วันนี้.. วันพระ

ความคิดเห็น

22

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด





ทุกวันพระ
จะพยายามสรรหาเรื่องราวดีๆ มาฝากผู้ที่สนใจนะคะ



วันนี้ ขอนำบทธรรมคำสอน
ของ ท่านพุทธทาสมาฝาก

รวมทั้งคำสอนที่เขียนด้วยลายมือของท่านเอง ด้วยค่ะ







ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

"ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" นี้เป็นความจริง อันไม่ตาย คือ ไม่รู้จักเปลี่ยนแปลง
แม้จะมีคนในสมัยหนึ่ง เกิดระแวงว่า
ทำไม คนทำชั่ว กลับร่ำรวยเร็ว
คนทำดี กลับยากจนลง หรือเป็นอยู่ด้วยความยากลำบากก็ตาม
ความจริง ก็ยังคงเป็นความจริงว่า "ทำดีได้ดี, ทำชั่วได้ชั่ว"
อยู่ตามเดิม ไม่โยกคลอน.

ทำดีได้ดีแน่ เพราะมันดี อยู่ที่ตัวการกระทำนั่นเอง และมันดีเสร็จแล้วตั้งแต่เมื่อทำ
แต่ที่มันจะได้เงินหรืออื่นๆ ด้วยหรือไม่ นั่นเป็นอีกส่วนหนึ่ง
แม้ทำชั่ว ก็เป็นอย่างเดียวกัน มันชั่วอยู่ที่ตัวการกระทำนั่นเอง
ไปทำเข้า มันก็ชั่ว มาเสร็จแล้ว ตั้งแต่เมื่อทำ จะได้เงินด้วยหรือไม่ นั่นอีกส่วนหนึ่ง
ฉะนั้น "ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว" โดยไม่มีทางหลีกไปทางไหนพ้น.

ทำดีได้ดี และถ้าได้เงินมาด้วย มันก็เป็น "เงินดี"
ทำชั่วได้ชั่ว และถ้าได้เงินมาด้วย มันก็เป็น "เงินชั่ว"
เงินดี ทำเจ้าของให้เป็นเจ้าของที่ดี เย็นอกเย็นใจ
เงินชั่ว ทำเจ้าของให้เป็น "ปีศาจ ผู้สูบเลือดมนุษย์"
ฉะนั้น แม้จะได้เงินมามาก ด้วยการทำชั่ว
ก็มีแต่จะยิ่งทำเจ้าของให้เป็น "ปีศาจ" มากยิ่งขึ้น ตามส่วนนั่นเอง.

ฉะนั้น ความจริง คงหนีความจริงไปไม่พ้น ว่า
"ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" อยู่จนตลอดกัลปาวสาน เป็นอย่างน้อย.

๒๙ พฤศจิกายน ๒๔๙๓


PS.   Home is where the heart is

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 3 ธันวาคม 2550 เวลา 20:48 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

22

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้


    PS.   Home is where the heart is
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    http://image.dek-d.com/9/1043456/11022204.gif
    PS.   Home is where the heart is
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    http://image.dek-d.com/9/1043456/11022221.gif
    PS.   Home is where the heart is
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้


    PS.   Home is where the heart is
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้


    PS.   Home is where the heart is
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    http://image.dek-d.com/9/1043456/10694717.gif

    เป็นมนุษย์หรือเป็นคน?
     

    เป็นมนุษย์ เป็นได้ เพราะใจสูง
    เหมือนหนึ่งยูง มีดี ที่แววขน
    ถ้าใจต่ำ เป็นได้ แต่เพียงคน
    ย่อมเสียที ที่ตน ได้เกิดมา

    ใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ
    ถ้ามีครบ ควรเรียก มนุสสา
    เพราะทำถูก พูดถูก ทุกเวลา
    เปรมปรีดา คืนวัน สุขสันต์จริง 

    ใจสกปรก มืดมัว และร้อนเร่า
    ใครมีเข้า ควรเรียก ว่าผีสิง
    เพราะพูดผิด ทำผิด จิตประวิง
    แต่ในสิ่ง นำตัว กลั้วอบาย

    คิดดูเถิด ถ้าใคร ไม่อยากตก
    จงรีบยก ใจตน รีบขวนขวาย
    ให้ใจสูง เสียได้ ก่อนตัวตาย
    ก็สมหมาย ที่เกิดมา อย่าเชือนเอยฯ

     


    PS.   Home is where the heart is
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    นิทานเซ็น เล่าโดย .. ท่านพุทธทาสภิกขุ

    เรื่อง อย่างนั้นหรือ


    นิทาน ชื่อเรื่อง "Is that so?" ท่านลองแปลเอาเองว่า อย่างไร มันก็คล้ายๆ กับว่า "อย่างนั้นหรือ?" นิทานนี้ เล่าว่า ณ สำนักเซ็น ของอาจารย์ เฮ็กกูอิน ซึ่งเป็นวัดที่เลื่องลือมาก เป็นเหมือนกับว่า เป็นที่พึ่งของหมู่บ้าน ที่ร้านชำใกล้ๆ วัดนั้น มีหญิงสาวสวย คนหนึ่ง เป็นลูกเจ้าของร้าน ทีนี้ โดยกะทันหัน ปรากฏว่า มีครรภ์ขึ้นมา พ่อแม่เขา พยายาม ขยั้นขยอ ถาม ลูกสาวก็ไม่บอก แต่เมื่อ ถูกบีบคั้น หนักเข้า ก็ระบุชื่อ ท่านอาจารย์ เฮ็กกูอิน เมื่อหญิงสาวคนนั้น ระบุ อาจารย์เฮ็กกูอิน เป็นบิดาของเด็ก ที่อยู่ในครรภ์ พ่อแม่โกรธ เป็นฟืนเป็นไฟ ไปที่วัด แล้วก็ไปด่า ท่านอาจารย์เฮ็กกูอิน ด้วยสำนวนโวหาร ของคนที่โกรธที่สุด ที่จะด่าได้อย่างไร ท่านอาจารย์ไม่มีอะไรจะพูด นอกจากว่า "Is that so?" คือ ว่า "อย่างนั้นหรือ" สองคนด่าจนเหนื่อย ไม่มีเสียงจะด่า ไม่มีแรงจะด่า ก็กลับไปบ้านเอง ทีนี้ พวกชาวบ้าน ที่เคยเคารพนับถือ ก็พากันไปด่า ว่าเสียที ที่เคยนับถือ อย่างนั้น อย่างนี้ ท่านก็ไม่มีประโยคอะไรที่จะพูด นอกจากว่า "Is that so?" พวกเด็กๆ ก็ยังพากันไปด่าว่า พระบ้า พระอะไร สุดแท้แต่ ที่จะด่าได้ ตามภาษาเด็ก ท่านก็ว่า "Is that so?" ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

    ต่อมา เด็กคลอดออกมาจากครรภ์ บิดามารดาที่เป็นตายาย ของเด็ก ก็เอาเด็กไปทิ้งไว้ให้ ท่านอาจารย์ เฮ็กกูอิน ในฐานะเป็นการประชด หรือ อะไรก็สุดแท้ ว่า "แกต้องเลี้ยงเด็กคนนี้" ท่านอาจารย์ เฮ็กกูอิน ก็มีแต่ "Is that so?" ตามเคย ท่านรับเด็กไว้ และต้องหานม หาอาหาร ของเด็กอ่อนนั้น จากบุคคลบางคน ที่ยังเห็นอก เห็นใจ ท่านอาจารย์ เฮ็กกูอิน อยู่ พอเลี้ยงเด็กนั้น ให้รอดชีวิต เติบโตอยู่ได้ ทีนี้ ต่อมานานเข้า หญิงคนที่เป็นมารดา ของเด็ก เหลือที่จะทนได้ มันเหมือนกับไฟนรก เข้าไปสุมอยู่ในใจ เพราะเขาไม่ได้พูดความจริง ฉะนั้น วันหนึ่ง เขาจึงไปสารภาพ บอกกับบิดามารดาของเขาว่า บิดาที่แท้จริง ของเด็กนั้น คือ เจ้าหนุ่มร้านขายปลา ทีนี้ บิดามารดา ตายายคู่นั้น ก็มีจิตใจ เหมือนกับ นรกเผาอยู่ข้างใน อีกครั้งหนึ่ง รีบวิ่งไปที่วัด ไปขอโทษ ขอโพย ต่ออาจารย์เฮ็กกูอิน ขอแล้ว ขอเล่าๆ เท่าที่จะรู้สึกว่า เขามีความผิด มากอย่างไร ก็ขอกัน มากมาย อย่างนั้น ท่านก็ไม่มีอะไร นอกจาก Is that so? แล้วก็ขอ หลานคนนั้น คืนไป ต่อมา พวกชาวบ้าน ที่เคยไปด่า ท่านอาจารย์ ก็แห่กันไป ขอโทษอีก เพราะความจริง ปรากฏขึ้น เช่นนี้ ขอกันใหญ่ ไม่รู้กี่สิบคน ขอกันนานเท่าไร ท่านก็ไม่มีอะไรจะพูด นอกจาก Is that  so? อีกนั่นเอง เรื่องของเขาก็จบเท่านี้

    นิทานเรื่องนี้ จะสอนว่าอย่างไร เราถือว่า นิทานชุดนี้ ก็เหมือนกับ นิทานอิสป ในทางวิญญาณ ในทาง Spiritual point of view นิทานเรื่องนี้ สอนว่าอย่างไร นั้นหรือ มันก็เหมือนกับ ที่พระพุทธเจ้า ตรัสว่า "นตฺถิ โลเก รโห นาม" และ "นตฺถิ โลเก อนินฺทิโต" "การไม่ถูนินทา ไม่มีในโลก" หรืออะไรทำนองนี้ แต่ท่านทั้งหลาย ลองเปรียบเทียบ ดูทีหรือว่า ถ้าพวกครูบาอาจารย์ ของเราทั้งหลาย เป็นผู้ถูกกระทำ อย่างท่านอาจารย์เฮ็กกูอิน ท่านจะเป็นอย่างนี้ได้ไหม คือจะ Is that so? คำเดียว อยู่ได้ไหม ถ้าได้ เรื่องนี้ ก็คงจะไม่เป็น อย่างที่กำลังเป็นอยู่ คือ คงจะไม่ถูกฟ้องว่า ตีเด็กเกินควร หรือ อะไรทำนองนั้น ต้องไปถึงศาลก็มี อาตมาเคยเห็น ครูที่บ้านนอก ต้องไปพูด กันถึงโรงถึงศาลก็มี เพราะตีเด็กเกินควร เป็นต้น นี่คือ มันหวั่นไหว ต่ออารมณ์มากเกินไป จนกระทั่ง เด็กเล็กๆ ก็ทำให้โกรธได้ ที่เรื่องนิดเดียว ก็ยังโกรธได้นี่ เพราะว่า ไม่ยึดถือความจริง เป็นหลักอยู่ในใจ มันจึงไหวไปตามอารมณ์ โกรธมาก กลัวมาก เกลียดมาก ล้วนแต่เป็นอารมณ์ร้ายไปเสียทั้งนั้น ทำไมไม่คิดว่า มันไม่ใช่ เรื่องราวอะไรมากมาย มันไม่ใช่ เป็นไปตามเสียงส่วนมาก ที่ยืนยันว่า อันนั้น ต้องเป็นอันนั้นจริง ความจริง มันต้องเป็นความจริง ถ้าจะมีอุเบกขา ก็ควรจะมีอุเบกขาอย่างนี้ ไม่ใช่ อุเบกขาผิดอย่างอื่น ฉะนั้น เราควรจะฟังของเขาไว้


    PS.   Home is where the heart is
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้



    ได้ดีเพราะถูกด่า

     

    ฉันมีดี เพราะถูกด่า น่าหัวไหม?

    ยิ่งดีใจ เพราะถูกด่า ดูน่าหัว

    ใครจะด่า สักเท่าไร ไม่เคยกลัว

    เรื่องจะชั่ว อย่างเขาด่า นั้นอย่าเกรง

     

    ใครมีดี คนก็คิด ริษยา

    หาแง่ด่า กันโขมง ล้วนโฉงเฉง

    เมื่อยปากเข้า ปากก็มุบ หุบปากเอง

    ยิ่งครื้นเครง คือฉันทำ ให้ด่าฟรี

     

    ฉันเป็นคน ได้ดี เพราะคำด่า

    กลายเป็นสิ่ง นำมา ซึ่งศักดิ์ศรี

    ด่าเท่าไร ก็เห็นไม่ จริงสักที

    เลยได้ดี เพราะถูกด่า น่าหัวครันฯ  


    ปุถุชน

     

    หนาด้วยความ เห็นแก่ตัว มัวยึดมั่น

    ว่าตัวฉัน ของฉัน มัวมั่นหมาย

    เป็นตัวตน นอกใน ใจหรือกาย

    ตั้งแต่เกิด จนตาย ไว้เป็นตัว

     

    ด้วยอำนาจ อวิชชา ดังตาบอด

    เกิดขึ้นสอด ไปทุกกาล สถานทั่ว

    ต้องหลงรัก หลงโศก เกิดโรคกลัว

    เป็นไฟคั่ว ใจกาย ให้ร้อนรน

     

    อย่างนี้แล เวียนว่าย ในวัฏฏทุกข์

    ไม่เยือกเย็น เป็นสุข สักเส้นขน

    เห็นตัวทุกข์ ว่าเป็น ตนของตน

    นี่แหละหนา ปุถุชน คนหนาจริงฯ



    PS.   Home is where the heart is
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้


    PS.   Home is where the heart is
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้




    PS.   Home is where the heart is
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้




    PS.   Home is where the heart is
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้



    ทางเดินของชีวิต

    ชีวิตคนเรานั้น แท้จริงคือ การเดินทางชนิดหนึ่ง
    ซึ่งเดินจากความเต็มไปด้วยความทุกข์ ไปยัง ที่สุดจบสิ้นของความทุกข์
    ที่ตนเคยผ่านมาแล้วนั่นเอง ไม่รู้ว่า ผู้นั้นจะทราบหรือไม่ทราบ รู้สึกหรือไม่รู้สึก
    ชีวิตก็ยังคงเป็น การเดินทาง เรื่อยอยู่นั่นเอง เมื่อเดินไป ทั้งไม่ทราบ ก็ย่อมมี
    ความระหกระเหิน บอบช้ำเป็นธรรมดา

    การเดินทางของชีวิตนี้ มิใช่เป็น การเดินทางด้วยเท้า
    ทางของชีวิต จึงมิใช่ ทางที่จะเดินได้ด้วยเท้า อีกเช่นเดียวกัน

    บัณฑิตทั้งหลายในกาลก่อน ได้พากันสนใจใน "ทางชีวิต" กันมากเป็นพิเศษ
    ในฐานะที่เป็นทางของจิต อันจะวิวัฒน์ไปในทางสูง
    ซึ่งจะไปได้สูงกว่าทางวัตถุหรือทางกาย อย่างที่จะเทียบกันไม่ได้เลย 

    สิ่งที่เรียกกันว่า ทางๆ นั้น แม้จะมีสายเดียว ก็จริง ตามธรรมดา ต้องประกอบ
    อยู่ด้วย องค์คุณหลายประการเสมอ ทางเดินเท้าทางไกลแรมเดือนสายหนึ่ง
    จะต้องประกอบด้วย สะพาน  ร่มเงา ที่พักอาศัยระหว่างทาง การอารักขา
    คุ้มครองในระหว่างทาง การหาอาหารได้เสมอไปในระหว่างทาง ฯลฯ
    ดังนี้เป็นต้น ฉันใด ทางชีวิตแม้จะสายเดียวดิ่งไปสู่ความพ้นทุกข์ก็จริง แต่
    ก็ต้องประกอบไปด้วย องค์คุณหลายประการ ฉันนั้น

    ศาสนา เป็นองค์คุณอันสำคัญ โดยช่วยให้ชีวิตนี้ มีความสดชื่น เยือกเย็น
    พอที่จะเป็นอยู่ ไม่ร้อนเป็นไฟ เช่นเดียวกับน้ำ เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงพฤกษาชาติ
    ให้สดชื่น งอกงาม ตลอดเวลา ฉันใดฉันนั้น

    ปรัชญา เป็นองค์คุณที่ช่วยให้เกิดอุดมคติ อันมีกำลังแรง ในการที่จะกระตุ้นให้
    ปฏิบัติตามศาสนา หรือหน้าที่อื่นๆ ทำให้เกิดความเชื่อ ความเพียร และคุณธรรม
    อื่นๆ ที่เป็นตัวกำลังสำคัญด้วยกันทั้งนั้นอย่างมากพอ ที่จะไม่เกิดการท้อถอย หรือ
    โลเล หรือหันหลังกลับ โดยสรุปก็คือ ช่วยให้มีความเป็นนักปราชญ์ หรือ มีปัญญา
    เครื่องดำเนินตน ไปจนลุถึงปลายทางที่ตนประสงค์

    วิทยาศาสตร์ ช่วยให้เป็น ผู้รู้จักเหตุผล ให้รู้จัก ใช้เหตุผล และให้อยู่ในอำนาจ
    แห่งเหตุผล เพื่อให้ชีวิตนี้ ไม่หลับหูหลับตา เดินไปอย่าง โง่เง่า งมงาย ซึ่งจะ
    ทำให้ เดินไม่ถึง หรือถึงช้า และไม่ได้รับผลเป็นที่พอใจ

    ศิลปะ โดยเฉพาะก็คือ ศิลปะแห่งการครองชีวิต หรือ การบังคับตัวเองได้ ช่วยให้
    ชีวิตนี้ ดูแจ่มใสงดงามน่าชื่นใจน่ารักใคร่ นำมาซึ่งความเพลิดเพลินในการก้าวหน้า
    ไปด้วยความรู้ และการกระทำที่ดูงาม ทั้งในเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย

    ภูมิธรรม คือ ธรรมสมบัติ หรือความดี ความจริง ความยุติธรรม ที่ประกอบอยู่ที่
    เนื้อที่ตัว ช่วยเหลือให้เกิดบุคลิกลักษณะ อันนำมาซึ่งความเลื่อมใส ความไว้วางใจ
    ความน่าคบหาสมาคมจากชีวิตรอบข้าง ทำให้ชีวิตนั้นตั้งอยู่ในฐานะเป็น ปูชนีย-
    บุคคล เป็นที่พึ่งแก่ตนเองได้ และเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวของชีวิตทั้งหลาย

    ความรู้ ช่วยให้มีความสามารถ ในการที่จะใช้ความคิด และการวินิจฉัยสิ่งต่างๆ
    ได้อย่างกว้างขวาง ในการตัดสินใจ การค้นคว้าทดลอง การแก้ไขอุปสรรคและอื่นๆ
    ในอันที่จะให้เกิด ผลในการครองชีพ การสมาคม และอื่นๆ ที่จำเป็นทุกประการโดย
    สมบูรณ์

    สติปัญญา ช่วยให้เกิดสมรรถภาพ หรือ ปฏิภาณในการดำเนินงานของชีวิตให้สำเร็จ
    ลุล่วงไปได้ ตามแนวของความรู้ ทำให้งานของชีวิตทุกชนิดทุกระดับ ดำเนินไปได้
    โดยง่าย โดยเร็ว โดยสมบูรณ์ และปลอดภัย โดยประการทั้งปวง

    อนามัย ช่วยให้มีกำลังกาย อันเป็นบาทฐานแห่งกำลังใจ มีความแคล่วคล่องว่องไว
    อาจหาญ ร่าเริง สะดวกกายสบายใจ ในการ เป็นอยู่ของตน ทำกายนี้ให้เป็นเหมือน
    ม้าที่เจ้าของเลี้ยงดู อย่างถูกต้องที่สุดแล้ว สามารถเป็นพาหนะนำเจ้าของไปสู่ที่มุ่ง
    หมายได้ ฉันใดก็ฉันนั้น

    องค์คุณ ๘ ประการนี้ กำลังรวมกันเป็นทางสายเดียวของข้าพเจ้า ช่วยให้ชีวิตของ
    ข้าพเจ้าดำเนินไปได้อย่างเป็นที่พอใจมาก จนถึงกับนึกอยากจะยืนยันแก่เพื่อนร่วม
    เกิดแก่เจ็บตายทั้งหลายว่าจงลองเดินทางสายนี้อันประกอบด้วยองค์คุณ ๘ อย่าง
    นี้ดูบ้างเถิด ผลในโลกนี้ก็คือ ทรัพย์ ชื่อเสียงและมิตรภาพก็ตาม ผลในโลกหน้าคือ
    สุคติก็ตาม และผลอันสูงสุดพ้นจากโลกทั้งปวงคือ นิพพานก็ตาม จักเป็นที่หวังได้
    ครบถ้วน โดยไม่ต้องสงสัยเลย

    องค์คุณทั้ง ๘ นี้ต้องมีครบถ้วนพอเหมาะส่วนและเข้ากันสนิท พร้อมที่จะส่งเสริม
    ซึ่งกันและกันอยู่ตลอดเวลา จึงจะสำเร็จเป็นตัวทาง และเป็นการเดินทางในตัวมัน
    เองอยู่แล้วทุกขณะ ไม่มีการถอยหลัง

    โลกทุกวันนี้ มีอะไรๆ มากเกินไป ในทางที่จะผูกพันชีวิตนี้ ให้ตกอยู่ภายใต้อำนาจ
    ของสิ่งที่บีบคั้นเผาลน เผลอไปเพียงนิดเดียว ก็จักลื่นไถลลงไปในกองเพลิง ชนิด
    ที่ยากที่จะถอนตัวออกมาได้ และถึงกับตายอยู่ในกองเพลิงนั้นเป็นที่สุด เพราะ
    เหตุนั้นจึงเป็นการสมควรหรือจำเป็นสำหรับชีวิตทุกชีวิต ที่จะต้องแสวงหาทาง
    และมีทางของตนอันถูกต้องปลอดภัย เพื่อก้าวหน้าไปสู่ความสะอาดหมดจด
    สว่างไสว และสงบเย็น สมตามความปรารถนา ไม่เสียที ที่ได้เวียนมา ในเกลียว
    แห่งวัฎสงสาร จนกระทั่งมามีชีวิตในวันนี้ กะเขาด้วยชีวิตหนึ่ง

    โลกทุกวันนี้ มากไปด้วยขวากหนามอันเป็นอันตรายมากยิ่งขึ้นเพียงใด ชีวิตนี้ ก็ยิ่ง
    ต้องเพียบพร้อม ไปด้วยคุณธรรม และสมรรถภาพ อันจะเป็น เครื่องป้องกันและ
    แก้ไขอันตรายนั้นๆ มากขึ้นเพียงนั้น เพราะฉะนั้น อย่างน้อยที่สุด เขาจะต้องมี
    หนทาง อันประกอบไปด้วย องค์แปดประการ ดังกล่าว ทางไปของชีวิต ในด้านจิต
    หรือวิญญาณ ของเขาผู้นั้น จึงจะก้าวไปด้วยดี คู่กันไปได้ กับการก้าวหน้า ในทาง
    วัตถุ หรือทางกาย ของโลกแห่งสมัยนี้ อันกำลังก้าวไป  อย่างมากมาย จนเกินพอดี
    หรือผิดส่วน ไม่สมประกอบ จนทำให้โลกระส่ำระสายเป็นประจำวันอยู่แล้ว

    ทางชีวิตแห่งสมัยนี้โลดโผน โยกโคลง ขรุขระ ขึ้นๆ ลงๆ ยิ่งกว่า สมัยเก่าก่อน
    เกินกว่าที่จะ ดำเนินไปได้ง่ายๆ โดยการใช้วิธีการ ที่ง่ายๆ สั้นๆ เหมือนที่แล้วมา
    นับว่าเป็นโชคดีของพุทธบริษัท ที่เรามีพระพุทธศาสนาอันแสนประเสริฐ ของเรา
    ซึ่งอาจจะอำนวยสิ่งต่างๆ อันเป็น องค์คุณ ๘ ประการนั้น ให้แก่เรา ได้อย่าง
    ครบถ้วน พุทธศาสนาของเรามีเหลี่ยมพรายอันสมบูรณ์ แล้วแต่เราจะเพ่งดูกัน
    ในเหลี่ยมไหน ก็มีให้ดู เป็นให้ได้ ครบทุกอย่าง ทุกเหลี่ยม

    พุทธศาสนา ในฐานะที่ เป็นทั้งศาสนา เป็นทั้งปรัชญา เป็นวิทยาศาสตร์ เป็นศิลปะ
    แห่งการครองชีวิต เป็นภูมิธรรม ที่พึงประสงค์ ของมนุษยชาติ เป็นความรู้ที่
    ครบถ้วน เป็นสติปัญญา ที่คล่องแคล่ว และเป็นอนามัย ทั้งทางกาย และทางจิต
    เหล่านี้แต่ละเหลี่ยมๆ นั้น เอง นับเป็น องค์คุณ ครบทั้ง ๘ ประการ ที่รวมกันเข้า
    เป็นตัวทาง และเป็นการเดินทาง พร้อมกันไปในตัว ดังที่กล่าวแล้ว

    ข้าพเจ้าขอชักชวน เพื่อนร่วม การเกิดแก่เจ็บตาย ทั้งหลาย ให้สนใจ ในทางอันเอก
    อันเป็นทาง ดิ่งไปสู่ความสิ้นทุกข์ ของบุคคลผู้เดียว แต่ละคนๆ ทางนี้ ข้าพเจ้า
    ขอชักชวน ให้พร้อมใจกัน ต่อสู้ โดยทุกวิถีทาง เพื่อให้ทางๆ นี้ยังคงเปิดเผย
    ปรากฏอยู่ เป็นทางเดินของสัตว์ทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอชักชวน มิตรสหายทั้งหลาย
    ให้สละแม้กระทั่งชีวิตเพื่อป้องกันหนทาง อันนี้เอาไว้ ให้ยังคงอยู่เป็นทางรอด
    ของตน และของเพื่อนสัตว์ ทั้งหลาย ตลอดกาล อันไม่มีที่สิ้นสุด ในนามแห่ง
    พระพุทธองค์ ผู้ทรงประกาศความจริงสากลแก่มนุษย์ชาติทั้งมวล.

     

    โมกขพลาราม

    ๑ กันยายน ๒๔๙๕

    คัดจาก หนังสือ ชุมนุมข้อคิดอิสระ พุทธทาสภิกขุ 
    พิมพ์ ครั้งที่ ๕ พ.ศ. ๒๕๓๘ โดย สำนักพิมพ์สุขภาพใจ


    PS.   Home is where the heart is
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้


    PS.   Home is where the heart is
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้


    PS.   Home is where the heart is
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้


    PS.   Home is where the heart is
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    นิทานเรื่องสั้นของท่านพุทธทาส 
    เรื่อง มดร้องเพลง

    คืนวันเพ็ญ เดือนหงายแจ่ม คืนหนึ่ง มดง่ามแก่ ตัวหนึ่ง
    ได้ร้องเพลง ชมความเด่น ของดวงจันทร์ ขึ้นดังๆ ว่า

    หนอนไม่เห็นคูถ!
    ไส้เดือนไม่เห็นดิน!
    นกไม่เห็นฟ้า!
    ปลาไม่เห็นน้ำ!
    คนไม่เห็นโลก!! แต่ยังแถมเผยอพูดกันว่า ได้บรรลุ โลกุตตรธรรม
    ด้วยกรรมฐาน แบบนั้น แบบนี้
    มีจิตพ้นจากกิเลส ดั่งดวงจันทร์ พ้นจากเมฆ ดังนี้ นี่พระจันทร์ จะว่าอย่างไรเอ่ย?

    พระจันทร์ ได้หลบเข้ากลีบเมฆ เสียทุกคราว ที่ได้ฟังเพลงบทนี้
    เลยยัง ไม่ได้ ตอบปัญหานั้น มาจนกระทั่งทุกวันนี้!



    นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: เมื่อทางฝ่ายอาจารย์เอง ก็ยังไม่รู้จักโลก
    แล้วก็สอนศิษย์ ที่ยังไม่รู้จักโลก อย่างเดียวกัน ให้ข้ามขึ้นสู่ โลกุตตรภูมิ ได้กันเกร่อไปหมดนั้น
    ฝ่ายไหน จะอยู่ในฐานะที่น่าสมเพชกว่ากัน?
    และถ้านำไปเปรียบกับไส้เดือน ที่ยังไม่เคยเผยอพูดว่า จะข้ามขึ้นจากโลก
    ฝ่ายไหน จะน่าสมเพช ยิ่งขึ้นไปอีกหนอ?



    PS.   Home is where the heart is
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้



    นกไม่เห็นฟ้า ปลาไม่เห็นน้ำ

     
    หมู่นกจ้อง มองเท่าไร ไม่เห็นฟ้า

    ถึงฝูงปลา ก็ไม่เห็น น้ำเย็นใส

    ไส้เดือนมอง ไม่เห็นดิน ที่กินไป

    หนอนก็ไม่ มองเห็นคูถ ที่ดูดกิน

     

    คนทั่วไป ก็ไม่ มองเห็นโลก

    ต้องทุกข์โศก หงุดหงิด อยู่นิจสิน

    ส่วนชาวพุทธ ประยุกต์ธรรม ตามระบิล

    เห็นหมดสิ้น ทุกสิ่ง ตามจริงเอยฯ  

     


    PS.   Home is where the heart is
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้




    PS.   Home is where the heart is
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้


    PS.   Home is where the heart is
  20. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    จะดูโลกแง่ไหนดี?

    จงดูเถิด โลกนี้ มีหลายแง่
    ดูให้แน่ น่าสรวล เป็นชวนหัว
    หรือชวนเศร้า โศกสลด ถึงหดตัว
    ดูให้ทั่ว ถ้วนความ ตามแสดง

    จะดูมัน แง่ไหน ตามใจเถิด
    แต่ให้เกิด ปัญญา มาเป็นแสง
    ส่องทางเดิน ชีวา ราคาแพง
    อย่าให้แพลง พลาดพลั้ง ระวังเอย ฯ


    PS.   Home is where the heart is
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องทำการขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
refer: