มัทนะพาธา

ความคิดเห็น

16

ติดตามกระทู้

1

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
2

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

ตำนานรักดอกกุหลาบ

เรียบเรียงโดย : สายใจ คงทน
หนังสืออ้างอิง: หนังสือเรื่อง มัทนะพาธา ตำนานดอกกุหลาบ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว

      มนุษย์ดำรงอยู่ชีวิตอยู่ได้ด้วยน้ำและอาหาร นั่นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร่างกายยังยืนหยัดอยู่ได้แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือสภาพของจิตใจ มนุษย์หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณด้วยความรักอย่างเสมอมา   หากว่าขาดอารมณ์แห่งรักนี้แล้ว การดำรงอยู่ของร่างกายก็คงไร้ความหมาย

      ความรักจรรโลงสังคมมนุษย์ให้พบแต่ความผาสุกเสมอมา หากแม้ว่าความรักจักนำมาซึ่งความทุกข์แต่เชื่อได้ว่าเหตุแห่งทุกข์ที่เกิดจากรักย่อมเบาบางกว่าเหตุแห่งทุกข์ที่เกิดจากความเกลียดชัง

      เรารู้จักความรัก หรืออารมณ์แห่งรักกันมาเนิ่นนานตราบเท่าชีวิตของเราเอง หลายคนอาจเคยสัมผัสกับอารมณ์อันเปี่ยมด้วยความสุขล้นแห่งอำนาจของความรักมาบ้างแล้ว ดังเช่นคำกลอนที่ว่า

     " อ้าอะรุณแอร่มระเรื่อรุจิ
ประดุจมะโนภิรมระติ ณ แรกรัก
แสงอะรุณวิโรจน์นะภาประจักษ์
แฉล้มเฉลาและโศภินัก นะฉันใด
หญิงและชายณะยามระตีอุทัย
สว่างณกลางกะมลละไม ก็ฉันนั้น
แสงอุษาสะกาวพะพราวณสวรรค์
ก็เหมือนระตีวิสุทธิอัน สว่างจิต"  

       และอารมณ์แห่งรักนั่นเองที่ชักนำให้คนเราลุกขึ้นสู้อย่างเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวกับอุปสรรคที่เข้ามาขัดขวางรวมถึงเป็นแรงกายและแรงใจที่จะทำกิจการใดๆทั้งปวงให้สำเร็จลุล่วงลงได้ ดังเช่นคำกลอนที่ว่า

"ความรักเหมือนโรคา    บันดาลให้ตามืดมล
ไม่ยินและไม่ยล         อุปะสัคคะใดๆ
ความรักเหมือนโคถึก   กำลังคึกผิขังไว้
ก็โลดจากคอกไป       บยอมอยู่ ณ ที่ขัง"

       คำกลอนที่กล่าวได้อย่างลึกซึ้งกินใจและเป็นความจริงอยู่ทุกยุคทุกสมัยเหล่านั้น หลายๆ คนคุ้นหู และอาจรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเป็นคำกล่าวที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ถ้อยคำที่บรรยายถึงความรัก ดังกล่าวนั้นมาจากพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง "มัทนะพาธา" ที่กล่าวถึงเรื่องความรักที่ว่าด้วยท่วงทำนองแห่งความเจ็บปวดและพลัดพราก ความไม่สมหวังในรัก เจ็บปวดทุกข์ระทม แต่ในสิ่งเหล่านี้ก็มีความรักอันสมหวังสดชื่น วรรณคดี เรื่องนี้มีคุณค่าทางวรรณคดีสูงล้ำยิ่งนักด้วยเปี่ยมไปด้วยถ้อยคำไพเราะงดงาม การดำเนินเรื่องที่ครบถ้วนทั้งรสแห่งความรัก รสแห่งความแค้น รสแห่งความเกลียด รสแห่งความทุกข์ระทม

       ในโอกาสของวันแห่งความรักที่ใกล้จะถึงนี้จึงขอนำสรุปความโดยย่อของเรื่องมัทนะพาธามานำเสนอ

       จอมเทพสุเทษณ์เป็นทุกข์อยู่ด้วยความลุ่มหลงเทพธิดามัทนา แม้จิตระรถผู้สารถีคู่บารมีจะนำรูปของเทพเทวีผู้เลอโฉมหลายต่อหลายองค์มาถวายให้เลือกชม สุเทษณ์ก็มิสนใจไยดี จิตระรถจึงนำมายาวินวิทยาธรมาเฝ้า สุเทษณ์ให้มายาวินใช้เวทมนตร์เรียกนางมัทนามาหา เมื่อมาแล้วนางมัทนาก็เหม่อลอยมิมีสติสมบูรณ์เพราะตกอยู่ในฤทธิ์มนตรา สุเทษณ์มิต้องการได้นางด้วยวิธีเยี่ยงนั้น จึงให้มายาวินคลายมนตร์ แต่ครั้นได้สติแล้ว นางมัทนาก็ปฏิเสธว่ามิมีจิตเสน่หาตอบด้วยมิว่าสุเทษณ์จะเกี้ยวพาและรำพันรักอย่างไร สุเทษณ์โกรธนักจึงจะสาปมัทนาให้ไปเกิดในโลกมนุษย์

       มัทนาขอให้นางได้ไปเกิดเป็นดอกไม้มีกลิ่นกลิ่นหอมเพื่อให้มีประโยชน์บ้าง สุเทษณ์จึงสาปมัทนาให้ไปเกิดเป็นดอกกุหลายที่งามทั้งกลิ่นทั้งรูป และมีแต่เฉพาะบนสวรรค์ยังไม่เคยมีบนโลกมนุษย์ โดยที่ในทุกๆ 1 เดือน นางมัทนาจะหลายร่างเป็นคนได้ชั่ว 1 วัน 1 คืน ในเฉพาะวันเพ็ญของแต่ละเดือนเท่านั้น และถ้านางมีความรักเมื่อใด นางก็จะมิต้องคืนรูปเป็นกุหลาบอีก แต่นางจะได้รับความทุกข์ทรมานเพราะความรักจนมิอาจทนอยู่ได้ และเมือนั้นถ้านางอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ ตนจึงจะงดโทษทัณฑ์นี้ให้แก่นาง

      นางมัทนาไปจุติเป็นกุหลาบงามอยู่ในป่าหิมะวัน บรรดาศิษย์ของฤษีนามกาละทรรศินมาพบเข้าจึงนำความไปบอกพระอาจารย์ กาละทรรศินจึงให้ขุดไปปลูกในบริเวณอาศรมของตน ในขณะที่จะทำการขุดก็มีเสียงผู้หญิงร้อง กาละทรรศินเล็งญาณดูก็รู้ว่าเป็นเทพธิดามาจุติ จึงได้เอ่ยเชิญและสัญญาว่าจะคอยดูแลปกป้องสืบไป เมื่อนั้นการจึงสำเร็จด้วยดี

      วันเพ็ญในเดือนหนึ่งท้าวชัยเสนกษัตริย์แห่งหัสตินาปุระได้เสด็จออกล่าสัตว์ในป่าหิมะวันและได้แวะมาพักที่อาศรมพระฤษี ครั้นได้เห็นนางมัทนาในโฉมของนารีผู้งดงามก็ถึงกับตะลึงและตกหลุมรัก จนถึงกับรับสั่งให้มหาดเล็กปลูกพลับพลาพักแรมไว้ใกล้อาศรมนั้นทันที

        ท้าวชัยเสนรำพันถึงความรักลึกซึ้งที่มีต่อนางมัทนา ครั้นเมื่อนางมัทนาออกมาที่ลานหน้าอาศรมก็มิเห็นผู้ใด ด้วยเพราะท้าวชัยเสนหลบไปแฝงอยู่หลังกอไม้ นางมัทนาได้พรรณาถึงความรักที่เกิดขึ้นในใจอย่างท่วมท้น ท้าวชัยเสนได้สดับฟังทุกถ้อยความจึงเผยตัวออกมาทั้งสองจึงกล่าวถึงความรู้สึกอันล้ำลึกในใจที่ตรงกันจนเข้าใจในรักที่มีต่อกัน จากค่ำคืนถึงยามรุ่งอรุณ ท้าวชัยเสนจึงทรงประกาศหมั้นและคำสัญญารัก ณ ริมฝั่งลำธารใกล้อาศรมนั้น

       เมื่อมีความรักแล้ว นางมัทนาก็ยังคงรูปเป็นนารีผู้งดงาม มิต้องกลายรูปเป็นกุหลาบอีก ท้าวชัยเสนได้ทูลขอนางมัทนา พระฤษีก็ยกให้โดยให้จัดพิธีบูชาทวยเทพและพิธีวิวาหมงคลในป่านั้นเสียก่อน

       ท้าวชัยเสนเสด็จกลับวังหลายเพลาแล้วแต่ก็มิได้เสด็จไปยังพระตำหนักข้างในด้วยว่ายังทรงประทับอยู่แต่ในอุทยาน พระนางจัณฑี มเหสีให้นางกำนัลมาสืบดูจนรู้ว่าพระสวามีนำสาวชาวป่ามาด้วย จึงตามมาพบท้าวชัยเสนกำลังอยู่กับนางมัทนาพอดี เมื่อพระนางจัณฑีเจรจาค่อนขอดดูหมิ่นนางมัทนา ท้าวชัยเสนก็กริ้วและทรงดุด่าว่าเป็นมเหสีผู้ริษยา

       พระนางจัณฑีแค้นใจนัก ให้คนไปทูลฟ้องพระบิดาผู้เป็นเจ้าแห่งมคธนครให้ยกทัพมาทำศึกกับท้าวชัยเสน จากนั้นก็คบคิดกับนางค่อมอราลีและวิทูรพราหมณ์หมอเสน่ห์ ทำอุบายกลั่นแกล้งนางมัทนาโดยส่งหนังสือไปทูลท้าวชัยเสนว่านางมัทนาป่วย ครั้นเมื่อท้าวชัยเสนรีบเสด็จกลับมาเยี่ยมนางมัทนา ก็กลับพบหมอพราหมณ์กำลังทำพิธีอยู่ใกล้ๆต้นกุหลาบ วิทูรกับนางเกศินีข้าหลวงของนางจัณฑีจึงทูลใส่ความว่านางมัทนาให้ทำเสน่ห์เพื่อให้ได้ร่วมชื่นชูสมสู่กับศุภางค์

       ท้าวชัยเสนกริ้วนัก รับสั่งให้ศุภางค์ประหารนางมัทนาแต่ศุภางค์ไม่ยอม ท้าวชัยเสนจึงสั่งประหารทั้งคู่

       พระนางจัณฑีได้ช่องรีบเข้ามาทูลว่าตนจะอาสาออกไปห้ามศึกพระบิดาซึ่งคงเข้าใจผิดว่านางกับท้าวชัยเสนนั้นบาดหมางกัน แต่ท้าวชัยเสนตรัสว่าทรงรู้ทันอุบายของนางที่คิดก่อศึกแล้วจะห้ามศึกเอง พระองค์จะขอออกทำศึกอีกคราแล้วตัดหัวกษัตริย์มคธพ่อตาเอามาให้นางผู้ขบถต่อสวามีตนเอง

        ขณะตั้งค่ายรบอยู่ที่นอกเมือง วิทูรพรหมณ์เฒ่าได้มาขอเข้าเฝ้าท้าวชัยเสนเพื่อสารภาพความทั้งปวงว่าพระนางจัณฑีเป็นผู้วางแผนการร้าย ซึ่งในที่สุดแล้วตนสำนึกผิดและละอายต่อบาปที่เป้นเหตุให้คนบริสุทธิ์ต้องได้รับโทษประหาร

         ท้าวชัยเสนทราบความจรืงแล้วคั่งแค้นจนดำริจะแทงตนเองให้ตาย แต่อำมาตย์นันทิวรรธนะเข้าห้ามไว้ทันและสารภาพว่าในคืนเกิดเหตุนั้นตนละเมิดคำสั่ง มิได้ประหารศุภางค์และนางมัทนา หากแต่ได้ปล่อยเข้าป่าไป ซึ่งนางมัทนานั้นได้โสมะทัตศิษญ์เอกของฤษีกาละทรรศินนำพากลับสู่อาศรมเดิม แต่ศุภางค์นั้นแฝงกลับเข้าไปร่วมกับกองทัพแล้วออกต่อสู้กับข้าสึกจนตัวตาย

         ท้าวชัยเสนจึงรับสั่งให้ประหารท้าวมคธที่ถูกจับมาเป็นเชลยไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว ส่วนพระนางจัณฑีมเหสีนั้นทรงให้เนรเทศออกนอกพระนคร ด้วยทรงเห็นว่าอันนารีผู้มีใจมุ่งร้ายต่อผู้เป็นสามีก็คงต้องแพ้ภัยตนเอง มิอาจอยู่เป็นสุขได้นานแน่

         ฝ่ายนางมัทนานั้นได้ทำพิธีบูชาเทพและวอนขอร้องให้สุเทษณ์จอมเทพช่วยนางด้วย สุเทษณ์นั้นก็ยินดีจะแก้คำสาปและรับนางเป็นมเหสี แต่นางมัทนาก็ยังคงปฏิเสธและว่าอันนารีจะมีสองสามีได้อย่างไร สุเทษณ์เห็นว่านางมัทนายังคงปฏิเสธความรักของตนจึงกริ้วนักสาปส่งให้นางมัทนาเป็นดอกกุหลาบไปตลอดกาล มิอาจกลายร่างเป็นมนุษย์ได้อีกต่อไป

         เมื่อท้าวชัยเสนตามมาถึงในป่า นางปริยัมวะทาที่ตามมาปรนนิบัติดูแลนางมัทนาด้วยก็ทูลเล่าความทั้งสิ้นให้ทรงทราบ ท้าวชัยเสนจึงร้องร่ำให้ด้วยความอาลัยรักแล้วขอให้พระฤษีช่วย โดยใช้มนตราและกล่าวเชิญนางมัทนาให้ยินยอมกลับเข้าไปยังเวียงวังกับตนอีกครา

          เมื่อพระฤษีทำพิธีแล้ว ท้าวชัยเสนก็รำพันถึงความหลงผิดและความรักที่มีต่อนางมัทนาให้ต้นกุหลาบได้รับรู้ จากนั้นจึงสามารถขุดต้นกุหลาบได้สำเร็จ ท้าวชัยเสนได้นำต้นกุหลาบขึ้นวอทองเพื่อนำกลับไปปลูกในอุทยาน และขอให้ฤษีกาละทรรศินให้พรวิเศษว่ากุหลาบจะยังคงงดงามมิโรยราตราบจนกว่าตัวพระองค์เองจะสิ้นอายุขัย พระฤษีก็อวยพรให้ดังใจ และประสิทธิประสาทพรให้กุหลาบนั้นดำรงอยู่คู่โลกนี้มิมีสูญพันธ์ อีกทั้งยังเป็นไม้ดอกที่กลิ่นอันหอมหวานสามารถช่วยดับทุกข์ในใจคนและดลบันดาลให้จิตใจเบิกบานเป็นสุขได้ ชาย-หญิงเมื่อมีรักก็จักใช้ดอกกุหลาบเป็นสัญญลักษณ์แห่งความรักแท้สืบต่อไป


PS.   เรียนรู้ที่จะรับคำวิพาภษ์เช่นเดียวกับคำชม เพราะคำวิพากษ์ก็เหมือนยาขม ใช้เป็นกระจกเงาสะท้อนตัวเองได้

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 5 สิงหาคม 2554 เวลา 05:25 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

16

ติดตามกระทู้

1

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
2
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    จากเว็บไซท์   http://www.childthai.org/cic/love.html
    PS.   เรียนรู้ที่จะรับคำวิพาภษ์เช่นเดียวกับคำชม เพราะคำวิพากษ์ก็เหมือนยาขม ใช้เป็นกระจกเงาสะท้อนตัวเองได้
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณนะๆๆ อยากรู้อยู่พอดีเลย

  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไม่เป็นไรค่ะ ด้วยความยินดี มีไรให้ช่วยก็บอกได้นะ อิอิ หาได้ไม่ได้ก็อีกเรื่อง


    PS.   เรียนรู้ที่จะรับคำวิพาภษ์เช่นเดียวกับคำชม เพราะคำวิพากษ์ก็เหมือนยาขม ใช้เป็นกระจกเงาสะท้อนตัวเองได้
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เรารักเว็บนี้มากมาก
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไม่เห็นสนุกเลยอ่ะ
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    โดนมากเลยครับพี่1
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    หนุกดีคัีบ

    เป็นประโยชน์มากๆๆคับ

    ขอบคุณครับ
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เยี่ยมไปเลย สุดยอดมากมาก1
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณนะคะ

    สนุกดีค่ะ

    PS.   ~Phas~
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณมากค่ะ>_<
    PS.  ยะฮู่ หวัดดีเพื่อนๆ
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ซึ้งอ่ะ หนุกดี
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เป็นเกียรต์ที่ได้อ่านตำนานนี้
    ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ
    ไว้เราจะทำ เอ เรื่องนี้ให้ได้
    PS.  สวัสดีค่ะ
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อยากได้อ้างอิง
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: