> สุนัข | นักล่าฝัน AF7 | ค้นหานิยาย | Asian Star | บอร์ด The Star6 | บอร์ด AF7 | บอร์ดนักเขียน | เรียนต่อต่างประเทศ | ทายใจ | ดูดวง | วัยรุ่น |
> รับตรง สอบตรง | กวดวิชา | ติวเตอร์ | GAT-PAT ONET แอดมิชชั่น | ทุน เรียนต่อ | บอร์ดหนุ่มๆ | บอร์ดสาวๆ | Take a Photo | Group |
 
  Admission >  คณะในฝันรายสัปดาห์
    Dek-D.COM > Admission> คณะในฝันรายสัปดาห์
 
 

กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1

เล่ากันทุกเม็ดแบบไม่มีหมก !! กับ 3 คุณหมอคนเก่งที่รอพร้อมอยู่แล้ว

      Post : 20 มกราคม 2553 , View: 32841
 
 
บทความนี้ โพสโดย
  พี่เป้
  My.iD พี่เป้
 
 
 

บทความโดย พี่เป้ จากคอลัมน์ Admission > คณะในฝันรายสัปดาห์ เว็บไซต์เด็กดีดอทคอม

คณะแพทยศาสตร์ Issue 003 week3, January 2010
 
คณะแพทยศาสตร์
ตอนที่ 3/4 : จากรุ่นพี่ถึงรุ่นน้อง : ชีวิตนอกรั้วมหาวิทยาลัย
 
กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่1
เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1
        สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว DEK-D.com .... มาแล้ว มาแล้ว คณะในฝันประจำเดือนมกราคม "แพทยศาสตร์" ก็มาถึงสัปดาห์ที่ 3 แล้ว หลังจาก คราวก่อน พี่เป้ พาน้องๆ ไปพูดคุยกับรุ่นพี่จาก 6 ชั้นปี คงทำให้พอเห็นภาพกันชัดเจนขึ้นว่าการเรียนแพทย์เป็นยังไงบ้าง มาคราวนี้ พี่เป้ ดีใจสุดๆ เพราะมีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณหมอคนเก่งที่ได้ให้เกียรติสัมภาษณ์ ลงคอลัมน์คณะในฝัน ขอบอกว่า รู้สึกเป็นเกียรติสุดๆ เลยล่ะค่ะ เพราะแต่ละท่านต่างก็งานยุ่ง บางท่านก็เรียนหนัก แต่ก็ยังสละเวลามาตอบคำถามให้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ไปดูกันเลยดีกว่าว่าคุณหมอที่จะมาคุยกับน้องๆ เป็นคุณหมอด้านไหนกันบ้าง
เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1
คุณหมอท่านที่ 1 : คุณหมอหมู นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์
แพทย์เฉพาะทางด้านเวชกรรมสาชาศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์
 
 
พี่เป้: สวัสดีค่ะคุณหมอ อยากให้คุณหมอช่วยแนะนำตัวแก่น้องๆ ที่กำลังอ่านอยู่หน่อยค่ะ?
คุณหมอหมู: ชื่อ พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ชื่อในเนต หมอหมู เรียนจบมัธยมจากโรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม จังหวัดกำแพงเพชร สอบโควต้าเข้าไปเรียนแพทย์ทั่วไป ๖ ปี ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วก็เรียนต่อแพทย์เฉพาะทางโรคกระดูกและข้อ (ออร์โธปิดิกส์) อีก ๓ ปี ที่ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 
พี่เป้: ทำไมคุณหมอถึงสนใจศึกษาต่อด้านออร์โธปิดิกส์คะ?
คุณหมอหมู: ตอนเรียนแพทย์ ก็รู้สึกอยากจะเป็นหมอผ่าตัด อาจเป็นเพราะค่านิยมในสมัยนั้นที่หมอผู้ชายส่วนใหญ่จะเลือกเป็นหมอผ่าตัด ส่วนเหตุผลหลักที่เลือกเป็นหมอผ่าตัดกระดูกและข้อแทนที่จะเป็นหมอศัลยกรรมทั่วไป ก็คือชอบบรรยากาศการเรียนการสอน โดยเฉพาะความเป็นกันเองของรุ่นพี่และอาจารย์ แล้วก็มีวิธีผ่าตัด มีเครื่องไม้เครื่องมือเยอะแยะให้เลือกใช้

 

พี่เป้: นับตั้งแต่เรียนจบมาจนถึงปัจจุบัน คุณหมอทำงานที่ไหน มาแล้วบ้างคะ?
คุณหมอหมู: จบแล้วก็มาทำงาน ที่ รพ.กำแพงเพชร ที่เดียวเลยครับ ทำได้สิบกว่าปีจึงได้ลาออกจากราชการ ปัจจุบันเปิดคลินิกส่วนตัวรักษาโรคกระดูก และข้อโดยเฉพาะ แล้วก็ตอบปัญหาสุขภาพผ่านเว็บและเมล์ ถือว่าเป็นการทำประโยชน์กลับคืนให้สังคมบ้าง
 
พี่เป้: ความยากง่ายของการเป็นหมอออร์โธปิดิกส์อยู่ที่ไหนคะ?
คุณหมอหมู: ไม่ว่าหมอทั่วไป หรือหมอเฉพาะทางก็จะเหมือนกันตรงที่ต้องติดตามข่าวสารความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ แต่หมอกระดูกก็จะเพิ่มตรง เทคนิคการผ่าตัดใหม่ ๆ ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ฝึกฝน วิธีเครื่องมือที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน และราคาแพงมาก นอกจากนั้นยังต้องอาศัยทีมงาน (พยาบาล เจ้าหน้าที่) ที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน ทำให้ค่อนข้างยากสำหรับหมอกระดูกและข้อในต่างจังหวัดที่จะพัฒนาตามเทคโนโลยี่ใหม่ ๆ เหล่านี้
 
เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1
 

เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1

 
 

เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1

 
พี่เป้: ทราบมาว่าคุณหมอเขียนหนังสือด้วย ไม่ทราบว่าเป็นหนังสืออะไรคะ?
คุณหมอหมู: ชื่อหนังสือ “ รู้เท่าทัน ป้องกันโรคกระดูก “ สำนักพิมพ์ฐานบุ๊คส์ เป็นหนังสือเกี่ยวกับความรู้โรคกระดูกและข้อที่พบบ่อย ทั้งสาเหตุ อาการ การดูแลตนเอง แนวทางรักษา เพื่อที่ให้ผู้อ่านได้รับ และเข้าใจ เพื่อจะได้สามารถดูแลรักษาตนเองได้ในเบื้องต้น เพราะผมมีความเชื่อว่าถ้าประชาชน ผู้ป่วย มีความรู้ก็จะสามารถดูแลตนเอง รู้ว่าจะต้องปฏิบัติตนเองอย่างไร และให้ความร่วมมือกับแพทย์ได้มากขึ้น แพทย์เองก็จะสามารถพูดคุยแนะนำได้ง่ายขึ้น ผลการรักษาก็ดีขึ้น ดีด้วยกันทุกฝ่าย ถ้าใครยังไม่มี ก็รีบไปซื้อหาได้เลยนะครับ
 
พี่เป้: การทำงานเป็นหมอในโรงพยาบาลกับการเปิดคลินิกส่วนตัว มีหน้าที่รับผิดชอบแตกต่างกันมั้ยคะ?
คุณหมอหมู: ต่างกันมากครับ แบ่งเป็นข้อ ๆ จะได้เปรียบเทียบกันง่ายขึ้น
    ๑. การทำงาน ... ในโรงพยาบาล หมอก็ทำหน้าที่ตรวจรักษา ส่วนหน้าที่อื่น ๆ เช่น สั่งซื้อยา เตรียมอุปกรณ์ สถานที่ คิดค่าใช้จ่าย เก็บเงิน ฯลฯ ก็จะมีเจ้าหน้าที่ช่วยจัดเตรียมไว้ให้ แต่ในคลินิก เราก็ต้องทำทุกอย่าง สั่งซื้อยาอุปกรณ์ คิดค่ารักษา ต้องรับผิดชอบการลงทุน ผลกำไรขาดทุน เทียบง่าย ๆ ก็คงคล้ายกับเป็นเจ้าของกับลูกจ้างนั่นเอง

    ๒. การตรวจรักษา ... หน้าที่ของแพทย์ ก็อาจไม่แตกต่างกันนัก แต่ที่แตกต่างกันมากก็คือ เวลาที่ใช้ในการตรวจผู้ป่วยแต่ละคน ในโรงพยาบาลคนไข้เยอะมาก จึงไม่สามารถที่จะตรวจละเอียด หรือให้เวลาพูดคุยแนะนำได้มากนัก ในขณะที่คลินิกคนไข้ปริมาณไม่มากนัก จึงมีเวลาพูดคุยซักถาม มีเวลาตรวจ มีเวลาแนะนำได้มากกว่าตอนอยู่ที่โรงพยาบาล
 
พี่เป้: อยากให้คุณหมอช่วยเล่าถึงเคสคนไข้ที่ประทับใจสัก 1 เคสหน่อยค่ะ?
คุณหมอหมู: มีเยอะเหมือนกันนะครับ เลือกรายนี้ละกัน เป็นเด็กวัยรุ่นประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ ( กำลังเดินทางกลับจากเรียนพิเศษ แต่ถูกคนเมาสุราขับรถกะบะมาชนท้าย) มีแขนขาหักทั้งสองข้าง กระดูกเชิงกรานแตก ตับแตก ม้ามแตก แต่ก็ยังดีที่ใส่หมวกกันน็อก สมองเลยไม่ได้รับบาดเจ็บ ไม่เช่นนั้นก็อาจเสียชีวิตไปแล้ว มาถึงโรงพยาบาลวันแรกก็ผ่าตัดเรื่องช่องท้อง หมอศัลยกรรมผ่าไปก่อน ผมก็ค่อยใส่เฝือก ใส่เหล็กดามกระดูกภายนอกไว้ชั่วคราว เพราะคนไข้เสียเลือดมาก ใช้เวลาผ่าตัดไปแล้วสามชั่วโมงกว่า หลังจากนั้นก็มาดูแลรักษาจนสภาพทั่วไปดีขึ้นแล้ว ก็ค่อยไปผ่าตัดใส่เหล็กดามกระดูกแขนขาทั้งสองข้าง ผ่าตัดทำแผลกันอีกหลายรอบ กว่าจะได้กลับบ้านก็ใช้เวลาเป็นเดือน
      ที่ประทับใจก็คือดูจากสภาพผู้ป่วยในตอนแรก ไม่น่าจะรอด แต่ก็ได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ (ศัลยกรรมทั่วไป ศัลยกรรมกระดูก และอายุรกรรม ) ทีมพยาบาลและเจ้าหน้าที่รวมกัน ทำให้ผลการรักษาออกมาดีกว่าที่คาด สามารถกลับมาเดินได้ เรียนหนังสือได้อีกครั้ง เวลาที่ผู้ป่วยมาพบ ได้เห็นว่าเขาดีขึ้น ก็จะรู้สึกภาคภูมิใจ ที่มีส่วนช่วยให้เขากลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง
 

เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1

 
 
พี่เป้: เชื่อว่ามีน้องๆ หลายคนที่กำลังอ่านสนใจด้านสุขภาพ อยากให้คุณหมอช่วยแนะนำวิธีการดูแลข้อและกระดูกอย่างง่ายๆ ค่ะ?
คุณหมอหมู: สำหรับวัยรุ่น ก็อยากให้แบ่งเวลาไปออกกำลังกายบ้าง เพราะร่างกายในช่วงนี้จะเป็นการสร้าง ถ้าไม่สร้างให้แข็งแรงแล้วพออายุมาก ก็จะเกิดปัญหาโรคข้อ โรคกระดูกตามมา อีกประเด็นก็เกี่ยวกับการบาดเจ็บบริเวณกระดูกหรือข้อ การดูแล ปฐมพยาบาล ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ช่วง ๒๔ ชม.แรกให้ใช้หลัก RICE
-Rest พัก หยุดใช้ส่วนที่บาดเจ็บ ให้อยู่นิ่ง ๆ
-Ice ประคบเย็น เพื่อให้หลอดเลือดหดตัว เลือดจะได้ออกน้อยลง
-Compress กดรัด ใช้ผ้ายืดพัน เพื่อลดอาการปวด บวม และ เลือดออกน้อยลง
-Elevate ยก ส่วนที่บาดเจ็บให้สูง เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น หลังจากนั้นก็ค่อยประคบด้วยความร้อนหรือใช้ครีมนวด เพื่อให้เลือดที่ออกมาแล้วนั้นถูกดูดซึมได้เร็วขึ้น ที่เห็นในโฆษณาที่หกล้มปุ๊บก็ใช้ยาหม่องนวดเลยนั้น เป็นความเข้าใจผิด อย่าไปทำนะครับ ถ้ารู้สึกเจ็บมาก บวมมาก ก็ควรรีบไปพบแพทย์ จะได้ดูแลรักษาให้ถูกต้องเหมาะสม

ผมทำบล็อกเอาไว้ด้วย มีเรื่องที่น่าสนใจเยอะแยะ ลองเข้าไปอ่านดูก็ได้นะครับ http://cmu2807.bloggang.com/

 
พี่เป้: สุดท้ายท้ายสุด อยากให้คุณหมอช่วยให้กำลังใจหรือฝากข้อคิดแก่น้องๆ ที่อยากเป็นแพทย์ด้วยค่ะ
คุณหมอหมู: อยากให้ลองค้นหาเหตุผลว่าทำไมถึงอยากเป็นแพทย์ เพราะแพทย์เป็นวิชาชีพที่ต้องใช้ทุ่มเท ทั้งเวลา แรงกาย แรงใจ อย่างมาก ตั้งแต่เริ่มเรียนไปจนตลอดชีวิตการทำงานเป็นแพทย์ อย่าคิดว่าจะเข้ามาเรียนเพราะว่าจบไปแล้ว ทำงานสบาย รายได้ดี ในปัจจุบันแพทย์มีจำนวนมากขึ้นโดยเฉพาะคลินิกหรือ รพ.เอกชน มีเยอะกว่าสมัยก่อนมาก โอกาสที่จะทำงานมีรายได้สูง จนร่ำรวยเหมือนสมัยก่อนนั้นแทบไม่มีเลย ชีวิตจริงแตกต่างจากที่คนภายนอกเข้าใจหรือเห็นจากโทรทัศน์ รายได้ของแพทย์โดยเฉลี่ยก็ถือว่าปานกลาง อาจดีกว่าค่าเฉลี่ยของอาชีพทั่วไป แต่ก็ไม่ได้มากมายจนทำให้ร่ำรวย นอกจากเรื่องรายได้แล้ว ปัจจุบัน (อนาคต) ก็จะมีปัญหาเรืองของการฟ้องร้องแพทย์ ซึ่งคาดว่าจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ถือว่าเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่ต้องยอมรับและปรับตัว ถ้ายังเป็นหมอก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ส่วนข้อดีของการเป็นแพทย์ก็คือความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือผู้ป่วย เป็นอาชีพที่มั่นคง มีรายได้พอสมควรกับการดำรงชีวิต แล้วก็ยังได้รับความนับถือให้เกียรติจากคนส่วนใหญ่ ( ซึ่งมีไม่กี่อาชีพที่คนนำเงินมาให้แล้วยังไหว้ขอบคุณ )
 
 
คุณหมอท่านที่ 2 : คุณหมอจิ้งกุ่ง พญ. ธัญญาณ์ รอดกนก
แพทย์ประจำบ้านสาขานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 
 
พี่เป้: สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นรบกวนคุณหมอช่วยแนะนำตัวด้วยค่ะ
คุณหมอจิ้งกุ่ง: สวัสดีค่ะ ชื่อธัญญาณ์ รอดกนก (จิ้งกุ่ง) จบจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ค่ะ
 
พี่เป้: อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้คุณหมอเลือกเรียนแพทย์คะ ?
คุณหมอจิ้งกุ่ง: จริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษค่ะ เชื่อว่ามีหลายๆ คนที่เรียนแพทย์เพราะว่าจบแล้วมีงานทำมั่นคง ถึงไม่รวย แต่ก็ไม่อดตาย... พี่ก็เป็นหนึ่งในนั้นนะ
 
พี่เป้: คุณหมอเพิ่งจะจบมาไม่นาน เลยอยากทราบว่า ตอนเรียนปริญญาตรี 6 ปีนั้น ปีไหนที่คุณหมอคิดว่ายากสุดคะ?
คุณหมอจิ้งกุ่ง: ปี 4 จะลำบากในเรื่องการปรับตัว เพราะช่วง 3 ปีแรก เราจะเรียนทฤษฎีตลอด แต่ปี 4 เป็นปีแรกที่ได้เจอคนไข้ สัมผัสชีวิตหมอจริงๆ จำได้เลยว่าวันแรกที่อาจารย์พาไปเดินดูหอผู้ป่วย แล้วให้เรากับเพื่อนซักประวัติผู้ป่วย ทุกคนงง ไม่รู้จะถามอะไร เพราะยังไม่รู้วิธีเอาความรู้ต่างๆ ที่เรียนมามาประยุกต์ใช้จริง แล้วปี 4 เพิ่งได้อยู่เวรเป็นครั้งแรก ตอนนั้นยังคิดว่า.. ตายแล้ว ให้อยู่เวรถึงเที่ยงคืน (ปกติเข้านอนเร็วมาก) วันต่อมาจะไปเรียนไหวเหรอ... ซึ่งจริงๆแล้ว พวกนักศึกษาแพทย์ปี 4 เวลาอยู่เวร ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหรอกค่ะ แค่คอยทำแลป รับคนไข้ใหม่ อยู่ปี 6 เหนื่อยกว่านั้นเยอะเลยค่ะ
 
พี่เป้: ปกติแล้วหลังเรียนปริญญาตรี จะต้องทำงานใช้ทุน 3 ปี ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณหมอประจำอยู่ที่ไหนคะ?
คุณหมอจิ้งกุ่ง: ที่ มช. จะสามารถสมัครเรียนต่อได้เลย (ยกเว้นเด็กที่มาจากโครงการพิเศษ เช่น ผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชนบท ฯลฯ) แต่ในแต่ละสาขาก็จะรับเรียนต่อจำนวนจำกัด ดังนั้นก็มีการแข่งขันกันบ้าง โดยเฉพาะในภาควิชาที่คนสนใจกันมาก พี่สมัครเรียนต่อนิติเวชศาสตร์ เพราะฉะนั้นจึงใช้ทุนแค่ปีเดียวที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ (จริงๆ แล้วปีแรกเป็นปี"เพิ่มพูนทักษะ" จากนั้นอีก 2 ปี ถือว่าไปใช้ทุนที่โรงพยาบาลชุมชน) จากนั้นจะเรียนต่อนิติเวชศาสตร์อีก 3 ปี ซึ่งแต่ละที่ก็คนละอารมณ์นะ ที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่เป็นโรงพยาบาลศูนย์ ก็จะรวมๆ เคสจากทั้งภาคเหนือที่เค้าส่งต่อมา เคสแต่ละเคสก็จะยากและซับซ้อนหน่อย เจอโรคแปลกๆ ที่ตอนเรียนคิดว่า "ชีวิตนี้จะเจอมั้ยเนี่ย?" ส่วนโรงพยาบาลจังหวัดจะเจอเคสหลากหลาย ตั้งแต่โรคทั่วไปจนถึงโรคยากๆ
 

เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1

 

เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1

 

เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1

 
 

เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1

 
 
 
พี่เป้: แล้วทำไมคุณหมอถึงสนใจด้านนิติเวชคะ?
คุณหมอจิ้งกุ่ง: ชอบและสนใจด้านนี้ค่ะ เมื่อก่อนดูซีรี่ย์ CSI แล้วชอบ อยากทำงานอย่างนั้นบ้าง (จริงๆ หมอนิติเวชก็ไม่ได้ทำงานอย่าง CSI หรอกนะคะ อันนั้นเป็นงานของจนท.พิสูจน์หลักฐานมากกว่า) นิติเวชมีอะไรมากกว่าที่คิดนะคะ ไม่ใช่ผ่าศพอย่างเดียว มีทั้งตรวจคนไข้คดี (ข่มขืน ทำร้ายร่างกาย อุบัติเหต) ตรวจสารพิษ เก็บวัตถุพยาน
 
พี่เป้: ขอเรียนถามตรงๆ ว่า เรียนนิติเวชอย่างนี้ คุณหมอเคยเกิดอารมณ์กลัวบ้างมั้ยคะ?
คุณหมอจิ้งกุ่ง: อันนี้เป็นคำถามยอดฮิต :-) ต้องบอกว่า "อยู่กันเป็นกลุ่ม ไม่กลัวค่ะ" คือปกติทำงานกันเป็นทีมอยู่แล้วค่ะ มีหมอ มีผู้ช่วย ถ้าไปพิสูจน์นอกสถานที่ ก็มีคุณตำรวจ กู้ภัย ฯลฯ ด้วย ถ้าอยู่เยอะๆ ก็ไม่กลัวค่ะ แต่ถ้าอยู่คนเดียวก็คงกลัวเหมือนกันค่ะ
 
พี่เป้: ว่ากันว่าคนเรียนหมอเป็นพวกหัวกะทิ คุณหมอคิดยังไงกับคำกล่าวนี้คะ?
คุณหมอจิ้งกุ่ง: คนเรียนหมออาจจะไม่ถึงขั้นหัวกะทิทุกคน แต่ก็คิดว่า ถ้าเรียนไม่เก่ง(แบบ..โง่เง่าเต่าตุ่นจริงๆ) ก็เรียนไม่ได้ค่ะ คือถ้าความรู้เราไม่ถึง จะเอาอะไรไปรักษาคนไข้ล่ะคะ คนเป็นหมอมีเรื่องที่ต้องรู้เยอะมากๆ และความรู้ต่างๆ ก็ update ตลอดเวลา อย่างน้อยก็ต้องเรียนเก่งในระดับนึงแล้วก็ขยันด้วยค่ะ ที่สำคัญมีความคิดสร้างสรรค์ คนที่เค้าประยุกต์ความรู้เป็น ขยันหาความรู้ตลอด อันนี้จะเป็นหมอที่ดีมากเลยค่ะ (หมายถึงในแง่วิชาการนะคะ เรื่องการปฏิบัติตัวก็อีกอย่างนึงค่ะ)
 
 พี่เป้: สุดท้ายอยากให้คุณหมอช่วยฝากข้อคิดถึงน้องๆ ที่กำลังอ่านด้วยค่ะ?
 คุณหมอจิ้งกุ่ง: สมเด็จพระบิดากล่าวไว้ว่า "ฉันไม่ต้องการให้เธอเป็นหมอเพียงอย่างเดียว แต่ฉันต้องการให้เธอเป็นคนด้วย" ให้จำคำนี้ไว้นะ... ก็ขอฝากไว้ว่า อยากให้ขยันเรียน เก็บเกี่ยวความรู้เยอะๆ ปฏิบัติตัวกับคนไข้ดีๆ และ(ขอพูดในฐานะรุ่นพี่) ควรมีสัมมาคารวะกับรุ่นพี่ด้วยนะคะ
 
 
คุณหมอท่านที่ 3 : คุณหมอไปป์ แพทย์ประจำบ้านสาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น
ชั้นปีที่ 3 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
และจิตแพทย์ประจำหน่วยจิตเวชเด็ก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
 
     

พี่เป้: สวัสดีค่ะคุณหมอ ก่อนอื่นอยากให้ช่วยแนะนำตัวแก่น้องๆ Dek-D.com หน่อยค่ะ?
คุณหมอไปป์:  จบการศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 26 ครับ ปัจจุบันกำลังศึกษาต่อเฉพาะทาง เป็นแพทย์ประจำบ้านสาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น ชั้นปีที่ 3 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปฏิบัติงานที่หน่วยจิตเวชเด็ก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยครับ

พี่เป้: ทำไมคุณหมอถึงเลือกเรียนต่อเฉพาะทางด้านจิตเวชคะ ?
คุณหมอไปป์: เลือกตามความชอบเป็นหลักครับ เดิมคิดว่าเป็นสาขาที่มีความน่าสนใจในด้านความเข้าใจผู้ป่วยแบบองค์รวม เข้าใจความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง ไม่ได้มองเป็นเพียงแค่คนไข้ มีวิธีการรักษาที่ไม่พึ่งการใช้ยาเป็นหลัก จึงแตกต่างจากสาขาอื่นๆ และที่เลือกจิตเวชเด็ก เพราะชอบทำงานกับเด็ก และคิดว่าปัญหาในสังคมปัจจุบันนี้ หลายๆ อย่างมีรากเหง้ามาจากคนที่เติบโตในครอบครัวที่ขาดความรู้และความพร้อม การดูแลเด็กให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ จะส่งผลดีต่ออนาคตของสังคมโดยรวม โดยเราสามารถเป็นหนึ่งในแรงผลักดันเล็กๆ ตรงนี้ได้ครับ

พี่เป้: อยากให้คุณหมอช่วยเล่าถึงบรรยากาศการเรียนด้านจิตเวชหน่อยค่ะ?
คุณหมอไปป์: ต้องปรับตัวเยอะทีเดียวครับ เพราะตอนเป็นนักศึกษาแพทย์ ผ่านแผนกจิตเวชแค่ช่วงสั้นๆ จึงยังไม่คุ้นกับวิธีการดูแลคนไข้เท่าไหร่ การเรียนก็คือการปฏิบัติจริงเลยครับ เครียดบ้างในช่วงแรกๆ เพราะเป็นเรื่องใหม่ ปีแรกจะดูแลคนไข้ในตึกผู้ป่วยจิตเวชเป็นหลัก ฝึกทักษะการสัมภาษณ์ผู้ป่วยจิตเวช หลังจากนั้นเริ่มตรวจแผนกผู้ป่วยนอก รับปรึกษาผู้ป่วยต่างแผนก อยู่เวรจิตเวชฉุกเฉิน ได้เห็นผู้ป่วยหลากหลายรูปแบบ สนุกดีครับ กิจกรรมวิชาการก็มีบ้าง เช่น เลกเชอร์, case conference, topic review และทำงานวิจัย 1 ชิ้น สำหรับจิตเวชเด็กหลักสูตรจะไม่เหมือนจิตเวชทั่วไป คือเรียนจิตเวชผู้ใหญ่ก่อน 2 ปี และเด็กอีก 2 ปี ขณะที่จิตเวชทั่วไปเรียน 3 ปี บรรยากาศจะเป็นกันเองทั้งเพื่อนๆและอาจารย์ งานไม่หนักมากเมื่อเทียบกับแผนกอื่นๆ ที่ต้องอยู่เวรหามรุ่งหามค่ำ

พี่เป้: และการจะเป็นจิตแพทย์นั้น ต้องมีการสอบใบประกอบวิชาชีพมั้ยคะ?
คุณหมอไปป์: เหมือนกับสาขาเฉพาะทางอื่นๆ ครับ เรียกง่ายๆ ว่าสอบบอร์ด มีทั้งข้อเขียน และสอบการสัมภาษณ์ผู้ป่วยจริงต่อหน้าคณะกรรมการ ถ้าผ่านก็จะได้วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญ ทำงานต่อได้เลยครับ

พี่เป้: คุณหมอคิดว่าจุดเด่นของแพทย์ในสาขาจิตแพทย์คืออะไรคะ?
คุณหมอไปป์: พัฒนาจิตใจตัวเองครับ ช่วยให้เรามองความเป็นไปของตัวเราเอง และคนอื่นได้อย่างเข้าใจและยอมรับมากขึ้น มีผลให้ตัวเรา เลือกที่จะอยู่ได้อย่างมีความสุขมากขึ้น หลายๆ คนเรียกว่าหมอโรคจิต ฟังดูแล้วนึกถึงโรคจิตแนวหูแว่ว ประสาทหลอน เป็นบ้า แต่จริงๆ แล้วโรคทางจิตเวชมีหลากหลายกว่านั้นมาก เช่นปัญหาความวิตกกังวล ปัญหาบุคลิกภาพ ปัญหาการปรับตัว คนทั่วไปอาจมองว่าจิตแพทย์ต้องดูแปลกๆ เข้าใจยาก หรือเคร่งขรึม จริงจัง แต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป แต่ละคนจะมีสไตล์ของตัวเองในการดูแลคนไข้ หรือใช้ชีวิตในแนวทางที่เป็นตัวเองมากกว่า ยังไงจิตแพทย์ก็เป็นคนทั่วๆ ไปนี่แหละครับ

   




 เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1

 

 

 

 เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1

 

 

 

 เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1
 

 

เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1

พี่เป้: มีน้องๆ สงสัยมาเยอะมากๆ ว่าการจะเป็นจิตแพทย์ต้องเรียนจิตวิทยาหรือแพทยศาสตร์ แล้วนักจิตวิทยากับจิตแพทย์เหมือนหรือต่างกันยังไง อยากให้คุณหมอช่วยชี้แจงค่ะ?
คุณหมอไปป์: ข้อนี้ขออนุญาตนำข้อมูลจากน้องเชอรี่ นิสิตคณะจิตวิทยา จุฬาฯ มาช่วยแชร์คำตอบเพื่อความชัดเจนนะครับ

-จิตแพทย์คือแพทย์ที่สำเร็จการศึกษาในคณะแพทยศาสตร์แล้ว (ซึ่งต้องใช้เวลาเรียน 6 ปี) มาศึกษาต่อในสาขาจิตเวชศาสตร์ ซึ่งเป็นสาขาเฉพาะทางอย่างหนึ่งของแพทยศาสตร์ โดยหน้าที่หลักของจิตแพทย์ทั่วไป คือการเป็นผู้ให้การวินิจฉัยและบำบัดรักษาผู้ที่มีอาการทางจิตประสาท โดยการใช้ยา และ/หรือการช่วยเหลือทางด้านจิตสังคม เช่น ทำจิตบำบัด
-นักจิตวิทยานั้นคือผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากคณะหรือสาขาทางจิตวิทยา ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมและกระบวนการทางจิตของมนุษย์ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อหาคำอธิบายและทำนายพฤติกรรมของมนุษย์ ทั้งนี้จิตวิทยายังสามารถแบ่งออกเป็นหลากหลายสาขา และไม่ใช่ทุกสาขาที่จะต้องทำงานในโรงพยาบาลอย่างที่เข้าใจกัน บางสาขาทำงานในฝ่ายทรัพยากรบุคคลขององค์กร บางสาขาไปเป็นนักวิจัย บางสาขาทำงานอยู่ในโรงเรียน เป็นต้น ส่วนสาขาที่มีการทำงานร่วมกับจิตแพทย์ก็เช่น สาขาจิตวิทยาคลินิก จิตวิทยาการปรึกษา จิตวิทยาพัฒนาการ เป็นต้น

   ทั้งนี้แม้ว่าจะทำงานร่วมกัน แต่หน้าที่และขอบเขตความรับผิดชอบ ของนักจิตวิทยาในโรงพยาบาลจะต่างกับจิตแพทย์โดยสิ้นเชิง กล่าวคือ นักจิตวิทยาจะรับผิดชอบในส่วนของการทำแบบทดสอบและการบำบัดที่ไม่เกี่ยวข้องกับยา เช่น การดำเนินการทดสอบผู้ที่มารับการรักษาโดยใช้แบบทดสอบชนิดต่างๆตลอดจนการแปรผลที่ได้จากแบบทดสอบนั้นๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวินิจฉัยของจิตแพทย์ นอกจากนี้การบริการให้คำปรึกษา การทำจิตบำบัด การกระตุ้นพัฒนาการ และการปรับพฤติกรรม ก็จัดอยู่ในสายงานของนักจิตวิทยาเช่นกัน

     แม้ว่าจะมีความแตกต่างระหว่างศาสตร์ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ทั้งสองอาชีพนี้ก็มีจุดร่วมกันอยู่บ้าง เช่น ในด้านการเรียนการสอน จิตแพทย์แต่ละสาขาก็จะได้เรียนเนื้อหาวิชาทางจิตวิทยาบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับสาขาของตน และนักจิตวิทยาบางสาขา เช่น นักจิตวิทยาคลินิกก็จำเป็นจะต้องผ่านการเรียนเกี่ยวกับความผิดปกติทางจิตประสาทในประเภทต่างๆ เช่นเดียวกับจิตแพทย์เช่นกัน

พี่เป้: มีน้องๆ หลายคนเครียดกับการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ในฐานะจิตแพทย์ อยากให้คุณหมอช่วยแนะนำวิธีการคลายความเครียดแก่น้องๆ หน่อยค่ะ?
คุณหมอไปป์: ข้อนี้ตอบยากครับ (ขออ้างอิงหลักการคล้ายๆข้อ9) เพราะน้องแต่ละคนจะมีความเป็นปัจเจคบุคคล ต่างพื้นฐาน ต่างที่มา ต่างความคิด ต่างประสบการณ์ การให้คำแนะนำจะไม่เหมือนกัน เพราะถึงแม้เครียดจากเรื่องสอบเหมือนกัน แต่หากมองไปลึกๆ จะต่างเหตุผลในเรื่องความต้องการที่แท้จริง เช่นบางคนเครียดเพราะถ้าสอบไม่ติด จะไม่ได้รับการยอมรับจากพ่อแม่    บางคนอาจเครียดเพราะเค้าจะไม่รู้สึกภาคภูมิใจกับตัวเองได้เลยถ้าสอบไม่ติด (ทั้งๆ ที่ชีวิต มีอีกหลายเรื่องที่ทำแล้วก็ภูมิใจได้อีกตั้งเยอะ) เริ่มจากลองสำรวจตัวเองดูครับ ยังไงชีวิตก็เป็นของเราเอง เรามีสิทธิเลือกให้มันเป็นไป เราเลือกที่จะมีความสุขเองได้ ปัจจัยภายนอก เช่น การสอบ มันก็มีของมันอยู่แล้ว ถ้าเราเอาตัวเองไปพัวพันมากเกินไป เราก็จะไม่มีความสุข เพราะชีวิตยังมีอีกหลายด้าน แน่นอนว่าเรื่องสอบก็มีความสำคัญ เราก็ต้องทุ่มเทอย่างพอดี ถ้าเหนื่อยก็พักบ้าง หาความสุขให้ตัวเองบ้าง จะได้มีแรงสู้ต่อ ทำให้มันเป็นไปตามธรรมชาติครับ ไม่มีอะไรที่คงทนถาวร เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป ทั้งความสุขและความทุกข์(ซึ่งเราปรุงแต่งมันขึ้นมาเอง)

พี่เป้: สุดท้ายนี้ อยากให้คุณหมอช่วยฝากถึงน้องๆ ที่อยากเรียนแพทย์ด้วยค่ะ?
คุณหมอไปป์: อยากให้น้องๆ ลองถามตัวเองให้แน่ใจนะครับว่าอยากทำอาชีพอะไร แต่พี่เชื่อว่าทุกอาชีพต่างก็มีความสำคัญ มีเกียรติ และต้องพึ่งพากับอาชีพอื่นทั้งสิ้น ดังนั้นไม่ว่าคำตอบมันจะเป็นยังไง มันก็ไม่มีถูกผิด หรือว่าใครดีกว่าใคร ดังนั้นถ้าอยากเรียนแพทย์ แน่นอนเป็นที่รู้ทั่วๆไป ว่ามันหนักหน่วงเพียงใด เราพร้อมที่จะเสียสละเพื่อแลกซึ่งการได้มาหรือไม่ อดทนกับแรงกดดันจากความคาดหวังได้หรือไม่ พร้อมที่จะช่วยคนๆ หนึ่งโดยมองเค้าเป็นเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งได้ไหม และมีอีกหลายๆ คำถามที่เราต้องตอบตัวเองให้ได้ ถ้าคำตอบมันคือใช่ น้องก็มีความพร้อมในระดับหนึ่งที่จะเรียนแพทย์แล้วครับ ขอให้โชคดีครับ

 

พี่เป้: คนไข้ส่วนมากที่มาพบหรือมารักษาตัว ส่วนมากเป็นวัยไหน แล้วมาด้วยปัญหาอะไรคะ?
คุณหมอไปป์: พบได้หลากหลายครับ แล้วแต่ setting เช่น
-แผนกฉุกเฉิน มักพบวัยหนุ่มสาว มาด้วยเรื่องพยายามฆ่าตัวตาย มีอาการทางจิต เช่น หูแว่ว หวาดระแวง ปัญหาอาการข้างเคียงจากการใช้สารเสพติด
-แผนกผู้ป่วยนอก พบได้ทุกวัย เช่น ผู้สูงอายุ มาด้วยอารมณ์ซึมเศร้า ความจำเสื่อม
-ผู้ป่วยต่างแผนก เช่น ผู้ป่วยโรคทางกายที่มีภาวะสับสน หรือแสดงอาการทางจิต ประเมินผู้ป่วยโรคเรื้อรังระยะสุดท้าย
-แผนกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ที่พบบ่อยคือสงสัยสมาธิสั้น เด็กก้าวร้าว เด็กที่สงสัยภาวะออทิสติก
 

พี่เป้: เรียนถามตรงๆ ว่าการที่เป็นจิตแพทย์ แล้วต้องให้คำปรึกษาแก้ปัญหาแก่คนไข้ คุณหมอเคยเครียดตามกับปัญหานั้นๆ บ้างมั้ยคะ?
คุณหมอไปป์: มีบ้างครับ เนื่องจากยังไงจิตแพทย์ก็ยังเป็นมนุษย์ ก็ต้องมีความรู้สึกร่วมได้เป็นธรรมดา โดยเฉพาะถ้าเรื่องราวของคนไข้ไปสะท้อนประสบการณ์ในอดีตของตัวแพทย์เอง บวกกับความรู้สึกที่อยากจะช่วยเหลือคนไข้ของเราอย่างเต็มที่ ยิ่งสร้างความลำบากให้กับแพทย์ แต่เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องฝึก คอยสังเกตและเตือนตัวเองเป็นระยะว่าตัวเองคิดอะไร รู้สึกยังไง ถึงอยากจะช่วยยังไง หรือคาดหวังให้เค้าดีขึ้นยังไง บทบาทของเราก็ต้องมีขอบเขต ไม่ให้ตัวเราถลำลึกจนคิดว่าเป็นเรื่องตัวเอง ระวังการเกิดความเครียดจากความคาดหวังของเราเอง เพราะเราไม่สามารถไปเปลี่ยนใครได้ทั้งหมด ทำได้เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ สะท้อน ให้คำชี้นำ และกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงภายใน ที่เหลือเป็นหน้าที่ที่เขาจะต้องไปจัดการต่อ

พี่เป้: แล้วเวลาที่คุณหมอเกิดความเครียด มีวิธีจัดการกับความเครียดยังไงบ้างคะ?
คุณหมอไปป์: สำรวจโลกภายในตัวเองก่อนครับ ถ้าเรื่องนั้นๆ มีผลกระทบกับตัวเรายังไง มีผลต่อพฤติกรรมเรายังไง เกิดอารมณ์ ความคิด ความคาดหวังอะไรขึ้น อะไรเป็นความต้องการที่แท้จริงกับเรื่องนั้นๆ การเชื่อมโยงสิ่งต่างๆเหล่านี้ภายในได้ จะเกิดความเข้าใจตัวเองขึ้น ความเครียดก็จะเบาลงไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็ไม่สามารถแก้ปมทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ก็อาศัยตัวช่วยจากอาจารย์หรือเพื่อนๆ ครับ ถ้าสิ่งๆ นั้นยังแก้ไม่ได้ก็ต้องยอมรับ และหาวิธีรับมือเป็นขั้นตอนไปครับ


เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1

เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1

 
 
      เป็นยังไงกันบ้างคะกับบทสัมภาษณ์จากคุณหมอทั้ง 3 ท่านจากด้านออร์โธปิดิกส์ ด้านนิติเวช และด้านจิตเวช พี่เป้ รู้สึกปลื้มและดีใจมากๆๆ ที่ได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณหมอที่ทั้งเก่งและมีความสามารถมากขนาดนี้ ต้องขอขอบพระคุณคุณหมอทั้ง 3 ท่าจากใจเลยค่ะ แต่ยังไม่หมดเท่านี้นะคะ !! เพราะสัปดาห์หน้ายังมีคุณหมออีก 2 ท่านรอมาพบกับน้องๆ อยู่ค่ะ (แอบใบ้ให้ว่าเป็นศัลยแพทย์และกุมารแพทย์ล่ะค่ะ ^^) ใครอยากอ่านก็ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะ รับรองสนุกแน่นอน
เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1
 

 

บทความโดย พี่เป้ จากคอลัมน์ Admission > คณะในฝันรายสัปดาห์ เว็บไซต์เด็กดีดอทคอม



หรือ ช่วยกันโปรโมต 3 วิธีง่ายๆ
1 ป่าวประกาศ Voice
ประกาศให้เพื่อนใน List ของคุณรู้ ว่าคุณชอบกระทู้นี้
2 บอกต่อๆ กัน
คัดลอกข้อความไปส่งต่อใน Messenger
หรือในอีเมล์สิ!
URL\Link สำหรับเข้ามาอ่านหน้านี้
Embed Code สำหรับนำหน้านี้ไปแปะ
3 ส่งหรือเก็บบทความ ผ่านช่องทางอื่นๆ
แค่คลิกเดียวก็โปรโมตผลงานคุณยิงตรงถึง Social Network
ที่คุณใช้บ่อยๆ

ค้นหาที่เรียนกวดวิชา !
บทความที่ผ่านมา : Dek-D.COM > Admission > คณะในฝันรายสัปดาห์
บันทึกชีวิต 6 นศ.แพทย์ จาก 5 สถาบัน
พี่ๆ นักศึกษาแพทย์ขอเปิดใจและเล่าชีวิตการเรียนกันอย่างห...
ตามติด 3 ชีวิตพิชิตคณะแพทยศาสตร์
ทำไมถึงอยากเรียนหมอ แล้วอนาคตอยากเป็นหมอด้านไหนกันล่ะ ?
"คำถามต้องรู้" ของว่าที่สัตวแพทย์
หลายคำถามน่าสงสัยที่คนอยากเป็นสัตวแพทย์ควรจะต้องรู้ !!
พาดูชีวิตสัตวแพทย์คนดัง ไม่ง่ายอย่างที่ค...
เปิดใจชีวิตการเรียนและการทำงานรักษาสัตว์ตัวน้อยๆ ของคุณ...

ข้อมูลสอบ GAT PAT | อ่านบทความ Admission เพียบ >
เรื่องอื่นๆที่มี Tag ใกล้เคียง
 
 

   มาดูความคิดเห็นดีๆที่ต้องปักหมุดไว้หน่อย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความเห็นส่วนตัวที่น่าสนใจ หรือจะช่วยเพิ่มเติมเสริมเนื้อหาของบทความนี้ก็ได้ทั้งนั้น
อย่ารอช้า! เว็บมาสเตอร์ จะรีบปักหมุด ติดดาวให้เลย!

 

ความคิดเห็นที่ 45  
ขออนุญาตประชาสัมพันธ์โครงการอบรมศัลยแพทย์ ณ ประเทศเกาหลีหน่อยนะค่ะ

                เนื่องด้วยบริษัท   StmStyle MT Co.,ltd   บริษัทระหว่างประเทศในด้านการให้บริการทางด้านการแพทย์ และเทคนิคการแพทย์ของประเทศเกาหลีแก่แพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ร่วมกับ สถาบันทางการแพทย์ชั้นนำในด้านการค้นคว้าวิจัยเพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าทางการแพทย์ในด้านต่างๆ  โรงพยาบาลชั้นนำในด้านศัลยกรรมแห่งประเทศเกาหลีที่ได้รับการยกย่องในเรื่องของ ทีมแพทย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านศัลยกรรม เครื่องมือการแพทย์ที่ทันสมัย และมหาวิทยาลัยโซล มหาวิทยาลัยที่ได้รับการยอมรับในด้านการเรียนรู้และการเรียนการสอนที่มีมาตรฐานสูงสุด 

               ได้ริเริ่มโครงการอบรมศัลยแพทย์ ณ ประเทศเกาหลี ขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและผลักดันเทคนิคทางการแพทย์ของประเทศเกาหลีสู่สากลโลก  นอกจากนี้ยังส่งเสริมในด้านของการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างศัลยแพทย์ เพื่อมุ่งพัฒนาความรู้ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ให้มีความก้าวหน้า   ร่วมเปิดมุมมองและสร้างสรรค์นวัตกรรมความงามในรูปแบบใหม่ขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้ง

                ซึ่งในส่วนของรายละเอียดหลักสูตร ทางเราได้แนบเอกสารแนะนำโครงการมาแล้วพร้อมกัน โดยหลักสูตรแต่หลักสูตรนั้น จะแบ่งแยกและจัดวางหลักสูตรตามความต้องการของผู้เข้าร่วมโครงการเป็นแต่ละบุคคลไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-7147663 / 02-7147665

หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่http://www.stmstyle.com/doctor-academy.html

ยังไงถ้าเกิดคัยเห็นข้อความนี้แล้วคิดว่าไม่เหมาะสมกับกระทู้นี้ ทางเราต้องขอโทษด้วยจิงๆน๊ะ : (


Name : stmstyle [ IP : 171.96.17.122 ]
Email / Msn: stmstyle(แอท)gmail.com
วันที่: 13 กันยายน 2554 / 13:25

 

 

 

 
 
หน้าที่ [ 1  ]
 
 
ความคิดเห็นที่ 1  
แพทย์ที่เป็นผู้หญิง ใช้คำว่าแพทย์หญิง ( พญ. )คับ
Name : ผ่านมา [ IP : 202.12.97.124 ]
Email / Msn: -
วันที่: 20 มกราคม 2553 / 15:55
 
 
ความคิดเห็นที่ 2  
MED CMU

FIGHTING!!!
Name : อิอิ [ IP : 112.142.6.234 ]
Email / Msn: -
วันที่: 20 มกราคม 2553 / 18:05
 
 
ความคิดเห็นที่ 3  
อยากเป็นหมอ ~~!!!

เสาร์-อาทิตย์นี้สู้ตาย!!~  

เหลือหนังสือต้องอ่านอีกเพียบ ไปละ T^T 

โชคดีนะ เพื่อนๆที่สอบ กสพท ทุกคน


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 มกราคม 2553 / 18:08
Name : jariris < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jariris [ IP : 110.164.72.214 ]
Email / Msn: -
วันที่: 20 มกราคม 2553 / 18:06
 
 
ความคิดเห็นที่ 4  

พี่ครับ รำคาญโฆษณาข้างๆมากครับ

อ่านไม่รู้เรื่อง เลื่อนอยู่ได้


PS.   เราต้องทำได้
Name : นายใบไม้ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นายใบไม้ [ IP : 125.26.31.104 ]
Email / Msn: -
วันที่: 20 มกราคม 2553 / 19:21
 
 
ความคิดเห็นที่ 5  

ว๊าวๆๆๆ มีพี่ึคณะเราด้วย

Med CMU จงเจริญคร๊าบ ฮ่าๆ

มีประโยชน์สาระมากครับ เราอยากเรียนเฉพาะทางออโธพอดีเลย 

เวลาผ่าแล้วไม่เลอะเทอะดี

Name : MelodicinD < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MelodicinD [ IP : 202.28.27.3 ]
Email / Msn: Melodic_in_Love(แอท)hotmail.com
วันที่: 20 มกราคม 2553 / 19:37
 
 
ความคิดเห็นที่ 6  
อยากเป็นหมอออ^^
Name : KiWi myVee < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KiWi  myVee [ IP : 118.173.200.103 ]
Email / Msn: -
วันที่: 20 มกราคม 2553 / 20:34
 
 
ความคิดเห็นที่ 7  
พี่ไป๊ปนิสัยดีมากเลยอ่ะ

เคยคุยโทรศัพท์กับพี่แก

พี่แกเปนคนเก่งและน่ารัก
Name : โบว์ [ IP : 119.42.78.39 ]
Email / Msn: rainbow.kitty.20(แอท)hotmail.com
วันที่: 20 มกราคม 2553 / 22:29
 
 
ความคิดเห็นที่ 8  

พี่ๆเป็นแบบอย่างที่ดีมากๆเลย  ขอบคุณนะคะ


PS.  ขอบคุณค่ะ...คัมซาฮัมนีดา แล้วโพสข้อมูลดีๆแบบนี้อีกนะคะ
Name : เจ้าชายกุหลาบสีส้ม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าชายกุหลาบสีส้ม [ IP : 203.172.161.115 ]
Email / Msn: kim_miracle_yeonwonhee(แอท)hotmail.com
วันที่: 21 มกราคม 2553 / 14:11
 
 
ความคิดเห็นที่ 9  
MED CMU <<< เราต้องเข้าให้ได้
fight เต็มที่เพื่อ "แพทย์ มช"
Name : ++Cappuccino Choc Prince++ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ++Cappuccino Choc Prince++ [ IP : 202.28.27.3 ]
Email / Msn: -
วันที่: 21 มกราคม 2553 / 14:48
 
 
ความคิดเห็นที่ 10  

(: รอพี่เป้มาลงกุมารแพทย์อยู่น้ะค้ะ

Name : ~"LOMO"~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~"LOMO"~ [ IP : 61.7.162.140 ]
Email / Msn: in_evening(แอท)hotmail.com
วันที่: 21 มกราคม 2553 / 15:14
 
 
ความคิดเห็นที่ 11  
ก้าวต่อไป... 

เสาร์-อาทิตย์นี้ ได้รู้กัน
Name : ByAn < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ByAn [ IP : 125.24.76.144 ]
Email / Msn: prince_of_hell99(แอท)hotmail.com
วันที่: 21 มกราคม 2553 / 15:44
 
 
ความคิดเห็นที่ 12  
ดีจังมาอัพวันเกิดพอดีเลย

ขอพรให้สอบติดทีเถอะ

อีก 2 วันเจอกัน


สู้ ๆๆ ทุกคน

หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อเรา
Name : นันนัน [ IP : 125.26.149.183 ]
Email / Msn: mm_oxygen(แอท)hotmail.com
วันที่: 21 มกราคม 2553 / 21:27
 
 
ความคิดเห็นที่ 13  
อยากรู้เกี่ยวกับวิสัญญีแพทย์ด้วยอ่ะค่ะ : )
PS.  Obstacles are those frightful things you see when you take your eyes off your goals. อุปสรรคคือสิ่งที่น่าตกใจก็ต่อเมื่อ...คุณไม่ได้มองไปที่จุดหมายปลายทาง
Name : ' p M ^ pa n g * < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ' p M ^ pa n g * [ IP : 112.142.3.171 ]
Email / Msn: p.k.c._cm(แอท)hotmail.com
วันที่: 21 มกราคม 2553 / 22:31
 
 
ความคิดเห็นที่ 14  
คุณหมอหมู ณ พันทิปนี่เอง ^^ 

ซักวันจะเจริญรอยตามให้ได้ครับ จะพยายาม

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 มกราคม 2553 / 03:39
Name : Oo๐ sauce ๐oO < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Oo๐ sauce ๐oO [ IP : 113.53.55.252 ]
Email / Msn: -
วันที่: 22 มกราคม 2553 / 03:35
 
 
ความคิดเห็นที่ 15  
เห็นด้วยกะคห.4
Name : pipo [ IP : 111.84.40.166 ]
Email / Msn: -
วันที่: 22 มกราคม 2553 / 15:11
 
 
ความคิดเห็นที่ 16  
แพทย์ CMU ^ ^ อยากไปเรียนมั่งจัง 5555+ สักวันจาไปให้ได้!!!!!!
Name : 1111111 [ IP : 113.53.209.111 ]
Email / Msn: -
วันที่: 22 มกราคม 2553 / 18:30
 
 
ความคิดเห็นที่ 17  

แพทย์ !!!!

>        <

ต้องเป็นให้ได้


PS.  If u CAN't make it good ... juz make it LOOKS good ~ *____* // c'mon !! gimme a S M I L e :: ^______^ d ,,
Name : * Mitsui-Kunn__ ,, < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ * Mitsui-Kunn__ ,, [ IP : 113.53.166.237 ]
Email / Msn: -
วันที่: 22 มกราคม 2553 / 20:42
 
 
ความคิดเห็นที่ 18  
หมอหมู ที่อยู่กำเเพง
ลุก หล่อโฮกก เฮียนนท์ๆๆ

เก่งด้วย เล่นบาสเทพมากมายเลยย
หล่อ น่ารัก เเถมเรียนเก่งอีก
Name : อายซ์ [ IP : 118.172.136.184 ]
Email / Msn: -
วันที่: 22 มกราคม 2553 / 21:16
 
 
ความคิดเห็นที่ 19  
ขอบคุณมากๆๆๆค่ะ หนูอยากเป็นหมอมากๆเลย จะเป็นสาขาไหนยังไม่แน่ใจเพราะทุกสาขาก็สำคัญหมดเลย อยากเรียนนิติเวชแต่ก็กลัวผี พูดตรงๆเลยค่ะ อยากเรียนจิตเวชแต่ก็กลัวคุยกับคนไข้ไม่เข้าใจ อยากเรียนศัลยศาสตร์ก็กัวไปลืมมีดไว้ในตัวคนไข้ -*- จะตั้งใจเรียนค่ะ
Name : เดกหลังห้อง [ IP : 58.10.3.187 ]
Email / Msn: -
วันที่: 22 มกราคม 2553 / 22:32
 
 
ความคิดเห็นที่ 20  
หมอไปป์ หมอไปป์ รุ่นพี่เราเอง หล่อมากๆ ค่า
Name : fonny [ IP : 202.12.73.4 ]
Email / Msn: -
วันที่: 23 มกราคม 2553 / 01:58
 
 
ความคิดเห็นที่ 21  
Med CMU คณะในฝันเลย
ขอบคุณรุ่นพี่ รุ่นลุงที่มาให้คำเเนะนำดีๆนะคะ

PS.  ★범재 BumJae Together คิบอมฮยอกแจ
Name : *[B]um[J]ae_YoonA < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ *[B]um[J]ae_YoonA [ IP : 114.128.183.104 ]
Email / Msn: -
วันที่: 23 มกราคม 2553 / 10:22
 
 
ความคิดเห็นที่ 22  
อยากเรียนหมอแต่หัวสมองไม่ถึง เรียนนิติเวชต้อเรียนกับศพทัเงวันทั้งคืนเลยปะค่ะ
Name : PRAEW [ IP : 58.10.3.162 ]
Email / Msn: -
วันที่: 23 มกราคม 2553 / 10:52
 
 
ความคิดเห็นที่ 23  
MED CMU เริ่ดคร้า

มาเป็นน้องคณะแพทย์ มช.กันนะจ๊ะ พวกพี่ๆรอต้อนรับน้องๆอยู่คร้า

แล้วเจอกันที่ มช.ค่ะ ^^
Name : MED Wish 52 [ IP : 202.28.27.3 ]
Email / Msn: -
วันที่: 23 มกราคม 2553 / 18:01
 
 
ความคิดเห็นที่ 24  
ขอบคุณค่ะ^^
PS.  มีความสุขกับสิ่งที่มีอยู่^^
Name : อารมณ์เป็นสิ่งไม่เที่ยง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อารมณ์เป็นสิ่งไม่เที่ยง [ IP : 180.180.95.23 ]
Email / Msn: -
วันที่: 23 มกราคม 2553 / 19:10
 
 
ความคิดเห็นที่ 25  

ได้ความรู้และข้อคิดไปเยอะทีเดียวเลยค่ะ

อยากเป็นหมอมากๆ จะตั้งใจเรียนพยายามสอบเข้าคณะแพทย์ศาสตร์ให้ได้



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 มกราคม 2553 / 19:19
Name : student-doctor < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ student-doctor [ IP : 58.9.172.61 ]
Email / Msn: -
วันที่: 23 มกราคม 2553 / 19:16
 
 
ความคิดเห็นที่ 26  
จะพยายามให้ได้จนถึงที่สุด และขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆๆทุกคนนะคะ

สู้ๆๆๆ ค่ะเพื่อนๆๆๆ
Name : บุ๋ม [ IP : 180.183.65.132 ]
Email / Msn: naritsara_ab(แอท)hotmail.com
วันที่: 23 มกราคม 2553 / 19:43
 
 
ความคิดเห็นที่ 27  

แพทย์!!

  ต้องขยันๆๆๆ

สู้ๆๆๆ


PS.  000000000 ----- 0000000000-----000000000
Name : --OilLZa*Love*WonnY-- < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ --OilLZa*Love*WonnY-- [ IP : 124.157.147.1 ]
Email / Msn: -
วันที่: 24 มกราคม 2553 / 15:14
 
 
ความคิดเห็นที่ 28  
อยากรู้ค่ะ ว่าม.รังสิต มีเอก จิตเวชรึเปล่าคะ

ช่วยตอบหน่อยคะ
Name : นานา [ IP : 58.9.152.246 ]
Email / Msn: -
วันที่: 24 มกราคม 2553 / 16:22
 
 
ความคิดเห็นที่ 29  
MED CMU อยากจะเป็น 1 คนในนั้น

สู้ๆ อ่านหนังสือๆ ( ^^v.
Name : BesT [ IP : 118.174.17.44 ]
Email / Msn: -
วันที่: 24 มกราคม 2553 / 17:43
 
 
ความคิดเห็นที่ 30  
MED CMU

สู้เพื่อฝัน


อยากเป็นหมอ..
Name : อยากเป็นหมอ [ IP : 118.172.207.251 ]
Email / Msn: -
วันที่: 24 มกราคม 2553 / 20:36
 
 
ความคิดเห็นที่ 31  
ลงบทความวิสัญญีแพทย์บ้างสิคะ อยากรุมากๆๆๆๆๆๆๆ ขอบคุนคร้า
Name : shinki [ IP : 115.67.152.130 ]
Email / Msn: -
วันที่: 24 มกราคม 2553 / 21:17
 
 
ความคิดเห็นที่ 32  
ผมเรียนศิลป์
มีทางไหนจะเป็นหมอได้มั้งครับ
ช่วยเเนะทีครับ
Name : REBORN [ IP : 113.53.18.202 ]
Email / Msn: nuttawat_777(แอท)hotmail.com
วันที่: 28 มกราคม 2553 / 15:11
 
 
ความคิดเห็นที่ 33  
เคยเจอพี่จิ้งกุ่งตอนราวด์ เคยอยู่สายเดียวกันค่ะ แต่ไม่ค่อยได้คุยกันหรอกนะ
จะบอกว่าตัวจริงพี่เค้า เป็นผู้หญิงที่เท่มาก ดู smart น่ะค่ะ สูงด้วย เหมาะกะเป็นหมอนิติเวชจิงๆ
Name : sdf [ IP : 61.19.199.142 ]
Email / Msn: -
วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:30
 
 
ความคิดเห็นที่ 34  
อยากรู้ศัลยแพทย์กับวิสัญญีแพทย์อ่ะค่ะ
PS.  ไม่อยากเปิดเทอมมมมมมมมมมมม อยากนอนอยู่บ้าน
Name : Darkevilkub < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Darkevilkub [ IP : 125.25.109.147 ]
Email / Msn: da_vil_kub(แอท)hotmail.com
วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2553 / 17:26
 
 
ความคิดเห็นที่ 36  
สาธิตการผ่าอาจารย์ใหญ่... ห้ามพลาด!!

ไม่ต้องง้อวันวิทย์ ไม่ต้องตามติดโอเพ่นเฮาส์

ถ้าน้องคือผู้สนใจในการศึกษา แพทย์ พยาบาล สหเวช เภสัช ทันตะ สาธารณสุข หรือวิทยาศาสตร์ สุขภาพทุกสาขา
เรามีสิ่งดีดี ที่น่าสนใจและ เหมาะกับน้องมานำเสนอ...

1. DvD Anatomy For Beginners
การเรียนการสอนจากประเทศเยอรมัน สาธิตจากการผ่าศพจริงตั้งแต่ต้นจนจบ
บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ต้องกลัวฟังไม่ทัน เรามีเนื้อหาที่บรรยายเป็นไฟล์ให้ด้วย...
เรียนรู้ไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ทุกระบบ เวลาในการสาธิตประมาณ 250 นาที
เหมาะสำหรับนักศึกษาแพทย์,นักศึกษาพยาบาล,เทคนิคการแพทย์,กายภาพบำบัด
เภสัช ทันตแพทย์ สาธารณสุขและนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพทุกสาขา
และนักเรียนผู้สนใจศึกษาสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ หรือเพื่อประกอบการตัดสินใจ
เข้าศึกษาในคณะแพทย์ศาสตร์ทุกสาขา...(วัดใจก่อนเรียน...)
1 ชุด 1 แผ่น ราคา 250 บาท

2. Dynamic Human Anatomy
โปรแกรม รายละเอียด กายวิภาค
แยกดูอวัยวะแต่ละส่วน มีภาพจริง และภาพ กราฟฟิกประกอบ
โจทย์แต่ละบทเรียน มีทั้ง ก่อนเรียน และหลังเรียน...
ชัดเจน แน่นด้วยเนื้อหา เหมือนมี Text Book อยู่กับตัว
ใช้แทนText Book ได้ ใช้ทำรายงานได้...
"ควรใช้คู่กับ DvD Anatomy For Beginners"
1 ชุด 1 แผ่น ราคา 250 บาท

3.โปรแกรมตรวจวินิจฉัยโรค
โปรแกรมทางการแพทย์ (ภาษาไทย) Multimedia Education
-ตำราตรวจวินิจฉัยโรคสำหรับ เภสัชฯ/แพทย์/พยาบาล และบุคคลากรสาธารณสุขทุกระดับ
-เป็นคู่มือใช้แนะนำการใช้ยา/การป้องกันโรคและการปฎิบัติตัวเมื่อเป็นโรค

เนื้อหา
280 โรคและหลักการวินิจฉัยรักษาพร้อมหลักการซักประวัติและตรวจร่างกาย
68 แผนภูมิช่วยตัดสินใจ การวินิจฉัยแยกโรคจากอาการ
98 ชนิดยาพร้อมรายละเอียดการใช้รวมทั้งการให้น้ำเกลือ
-โรคและหลักการวินิจฉัยโรคพร้อมหลักการซักประวัติผู้ป่วยอย่างละเอียดเป็นขั้นตอน สามารถพูดได้
-แผนภูมิประกอบการวินิจฉัยโรค
-ชนิดยาและหลักการใช้ยานั้น เช่น Loratadine ทานอย่างไร / รักษาโรคอะไร / ขนาดยาที่ใช้
นักศึกษาแพทย์ หรือ ผู้สนใจวิทยาศาสตร์การแพทย์ ไม่ควรพลาด...
1 ชุด 1 แผ่น ราคา 250 บาท

4.VCDตรวจภายใน
สาธิตการตรวจภายในจริง ตั้งแต่ต้นจนจบ
1 ชุด 1 แผ่น ราคา 250 บาท

5. CD ตำราการใช้ยาแผนปัจจุบันและสมุนไพร
โปรแกรม รายละเอียดการใช้ยาที่ครบครันทุกรายละเอียดที่สุดเท่าที่มีมา
มีทั้ง ยาปัจจุบันและ สมุนไพร
1 ชุด 1 แผ่น ราคา 250 บาท

6. Body explorer
โปรแกรมรวมภาพร่างกายมนุษย์ ทุกรูปแบบการตัด ทั้ง ตัดขวาง ตัดตามยาว ตั้งแต่หัวจรดเท้า
ละเอียดที่สุดเท่าที่เคยมีมา ใช้ประกอบกับการเรียน anatomy ทุกรูปแบบ...
เพื่อที่จะได้ทราบว่า อวัยวะใด อยู่ตรงไหน ตำแหน่งไหน เป็นอีกสื่อการเรียน anatomy
ที่ควรจะมีไว้...
1ชุด1แผ่น ราคา 250 บาท

7. Text BIO Campbell edit 7
text book biology ที่ได้รับการยอมรับที่สุดในรูปแบบ e-book
ภาพประกอบ สวยงามเข้าใจง่าย สามารถพริ๊น หรือใช้อ้างอิงได้...
1ชุด1 แผ่น ราคา 250 บาท


รับชำระเงินทางธนาคาร ส่งของทางไปรษณีย์
จัดส่งถึงบ้าน (ค่าจัดส่ง EMS 50 บาท)

สนใจสั่งซื้อทางE-MAIL imedshop@gmail.com (จีเมลนะ สำคัญมาก!!)
หรือทิ้งเบอร์ติดต่อกลับในE-mail

ขอบคุณครับ และขอให้ติดในคณะที่ต้องการ...
Name : IMS [ IP : 115.87.29.198 ]
Email / Msn: -
วันที่: 26 มีนาคม 2553 / 21:03
 
 
ความคิดเห็นที่ 38  
รู้แล้วว่าตัวเองชอบอะไร ^^
จิตเวชศาสตร์ !
ขอบคุณมากเลยนะค้ะ
Name : บาบูน [ IP : 117.47.200.110 ]
Email / Msn: -
วันที่: 5 เมษายน 2553 / 18:43
 
 
ความคิดเห็นที่ 39  
อยากเป็นหมอ

เราต้องสู้ๆ

สู้ๆนะค่ะเพื่อนทุกคน
Name : สู้ๆเพื่อาความสำเร็จ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สู้ๆเพื่อาความสำเร็จ [ IP : 110.49.70.235 ]
Email / Msn: milkmookmik(แอท)hotmail.com
วันที่: 12 พฤษภาคม 2553 / 15:22
 
 
ความคิดเห็นที่ 40  
เราเป็นคนนึงนะที่อยากเป็นหมอเพราะค่านิยม พ่อกะแม่ก็ไม่อยากให้เราเป็น
เพราะมันเหนื่อยแล้วก็เครียดมาก
.......
แต่พออ่านประสบการณ์ของพวกพี่เขาแล้วอายเลย
พี่หมอแต่ละคนนี่ มีแต่จิตเมตตา อยากช่วยเหลือผู้อื่น
แต่เราอยากเป็นเพราะ คิดว่ามันเท่และคงมั่นคง
......
ต้องเสียสละมากจริงๆนะอาชีพนี้ เรายังไม่รู้เลยว่าจะอดทน และมีความสามรถพอจะเรียนแพทย์ได้รึปล่าว
ขอบคุณมากๆที่มีบทความดีๆยังงี้ให้อ่าน ให้ได้รู้เลยว่าเขาเรียน ทำงานกันยังไง
ขอเป็นกำลังใจให้กับ อนาคตคุณหมอทุกคน สู้ๆกันนะครับ ^^
Name : มึนกันไปข้าง [ IP : 112.142.157.2 ]
Email / Msn: -
วันที่: 2 มิถุนายน 2553 / 18:39
 
 
ความคิดเห็นที่ 41  
คนที่เรียนหมอมชคนที่สอง อะ เก่งนะไม่สำคัญค่ะ คนเป็นหมอต้องมีจิตกรุณา ไม่ใช่เก่งแล้วเห็นแก่ตัว หมอคือคนที่ทำงานบริการแก่สังคมค่ะ ถ้าจะวัดกันตรงๆๆ คนเรียนเก่งบางคนเค้าไม่เรียนหมอก็เพราะว่ามันเหนื่อย หรือไม่อยากเป็นหรือว่าเค้ารู้ตัวว่าเค้าเป็นคนเก่งที่เห็นแก่ตัวเค้าเลยไปเลือกเรียนอย่างอื่น แต่คนบางคนเรียนเก่งแต่ไม่รู้ว่าตัวเองเห็นแกตัวยังหน้าอายกว่าค่ะ ไม่ใช่ว่าหมอจะเก่งกันทุกคนค่ะ คนเก่งเเล้วเรียนอย่างอื่นมีเยอะ
Name : papap [ IP : 180.180.177.154 ]
Email / Msn: www.evil_music_pain(แอท)hotmail.com
วันที่: 18 กรกฎาคม 2553 / 20:24
 
 
ความคิดเห็นที่ 42  
เม้นบนครับ ความหมายของพี่เค้า เค้าจะสื่อว่าจะเรียนหมอมันต้องเก่งบ้างในระดับนึงมากกว่านะครับ

ถ้างั้นมันก็เรียนไม่ได้ อันนี้เป็นความจริงครับ  ใครไม่ได้สัมผัสมาก็จะไม่รู้จริงๆว่าเป็นยังไง

เรียนแค่5สัปดาห์ ชีทหนากองรวมกัน13cm ถ้าไม่ได้เก่งบ้างระดับนึงก้อเรียนไม่ไหวจริงๆนะครับ

แต่คนเก่งแล้วเห็นแก่ตัวก็มีเยอะครับ อันนี้ก็ยอมรับความจริง


ปล.ที่ผมมาพูดไม่ได้แปลว่าผมเก่งหรอกนะครับ ผมก้อเด็กบ้านนอก ลูกชาวบ้านคนนึง มาจาก รร บ้านนอกเท่านั้นเองครับ

ก้อเลยรู้ว่า คนไม่เก่งมาเรียนหมอนี่ ลำบากสุดๆเลยล่ะครับ

Name : MelodicinD < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MelodicinD [ IP : 61.19.199.142 ]
Email / Msn: Melodic_in_Love(แอท)hotmail.com
วันที่: 23 กรกฎาคม 2553 / 19:52
 
 
ความคิดเห็นที่ 43  
เราก็จะเป็นหมอ แต่ทำไมคนอยากเป็นหมอเยอะอย่างนี้อ่ะ TT

ไงๆก็สู้ๆนะคะทุกคน ><
PS.  รักกาอาระมากมาย
Name : Dokuro Pear ^^ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dokuro Pear ^^ [ IP : 180.180.210.47 ]
Email / Msn: -
วันที่: 25 ตุลาคม 2553 / 13:53
 
 
ความคิดเห็นที่ 44  
สู้ๆนะทุกคน ><
Name : เวิร์ต < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เวิร์ต [ IP : 125.27.131.215 ]
Email / Msn: -
วันที่: 13 เมษายน 2554 / 21:39
 
 
ความคิดเห็นที่ 46  
เราอยากเป็นแพทย์ เหมือนกัน  
Name : คนไทย รักโลก < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คนไทย รักโลก [ IP : 118.172.171.243 ]
Email / Msn: piyanat_mint54(แอท)hotmail.com
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2554 / 18:45
 
 
ความคิดเห็นที่ 47  
กสพท เครียด
Name : NINE [ IP : 113.53.253.175 ]
Email / Msn: nine.777(แอท)hotmail.com
วันที่: 28 ธันวาคม 2554 / 14:59
 
 
หน้าที่ [ 1  ]
 

Let's Post : มาแสดงความเห็นกันที่นี่เลย
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ
ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสแบบบุคคลธรรมดา : ชื่อ* email รูปตัวแทน ใส่รหัสที่เห็น