Mythland:สัตว์ลึกลับจากทั่วโลก10

ความคิดเห็น

1

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

เรื่องเล่าขานของอสุรกายใต้ท้องทะเลในโลกนี้
คงไม่มีเรื่องใดจะสร้างความพรั่นพรึงให้ลูกทะเลอย่างเรื่องของ Kraken อีกแล้ว
จากเรื่องเล่าขาน เจ้าสัตว์ยักษ์ตัวนี้มีขนาดมหึมา มีหนวดใหญ่ยุ่บยั่บ
โผล่ขึ้นจากน้ำพรวดเดียวก็สูงกว่าเสากระโดงเรือ เจ้า Kraken ชอบที่จะโจมตีเรือเดินสมุทรอย่างกระทันหัน
โอบหนวดของมันรัดลำเรือเอาไว้ หนวดที่เหลือมันจะรัดลูกเรือจนกระดูกแหลกเหลว
บ้างก็รัดเข้ามาป้อนเข้าปากอันน่ากลัวของมัน เห็นไหมล่ะครับว่า ในบรรดาเรื่องเล่าเกี่ยวกับสัตว์ยักษ์ใต้สมุทร
คงไม่มีเรื่องใดจะน่าสยดสยองเท่าความดุร้ายของ Kraken อีกแล้ว



เรื่องราวของ Kraken อสูรร้ายอันโด่งดังจากทะเลเหนือ ที่จมเรือเดินสมุทรไปนักต่อนัก ก็คงมีพื้นฐานมาจากเจ้าปลาหมึกยักษ์นี่เองล่ะครับ จากสถิติที่เคยบันทึกกันไว้ ปลาหมึกยักษ์ที่ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ค้นพบ ถูกชาวประมงสามคนพบเห็นใน Timble Tickle เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ปี ค.ศ. 1878 ขณะนั้นพวกเขาหาปลาอยู่ไม่ห่างจากชายฝั่งมากนัก หนึ่งในนั้นสังเกตว่ามีซากอะไรบางอย่างกระจุยกระจายอยู่ไม่ไกลจากพวกเขานัก เมื่อเข้าไปสำรวจใกล้ๆพวกเขาก็พบกับรูปร่างที่แท้จริงของเจ้าซากนั้น ปลาหมึกยักษ์นั่นเอง...

พวกเขาใช้สมอเรือต่างเชือกมัด และพยายามสุดฤทธิ์ที่จะลากเจ้าสัตว์ยักษ์ตัวนั้นขึ้นบนฝั่ง น่าแปลกที่กล้ามเนื้อบางส่วนของปลาหมึกยักษ์นั้นยังคงมีชีวิตอยู่ ชาวประมงทั้งสามลากมันขึ้นไปบนบกและปล่อยให้ปลาหมึกแห้งตาย หลังจากเฝ้ารออยู่นานและแน่ใจว่าสัตว์ยักษ์ตัวนี้สิ้นฤทธิ์ไปแล้ว พวกเขาก็พากันมาวัดขนาดและตัดเอาบางส่วนของเนื้อมันไปเป็นอาหารหมา จากหัวจรดหางของเจ้าปลาหมึกยักษ์มีความยาว 20 ฟุต หนวดเส้นที่ยาวสุดยาวถึง 35 ฟุต ซึ่งยุ่บยั่บไปด้วยเขี้ยวแหลมคมที่มีขนาดถึง 4 นิ้ว

ดังที่กล่าวไปแล้วว่า อาหารโปรดของปลาหมึกยักษ์นั้นคือปลาวาฬเสปิร์ม เคยมีพนักงานประภาคารในแอฟริกาใต้สองคน เห็นการล่าเหยื่ออันน่าสยดสยองนี้กับตา เมื่อเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 1966 พวกเขากล่าวว่าเขาเห็นปลาหมึกยักษ์ตรงเข้าจู่โจมปลาวาฬเสปิร์มหนุ่ม การต่อสู้ตามธรรมชาติดำเนินไปถึงชั่วโมงครึ่ง และจบลงด้วยชัยชนะของนักล่า "เราคงไม่มีโอกาสเห็นปลาวาฬตัวนั้นอีกแล้วชั่วชีวิต" เจ้าหน้าที่หนึ่งในสองเอ่ยขณะให้สัมภาษณ์

เรื่องของ Kraken ถูกเล่าขานมานานเท่าใดไม่ปรากฏ แต่บันทึกที่เป็นหลักฐานครั้งแรก มาจากนอร์เวย์ครับ เป็นเรื่องราวที่อ้างถึงสิ่งมีชีวิตขนาดเท่าเกาะ ในหนังสือชื่อ The Natural History of Norway ที่เขียนโดยบิชอปแห่งเบอร์เก้น Erik Ludvigsen Pontoppidan ท่านได้บรรยายเกี่ยวกับ Kraken เอาไว้ว่า มันเปรียบเสมือนเกาะลอยน้ำขนาดย่อม ขนาดความยาวลำตัวยาวถึงครึ่งไมล์ อะไรมันจะขนาดน้าน จริงไหมครับ? แต่เรื่องราวในช่วงถัดมาเกี่ยวกับคราเก้นก็ค่อยๆลดขนาดของมันลงเรื่อยๆ ไม่มหึมาโอฬาริกอย่างในอดีต ถึงกระนั้นก็ยังจัดเป็นสัตว์ไซส์ยักษ์อยู่ดีครับ



Kraken ในตำนานของทะเลเหนือ ในสายตาของนักชีววิทยาแล้ว มันคงเป็นสัตว์ประเภทปลาหมึกยักษ์เสียมากกว่าครับ ลักษณะของปลาหมึกชนิดนี้มักจะก้าวร้าวรุกราน และขึ้นมาหาเหยื่อเหนือผิวน้ำเมื่อแลเห็นมนุษย์ ขนาดของมันไม่ถึงกับยาวกว่าครึ่งไมล์ตามบันทึกของท่านบิชอปหรอกนะครับ ถึงกระนั้นขนาดของมันก็สูสีกับสัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก คือปลาวาฬเสปิร์มอยู่ดี ในปี 1930 มีรายงานการโจมตีเรือของเจ้าปลาหมึกชนิดดังกล่าว นักชีววิทยาและผู้ชำนาญการคาดว่า เจ้า Kraken (หรืออาจจะเป็นปลาหมึกยักษ์ Giant Squid) นี้โจมตีเข้า เพราะเรือของมนุษย์เราดันไปมีรูปร่างคล้ายปลาวาฬ อาหารหลักของเจ้าปลาหมึกนี่เอง





จากรายงานของผู้ประสบเหตุ ปลาหมึกดังกล่าว มีขนาดมหึมากันเหลือเกินครับ โดยเฉลี่ยมันจะยาวประมาณ 100 ฟุต น้ำหนักประมาณ 2-3 ตัน ยังกะก็อตซิลล่าทะเลแน่ะ นึกภาพออกไหมครับว่า ถ้าเรือเดินสมุทรโดนสัตว์ยักษ์ทรงพลังขนาดนี้เข้าโจมตีแล้ว อะไรมันจะไปเหลือ และบริเวณที่เกิดเหตุส่วนมาก จะเกิดกับเรือเดินทะเลที่ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติคครับผม....


มาดูเรื่องของปลาหมึกยักษ์ อันน่าจะเป็นต้นตอของตำนาน Kraken กันบ้างดีไหมครับ?
ปลาหมึกขนาดใหญ่ที่สุด เท่าที่เรารู้จักกันในระดับที่สารบบชีววิทยายอมรับอย่างเป็นทางการ เป็นปลาหมึกที่อยู่ในตระกูล Architeuthis ซึ่งหาผู้พบเห็นได้น้อยมาก และปัจจุบัน เรายังไม่ทราบลักษณะการดำรงชีวิตของมันเท่าไรนัก

ปลาหมึกยักษ์จริงๆแล้วไม่ใช่สัตว์ตระกูลปลานะครับ เป็นพวก mollusks หรือหอยที่กินเนื้อเสียมากกว่า มีรูปร่างคล้ายๆกับภาพจำลองด้านขวามือนั่นแหละครับ ยาวแหลมเป็นตอปิโดเชียว มันมีปากที่แข็งแรงพอที่จะกระชากเคบินเรือที่ทำจากเหล็กกล้า ให้กระจุยเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้ หนวดทั้งห้าของมันนั้นมีอยู่เส้นหนึ่ง ที่ยาวและเพรียวกว่าเส้นอื่นๆ มีหน้าที่จับอาหารและป้อนเข้าสู่ปากอันน่าพรั่นพรึง ถัดจากปากก็เป็นลูกกะตาล่ะครับ ถือว่าเป็นตาที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาตาของสิ่งมีชีวิตทีเดียวเลย เพราะมันมีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 18 นิ้ว

ปลาหมึกทุกประเภทเคลื่อนที่ด้วยการพ่นน้ำ ทำนองเดียวกับเครื่องยนต์เจ็ทล่ะครับ แต่เปลี่ยนจากเชื้อเพลิงมาเป็นน้ำแทน พวกมันท่องเที่ยวหาอาหารไปเรื่อยๆ กินปลา, ปลาหมึกด้วยกัน, และร้ายที่สุดก็คือ กินปลาวาฬครับอาหารโปรดเค้าเลย




เปรียบเทียบขนาด กับสิ่งที่เราคุ้นเคยครับ "ยักษ์" สมชื่อดีไหม?


เรื่องราวของ Kraken อสูรร้ายอันโด่งดังจากทะเลเหนือ ที่จมเรือเดินสมุทรไปนักต่อนัก ก็คงมีพื้นฐานมาจากเจ้าปลาหมึกยักษ์นี่เองล่ะครับ จากสถิติที่เคยบันทึกกันไว้ ปลาหมึกยักษ์ที่ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ค้นพบ ถูกชาวประมงสามคนพบเห็นใน Timble Tickle เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ปี ค.ศ. 1878 ขณะนั้นพวกเขาหาปลาอยู่ไม่ห่างจากชายฝั่งมากนัก หนึ่งในนั้นสังเกตว่ามีซากอะไรบางอย่างกระจุยกระจายอยู่ไม่ไกลจากพวกเขานัก เมื่อเข้าไปสำรวจใกล้ๆพวกเขาก็พบกับรูปร่างที่แท้จริงของเจ้าซากนั้น ปลาหมึกยักษ์นั่นเอง...

พวกเขาใช้สมอเรือต่างเชือกมัด และพยายามสุดฤทธิ์ที่จะลากเจ้าสัตว์ยักษ์ตัวนั้นขึ้นบนฝั่ง น่าแปลกที่กล้ามเนื้อบางส่วนของปลาหมึกยักษ์นั้นยังคงมีชีวิตอยู่ ชาวประมงทั้งสามลากมันขึ้นไปบนบกและปล่อยให้ปลาหมึกแห้งตาย หลังจากเฝ้ารออยู่นานและแน่ใจว่าสัตว์ยักษ์ตัวนี้สิ้นฤทธิ์ไปแล้ว พวกเขาก็พากันมาวัดขนาดและตัดเอาบางส่วนของเนื้อมันไปเป็นอาหารหมา จากหัวจรดหางของเจ้าปลาหมึกยักษ์มีความยาว 20 ฟุต หนวดเส้นที่ยาวสุดยาวถึง 35 ฟุต ซึ่งยุ่บยั่บไปด้วยเขี้ยวแหลมคมที่มีขนาดถึง 4 นิ้ว

ดังที่กล่าวไปแล้วว่า อาหารโปรดของปลาหมึกยักษ์นั้นคือปลาวาฬเสปิร์ม เคยมีพนักงานประภาคารในแอฟริกาใต้สองคน เห็นการล่าเหยื่ออันน่าสยดสยองนี้กับตา เมื่อเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 1966 พวกเขากล่าวว่าเขาเห็นปลาหมึกยักษ์ตรงเข้าจู่โจมปลาวาฬเสปิร์มหนุ่ม การต่อสู้ตามธรรมชาติดำเนินไปถึงชั่วโมงครึ่ง และจบลงด้วยชัยชนะของนักล่า "เราคงไม่มีโอกาสเห็นปลาวาฬตัวนั้นอีกแล้วชั่วชีวิต" เจ้าหน้าที่หนึ่งในสองเอ่ยขณะให้สัมภาษณ์



อย่าว่าแต่ลูกปลาวาฬแรกรุ่นเลยครับ ขนาดปลาวาฬเสปิร์มตัวที่โตเต็มที่หนักราว 40 ตัน ก็ยังเสร็จปลาหมึกยักษ์มาแล้ว เรื่องนี้ถูกรายงานโดยนักล่าปลาวาฬชาวรัสเซีย เมื่อปี 1965 พวกเขาพบปลาวาฬเสปิร์มตัวหนึ่งลอยเท้งเต้งแบบแปลกๆ จึงเข้าไปสำรวจดูในระยะใกล้ และพบว่ามันตายเสียแล้ว รอบตัวของมันถูกรัดด้วยหนวดของปลาหมึกยักษ์ ทว่าเจ้าปลาหมึกตัวดีก็ตายแล้วเช่นกันครับ มีคนพบหัวของมันอยู่ในกระเพาะปลาวาฬเสียด้วย นี่ล่ะมั้ง ที่เค้าเรียกว่าชีวิตแลกชีวิต

เป็นโชคร้ายของนักวิทยาศาสตร์ แต่ก็นับเป็นโชคดีสำหรับชีวิตมนุษย์มาก เพราะเราไม่ค่อยจะมีโอกาสได้เผชิญกับเจ้าปลาหมึกยักษ์เหล่านี้มากนัก เพราะตามธรรมชาติของปลาหมึกยักษ์ มันชอบที่จะอาศัยอยู่ตามน้ำลึกและบริเวณน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำเอามากๆมากกว่า จากงานวิจัยของ Dr. Ole Brix แห่งมหาวิทยาลัย Bergen ได้รับผลจากการวัดเลือดของปลาหมึกยักษ์ว่า เลือดของมันฟอกออกซิเจนได้ไม่ดีในที่ๆอุณหภูมิสูงปลาหมึกยักษ์มักจะหายใจไม่ออกและขาดอากาศหายใจเอาได้ง่ายๆ หากต้องอยู่ในบริเวณที่ความกดต่ำและอุณหภูมิสูงนานๆ

อุณหภูมิยังมีผลกระทบเกี่ยวกับการลอยตัวของปลาหมึกยักษ์ในน้ำด้วยนะครับ น้ำอุ่นๆมักจะทำให้สัตว์มหึมาเหล่านี้ลอยตัวขึ้นมาสู่เบื้องบนและหมดปัญญาที่จะดำกลับลงไปยังจุดปลอดภัยได้ตามเดิม ยิ่งร้อนเท่าไหร่ โอกาสที่ปลาหมึกยักษ์จะขาดออกซิเจนและตายก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่ ในบริเวณที่พยานได้พบเห็นปลาหมึกยักษ์กัน มักจะเป็นบริเวณที่กระแสน้ำอุ่นกับกระแสน้ำเย็นมาตัดกัน ซึ่งจุดนั้น จะเป็นจุดที่ปลาหมึกยักษ์ปรับตัวไม่ทัน และเผอิญโผล่ขึ้นมา ให้ประชาชียลโฉมกันด้วยความพรั่นพรึงเล่นบ่อยๆด้วย

แล้วขนาดโตเต็มที่ของปลาหมึกยักษ์เหล่านี้ จะเติบโตได้สูงสุดขนาดไหนกันนะ? บางท่านอาจถามในใจอยู่แบบนี้ นักชีววิทยาก็ยังให้คำตอบที่แน่ชัดไม่ได้ เพราะปัจจุบัน เราก็ยังรู้เรื่องเกี่ยวกับมันน้อยมาก ไม่แน่ว่า ตัวเต็มที่ที่มีอายุเยอะๆของปลาหมึกยักษ์ อาจจะมีขนาดที่ใหญ่โตเกินกว่าจินตนาการของเราก็ได้ ลองมาฟังเรื่องของ A. G. Starkey หนึ่งในลูกเรือเดินสมุทรที่บังเอิญพบเห็นมัน ขณะโดยสารเรือข้ามมหาสมุทรอินเดียดูสิครับ




"มันลอยเทียบขนานมากับลำเรือ" เขากล่าว "ผมไม่แน่ในทีแรกว่า เสิ่งี่ผมเห็นนั้นมันคืออะไรกันแน่ มันเรืองแสงได้ครับ คล้ายๆกับสัตว์ประเภทปลาหมึก ตอนนั้นผมตกใจและนึกถึงคำเล่าขานของชาวเรือขึ้นมา ผมลองเดินจากอีกด้านของดาดฟ้าเรือ ไปจนกระทั่งถึงปลายสุดอีกข้างของร่างที่เรืองแสงได้นั้น มันแทบจะสุดลำเรือเลยทีเดียว... ขอบคุณพระเจ้า ที่มันไม่นึกสนุกอยากจะปล้ำกับเรือโดยสารของเราขึ้นมา" A. G. Starkey กล่าวทิ้งท้ายไว้ในที่สุด ครับ.. คงต้องขอบคุณพระเจ้าอย่างที่เขาว่า เพราะลงถ้าตัวของมันยาวแทบจะเท่าลำเรือขนาดนั้นแล้วล่ะก็ เกิดโดนโจมตีขึ้นมา ก็นึกภาพไม่ออกล่ะครับ ว่าบรรดาลูกเรือทั้งหลาย ใครจะมีโอกาสรอดได้บ้าง ก็เรือลำนั้นความยาวตลิดลำตั้งร้อยกว่าฟุตนี่ครับ บรื๋อ... พูดแล้วสยอง





แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 กันยายน 2550 / 16:24

PS.  อยากอ่าน Fruit basket เล่ม19เร็วๆจัง สงสารเคียว

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 30 กันยายน 2550 เวลา 17:00 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

1

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อยากกินหมึก ^0^

ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: