กวนอู เทพเจ้าโชคลาภแห่งศตวรรษที่ 21

ความคิดเห็น

4

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด


ชาวจีน จำนวนมากที่อาศัยอยู่ในประเทศจีน และ ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก  ต่างกราบไหว้  บูชา   กวนอู   ในฐานะ  เทพเจ้าฝ่ายบู้   เทพเจ้าผู้ทรงคุณธรรม   เทพเจ้าผู้พิทักษ์คุ้มครอง และ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ 
ในประเทศไทย มีคนจำนวนมากที่อาจเคยเห็นรูปปั้น หรือ ภาพวาด ของ  กวนอู บ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร  โดยเฉพาะในหมู่คนไทย ที่มิได้มีเชื้อสายจีน  หากมิได้เป็นคนชอบอ่านวรรณกรรมสามก๊กแล้ว  อาจไม่รู้จัก  กวนอู  เลยก็เป็นได้

 สำหรับเรื่องราวของ กวนอู  ทั้ง ประวัติ และ ผลงาน หากต้องการหาอ่าน ก็หาได้ไม่ยากนัก  แต่ในมุมมองของ ความเชื่อ  ที่ชาวจีนนับถือ กราบไหว้ บูชา  กวนอู  อยู่ทุกวันนี้  จะหาข้อมูลเชิงวิชาการเป็นภาษาไทยได้ไม่ง่ายนักเช่นกัน 

 กวนอู ในนามเทพเจ้าต่าง ๆ เช่น เทพฝ่ายบู๊  เทพผู้ทรงคุณธรรม ฯล   ฟังแล้วก็อาจไม่เป็นที่สงสัย  เพราะโดยประวัติและผลงาน  การขนานนามให้เป็นเทพต่าง  ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก  แต่ที่น่าแปลกก็ตรงที่  กวนอู  เป็นสัญลักษณ์ของเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ได้อย่างไร  โดยเฉพาะในศตวรรษที่ 21 เป็นที่นิยมกราบไหว้บูชาเป็นอย่างมาก  เรื่องราวของ  กวนอู  หากต้องการเขียนในทุกมุมมอง  ก็คงเขียนได้เป็นร้อยหน้ากระดาษ A4   ดังนั้นจึงขอนำเสนอเฉพาะสาระสำคัญ เพื่ออธิบายที่มาตามหัวข้อที่กำหนดไว้ 
              กวนอู  นามที่คนไทยเรียกกันอยู่ทุกวันนี้ ออกเสียงเป็นสำเนียงภาษาจีนฮกเกี้ยน  ซึ่งเป็นภาษาถิ่นที่ใช้กันส่วนใหญ่ใน มณฑลฮกเกี้ยน ประเทศจีน  แต่หากต้องการออกเสียงให้ตรงกับภาษาจีนกลางมาตรฐาน ก็ต้องออกเสียงว่า  กวานอวี๋  关羽)
สำหรับชาวจีนโดยทั่วไปแล้ว มักจะเรียก  กวนอู  ว่า   กวานกง  หรือ  กวานเหล่าเหย๋   
        

มีคำถามว่า “ ทำไม กวนอู ถึงได้เป็น เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ทั้ง ๆ ที่ กวนอูไม่เคยทำการค้าขาย  แม้จะเคยรบชนะมากมาย แต่สุดท้ายก็แพ้กลลวงศัตรูจนต้องเสียชีวิต อย่างนี้แล้ว เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ”  มีคำถามว่า  “ใครเป็นผู้กำหนดให้ กวนอู เป็นเทพเจ้าโชคลาภแห่งศตวรรษที่ 21 ”

กวนอู  ได้รับการยกย่องอย่างสูงจากประชาชนชาวจีน  จากขุนพลนายทหาร  คนธรรมดา  กลายเป็น เทพเจ้า  กลายเป็นวัฒนธรรม   กลายเป็นความเชื่อ  พิสูจน์ได้จากที่ กวนอู ได้มีตำแหน่งที่ตั้งท่ามกลางศาสนา ลัทธิความเชื่อ  ของชาวจีน อันได้แก่  ศาสนาพุทธ    ศาสนาเต๋า  และ  ลัทธิขงจื้อ    ทั้งนี้เรื่อยมาตั้งแต่ กวนอู ได้เสียชีวิตลง   นับจาก ราชวงศ์สุย  ราชวงศ์ถัง ราชวงศ์ซ่ง  ราชวงศ์หยวน  ราชวงศ์หมิง  และสุดท้ายได้แก่ ราชวงศ์ชิง  รวมเวลาไม่น้อยกว่า 1,500 ปี   นัยว่า ชื่อเสียงและเกียรติคุณของ กวนอู  แพร่หลายมากขึ้นตามกาลเวลา และสูงสุดในสมัยราชวงศ์ชิง  เมื่อประเทศจีนเข้าสู่ยุคสังคมนิยม  สถานที่สำคัญ ๆ ทางศาสนา มักถูกทำลาย  แต่ศาลเจ้าของ กวนอู  กลับไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เลย  ตรงกันข้าม  กลับแพร่ขยายออกไปสู่นอกประเทศจีน ผ่าน ชาวจีนโพ้นทะเล  เนื่องจาก ในสมัย ราชวงศ์ชิง และ ยุคสังคมนิยม  มีชาวจีนอพยบหนีความลำบากไปสู่ต่างดินแดน ต่างบ้านต่างเมืองเป็นอย่างมาก               

                กวนอู   ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์  แห่งความซื่อสัตย์ และคุณธรรม เป็นสัญลักษณ์แห่งความห้าวหาญ  จนเป็นเรื่องที่น่าแปลก   อย่างกรณีชาวฮ่องกง  ทุกสถานีตำรวจต้องมีรูปเทพเจ้ากวนอู ไว้กราบไหว้เวลาจะต้องออกปราบปรามเหล่าผู้ร้าย  ขณะเดียวกัน บรรดาแก๊งค์ต่าง ๆ ที่เป็นพวกอิทธิพลมืด ต่างก็กราบไหว้เทพเจ้ากวนอูเป็นสำคัญ   สรุปก็คือ ตำรวจก็ไหว้ กวนอู    ผู้ร้ายก็ไหว้ กวนอู   มันก็แปลกดีนะ

            การหาข้อมูลเกี่ยวกับ กวนอู ในทำนองว่า ใครเป็นผู้กำหนดให้เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภในศตวรรษที่ 21 นี้  ข้อมูลที่พอหาพบได้ มักจะเป็นในแนวของความเชื่อเป็นส่วนใหญ่   แต่มีผู้รู้ได้ให้เหตุผลของการที่ กวนอู ได้รับการกราบไหว้ บูชา จากบรรดาพ่อค้า นักธุรกิจทั่วไป  อย่างน่าสนใจว่า 

                การที่คนทำการค้า  คนทำธุรกิจ  กราบไหว้ กวนอู  เพราะ  กวนอู มักจะพร่ำสอนในเรื่องที่คนทำการค้าขายต้องยึดถือและให้ความสำคัญ คือ  จง (  )   ยี่   ( )  สิ้น  ( )   จื้อ  ( )    

เหริน  ( )    หย่ง  ( )

                จง (  )  มาจากคำว่า จงเฉิง ( 忠诚 )  มีความหมายว่า  จงรักภักดี  ซื่อสัตย์ 

            ยี่   ( )   มาจากคำว่า  เจี่ยงยี่ชี่ ( 讲义气 )  มีความหมายว่า  ความมีน้ำใจ การรักษาน้ำใจ ต่อมิตรสหาย

                                       ญาติพี่น้อง ด้วยความชอบธรรม 

                สิ้น  ( )   มาจากคำว่า   โส่วสิ้นย่ง  (守信用) มีความหมายว่า  ให้รักษาความน่าเชื่อถือ รักษาเครดิต

                                                                        เป็นสำคัญ

                 จื้อ  ( )  มาจากคำว่า  โหย่วจื้อฮุ่ย (有智慧 มีความหมายว่า ให้มี สติปัญญา

                เหริน  ( )      มาจากคำว่า  เหรินยี่  (仁义 มีความหมายว่า ให้มี เมตตาธรรม และ มีสัจจะ

          หย่ง  ( ) มากจากคำว่า  หย๋งกั่น  (勇敢) มีความหมายว่า ให้มีความกล้าหาญ มีความห้าวหาญ

                                                                                        พร้อมที่จะบุกไปข้างหน้า พร้อมที่จะทำการรบ

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้  ล้วนเป็นถ้อยคำพร่ำสอนของ กวนอู   คนรุ่นหลัง โดยเฉพาะพ่อค้า  มักจะยึดเหนี่ยวเป็นแนวทาง ปฏิบัติเรื่อยมา ด้วยคนทำการค้าขาย ต่างก็หวังให้คู่ค้าของตน มีคุณสมบัติดังกล่าว   เป็นอย่างนี้เรื่อยมาจนถึงยุคศตวรรษที่ 21     ซึ่งในยุคปัจจุบันนี้  มีเล่ห์กล และกลลวงมากมายในเชิงการค้า    นักธุรกิจจำนวนมาก  จึงกราบไหว้  กวนอู  เพื่อเป็นสิริมงคลแก่การประกอบธุรกิจ   และเป็นที่นิยมกราบไหว้ กวนอู กันมากยิ่งขึ้น จน เทพเจ้ากวนอู   ได้กลายเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ  ของชาวจีนที่ประกอบการค้า ในยุคปัจจุบันนี้


PS.  หนังสือที่ดี เปรียบดัง คัมภีร์แห่งมิตรภาพ การเรียนรู้ในโลกกว้าง เปรียบดัง ยุทธภพแห่งการผจญภัย

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 11 พฤษภาคม 2554 เวลา 12:51 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

4

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ดีมากค่ะ8
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ........
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: