามไม่ได้อ่านหนังสือไป แน่ๆ ( ยังดีกว่าลอกใครล่ะฟะ )


    PS.  who say i can't
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ERROR!! สมองอันน้อยนิดนี้ไม่สามารถรับสาระอันทะลักล้นนี้ได้ -*-
    PS.  ขอโทษที่ทำอะไรโง่ๆไปโดยไม่ได้คิด ต่อไปจะคิดให้มากกว่านี้ ขอโทษ...
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ถูกของเฮียปาร์ค..แต่ดาวเดาอย่างไม่ค่อยฉลาดเท่าไร..

    ก็มันเดานี่นา

    เหอๆ..
    PS.  เวรกรรม..- -*
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เเต่การเชื่อในรูปแบบของวิทยาศาสตร์ต่างจากศาสนานะครับ

    วิทยาศาสตร์ต้องมีเหตุผลเเละหลักฐานรองรับสมมติฐานนั้นเสมอ เเต่ศรัทธาตามเเนวศาสนาไม่ต้องมี(เเละไม่เคยมี)
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ยาวจัง =_=
    PS.  ,,-[]-,, [ในบรรดาเสียงไพเราะที่สุดในโลกนี้ เสียงหัวเราะคือหนึ่งในเสียงนั้น]
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    -ขอเวลาไปหลับดีกว่า
    PS.  เรื่องโหดๆ โรคจิต ต้องยกให้เรา เฮียเติ้ล
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ZZZzzZZZzz ~~~
    สาระจริงๆเลย..
    หึๆๆ ทีนี้ก็อย่าบ่นนะว่าบอร์ดขาดสาระ เหอๆๆ


    PS.  จุ๊ๆๆๆ อย่าเอ็ดไปนะว่าคนโพสเป็นผู้หญิง กำลังหนีเจ้าหนี้อยู่ ยืมมือเจมส์ บอนด์มาช่วยปลอมตัวเลยนะเนี่ย ฮี่ๆๆๆ
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    Hello! Good Site! Thanks you! ygbflqlqnkrz
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    Thanks for this site!
    <a href=http://iyqvdf.bcavgnc.cn/ >iyqvdf.bcavgnc.cn</a>
    <a href=http://uedeu.bcavgnc.cn/ >uedeu.bcavgnc.cn</a>
    <a href=http://yvl.bcavgnc.cn/ >yvl.bcavgnc.cn</a>
    <a href=http://jyxpe.bahrcbhnv.cn/ >jyxpe.bahrcbhnv.cn</a>
    <a href=http://njhy.kaiayan.cn/ >njhy.kaiayan.cn</a>
    <a href=http://mfj.bcavgnc.cn/ >mfj.bcavgnc.cn</a>
    <a href=http://pogg.bahrcbhnv.cn/ >pogg.bahrcbhnv.cn</a>
    <a href=http://kdhdt.kaiayan.cn/ >kdhdt.kaiayan.cn</a>
    <a href=http://nxjqvvn.bcavgnc.cn/ >nxjqvvn.bcavgnc.cn</a>
    <a href=http://hmaq.bahrcbhnv.cn/ >hmaq.bahrcbhnv.cn</a>
    <a href=http://dwfdvp.bcavgnc.cn/ >dwfdvp.bcavgnc.cn</a>
    <a href=http://lvys.bahrcbhnv.cn/ >lvys.bahrcbhnv.cn</a>
    <a href=http://erqn.bahrcbhnv.cn/ >erqn.bahrcbhnv.cn</a>
    <a href=http://xuvarv.bahrcbhnv.cn/ >xuvarv.bahrcbhnv.cn</a>
    <a href=http://kjll.bahrcbhnv.cn/ >kjll.bahrcbhnv.cn</a>
    <a href=http://zyur.bahrcbhnv.cn/ >zyur.bahrcbhnv.cn</a>
    <a href=http://keqimkc.kaiayan.cn/ >keqimkc.kaiayan.cn</a>
    <a href=http://zgeezd.bahrcbhnv.cn/ >zgeezd.bahrcbhnv.cn</a>
    <a href=http://uuedymt.kaiayan.cn/ >uuedymt.kaiayan.cn</a>
    <a href=http://tlkpqj.bcavgnc.cn/ >tlkpqj.bcavgnc.cn</a>
    <a href=http://sccjov.kaiayan.cn/ >sccjov.kaiayan.cn</a>
    <a href=http://ckvkor.kaiayan.cn/ >ckvkor.kaiayan.cn</a>
    <a href=http://drolta.bcavgnc.cn/ >drolta.bcavgnc.cn</a>
    <a href=http://rtemst.bcavgnc.cn/ >rtemst.bcavgnc.cn</a>
    <a href=http://hddoic.kaiayan.cn/ >hddoic.kaiayan.cn</a>
    <a href=http://jjxz.kaiayan.cn/ >jjxz.kaiayan.cn</a>
    <a href=http://sruh.bahrcbhnv.cn/ >sruh.bahrcbhnv.cn</a>
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    Thanks for this site!
    <a href=http://aanphx.zoupigon.cn/ >aanphx.zoupigon.cn</a>
    <a href=http://mwjxt.zoupigon.cn/ >mwjxt.zoupigon.cn</a>
    <a href=http://pbgi.nazhgrgrh.cn/ >pbgi.nazhgrgrh.cn</a>
    <a href=http://gqo.zoupigon.cn/ >gqo.zoupigon.cn</a>
    <a href=http://lxupczi.ipehinnwrw.cn/ >lxupczi.ipehinnwrw.cn</a>
    <a href=http://ibspguf.nazhgrgrh.cn/ >ibspguf.nazhgrgrh.cn</a>
    <a href=http://gttsmg.zoupigon.cn/ >gttsmg.zoupigon.cn</a>
    <a href=http://kkwc.ipehinnwrw.cn/ >kkwc.ipehinnwrw.cn</a>
    <a href=http://lrzxm.ipehinnwrw.cn/ >lrzxm.ipehinnwrw.cn</a>
    <a href=http://fhufdb.nazhgrgrh.cn/ >fhufdb.nazhgrgrh.cn</a>
    <a href=http://myg.zoupigon.cn/ >myg.zoupigon.cn</a>
    <a href=http://idf.nazhgrgrh.cn/ >idf.nazhgrgrh.cn</a>
    <a href=http://hkxra.nazhgrgrh.cn/ >hkxra.nazhgrgrh.cn</a>
    <a href=http://bzx.nazhgrgrh.cn/ >bzx.nazhgrgrh.cn</a>
    <a href=http://tunaik.zoupigon.cn/ >tunaik.zoupigon.cn</a>
    <a href=http://zylblux.zoupigon.cn/ >zylblux.zoupigon.cn</a>
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: