ตำนานผีกระสือ

ความคิดเห็น

20

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

เมนๆโหวดกานด้วยนะจ๊ะ
ฝั่งโดย Administrator   
ตำนานผีกระสือ

                    ผีกระสือ มีแทบทุกภาคของเมืองไทย ทางภาคเหนือ เรียกสั้นๆ ว่า ผีสือ ทางภาคใต้เรียกว่า ผีกละ
ภาคอีสานเรียกว่า ผีโพง ผีกระสือนี้เชื่อกันว่า เป็นผู้หญิง และชอบเข้าสิงในกายหญิง ชอบกินของโสโครก ลักษณะเป็นดวงไฟแวมๆ ออกหากินในเวลากลางคืน ตามบ้านนอกมีความเชื่อเรื่องผีกระสือนี้มาก ถ้าเห็นแสงวาบๆสีเขียวเป็นดวงโต ก็เข้าใจกันว่าเป็นผีกระสือ และว่ามันไปแต่หัวและตับไตไส้พุง เวลาใครคลอดลูกใหม่ๆ มันได้กลิ่นความเลือดก็จะไปกินหญิงที่คลอดลูกนั้น หรือไม่ก็กินเด็กทารกเสีย ด้วยเหตุนี้จึงเกิดธรรมเนียมเอาหนามพุทรามาสะตรงใต้ถุนเรือนที่มีร่องถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะ เพราะผีกระสือกลัวหนามจะเกี่ยวไส้มันผีกระสือมักเป็นยายแก่มากกว่าสาวๆ นอกจากชอบกินของสดของคาวแล้ว ยังชอบกินอาจม จึงมักเป็นกันตามถานวัด (ส้วม) เมื่อมันกินแล้วก็จะหาที่เช็ดปาก ถ้าเห็นผ้าของใครตากทิ้งไว้ ก็เอาผ้านั้นเช็ดเลย เจ้าของผ้า เมื่อเห็นรอยเปื้อนเป็นดวงๆ ก็จะเอาผ้านั้นมาต้มหรือนึ่ง ผีกระสือก็จะรู้สึกปวดแสบ ปวดร้อนมาก เมื่อทนไม่ไหวก็ต้องมาขอร้องไม้ให้ต้มผ้านั้นอีกต่อไป
                      มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า คนเป็นกระสือนั้นตายยากตายเย็น เวลาจะตายต้องทนทุกข์ทรมานอยู่อย่างนั้น ไม่ตายได้ง่ายๆ จนกว่าทายาทคนใดรับทายาทเป็นผีกระสือต่อไป โดยรับเอาน้ำลายของกระสือบ้วนใส่ให้ คนที่เป็นผีกระสือจึงจะตาย เรื่องน้ำลายนี้ มักถือกันว่าเป็นของขลังทางภาคอีสานถือกันว่า ถ้าคนเป็นผีปอปถ่มน้ำลายรดถูกใคร ผู้นั้นจะต้องเป็นผีปอป จำพวกเดียวกับผีกระสือของภาคนั้น ชาวมลายูได้เล่าถึงผีฮัดตูปินังการัน หรือผีกระสือไว้หลายเรื่อง
                    เรื่องหนึ่งเล่าว่า ครั้งหนึ่ง มีครอบครัวหนึ่งมีอยู่ 3 คน พ่อ แม่ ลูก คืนหนึ่ง พ่อไปเที่ยวบ้านเพื่อน แม่ได้ใช้น้ำมนต์ทาที่รอบๆคอ สักประเดี๋ยวหนึ่ง คอของหล่อนก็หลุดออกจากตัวลอยไป และก่อนที่สามีจะกลับมา หัวของหล่อนก็จะกลับมาต่อกับร่างตามเดิม เวลาที่หัวลอยไปนั้น มีคนเห็นแสงสีเหลืองที่ลำไส้ และมักจะได้ยินเสียงซู่ๆ ไล่พวกสัตว์ต่างๆ ที่พยายามจะเข้ามารบกวนลำไส้ของหล่อน
                    คืนหนึ่งขณะที่หล่อนต้องการจะออกหากิน ลูกชายของหล่อนมาเห็นแม่เอาขวดน้ำมันมาทาที่คอ แล้วหัวก็แยกออกจากร่างไป ลูกชายก็ทดลองทำบ้างและชั่วเวลาประเดี๋ยวเดียวก็ร้องให้คนช่วยเสียงหลง เสียงร้องของเจ้าหนู ได้ยินกันทั่วแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้บ้านนั้น คงปล่อยให้ร้องอยู่จนหัวของแม่ลอยกลับมา เสียงร้องของเด็้กจึงเงียบไป จากนั้นครอบครัวนี้ก็ได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น ไม่มีใครทราบเรื่องอีกเลย

PS.  ดงบังจูเนียน่ารักมากๆ

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 4 พฤษภาคม 2552 เวลา 14:03 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

20

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    น่ากลัวแหะ.. ตอนอ่านอยู่ ตอนใกล้จบอ่ะ ตอนเด็กร้องง่ะ อยู่ๆ หมาร้องสวนขึ้นมาเสียงอย่างดัง แอบตกใจ 555+ ร้องตอนไหนไม่ร้อง วู้ว!
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เอะ แล้วเด็กเป้นไงบ้างอะ เป้นกระสือด้วยป่าว
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มันวะ
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เปนกระหังป่าว ผู้ชายจะเป็นกระสือได้ไง
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    บ้านเราก็มี
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เชื่อม้ายว่ามันอ่ะโคดน่ากลัว4
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    บ้านเราชลุย
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไม่เห็นจะน่ากลัวเลย.......มีที่เด็ดกว่านี้ไหม....
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ที่บ้านก็มีเหมือนกันค่ะ
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สมัยเป็นเด็กเคยได้ยินอยู่ครับ  เเละตอนนั้นเชื่อมากด้วย  เคยเเม้กระทั่งเอาผ้าถุงเเม่ที่เปื้อนเลือดไปลองต้มดู  แม่มาเจอเข้าถามว่าทำไรกันอยู่เหรอ  ผมก็ตอบว่าต้มผ้าถุงเเม่ที่เปื้อนเลือดเพื่อจะหาว่าใครเป็นกระสือ  โดนเเม่ตบหัวและท่านก็บอกว่าเลือดที่อยู่ตรงนั้นมันประจำเดือนของแม่เอง  สรุปว่าวันนั้นโดนเเม่ด่าทั้งวัน
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    กลัวมากและสยองจริงๆสมัยนี้จะมีอยู่มัยนะไม่อยากเจอเลยถ้าเจอเธอเอ๋ยฉันคงขาดใจตาย(วิ่งหนีหายไป)
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ยึ๊ยยยย เรื่องของชาวมลายูนี่น่ากลัวจังแฮะ
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    น่ากลัวจังเลย
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    โธ่เอ่ย แค่นี้เอง ...........( น่ากลัวววจางงงงงงง )
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    นุกดี < # >3
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    น่ากลัวเน๊ะไม่น่าเชื่อว่าปัจจุบันยังทีกระสืออยู่อีกหรอ งง103
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    น่ากลัวมากเลย104
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราพักอยู่ที่ มศว องค์รักษ์ จังหวัดนครนายก มีเพื่อนที่หอ 10 ชั้น5 ซึ่งอยู่ติดป่า เห็นกระสือไม่รู้จริงป่าว  วันรุ่งขึ้นไปถามคนเเถวนั้นเค้าบอกว่าเค้าเห็นกันบ่อยมากๆๆ   ไม่เชื่อไปรองของได้  เป็นป่าหลังมหาลัย สยองสุดๆๆ เด็กที่ไปเที่ยวหลัง มอ ตอนกลาง ต้องผ่าน บริเวณนี้ น่ากลัวมากๆๆ บางคนถึงขั้น พักที่นั้นเเล้วตอนเช้าค่อยกลับกัน
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไรสาระสิ้นดีเลยค่ะ  จาก อรอนินุช (เมจิ)103
  20. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มันมากมีอีกไหม
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: