|
|
|
|
เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ของคณะในฝันประจำเดือนสิงหาคมกับ คณะครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ หลังจากสัปดาห์ก่อนได้เปิดใจพี่ๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยไปแล้ว วันนี้ พี่เป้ ขออาสาเปิดใจอีกครั้ง กับเหล่ารุ่นพี่ชาวครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ที่พ้นจากรั้วมหาวิทยาลัยไปแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการ เสียเวลา เราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะว่าพี่ๆ เค้าทำงานที่ไหนอะไรยังไงบ้าง
|
|
|
 |
|
|
รุ่นพี่คนที่ 1: พี่หวาน - ฑมลา บุญกาญจน์ ผู้ช่วยสอนในโรงเรียนเด็กพิเศษ , แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
|
| |
|
พี่เป้: ช่วยแนะนำตัวให้น้องๆ รู้จักหน่อยค่ะ?
|
|
พี่หวาน: พี่ชื่อหวานค่ะ ฑมลา บุญกาญจน์ จบจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกการศึกษาปฐมวัย เกียรตินิยมอันดับ1 จบตั้งแต่ปีอะไรพี่จำไม่ได้แล้ว แต่รหัสนิสิตของพี่ขึ้นต้นด้วย 42 ค่ะ นานแล้วเนอะ
|
| |
|
พี่เป้: ตอนนั้นทำไมถึงตัดสินใจเลือกเรียนคณะครุศาสตร์ เอกการศึกษาปฐมวัยคะ
|
|
พี่หวาน: พี่โชคดีที่พี่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไร พี่รักเด็กค่ะ (เหมือนนางสาวไทยไหม ^^) โดยเฉพาะเด็กเล็ก และชอบที่จะสอน พี่เลยคิดว่าการเป็นครูคืออนาคตของพี่ พี่เลยตัดสินใจสอบเข้าคณะนี้ ตั้งแต่ ม.5 พี่เป็นเด็กสอบเทียบ รุ่นสุดท้ายค่ะ
|
| |
|
พี่เป้: พอเข้ามาเรียนจริงๆ แล้ว แตกต่างจากที่คิดไว้ในตอน แรกมั้ยคะ?
|
|
พี่หวาน: แตกต่างกันพอสมควร ก่อนที่จะเข้าเรียน พี่คิดว่าจะเรียนเฉพาะเกี่ยวกับเด็กเล็ก และวิธีการสอนเท่านั้น แต่หลังจากได้เริ่มเรียนที่คณะนี้ มันจะต้องเรียนหลากหลาย ไม่ใช่ เฉพาะการสอนเท่านั้น แต่ยังต้องเรียนวิชาอื่นๆ เช่น วิชาความรู้ทั่วไป จิตวิทยาเด็ก จิตวิทยา การสอน ทฤษฎีวิธีการสอบ และเทคนิคต่างๆ พี่คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ได้เรียนรู้หลายๆ สิ่งที่แตกต่าง เพราะในอนาคตเราอาจจะได้นำสิ่งนั้นมาปรับใช้ในที่สุดทั้งในชีวิตประจำวันและชีวิตการทำงาน
|
| |
|
พี่เป้: บรรยากาศการเรียนในตอนนั้นเป็นยังไงบ้างคะ?
|
|
พี่หวาน: ดีค่ะ สนุกสนาน ได้ฝึกปฏิบัติหลากหลาย ได้ฝึกประสบการณ์ตรง และมีการดูงานหลายแห่ง วิชาที่น่าสนใจก็คือจิตวิทยา เพราะ วิชานี้ช่วยสอนพื้นฐานในการป็นครูที่ดีที่ควรมีความรู้เกี่ยวกับ จิตวิทยาเด็ก และก็วิชาการฝึกสอน ซึ่งถือว่าเป็นวิชาที่ให้ประสบการณ์ที่สำคัญ และมีประโยชน์ต่อนิสิตที่เรียนคณะนี้มาก เพราะเป็นการฝึกก่อนได้ทำงานการสอนจริงๆ
|
|
|
|
| |
|
|
|
|
พี่เป้: หลังจากเรียนจบมาแล้ว ตอนนี้ทำงานอะไรอยู่คะ?
|
|
พี่หวาน: หลังจากเรียนจบ พี่เป็นอาจารย์อยู่ชั้นเด็กเล็ก ที่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรจน์ประสานมิตร ฝ่ายประถมอยู่ 2 ปีค่ะ แล้วก็บินไปเรียนต่อปริญญาโท ที่แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ตอนนี้พี่เรียนจบแล้วจากหลักสูตร Special Education in Early Childhood จากมหาวิทยาลัย CSUDH (California State University, Domingue z Hills ) และตอนนี้พี่เป็นผู้ช่วยสอนในโรงเรียนเด็กพิเศษแห่งหนึ่งที่ Long Beach ในแคลิฟอร์เนีย
|
| |
|
พี่เป้: แล้วในอนาคตวางแผนไว้ยังไงบ้างคะ?
|
|
พี่หวาน: พี่กำลังจะกลับเมืองไทยไปทำงานด้านการสอนเกี่ยวกับเด็กพิเศษ เช่น ออทิสติก หรือเด็กสมาธิสั้น เป็นต้น
|
| |
|
พี่เป้: อยากให้ฝากถึงน้องๆ ที่อยากเรียนคณะนี้ด้วยค่ะ?
|
|
พี่หวาน: วิชาชีพครูเป็นอาชีพที่นาสนใจอาชีพหนึ่ง ถึงแม้ว่า รายได้อาจจะไม่ดีเท่าอาชีพอื่นๆ แต่ว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ น้องจะมีความสุขกับการ "ให้" ถ่ายทอดสิ่งดีๆ ความรู้ ให้กับ ลูกศิษย์ ถือเป็นความภาคภูมิใจของตัวเองและครอบครัว
|
|
|
|
| |
|
รุ่นพี่คนที่ 2: พี่อ๋อ - อนรรฑ ตปนีย์ ครูแนะแนว โรงเรียนราชินีบูรณะ
|
| |
|
พี่เป้: แนะนำตัวเองหน่อยค่ะ?
|
|
พี่อ๋อ: อนรรฆ ตปนีย์ ชื่อเล่นชื่ออ๋อ จบจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะศึกษาศาสตร์ เอกการแนะแนวครับ
|
| |
|
พี่เป้: อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้อยากเรียนเอกนี้คะ?
|
|
พี่อ๋อ: สาเหตุที่เลือกเรียนเอกการแนะแนว เพราะว่าใจจริงแล้ว อยากเป็นครู แต่ด้วยบุคลิกภาพของเรา ไม่เหมาะที่จะเป็นในมาดแนว วิชาการ แต่ครูแนะแนวนั้นเหมาะกับตัวเองมากที่สุด เพราะลักษณะ ของครูแนะแนวนั้นจะต้องเป็นได้ทั้ง ครู พี่ และเพื่อน คอยให้คำปรึกษา และแนะนำแนวทางต่างให้กับนักเรียน โดยให้นักเรียนเป็นคนเลือก ทางของตัวเอง
|
| |
|
พี่เป้: แสดงว่าตอนนั้นตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่าจะเป็นครูใช่มั้ยคะ?
|
|
พี่อ๋อ: ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกครับ เพราะที่บ้านตั้งแต่คุณตาเป็นต้นมาจนถึง รุ่น ป้า น้า และแม่ ก็เป็นครูกันหมดครับ เลยอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ ตัวผมอยากที่จะเป็นครูก็ได้ครับ พอมีโอกาสเลยไม่ปล่อยไว้ครับ
|
|
|
|
 |
|
พี่หนิง(ถ่ายภาพกับครอบครับ)
|
|
|
| |
|
|
|
|
พี่เป้: แล้วตอนนี้เป็นครูอยู่ที่โรงเรียนอะไรคะ?
|
|
พี่อ๋อ: ตอนนี้เป็นครูอยู่ที่โรงเรียนราชินีบูรณะ จังหวัดนครปฐมครับ สอนวิชาแนะแนว ชั้น ม.4-5 ครับ
|
| |
|
พี่เป้: นำความรู้ที่เรียนมา ใช้ในการสอนวิชาแนะแนว ยังไงบ้างคะ?
|
|
พี่อ๋อ: ได้ใช้เกือบทั้งหมดที่เรียนมาเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำแผนการสอน การเตรียมตัวการสอน การให้ คำปรึกษากับนักเรียนที่มีปัญหาและต่างๆ อีกมากมาย และที่สำคัญก็คือ การได้ประสบการณ์ ในการฝึกสอนที่ โรงเรียนบางกะปิ ขอบคุณ อ.โสภณ ทองพัฒน์ ด้วยครับที่คอยช่วยชี้แนะ ให้ผมในด้านการสอน ต่างๆ ที่ทำให้สามารถนำมาใช้ได้ในวันนี้ครับ ขอบคุณครับ
|
| |
|
พี่เป้: โดยรวมแล้ว การจะเป็นครูนั้น ยากหรือง่าย ตรงไหนคะ?
|
|
พี่อ๋อ: ถ้าเรามีใจรักทางด้านไหน ก็ไม่มีอะไรที่ยากเกินไป หรอกครับ สำหรับผมอาชีพครูเพิ่งจะเริ่ม ผมคงไม่ย่อท้อ กับอาชีพนี้และจะสู้ต่อไปครับ
|
|
| |
|
พี่เป้: ช่วยเล่าความประทับใจที่มีต่อนักเรียนที่สอนหน่อยค่ะ?
|
|
พี่อ๋อ: กับที่โรงเรียนราชินีบูรณะ ผมเพิ่งจะเข้ามาเป็นครู แต่เหตุการณ์ที่ผมประทับใจในตอนนี้จะอยู่ในช่วงของการฝึกสอนที่โรงเรียนบางกะปิ ครับ เหตุการณ์ประมาณว่า วันนั้น เป็นวันที่โรงเรียนมีกิจกรรม เลยไม่มีการเรียนการสอน ผมก็ลงมาเดินอยู่ข้างล่าง แล้วก็มีนักเรียนห้องนึง เดินมาล้อมตัวผม และพูดว่าเนื่องในโอกาสวันครู พวกเราก็ขอโทษที่ทำตัวไม่ดี พูดคุยเสียงดังในห้อง อาจจะมีไม่ตั้งใจเรียนในบางครั้ง ก็ขออย่าให้อาจารย์โกรธ และถือสาพวกเรา และเราก็ขอขอบคุณอาจารย์ที่คอยให้ความรู้กับเรา สุดท้ายนี้ ขอให้อาจารย์มีความสุขและ,uสุขภาพที่แข็งแรง นึกถึงแล้วยังจำภาพวันนั้นได้เลย (แอบประทับใจ)
|
| |
|
พี่เป้: อยากให้ฝากถึงน้องๆ ชาว Dek-D.com ที่สนใจอยากเรียน ในคณะนี้ด้วยค่ะ?
|
|
พี่อ๋อ: พี่ก็ขอให้น้องๆ ตั้งใจที่จะเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้จากการฝึกสอนไว้มากๆ นะ เพราะในการทำงานจริงอะไรที่เราไม่เคยเจอ ก็จะเจอ สุดท้ายนี้อาชีพครูเป็นอาชีพที่ดีอาชีพหนึ่ง เป็นอาชีพที่ถ่ายทอดความรู้ ให้กับคนอีกหลายคน และจงอย่าลืมว่าถ้าโลกนี้ไม่มีครูก็คงไม่มีอาชีพอื่นนะ เราจงภูมิใจไว้เถิดที่เรียนครู
|
|
|
|
| |
|
รุ่นพี่คนที่ 3 : พี่หนิง - สุภาพร งาเฉลา นักศึกษาปริญญาโท คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
|
| |
|
|
พี่เป้: แนะนำตัวแก่น้องๆ หน่อยค่ะ? พี่หนิง: ชื่อสุภาพร งาเฉลา หรือเรียกว่าพี่หนิงก็ได้ค่ะ จบการศึกษาจากคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาเอกสุขศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รุ่นที่ 61 (KU 61) ปัจจุบันกำลังศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พี่เป้: ทำไมตอนนั้นถึงเลือกเรียนคณะศึกษาศาสตร์คะ? พี่หนิง: ในตอนแรกที่เลือกจะเรียนคณะศึกษาศาสตร์ ซึ่งแน่นอนว่าในความคิดของคนทั่วไปก็คือจบมาแล้วต้องเป็นคุณครูแน่ๆ และตอนนั้นพี่ก็คิดแบบนั้นแหละ พี่อยากอยู่กับเด็กๆ ไม่ต้องวุ่นวายกับใครๆ มากนัก แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่หรอก เมื่อเข้าสู่วัยทำงานเราก็ต้องมีเพื่อนร่วมงาน และถ้าคิดจะเป็นครู เราก็ต้องมีการติดต่อสื่อสาร กับผู้ปกครองของเด็กนักเรียนด้วย นอกจากนี้ที่มหาวิทยาลัย ยังมีการส่งเสริมให้นิสิต ได้มีทางเลือกในการศึกษาเรื่องที่ตนเองสนใจเพิ่มเติม โดยการเลือกเรียนสาขาวิชาโท(minor) ซึ่งพี่ก็เลือกเรียนบริหารการจัดการของคณะบริหารเป็นวิชาโท
พี่เป้: แล้วความยากง่ายหรือจุดเด่นของสาขาวิชาเอกสุขศึกษาคืออะไรคะ? พี่หนิง: สาขาวิชาสุขศึกษาเป็นวิชาที่ต้องใช้ความรู้ของสายวิทย์และสายศิลป์ร่วมกัน เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ ต้องเรียนวิชาที่เกี่ยวกับชีววิทยา เช่น จุลชีววิทยา สรีรวิทยา เพื่อให้ทราบถึงที่มาที่ไปว่าร่างกายคนเรานั้นมีระบบการทำงานแบบไหน และเชื้อโรคนั้นมีลักษณะและวงจรชีวิตเป็นยังไง นอกจากนี้ก็มีวิชาที่เกี่ยวกับสาธารณสุขบ้าง เช่น เรื่องประชากรศึกษา การระบาดของโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ เป็นต้น ส่วนที่บอกว่าต้องใช้ความรู้ทางด้านสายศิลป์ก็คือความรู้ที่จะนำไปสอนและปรับพฤติกรรมเด็ก เป็นวิชาชีพของคนที่จะเป็นครูน่ะ เช่น จิตวิทยาทั่วไป จิตวิทยาเพื่อการแนะแนว เป็นต้น
|
|


|
|

|
|
พี่เป้: แล้วตอนที่เรียนอยู่นั้น ได้มีการฝึกสอนมั้ยคะ? พี่หนิง: ปัจจุบันนี้การเรียนศึกษาศาสตร์นั้น ปรับเปลี่ยนเป็นหลักสูตร 5 ปี ตั้งแต่ปีการศึกษา 2547 แต่ตอนที่พี่เรียน ยังเป็นหลักสูตร 4 ปีอยู่เลย เพราะฉะนั้นการฝึกสอนของพี่เลยมีระยะเวลาแค่ 1 ภาคเรียน แต่ปัจจุบันหลักสูตร 5 ปีนั้นต้องฝึกสอน 1 ปีการศึกษา (หรือ 2 ภาคเรียน) โดยพี่ไปฝึกสอนที่โรงเรียนปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งต้องรับผิดชอบสอนตามสาขาวิชาเอก และพวกพี่ ที่เป็น สาขาวิชาเอกสุขศึกษาก็มีกันตั้ง 5 คน และต้องสอน ระดับชั้น ม. 1-5 เลยต้องจับฉลากแบ่งกับเพื่อนเอาว่า ใครจะได้สอนระดับไหน พี่ก็ได้สอนในระดับชั้นม. 1 จำนวน 12 ห้อง ซึ่งนักเรียนที่พี่เคยสอน ตอนนี้ก็อยู่ ม. 6 กลายเป็นเด็กเตรียมแอดมิชชั่น กันหมดแล้วล่ะ
พี่เป้: แล้วตอนนี้ทำงานอะไรอยู่คะ? พี่หนิง: ตอนนี้พี่ลาออกจากงาน เพื่อมาศึกษาต่ออย่างเต็มตัว ในระดับปริญญาโท ที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ก่อนหน้านี้ พี่เคยทำงานที่บริษัทสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดทำหนังสือเรียน และหนังสือนอกเวลาจำหน่าย โดยพี่ได้ดูแลในส่วนของหนังสือนอกเวลา หรือหนังสือเสริมสำหรับครูและนักเรียน
พี่เป้: ในอนาคตวางแผนไว้ยังไงบ้างคะ? พี่หนิง: หลังจบการศึกษา พี่ก็คงจะรับราชการหรือไม่ก็ทำงานที่เกี่ยวข้องกับด้านสุขภาพ เพราะพี่มองแล้วว่าคนในสังคมเมืองนั้นมักจะละเลยการดูแลสุขภาพตัวเอง พี่ก็เลยอยากจะทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พี่เป้: อยากให้ช่วยฝากถึงน้องๆ ที่สนใจเรียนคณะนี้ด้วยค่ะ? พี่หนิง: ก่อนอื่นคงต้องถามตัวเองก่อนว่าอยากเรียนหรือมีความสนใจในด้านนี้จริงๆ หรือไม่ เพราะมันเป็นวิชาชีพที่ต้องใช้ความรับผิดชอบสูง เพราะเราต้องเป็นแบบอย่างให้กับเด็กนักเรียนที่เราสอนด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนที่จบจากคณะศึกษาศาสตร์ก็ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าจะมาเป็นครูเพียงอย่างเดียว เพราะมีหลายคนที่ประสบความสำเร็จในอาชีพอื่นๆ แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นอาชีพที่ต้องใช้ศิลปะในการพูดหรือเขียน เพราะคนที่เรียนด้านศึกษาศาสตร์จะได้รับการฝึกสอนให้มีทักษะการเขียนและการพูดที่ดี ดังนั้นหากน้องๆ คิดว่ามีความสนใจที่จะศึกษาในคณะนี้ก็เชิญค่ะ พวกพี่ๆ ยินดีต้อนรับรุ่นน้องเสมอ |
|
|
รุ่นพี่คนที่ 4: พี่อ๋อม - ณัฐชา พิกุลทอง ครูแนะแนว โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า
|
| |
|
พี่เป้: แนะนำตัวแก่ชาว Dek-D.com หน่อยค่ะ?
|
|
พี่อ๋อม: ชื่อณัฐชา พิกุลทอง ชื่อเล่นอ๋อมค่ะ อายุ 23 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะศึกษาศาสตร์ เอกการแนะแนว
|
| |
|
พี่เป้: ทำไมตอนนั้นถึงสนใจเรียนศึกษาศาสตร์ เอกการแนะแนวคะ?
|
|
พี่อ๋อม: สิ่งแรกเลยคือตัวเองเป็นคนที่ชอบอธิบาย ชอบให้ความรู้ พูดเก่ง แต่ไม่ถึงขนาดว่าเป็นพิธีกรหรือนักพูดอะไรขนาดนั้น และที่สำคัญคือชอบ ในด้านของจิตวิทยาอยู่แล้วเพี่ะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวของทุกคน จึงสนใจและเลือกเข้ามาเรียน
|
| |
|
พี่เป้: เนื้อหาการเรียนการสอนของคณะศึกษาศาสตร์ เอกแนะแนวเป็นยังไงบ้างคะ?
|
|
พี่อ๋อม: เน้นในเรื่องของการจัดการเรียนการสอนล้วนๆ การสอนให้เราเข้าใจในเนื้อหา ทฤษฎีทางจิตวิทยา ไม่ว่าจะเป็นจิตวิทยาการศึกษา จิตวิทยาเด็ก จิตวิทยาวัยุร่น ทั้งนี้ก็เพื่อต่อยอด ให้เรานำมาใช้ควบคู่ไปกับการจัดการเรียนการสอน ให้เข้าถึงตัวเด็กได้ง่ายขึ้นค่ะ
|
พี่เป้: แล้วตอนนี้ทำงานอะไรอยู่คะ?
|
พี่อ๋อม: ตอนนี้เป็นครูสอนวิชาแนะแนวอยู่ที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้าค่ะ เป็นโรงเรียนสองภาษา Bilingual การจัดการเรียนการสอนวิชาแนะแนวจะมีตั้งแต่ ระดับชั้น Grade 1- 12 หรือ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เลยค่ะ ซึ่งที่โรงเรียนแห่งนี้ วิชาแนะแนวจะสอนควบคู่กับวิชาคุณธรรม เช่น ระดับชั้นประถมศึกษาจะสอนเน้นคุณธรรมเป็นหลัก แต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาจะเน้นวิชาแนะแนวเป็นหลักมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการศึกษาต่อ เป็นเรื่องที่โรงเรียนแห่งนี้เน้นมากค่ะ
|
|
|
|
| |
|
|
|
| พี่เป้: ได้นำความรู้ที่เรียนมาใช้ในการประกอบอาชีพครูยังไงบ้างคะ? |
พี่อ๋อม: ได้ใช้ทั้งหมดที่เรียนมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแผนการสอน การจัดทำโครงการต่างๆ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประสบการณ์ความรู้ที่ได้จากการฝึกสอนก่อนเรียนจบที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ( ขอขอบคุณอาจารย์สุนันทา พลับแดงด้วยค่ะ) ทำให้ได้ทั้งหลักการเทคนิคดีๆ ที่จะนำมาใช้กับเด็กได้จริงค่ะ
|
| พี่เป้: ความยากง่ายของอาชีพครูอยู่ที่จุดใดคะ? |
| พี่อ๋อม: ไม่ยากสำหรับคนที่มีใจรักในอาชีพครู เพราะผู้ที่มีวิญญาณแห่งความเป็นครูนั้นย่อมเข้าใจถึงคุณค่าที่แท้จริงของคำว่าอาชีพครูค่ะ |
| |
| พี่เป้: แล้วมีความประทับใจอะไรในการเป็นครูบ้างคะ? |
| พี่อ๋อม: คือประทับใจในความอดทน ความขยันหมั่นเพียรในการเรียนของนักเรียนค่ะ อย่างที่บอกว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนสองภาษา เด็กที่โรงเรียนแห่งนี้จึงต้องเรียนหนัก เพราะเป็นการเรียนควบทั้งวิชาที่เป็นของไทยและต่างชาติ เช่น เรียนคณิตศาสตร์ ก็ต้องเรียน Math ควบคู่แบบนี้ทุกวิชา จึงทำให้รู้สึกว่าเด็กเหล่านี้มีความมานะบากบั่นในการเรียนดีเยี่ยมค่ะ |
| |
| พี่เป้: สุดท้ายนี้อยากให้ฝากข้อคิดหรือแนวทางให้แก่น้องๆ ที่อยากเป็นครูค่ะ? |
| พี่อ๋อม: สำหรับน้องๆ ที่ตั้งใจอยากจะประกอบอาชีพครู ก็ขอให้ตั้งใจเก็บเกี่ยวความรู้ในสมัยเรียนไว้ให้เยอะๆ เพราะเมื่อน้องๆ ได้ลองมาทำงานจริงแล้วนั้น ความรู้ที่เรียนมาจะได้ใช้จริงทั้งหมด อาชีพครูเป็นอาชีพที่สนุกตรงที่ว่าเราสามารถถ่ายถอดความรู้ ปลูกฝังความเป็นคนที่แท้จริงให้ชีวิตน้อยๆ อีกหลายชีวิตได้ดำเนินต่อไปจนถึงฝั่งฝันได้ค่ะ |
|
| |
| |
| |
|
|
|
| |
| |
|
|
|
เรียกได้ว่าพี่ๆ แต่ละคนมีวิญญาณการเป็นนิสิตนักศึกษาครูกันอย่างเต็มเปี่ยมเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นน้องๆ ที่สนใจเรียนคณะนี้ก็อย่าลืมสำรวจตัวเองให้แน่ใจนะคะว่าอยากเรียนจริงๆ มั้ย หากใจของน้องๆ ตอบว่า "ใช่" ก็อย่ารอช้า รีบขยันอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบกันให้ดี คณะครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่ๆ
|
| |
 |
| |