"ดร.ป๊อป" ฐาวรา สิริพิพัฒน์ "ผมแค่นักอยากเขียน" No 967232


กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

จากมติชน

โดย สุทธาสินี จิตรกรรมไทย




คงยังจำกันได้ หลายปีก่อนมีนักเขียนวัยรุ่นคนหนึ่งโด่งดังแทบจะเรียกได้ว่า "ชั่วข้ามคืน" ด้วยผลงานนวนิยายแนววิทยาศาสตร์แฟนตาซีชื่อ "เดอะ ไวท์ โรด"

ยอดอ่าน-ยอดขายถล่มถลายเสียจนแม้แต่เจ้าตัวเองยังไม่อยากเชื่อ ชื่อเสียงเริ่มมีเข้ามาจนรับมือไม่ทัน เกิดเป็นวิกฤตช่วงหนึ่งของชีวิต แต่ท้ายสุดก็ผ่านพ้น

วันนี้ ""ดร.ป๊อป" ฐาวรา สิริพิพัฒน์" ในวัย 22 ใกล้ 23 เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค)-พ้นจากเด็กวัยรุ่นเข้าสู่วัยหนุ่ม ยังดูเต็มไปด้วยพลังและจินตนาการเหมือนเช่นเคย

เขาผลักความกระตือรือร้นและจินตนาการที่พลุ่งพล่านในตัวออกมาเป็นผลงานเล่มใหม่ "เดอะ ซีรีส์ ออฟ ไซออน (The Series of Sion)" ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน

""ผมไม่ใช่นักเขียนนะครับ ผมเป็นแค่นักอยากเขียน...แต่งานเพลงนี่สิ ผมศึกษาจริง"" ดร.ป๊อปเน้นเสียง

เป็นอย่างไรต้องลองพูดคุยกับ ดร.ป๊อป

- "ครอบครัวเลี้ยงดูมาอย่างไร?"

คุณพ่อ (สุรเชษฐ์ สิริพิพัฒน์-กรรมการผู้จัดการ บริษัท เครดิตฟองซิเอร์ ลินน์ ฟิลิปส์ มอร์ทเก็จ) และคุณแม่ (จุรีรัตน์ สิริพิพัฒน์-กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้ คอนเซอร์น จำกัด) เลี้ยงแบบอิสระ คือทำอะไรก็ได้ ทำไปเลย จะได้รู้เองว่าผลลัพธ์เป็นยังไง

คุณแม่จะสอนหลัก 3 อย่างในการใช้ชีวิต คือไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน ไม่เบียดเบียนใคร และไม่ทำผิดกฎหมาย ถ้าอยู่ใน 3 ข้อนี้ผมจะทำอะไรก็ได้ และสอนไม่ให้เป็นคนเถียงด้วย ตอนเด็กผมโดนคนอื่นดุก็จะเงียบ พอกลับบ้านแม่รู้แม่จะถามว่าผมผิดไหม ถ้าไม่ผิดทำไมไม่เถียง ทำไมไม่ใช้เหตุผลบอกเขา

ครอบครัวเรามีคุณยายเป็นชาวนา ต้องปากกัดตีนถีบกว่าจะถึงจุดนี้ คุณแม่จึงอยากให้ลูกเป็นคนสู้ชีวิต ถ้าเราไม่ผิด เราต้องชนะ แต่ถ้าผิดให้เงียบไปอย่าเถียง

เพราะฉะนั้นผมเลยใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง ไม่ทำร้ายใครแต่ใครอย่ามาทำร้ายผมก่อน อย่างที่มหาวิทยาลัยจะรู้เลยว่าผมแรง (หัวเราะ) มีครั้งหนึ่งผมดูเกรดอยู่ที่บอร์ด ซึ่งมันออกมาไม่ดี ก็มีรุ่นน้องมาถามว่าทำไมผมไม่เก่งเหมือนในทีวีเลย ผมก็ถามว่าเขาได้เกรดอะไร ซึ่งเกรดเขาก็ไม่ดีเหมือนกัน ผมเลยบอกว่า ถ้าเขาสนใจเรื่องของตัวเองมากกว่านี้เขาจะสอบผ่าน เขาฟังแล้วอึ้ง ถามว่าทำไมผมพูดแรง ผมก็ถามกลับว่าแล้วน้องแรงมาก่อนหรือเปล่า

- "ผู้ใหญ่จะมองว่าป๊อปก้าวร้าวหรือเปล่า?"

กับผู้ใหญ่ผมจะนอบน้อม รู้จักกาละเทศะ สังคมบ้านเรายังไงต้องเคารพผู้อาวุโส

ผมเคยมีเรื่องกับอาจารย์ครั้งหนึ่งสมัยเรียน ม.ปลาย พอมาคิดดูผมรู้สึกว่าไม่ต้องทำแบบนั้น ทุกคนต้องการคำดีๆ จากคนอื่น ผมก็ด้วย เพราะฉะนั้นถ้าจะเถียงต้องมีเหตุผลดีๆ

- "ชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็กไหม?"

ชอบครับ แต่อ่านไม่ซีเรียส ตอนเด็กจะอ่านหนังสือของวอลต์ ดิสนีย์ ที่เป็นหนังสือภาพมีภาษาอังกฤษประกอบ พอชั้นประถมเริ่มเข้าห้องสมุด อ่านสารานุกรม อ่านเชอร์ล็อค โฮล์มส์ แต่อ่านเฉพาะตอนที่ชอบ พอมัธยมผมอ่านการ์ตูน ซึ่งเป็นแนวชอบเลย อ่านหนังสือพวกปรัชญาจีน จิตวิทยาปกครองคน ฯลฯ ของคุณแม่ อ่านวรรณกรรมเยาวชน

ปกติผมไม่อ่านวรรณกรรมเยาวชนนะครับ แต่ตอนนั้นแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ ดัง ผมเลยอ่าน

- "นักเขียนที่ชอบ?"

เจเน็ท อีวาโนวิช ผู้เขียน "วีรกรรมทำเพื่อเงิน" เซอร์อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ ผู้เขียน "เชอร์ล็อค โฮล์มส์" และ ปราบดา หยุ่น คนนี้ชอบ แต่ไม่เคยอ่านงานเขา ชอบเพราะชื่นชมที่เขาผ่านกระแสซีไรต์ได้ ผมชอบคนที่แข็งแกร่ง คนที่ฝ่าฟันทุกอย่างด้วยตนเอง

- "เริ่มเขียนหนังสือตั้งแต่เมื่อไหร่?"

จริงๆ เริ่มเขียนหนังสือการ์ตูนตอน ป.5 ผมชอบดรากอนบอล กับ สตรีท ไฟต์เตอร์ เลยเอาตัวเองกับเพื่อนๆ มาเขียนเป็นการ์ตูน ไม่ชอบอาจารย์คนไหนก็เอามาเขียนเป็นเรื่องอ่านกันเอง (หัวเราะ)

เรื่อง เดอะ ไวท์ โรด ผมคิดโครงเรื่องไว้ตอน ม.3 อายุ 14 ปี ผมเป็นคนฟุ้งซ่าน วันหนึ่งคิดอะไรได้ตลอดเวลา พอวรรณกรรมเยาวชนดัง ผมเริ่มอยากเขียนนิยาย ได้แรงบันดาลใจทั้งจากการ์ตูน เกม หนัง ผสมผสานเป็นเดอะ ไวท์ โรด แต่เขียนไม่จบ จนขึ้น ม.ปลายก็เขียนต่อแล้วเอาโครงเรื่องตอน ม.ต้นมาปรับ เอาเวลาหลังเลิกเรียนหรือวันหยุดเสาร์อาทิตย์มาเขียน เขียนแล้วส่งให้เพื่อนอ่าน มีความสุขมาก โลกเป็นสีชมพู

แล้วเอาลงเว็บไซต์เด็กดี (www.dek-d.com) อ่านความเห็นแล้วมาปรับปรุงงานเขียน จนตีพิมพ์เป็นหนังสือในปี 2545

- "กระแสเป็นอย่างไรบ้าง?"

ตอนลงเว็บไซต์เด็กดีกระแสตอบรับดี 100 เปอร์เซ็นต์ แต่พอคนเริ่มรู้จักมากขึ้นเริ่มมีกระแสแง่ลบ อย่างการหาว่าผมโปรโมตตัวเอง ซึ่งเพื่อนผมจะไปเขียนโปรโมตตามเว็บว่านิยายเรื่องนี้ดีอย่างนั้นอย่างนี้ กลายเป็นว่าเยอะจนผิดสังเกต มีคนตรวจไอพี (IP) ถึงรู้ว่าเป็นคนคนเดียวกัน ผมเลยไปแก้ว่าขอโทษด้วยที่เพื่อนผมทำแบบนี้

กลายเป็นว่าผมแก้ตัวในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำ

ตอนนั้นเหมือนดังข้ามคืนจริงๆ ผมทำตัวไม่ถูก คิดว่าต้องทำตัวให้ทุกคนชอบและรักเรา ไปๆ มาๆ ไม่มีความสุข ความคิดที่อยากให้ทุกคนรักกลับทำร้ายเรา

ยังมีอีก...หาว่าผมหยิ่ง เป็นเกย์ หลอกแฟนคลับผู้หญิงก็มี ผมไม่เคยโดนใครว่าเยอะขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ตอนนั้นสอบปลายภาค สอบเอ็นทรานซ์ ออกรายการทีวี ต้องให้สัมภาษณ์ ทุกอย่างเข้ามาหมด รู้สึกว่าเกินขีดจำกัดของเราแล้ว บางทีผมคุยโทรศัพท์กับเพื่อนแล้วร้องไห้ออกมาเลยนะ...ช่วงนั้นแหละที่แย่สุดในชีวิต

ถึงจุดหนึ่งผมไม่สบาย เพ้อเลยหนึ่งวันเต็ม วันนั้นแหละครอบครัวผมถึงรู้ว่าผมต้องเจออะไรบ้าง คุณแม่บอกว่าอย่าสนใจ ถ้าเราเป็นอย่างที่เขาว่าจริงคงไม่มีใครมาอ่านงานเรา และเราต้องเลือกสนใจคนที่เรารักและรักเราเท่านั้น จะสนใจความรู้สึกทุกคนคงไม่ได้

มีคนอื่นที่วิจารณ์งานผมนะครับ แต่ผมรู้สึกว่าเรื่องตัวผมจะดังกว่างานอีก (หัวเราะ)

- "คิดมาก่อนไหมว่างานเขียนจะโด่งดัง"

ไม่คิดเลย แต่พื้นฐานผมเป็นคนโชว์ออฟ แค่อยากเขียนหนังสือมาอวดเพื่อน แบบ...นี่ไง มีชื่อเราด้วย นี่ไงเด็กสามเสนวิทยาลัย พิมพ์ครั้งแรกเสร็จ 13 วันพิมพ์ครั้งที่ 2

ช่วงที่คนเริ่มรู้จักผมอยู่ ม.ปลายสายวิทย์-คณิต กำลังจะสอบเอ็นทรานซ์ อยากเข้าคณะด้านสารสนเทศแต่เอ็นท์ไม่ติด เริ่มเครียด เอ็นท์ไม่ติดทำไงดี พอดีเอแบคเสนอทุนให้เรียนคณะบริหารธุรกิจเลยตกลง

พอรู้ว่าได้ทุน ผมไม่เข้าห้องเรียนแล้ว เริ่มกร่าง คิดว่าตัวเองแน่ ฉันหาเงินได้เป็นแสนเป็นล้าน ฉันไปออกรายการทีวีเกือบทุกช่อง แถมยังได้ทุนเรียนอีก คิดอย่างงี้เลย...พออาจารย์ว่าก็ชี้หน้าว่าอาจารย์ เปรี้ยวขนาดไหนคิดดู อาจารย์อีกคนก็มาบอกว่าทำไมป๊อปพูดแบบนี้ ตลอด 6 ปีที่ผ่านมาทุกคนรักป๊อปหมด แล้วแค่แป๊บเดียวทำไมเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้

ผมเครียดนะ เพื่อนก็แอนตี้ บอกว่าถ้าไม่ขอโทษอาจารย์จะไม่คุยด้วย อาจารย์ก็เตือนว่าได้ชื่อเสียงมาแล้วต้องดูแลให้เป็น ป๊อปยังเด็ก อย่าให้ชีวิตเหลวเพราะเรื่องชื่อเสียง ผมก็สำนึกผิดเข้าไปกราบขอโทษอาจารย์

ตั้งแต่นั้นมาผมเตือนตัวเองตลอด ว่าต้องรู้จักกาละเทศะ อย่าก้าวร้าวกับผู้ใหญ่ อย่าให้ชื่อเสียงมาเปลี่ยนเรา ต้องไม่ลืมว่ากำพืดเรามาจากไหนและอย่าเหลิง ผมโชคดีที่มีเพื่อนและครอบครัวคอยเตือน

- "มีคนเข้ามากรี๊ดเพราะหน้าตาดี?"

ผมว่าผมหน้าตาธรรมดา และคิดว่าคนที่ชื่นชมงานเขียนเขาจะมีความฟีเวอร์หนังสือมากกว่าดารานักร้อง หนังสือเป็นเรื่องของระยะยาว เพลงฟังไม่กี่นาที

คือความผูกพันกับหนังสือจะเยอะกว่า เพราะฉะนั้นจะมีคนมาขอลายเซ็นผม แต่ไม่ได้เข้ามากรี๊ด

- "คิดว่าตัวเองเป็นต้นแบบนักเขียนเด็กคนอื่นๆ ไหม?"

คิดครับ เพราะตั้งแต่งานผมออกไปก็มีคนกล้าจะเขียนมากขึ้น ผมชอบเป็น "เฟิร์สต์ มูฟเวอร์" ทำอะไรเป็นคนแรก ไม่คนแรกก็คนที่ 2 เพื่อดูว่าคนแรกมีข้อผิดพลาดยังไงจะได้เอามาปรับปรุง แต่ปัจจุบันผมขอเป็นคนท้ายๆ เพราะจะได้ดูให้หมดเลยว่าต้องเพิ่มอะไร (หัวเราะ)

- "เป็นคนมั่นใจตัวเองสูงมาก?"

ครับ แล้วจะไม่ชอบโดนขัด อย่างไปดูคอนเสิร์ตก็ทะเลาะกับน้องสาว ผมเป็นคนเปิดเผย สนุกก็กระโดดๆ แต่น้องกับแม่จะห่วงภาพลักษณ์ (หัวเราะ) เขาจะคอยบอกอย่ากระโดดๆๆ ผมก็อ้าว...อยากกระโดด

ตอนเข้ามาเรียนปี 1 ผมมั่นใจตัวเองมาก แต่งพั้งก์ไปเรียน เล่นสเก๊ตเข้าห้องเรียน เพื่อนคนไทยแทบไม่คบผมเลย

ผมเสียใจนะ ทำไมไม่มีเพื่อนคนไทยเลย ผมพยายามผูกมิตรกับคน แต่ถูกหาว่าสร้างภาพ จนมาเจอเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่รับเราได้ เลยเริ่มรู้จักเพื่อนคนไทยมากขึ้น รู้จักสังคมมากขึ้น กว่าจะปรับตัวได้ก็ปี 3 ปี 4

ผมไม่ใช่กู๊ด บอย นะครับ (หัวเราะ)

- "เรื่องเดอะ ซีรีส์ ออฟ ไซออน (The Series of Sion)?

เกิดจากวอลต์ ดิสนีย์ แฟนตาเซีย ไม่มีบทพูดเลย มีแต่เพลงดูแล้วชวนหลับ แต่น่าสนใจตรงที่มีเรื่องเทพ มีเซ็นทอร์ มีเทพซุส เทพอพอลโล

ได้แรงบันดาลใจจากวิชาอารยธรรมโลก (เวิลด์ ซิวิไลเซชั่น) ตอนปี 2 อาจารย์สอนดีทำให้เราชอบวิชานี้เลยตั้งใจเรียน พอถึงส่วนประวัติศาสตร์กรีก-โรมัน มีพูดถึงเทพ มีมหากาพย์อีเลียด สนุกมากๆ เลยศึกษาจริงจัง

ผมเป็นคนได้แรงบันดาลใจอะไรง่ายและเป็นช่วงๆ บางช่วงผมบ้าศิลปะ บางช่วงบ้าแฟชั่น ดีที่เรื่องเทพเป็นความสนใจที่อยู่นาน จนเขียนโครงเรื่องได้ เลยสานต่อมาเป็นเรื่องเดอะ ซีรีส์ ออฟ ไซออน ที่ใช้คำว่า "ไซออน" เพราะคำนี้ฟังแล้วดูมีพลัง

เขียนเป็นแนวไซไฟ-โมเดิร์น ภาษาเปลี่ยนจากเดอะ ไวท์ โรด เยอะมาก ดูมีพัฒนาการขึ้น ค้นคว้าข้อมูลจากหนังสือเทพภาษาไทยและภาษาอังกฤษเยอะมาก ผมอยากให้คนอ่าน-อ่านแล้วอยากศึกษาเรื่องเทพเพิ่มเติมครับ

- "แล้วถ้าคนที่ไม่เคยอ่านงานของ "ดร.ป๊อป" มาก่อนอ่านได้?"

ต้องยอมรับว่าคนอ่านนิยายของผมโตขึ้น บางคนแต่งงานมีลูกแล้วด้วยซ้ำ ทุกคนโตขึ้น มีความคิดขึ้น เราจะป้อนแต่สิ่งที่ทำให้เขาเด็กลงไป ก็ไม่ใช่แล้ว

เป็นผมก็อยากอ่านงานของนักเขียนที่มีพัฒนาการ ซึ่งเดอะ ซีรีส์ ออฟ ไซออน ก็มีพัฒนาการและเป็นงานที่ผมคิดว่าโตขึ้น

ถ้าไม่เคยอ่านงานผม รับรองอ่านเรื่องนี้แล้วสนุกแน่นอน (ยิ้ม)

- "สนใจเรื่องข่าวสารบ้านเมือง?"

สนใจเป็นบางเรื่อง จะสนใจเรื่องที่สนุก ผมชอบเรื่องบันเทิงอย่างหนัง ดนตรี ข่าวนวัตกรรมใหม่ ส่วนการเมืองผมคิดว่าเป็นเรื่องที่คุยแล้วต้องทะเลาะกัน ในครอบครัวเดียวกันยังเห็นไม่ตรงกันเลย และถ้าใครถาม ผมก็ไม่อายด้วยที่จะบอกว่าไม่รู้เรื่อง

- "ป๊อปจะออกเทป?"

ครับ แต่ยังไม่สังกัดค่าย ตอนนี้ทำเองหมดเลยทั้งดนตรี แต่งเนื้อเพลงทั้งไทยทั้งอังกฤษ แต่งทำนอง ร้องก็ร้องเอง

ผมเคยอยู่สังกัดใหญ่แต่ออกมาเพราะสไตล์เรากับเขาไม่เหมือนกัน แนวผมจะประมาณฮิพฮอพ-อาร์แอนด์บี

ผมฟังเพลงฝรั่งเยอะ ศึกษาว่าเขาใช้ดนตรีอะไรใหม่ๆ กระแสดนตรีช่วงนั้นช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง

โปรดิวเซอร์คนไหนมาแรง จะศึกษาว่าเขาทำงานอย่างไร เพลงหนึ่งเพลงผมฟังเป็นร้อยรอบ ฟังเพื่อแกะว่าเขาใช้เสียงร้องกี่เสียง ดนตรีเป็นยังไง โน้ตกี่ตัว ฟังแต่ละรอบก็จะมีอะไรใหม่ๆ ผมศึกษาเรื่องดนตรีมาก ผมอยู่กับดนตรีมากกว่าเขียนหนังสือซะอีก

ตอนนี้ยังไม่มีกำหนดออกเทป แต่ดนตรีผมเสร็จไป 20 เพลงแล้ว ได้ 2 อัลบั้มแล้ว (หัวเราะ) เหลือแค่เข้าห้องอัด

แรงบันดาลใจในการทำเพลงก็เอามาจากการฟังเพลง ผมฟังหลายแนวมาก การาจ, ฮิพฮอพ, อาร์แอนด์บี, เทคโน, เฮาส์, บัลลาด ฯลฯ บริตนีย์ สเปียร์ส,คริสติน่า อากีเลร่า, จัสติน ทิมเบอร์เลค, มิสซี่ อีเลียต ฯลฯ ผมฟังหมดไม่ปิดกั้นตัวเอง

อยากให้เห็นว่าผมทำเพลงเป็น เพลงที่ผมทำเมื่อ 2-3 ปีก่อนก็มาเป็นเทรนด์ในตอนนี้ แสดงว่าความคิดเรื่องดนตรีเราก็ไปได้

ที่มหาวิทยาลัยจะรู้จักว่าผมเต้นมากกว่าเป็นนักเขียนด้วยซ้ำ เวลามีงานของมหาวิทยาลัยผมก็เต้นฮิพฮอพ เหมือนได้ปลดปล่อย เวลาที่อยู่บนเวทีเป็นช่วงที่ผมมีความสุขที่สุด

- "ไม่กลัวว่าคนจะมองภาพป๊อปว่าไม่ชัดเจน เดี๋ยวเขียนหนังสือ เดี๋ยวออกเทป?"

ผมรู้สึกว่านี่น่าจะทำให้คนรู้จักตัวจริงของผมมากกว่า

ผมไม่ใช่นักเขียน ผมเป็นนักอยากเขียน ผมไม่มีคุณสมบัติของความเป็นนักเขียนที่ดี ตอนที่ผมเข้าไปในแวดวงนักเขียนผมบอกตัวเองแล้วว่า ผมไม่ใช่นักเขียน

บางคนบอกด้วยซ้ำไปว่าผมนอกคอก ด้วยบุคลิก การแสดงออก มันไม่ใช่ ผมไม่ใช่คนที่อ่านหนังสือเป็นบ้าเป็นหลัง ไม่ใช่คนที่ศึกษาวรรณศิลป์อะไรอย่างถ่องแท้ ผมแค่อยากเขียน

แต่งานเพลงนี่สิผมศึกษาจริง ศึกษาทุกอย่าง วงการนี้ใครเด่นเรื่องไหน ดนตรีแบบไหนเป็นยังไง บางทีดนตรีขึ้นมาสามารถบอกได้เลยว่าใครแต่ง...คือรักจริงไงครับ

คุณแม่ไม่สนับสนุนให้ผมเป็นนักร้อง แต่ผมจะทำ ทำดี-ดีไป ทำไม่ได้เดี๋ยวรู้เอง

ผมไม่เคยเหนื่อยกับเรื่องเพลงครับ มีท้อบ้างแต่ไม่หยุด

"เพราะเป็นคนอยากทำอะไร ต้องทำให้ได้"

PS.  สาวกอาวุโสบอร์ดASKMEDIA.CO.THรอบรู้เกือบทุกอย่างเรื่องตำนานเทพกรีก อยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเทพกรีก ถามมาได้ แต่ตอบได้หรือไม่อีกเรื่อง(แล้วตกลงมันรู้จริงๆหรือเปล่าเนี่ย)

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 20 ธันวาคม 2555 เวลา 19:24 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

83 ความคิดเห็น

    ความคิดเห็นที่ 1 - 20

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อื้ม....
    PS.  ทุกสิ่งที่มนุษย์สามารถจินตนาการได้ คือความเป็นจริงที่มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น(วิลลี่ แกรอน นักฟิสิกส์) : One Piece
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    2
    Ghitow
    23 ต.ค. 50 02:47 น.
    ได้ข่าวว่าทิ้งไวท์โรดไปแล้ว....
    PS.  ...ลูกชิ้นดีกว่าดอกไม้...
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้


    ว่าจะไม่แฉเสียแล้ว แต่เห็นงี้แล้วหมั่นไส้ทนไม่ได้ฟ่ะ


    "ตอนลงเว็บไซต์เด็กดีกระแสตอบรับดี 100 เปอร์เซ็นต์ แต่พอคนเริ่มรู้จักมากขึ้นเริ่มมีกระแสแง่ลบ อย่างการหาว่าผมโปรโมตตัวเอง ซึ่งเพื่อนผมจะไปเขียนโปรโมตตามเว็บว่านิยายเรื่องนี้ดีอย่างนั้นอย่างนี้ กลายเป็นว่าเยอะจนผิดสังเกต มีคนตรวจไอพี (IP) ถึงรู้ว่าเป็นคนคนเดียวกัน ผมเลยไปแก้ว่าขอโทษด้วยที่เพื่อนผมทำแบบนี้

    กลายเป็นว่าผมแก้ตัวในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำ

    ตอนนั้นเหมือนดังข้ามคืนจริงๆ ผมทำตัวไม่ถูก คิดว่าต้องทำตัวให้ทุกคนชอบและรักเรา ไปๆ มาๆ ไม่มีความสุข ความคิดที่อยากให้ทุกคนรักกลับทำร้ายเรา

    ยังมีอีก...หาว่าผมหยิ่ง เป็นเกย์ หลอกแฟนคลับผู้หญิงก็มี ผมไม่เคยโดนใครว่าเยอะขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ตอนนั้นสอบปลายภาค สอบเอ็นทรานซ์ ออกรายการทีวี ต้องให้สัมภาษณ์ ทุกอย่างเข้ามาหมด รู้สึกว่าเกินขีดจำกัดของเราแล้ว บางทีผมคุยโทรศัพท์กับเพื่อนแล้วร้องไห้ออกมาเลยนะ...ช่วงนั้นแหละที่แย่สุดในชีวิต"

    น้องป๊อบเอ๊ยยยยย ไม่พูดก็ไม่มีใครเขาว่าหรอกเน้อ ตอนนั้นเขาจับได้คาหนังคาเขาไม่ใช่เพราะ IP อย่างเดียว แต่เพราะน้องพิมพ์ผิดเหมือน "เพื่อน" น้องที่มาโปรโมทนิยายด้วย และมันเป็นข้อผิดพลาดที่มีตั้งแต่ในนิยายของน้องแล้ว ทั้ง"คุณลุงนักอ่าน","นักเขียนใหญ่","สาวน้อยแฟนคลับ" จดหมายขอโทษหรือจดหมายที่น้องมาแก้คำขอโทษตัวเองก็พิมพ์ผิดที่เดียวกันนี่แหละครับ

    ตอนหลังโดนจับได้อีกก็บอก Keyboard ที่บ้านเสีย โอ้ ลื่นไหลจริงๆพี่น้อง หรือเพื่อนน้องเป็นคนเขียนนิยาย?

    ส่วนเรื่องหลงตัวเองว่าหล่อ ไม่แปลกหรอกครับ ผมยังจำได้ิติดตาเลย น้องปลอมตัวมาเป็น ญ บอกคนอ่านว่า

    "วัีีนนี้หนูเห็นพี่ป๊อบที่สยามด้วยละค่ะ หล๊ออหล่อ สมาร์ท มาดแมน" 555 ขำจริงๆ

    แล้วเวลาน้องโผล่มาเองตอนนั้นก็นะ ไม่อยากบอก นักเขียนใหญ่ๆหลาคนเขายังจำได้ที่มาวิจารณ์ สับบ้างติบ้าง ตามธรรมเนียม"รุ่นพี่"อยากสอน"รุ่นน้อง" แต่ก็เจอคุณกับแฟนคลัปด่าเข้าให้ ว่าอ่านไม่ดีเอง ไม่เข้าใจความยิ่งใหญ่ของนิยายตัดแปะเรื่องนี้

    ใครเป็น Fanclub ฝากไปบอกเจ้าตัวด้วยนะครับ ว่าเรื่องผิดน่ะมันผ่านไปแล้ว สิ่งที่สังคมต้องการคือการสำนึกและปรับปรุงตัว ไม่ใช่มาชำระประวัติศาสตร์เมื่อคนเขาลืมไปแล้ว มันหมายความว่าคุณไม่ได้ปรัปรุงตัวเองสักนิด แค่โกหกเก่งขึ้นเท่านั้นเอง

    ฉุนขาดเลยนะเนี่ย เฮ้อออ


    PS.  "You who go where others dare not; Will you be my God? The architect of my house?"
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    โอ้ ท่านรีมารุนแรงแฮะ ปล่อยๆน้องเขาไปเถอะท่าน ไหนๆเรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ท่านดล ๆ ใจเย็น 555+   ผมก็คนหนึ่งที่มีประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำกับเรื่องนี้ เอาเป็นว่า เรามารอดูกันดีกว่า ว่าจะมีกระแสต่อความเห็นที่3ของท่านยังไง เหอๆ ผมช่วยเต็มที่
    PS.  เด็กสมัยนี้ทำตัวไม่น่ารักเอาซะเลย
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    รอดูต่อไป
    PS.  อยากได้คอมเม้นท์สีฟ้าบ้างจัง
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    7
    Celeborn
    23 ต.ค. 50 10:16 น.
    ไปกับดนตรีเลยจะดีกว่ามั้ย ฉุนตรงที่เรื่องใหม่ได้ตีพิมพ์กับมติชน ทำให้มาตรฐานของสำนักพิมพ์ลดลงไปอีก ผลงานแย่ๆพลอยแต่จะทำให้คนอ่านได้รับความคิดแย่ๆเข้าไปด้วย

    ถ้าคุณไปอยู่กับดนตรีของรุ่งกว่าและไม่มีใครด่าเยี่ยงนี้ด้วย

    ป.ล. พี่ดนย์ตอบได้ดีมาก ^w^
    PS.  So many wars are able to destroy every race of men
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ผมเกิดช้าไปรึเปล่าหว่า

    งง ไม่รู้เรื่อง

    แต่เท่าที่อ่าน คห. 3 

    เค้าคงทำอะไรไม่ดีๆไว้เยอะเเฮะ
    PS.  มีคนเคยบอกว่าจินตนาการ เป็นได้เพียงแค่ความฝันที่ไม่อาจเป็นจริง แต่ข้าคือผู้สร้างความจริงให้กลายเป็นจินตนาการอันยิ่งใหญ่ที่พวกเจ้าไม่อาจเชื่อ
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    งง และไม่รู้เรื่อง  2545 ยังไม่เริ่มเล่นเด็กดีเลย งิงิ
    PS.  ........,,,,,,, [[StouBborN BabY]] >> {{...เด็กงี่เง่าก็มีหัวใจ...}},,,,,,,........
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ดูออกแนวหลงตัวเองไงๆไม่รู้แฮะ - -a
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ้อ ว่าแต่งานเพลงนั่นน่ะ
    จะออกมาเป็นไงนะ...มีวงด้วยเหรอ ยังอินกระแสอยู่ด้วย

    ...แหละ

     อยากลองฟังดูเหมือนกันแฮะ ว่าจะเพราะอย่างว่าจริงๆรึเปล่า
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เห็นแล้วกลุ้มจัง เอาเป็นว่าคนเราย่อมมีเหตุผลในการกระทำของแต่ล่ะคน 


    บางคนอยู่สังคมที่พลาดไม่ได้ เมื่อพลาดแล้วจึงไม่สามารถยอมรับในความผิดพลาดนั้นก็มี 

    เรามองโลกในแง่ดีบ้างก็คงดีนะ เราคิดเสียว่าน้องไม่มีเงินไปจ้างคนอื่นแบบนักการเมืองที่โพสเชียร์พรรคตัวเองก็คงจะดี อย่างน้อยคิดว่าเป็นการโฆษณาอย่างหนึ่งล่ะกัน


    คนเราทุกคนย่อมมีความลับ เหมือนนักร้องบางคนที่มีข่าวว่าเป็นเกย์ ถามว่านักร้องคนนั้นหลอกแฟนคลับหรือประชาชนไหม
    หากเขายอมรับ เดี๋ยวมีบางพวกรุมด่าว่าเป็นตัวอย่างไม่ดีให้กับเยาวชน
    หากเขาไม่ยอมรับ เดี๋ยวมีบางพวกรุมด่า หน้าด้าน โกหกประชาชน
    ของบางอย่างมันไม่จำเป็นต้องให้แสดงออกมาหมดก็ได้ ถ้าคนนั้นไม่ได้ทำอะไรให้เสียหายมาก เหมือนผู้สื่อข่าวชอบถามนักร้องบางคนว่าเมื่อไรมีแฟน ทั้งๆที่ตนรู้ข่าวของดาราผู้นั้นอยู่แก่ใจ 

    ทำไมสังคมถึงชอบเอาจุดที่คนไม่ชอบมาเล่นกัน 




    เรื่องนี้ต่างหากที่เราควรด่า
    อย่างมีดาราเด็กอยู่คนเล่นเกมชนะได้รับรางวัล เรื่องแบบนี้ดูได้ไม่ยาก ดาราเด็กคนนั้นตอบคำถามประชาขนว่าตัวเองไม่ได้โกง เล่นเอง จำได้หมด เวลามีพิธีกรสัมภาษณ์เด็ก
    เด็กตอบอย่างหน้าด้านว่า"ไม่ได้โกง"


    ถามต่อว่าการโกหกของเด็กผู้นั้น ไม่ต้องเป็นหมอดูยังรู้ได้เลยว่าเด็กคนนี้โตขึ้นไปเป็นเครื่องมือผู้ใหญ่แน่นอน ยิ่งเด็กได้เรียนรู้ว่าการโกหกทำให้เรามีชื่อเสียง ทำให้เรารวยหรือมีงานทำ เด็กคิดว่าสิ่งเหล่านั้นจึงเป็นสิ่งดีงาม
    ผมจึงถามว่าเด็กผิดหรือผู้ใหญ่ผิด


    การโกหกไม่ใช่เป็นสิ่งที่ผิดเสมอ ปัจจัยต่างๆย่อมขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมด้วย 

    กรณีของดร.ป๊อป
    ฟังคห.3 ถ้าจริงไม่ต้องคิดมากว่าน้องโกหกแน่นอน หากเราเป็นแบบน้องล่ะ เราจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร ยอมรับโดยโดนประนามอย่างผู้ก่ออาชญากรรมหรือไม่ 

    ถ้าไม่ยอมรับต้องเล่นละครไปให้ถึงที่สุด สุดท้ายน้องคนนี้ตกเป็นเครื่องของผู้ใหญ่บางคนที่เอาเรื่องนี้เป็นเครื่องมือต่อรองต่อไป
    ผมจึงถามว่าเด็กผิดหรือผู้ใหญ่ผิด

    เอาเป็นว่าเราให้ประสบการณ์ที่น้องได้ลองสัมผัสด้วยตัวเอง ลองดูว่าสิ่งที่ผ่านมาสอนอะไรน้องเขาบ้าง ไม่ว่าอย่างไรสิ่งหนึ่งที่ทุกคนอยากได้เหมือนที่เราอยากได้เช่นกันคือการให้โอกาส



    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    งืม

    รู้แค่ว่าเลิกอ่านไวท์โรดไปแล้ว แต่เพื่อนมันฝากซื้อเล่มใหม่ที่งานหนังสือครับ เลยเดินเข้าไป เห็นเด็กชายวันรุ่นซ่างซักคนหนึ่งถามว่า

    "แล้วภาคสองมันไม่สนุกหรือพี่?"

    คนขายสองคนเลิกลั่ก กระซิบเบาๆว่า

    "เดี๋ยวขอดูลาดเลาก่อน" หลังจากสำรวจซ้ายทีขวาทีเขาก็หันมาบอกว่า "ไม่สนุกครับ เฉื่อย ภาคแรกสนุกว่า"

    เด็กช่ายวัยรุ่นก็พยักหน้าเข้าไป...ซึ่งคันชั่งก็เห็นด้วยอย่างรุนแรง แต่ไม่ได้เสริมอะไรอีก แค่จ่ายสตางค์แลว้เดินเลี่ยงไปยังบูธที่เพื่อนของผมฝากซื้อ งดิโอเมน'

    ความรู้สึกต่อมัน (ขอนอกเรื่อง) เป็นรูปเล่มที่แย่มาก ตัวหนังสือบิ๊กบอส รูปอิมเมจเหมือนนางพญาจิ้งจอกน่ากลัวแถมแก่บรรลัย

    สรุป...ม่แค่ระบายครับ นี่คือความเห็นในใจล้อนๆคาดว่าคงไม่ถูกหัวใจใครหลายคน ขออภัยไว้ด้วยถ้ามันตรงเกินไป _ _"


    PS.  คำเตือน!! เหล่าหญ้าอ่อนพึงระวัง ตัวเขมือบเด็กมาแล้ว~
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    14
    Ghitow
    23 ต.ค. 50 15:02 น.

    คุณ madeinthailand คะ คุณถามว่า "ทำไมสังคมถึงชอบเอาจุดที่คนไม่ชอบมาเล่นกัน"

    แน่ใจหรือว่าสังคมไม่ชอบ? ข่าวดารามีแฟนหรือไม่มี เป็นเกย์หรือไม่เป็น คนมันยิ่งสนใจกว่าข่าวการเมืองเพื่อชาติด้วยซ้ำ
    และไม่ว่าข่าวไหนๆ กระแสมันต้องมาสองด้านขึ้นไปอยู่แล้ว เรื่องธรรมดาค่ะ

    กรณีของดร.ป๊อบ น้องเขาไม่ได้ตกเป็นเครื่องมือของผู้ใหญ่คนไหนเลย ยืนยันได้
    ทุกสิ่งที่เกิดมาจากตัวเขาเอง ตัดสินใจเองทั้งนั้น

    ดร.ป๊อบเขาได้โอกาสมามากกว่ามากแล้วค่ะ และที่ถูกต่อว่าอยู่ในขณะนี้ก็คือความไม่รู้ตัวของเขานั่นเอง
    คุณมาแก้แทนให้น้องเขาก็ดี หรือจะเห็นใจน้องเขาก็ดี ขอถามว่าคุณเคยอ่านงานของเขาไหมคะ?


    ลองอ่านดูก่อนค่ะ ไม่อย่างนั้นไปค้นหาประเด็นของดร.ป๊อบอ่านเป็นพื้นหลัง แล้วค่อยมาคุยกันใหม่นะคะ



    PS.  ...ลูกชิ้นดีกว่าดอกไม้...
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ผมไม่ได้เข้าข้างดร.ป๊อปนะครับ


    ยกตัวอย่างกรณีน้องโอเด็ด เวลามีชื่อเสียงมักทำให้ลืมตัวจนมาสาย ขาดงาน ผู้จัดหลายเจ้าบ่นว่าคนที่ดังมักเป็นแบบนี้ เพราะมีแฟนคลับคอยเชียร์ ขนาดตดยังชมว่าหอม (เรื่องจริง)

    ข่าวที่คุณได้ยินผมว่าคุณเชื่อได้กี่เปอร์เซนต์ คุณเชื่อในสิ่งที่คนอื่นเล่าอย่างงั้นรึเปล่า

    ผมเป็นคนหนึ่งที่ถูกคนคอยทำลายโอกาสและยัดเยียดสิ่งสกปรกมาให้อย่างไม่รู้ตัว ผมนึกถึงตัวเองแล้วผมรู้สึกสงสารเด็ก สงสารเด็กที่ไม่รู้ว่าตนเองเป็นเครื่องมือใครหรือไม่ เนื่องจากวัยวุฒิยังไม่พอที่จะมีประสบการณ์มองเกมสกปรกที่ผู้ใหญ่สอนให้เดินตาม

    เรื่องบางคนทำผิดพลาดได้ การผิดพลาดหากเรากัดจนน้องเขาเกิดไม่ได้ เราทำอย่างไรดีครับ หากเด็กคนนั้นเป็นลูกเราแล้วโดนผู้อื่นกระทำบ้างล่ะ พ่อแม่อย่างเราจะรู้สึกอย่างไร


    เรื่องจริงของบางสังคมคือบางคนอยู่กับกลุ่มคนที่เอาแต่คอยชมตลอดเวลา ตนเองทำผิดไม่เคยรู้ตัวเลยเพราะมีแต่คนรอบข้างคอยส่งเสริมเอาใจ

    ผมไม่รู้ว่าเด็กคนนี้จะเป็นแบบนี้รึเปล่า รู้แต่ว่าไม่อยากให้เด็กลืมตัวหรือหลงไปตามกระแสแฟชั่นที่มีใครบางคนส่งเสริมเพื่อการธุรกิจบางอย่าง


    เด็กทำผิดผู้ใหญ่ยังให้อภัยได้ ผู้ใหญ่ทำผิดสังคมรับไม่ค่อยได้ ผมอวยพรอย่าให้วันที่ขอโอกาสเป็นวันที่คุณหัวหงอกเลย




    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยนครับ ... เรื่องบางเรื่องก็ปล่อยให้มันเป็นอดีตไปดีกว่าครับ ... มาดูว่าปัจจุบันเขาเป็นยังไงดีกว่า "ให้โอกาส" เขาได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไป

    แล้วค่อยมาดูว่าเวลาเปลี่ยน แล้วเขาได้เปลี่ยนบ้างไหม ... แล้วค่อยว่ากัน ...
    PS.   ~ ได้ครับพี่ ดีครับนาย สบายครับผม เหมาะสมครับท่าน ~
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เหอๆ กระทู้คล้ายมีแววจะเดือดแฮะ

    ท่าน made in
    "เรื่องนี้ต่างหากที่เราควรด่า
    อย่างมีดาราเด็กอยู่คนเล่นเกมชนะได้รับรางวัล เรื่องแบบนี้ดูได้ไม่ยาก ดาราเด็กคนนั้นตอบคำถามประชาชน
    ว่าตัวเองไม่ได้โกง เล่นเอง จำได้หมด เวลามีพิธีกรสัมภาษณ์เด็ก
    เด็กตอบอย่างหน้าด้านว่า"ไม่ได้โกง"
    ถามต่อว่าการโกหกของเด็กผู้นั้น ไม่ต้องเป็นหมอดูยังรู้ได้เลยว่าเด็กคนนี้โตขึ้นไปเป็นเครื่องมือผู้ใหญ่แน่นอน ยิ่ง
    เด็กได้เรียนรู้ว่าการโกหกทำให้เรามีชื่อเสียง ทำให้เรารวยหรือมีงานทำ เด็กคิดว่าสิ่งเหล่านั้นจึงเป็นสิ่งดีงาม
    ผมจึงถามว่าเด็กผิดหรือผู้ใหญ่ผิด"
    ---เด็กเป็นเครื่องมือของผู้ใหญ่? หรือ แท้จริงผู้ใหญ่โดนเด็กหลอกใช้กันแน่? เรื่องนี้จริงๆก็คงต้องถกกันอีกยาวไกล
    แต่แน่นอนว่าทั้งคู่ต่างมองเห็นผลประโยชน์ของตนเอง
    ขอบอกว่าพวกเด็กๆน่ะไม่ได้โง่หรอกนะครับ หน้ากากใสซื่ออินโนเซนส์นั่นหลอกผู้ใหญ่ให้ตายใจได้ชะงัดนัก
    เพราะผู้ใหญ่ส่วนมากมักสำคัญตัวเองผิด คิดว่าฉลาดกว่าเด็ก คิดว่าเด็กก็เป็นเพียงเด็ก ไม่มีพิษภัยอะไร
    ความคิดแบบนี้แหละครับที่ทำให้เด็กใช้ให้เป็นประโยชน์ แกล้งโง่แล้วย้อนรอยผู้ใหญ่แทน

    เด็กน่ะไม่ใช่ผ้าขาวหรอกนะครับ สิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงดูมีผลมากกว่าก็จริง แต่สัญชาตญาณติดตัวตั้งแต่
    กำเนิดก็มีผลไม่ด้อยไปกว่ากันสักกี่มากน้อย


    "การโกหกไม่ใช่เป็นสิ่งที่ผิดเสมอ ปัจจัยต่างๆย่อมขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมด้วย"
    ---ครับ เห็นด้วย การโกหกไม่ได้ผิดเสมอไป ทว่าการยอมรับในสิ่งที่ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ


    "ไม่ว่าอย่างไรสิ่งหนึ่งที่ทุกคนอยากได้เหมือนที่เราอยากได้เช่นกันคือการให้โอกาส"
    ---ครับ เราควรใจกว้าง ให้ได้ก็ควรให้ ให้ไม่ได้ก็ไม่ต้องให้ ผมเองตอนนี้ก็ยังให้โอกาสเขาอยู่
    เหะๆ อันที่จริง ผมก็ให้โอกาสทุกคนแหละ
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราไม่ชอบงานของ Dr. pop แต่เอาเถอะ ต่างคนต่างใจละนะ อยากจะด่าหลายเรื่องแต่คิดว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในจุดยืนที่จะด่าท่านเทพได้ ด่าไปก็เหมือนหมาขี้แพ้เห่าเปล่าๆ
    เฮ้อ~~ แต่อึ้งนะที่เห็นพิมพ์กับมติชน
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    19
    DRAVITE
    23 ต.ค. 50 19:54 น.
    เราไม่เคยอ่านหรอกนะ  แต่เพื่อนอ่านกันแยะ   โดยส่วนตัวเป็นคนอบนิยายแนวแฟนตาซีอยู่แล้ว

    ตอนแรกก็เล็งๆจะอ่านไวท์โรดอยู่เหมือนกัน  เลยไปขอยืมเพื่อนมาอ่าน  อ่านไปไม่เกินสามหน้าก็คืน  

    เหอๆ อาจเป็นเพราะเป็นแนวเขียที่เราไม่ชอบล่ะมั้ง  เสียงประกอบมันแยะเหลือเกิน
    PS.  สุดสายปลายทางไม่อาจมองเห็น หากวันนี้เราไม่ลงมือทำ ทางที่ฝันไว้จะเป็นจริงได้อย่างไร?
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  20. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    20
    repentant
    23 ต.ค. 50 20:48 น.

    คุณ MadeinThailand เข้าใจอะไรผิดแล้วกระมัง

    ผมไม่ได้บอกว่าสังคมนี้ผิดพลาดไม่ได้ สำคัญคือผิดแล้วต้องสำนึกและรับผิดชอบการกระทำตัวเองต่างหาก คุณได้ลองอ่านนิยายของเขาและทราบเรื่องเบื้องหลังดีพอจะมาเปรียบเทียบกับประวัติชีวิตของคุณเองแล้วหรือครับ

    ถ้าทุกครั้งที่เด็กกระทำผิดคุณจะโทษผู้ใหญ่ นั่นแสดงว่าคุณเชื่อว่ามนุษย์นั้นไร้มโนธรรมแต่ต้น เห็นผู้ใหญ่ทำอะำไรต้องทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้

    ซึ่งตรงนี้ไม่จริงสักนิด นักเขียนรุ่นเดียวกับป๊อบไม่ว่าจะเซวิน่า ลาเซนตรา (ขอยกตัวอย่างเพราะอายุไล่กัน) ไม่เห็นต้องโปรโมทตัวเองวิธีนี้

    จะบอกผู้ใหญ่บังคับงั้นหรือ? ตลกแล้วล่ะ พ่อแม่น้องป๊อบผมก็รู้จักและทราบว่าเขาไม่ได้สอนลูกแบบนั้นแน่นอน ไม่มีใครบังคับน้องเขาให้ทำบ้าๆ ประเภทปลอมตัวเป็นผู้หญิงมาชมตัวเองว่าหล่อหรอกครับ

    ของอย่างนี้มันอยู่ที่อุปนิสัยของบุคคลว่าจะเลือกทำอะไร

    ทีนี้เมื่อถูกจับได้ต้องขอโทษขอโพยกันยกใหญ่นั่นก็ถือว่าจบกันไป...สังคมให้อภััยแต่ไม่ได้ลืม ที่ต้องไม่ลืมเพราะจะได้แน่ใจว่าเจ้าตัวไม่ทำซ้ำ ก่อความเสียหายผู้ื่อื่นอีก

    ให้อภัยน่ะก็ให้กันไปแล้วครับ ทั้งคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ทั้งนักเขียนรุ่นใหญ่จริงๆที่โดนเขาปลอมตัวมาด่าว่า "อิจฉาใช่ไหมล่ะ เขียนไม่ได้อย่างนี้"

    แต่ก็อย่างที่บอก...ว่าฉุนตรงคิดว่าคนอื่นลืมไปแล้วก็ค่อยมาปรับประวัติศาสตร์ทีละนิดเข้าข้างตัวเอง นั่นแสดงว่าเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองเลยสักนิด

    ผมอยู่ในบอร์ดนี้มาก็ตั้งแต่ปี 45 ที่เกิดเรื่องแล้วจึงทราบ และเคยเกือบได้เป็นทีมแปลงานของน้องเขาเป็นภาษาอังกฤษด้วย ฉะนั้นเรื่องทุกอย่างจึงสัมผัสผ่านสองตาคู่นี้ ไม่ใช่ได้ยินได้ฟังมาจากใคร

    ถึงถามไงครับ ว่าท่านเข้าใจอะไรหรือยัง? ได้อ่านงานของป๊อบ ทราบ Background เรื่องหรือไม่?

    ทุกคนควรได้โอกาสครั้งที่สองครับ แต่ต้องดูที่ความสำนึก ไม่อย่างนั้นก็จะต้องให้โอกาสครั้งที่สาม ที่สี่ ที่ห้าไปไม่จบสิ้น อย่างท่านยูดาบอกนั่นแหละ



    PS.  "You who go where others dare not; Will you be my God? The architect of my house?"
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายในเว็บไซต์ Dek-D.com
ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายในเว็บไซต์ Dek-D.com

กระทู้หมายเลข : 967232
ชื่อกระทู้ : "ดร.ป๊อป" ฐาวรา สิริพิพัฒน์ "ผมแค่นักอยากเขียน"

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
ปิดหน้าต่าง
refer: