|
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... เจอกันกับ พี่เป้ และคณะในฝันกันเช่นเคยนะคะ สำหรับเดือนกุมภาพันธ์นี้เราก็ยังอยู่กับ "วิศวกรรมคอมพิวเตอร์" เพื่อล้วงลึกทั้งชีวิตการเรียนและชีวิตการทำงานของคนในวงการนี้ หลังจากสัปดาห์ก่อน พี่เป้ พาน้องๆ ไปพูดคุยกับรุ่นพี่ปี 2 จากรั้ววิศวะฯ คอม มาถึงสัปดาห์นี้ ขอบอกว่าพิเศษและ EXCLUSIVE มากๆ !! ค่ะ
ถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้เว็บ Dek-D.com ตัวจริงล่ะก็ ต้องรู้กันแน่ๆ ว่าเว็บมาสเตอร์สุดหล่อแห่งเว็บ Dek-D.com มีทั้งหมด 3 คน คนแรกคือพี่ปอนด์ (เห็นกันประจำที่หน้าแรกของเว็บ) คนที่สองคือพี่โน้ต (ใครเข้าคอลัมน์นักเขียนประจำต้องรู้จักดี) และคนสุดท้ายคือ "พี่เต้" ..... ซึ่ง "พี่เต้" มีหน้าที่คอยดูแลระบบคอมพิวเตอร์ของเว็บค่ะ พูดง่ายๆ ก็เหมือนงานเบื้องหลังที่ไม่ค่อยยอมเผยตัวเท่าไหร่ 555+ เพราะฉะนั้นวันนี้ ใครอยากพูดคุยและรู้จักกับ "พี่เต้" มากขึ้น ตามมาเล้ยยยยย

ก่อนอื่นเลย อยากให้พี่เต้ช่วยแนะนำตัวเองกับน้องๆ หน่อยค่ะ ^^ ชื่อพี่เต้ครับ เรียนจบจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันก็เป็นเว็บมาสเตอร์ทำเว็บ Dek-D ครับ
ว่าแต่พี่เต้เริ่มชอบเล่นคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่ตอนไหนเหรอคะ ? เริ่มจากตอนประถมที่โรงเรียนจะมีคาบสอนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้เป็นที่แพร่หลายมาก ก็เลยเริ่มสนใจเรียนพิเศษคอมพิวเตอร์ พอถึงจุดหนึ่งจากเดิมที่เป็นผู้ใช้โปรแกรม ก็เริ่มคิดว่าอยากเป็นผู้สร้าง อยากเขียนโปรแกรมเองบ้างครับ
เลยทำให้ตอนจะเข้ามหาวิทยาลัย พี่เต้เลือกเรียนวิศวะฯ คอมเลยใช่มั้ยคะ ? ช่วงที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็เป็นช่วงที่ลองเขียนโปรแกรมมาแล้วสักระยะ แล้วพอดีที่โรงเรียนสวนกุหลาบมีประกาศให้นักเรียนไปสอบแข่งขันโอลิมปิควิชาการ แล้วก็มีด้านคอมพิวเตอร์ด้วย โดยทางโรงเรียนก็จะให้รุ่นพี่และเพื่อนมาสอนให้ก็เลยสนใจและสมัคร และเป็นช่วงได้เริ่มทำเว็บ Dek-D.com พอดี เลยรู้สึกชอบและอยากเรียนต่อด้านนี้ครับ
ช่วงที่เรียนที่จุฬาฯ พอจะจำได้มั้ยคะว่าช่วงปีไหนที่แบบว่าหนักสุดๆ งานเยอะสุดๆ ? ปี 1 จะเป็นการเรียนพื้นฐานวิชาทางวิศวะทั่วไป เหมือนกับให้เราเรียนรู้ว่าเราอยากเรียนภาคอะไรด้วย จะประกอบไปด้วยวิชาจากสาขาต่างๆ ของวิศวะ และมีวิชาคอมพิวเตอร์คือเขียนโปรแกรมตัวเดียว ตั้งแต่ปี 2 จะเป็นช่วงที่เริ่มหนักแตกต่างกันไป เพราะจะมีงานให้กลับมาทำที่บ้านมากขึ้น เป็นโปรเจคท์งานกลุ่ม เพราะเรียนวิชาด้านคอมพิวเตอร์มากขึ้น ที่หนักสุดคงจะเป็น ปี 3 - 4 เพราะโปรเจคท์จะเยอะและใหญ่ขึ้นโดยเฉพาะ ปี 4 ต้องทำเป็นโครงงานใหญ่(senior project) ให้จบการศึกษาตามหลักสูตร
ขอพูดถึงงานในเว็บ Dek-D.com บ้างดีกว่า ... ในส่วนของงานที่ต้องใช้ความรู้ด้านวิศวะฯ คอมที่พี่เต้ดูแลนั้น มีอะไรบ้างคะ ? สำหรับในเว็บ Dek-D งานด้านคอมพิวเตอร์จะมีหลักๆ 2 ด้านคือ - เป็นโปรแกรมเมอร์ หรือที่รู้จักง่ายๆ คือเขียนโปรแกรมเช่น เว็บบอร์ด มายไอดี ที่คนเข้าเว็บเข้ามาเพื่อใช้งานโดยตรง นอกจากพัฒนาแล้วยังต้องดูแลโปรแกรมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นหรืออัพเกรดโปรแกรม - เป็นระบบคอมพิวเตอร์เบื้องหลัง คือก็ต้องดูว่าคอมพิวเตอร์ที่เราเอามาทำเว็บ(หรือเซิฟเวอร์) มีการทำงานปกติหรือไม่ เพราะเว็บเด็กดีเปิดตลอด 24 ชม. อาจจะมีมีคนไม่ประสงค์ดีเข้ามาโจมดีได้ หรือถ้าโปรแกรมมีข้อผิดพลาด ก็ต้องหาจุดป้องกันและแก้ไขกันไป

เห็นน้องๆ บางคนชอบบ่นว่า บางทีก็เข้าเว็บไม่ได้บ้าง เว็บช้าบ้าง อันนี้เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์โดยตรงเลยมั้ยคะ ? การที่เข้าเว็บช้าเป็นไปได้หลายสาเหตุ เริ่มตั้งแต่คอมพิวเตอร์ที่ใช้เข้าเว็บ ผู้ให้บริการอินเตอร์ที่เราใช้งาน หรือเป็นที่สายสัญญาณที่เชื่อมไว้ที่ศูนย์อินเตอร์เน็ตมีปัญหา ถ้าในส่วนของเว็บมาสเตอร์ ที่รับผิดชอบคือเป็นโปรแกรมหรือระบบในเว็บซึ่งบางทีมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มลูกเล่นใหม่ๆ เข้ามา ก็มีส่วนทำให้เว็บช้า เข้าไม่ได้บ้างก็เป็นไปได้ สามารถแจ้งเข้ามาได้ทาง www.dek-d.com/board/problem จะมีทีมงานช่วยตอบและแก้ปัญหาให้ครับ
แล้วนอกจากจะมาเป็นเว็บมาสเตอร์แบบพี่เต้แล้ว คนเรียนจบด้านนี้สามารถทำงานอะไรได้บ้างคะ ? งานสายวิศวะฯ คอมแบ่งได้หลายด้านครับ กว้างๆ เลย ได้แก่
1) hardware หรืออุปกรณ์ที่จับต้องได้ อาจจะเป็นการทำงานร่วมกับโปรแกรม 2) software เช่น การพัฒนาโปรแกรม ทดสอบโปรแกรม ระบบฐานข้อมูล 3) network ทำงานเกี่ยวกับระบบเครือข่ายภายในองค์กรหรืออินเตอร์เน็ต
ซึ่งในแต่ละด้านอาจจะมีความลึกในเชิงเทคนิคไม่เท่ากัน เช่น บางงานเน้นการติดต่อคุยกับลูกค้ามากกว่า บางงานเน้นการประสานกับฝ่ายต่างๆ ซึ่งตรงนี้ก็แล้วแต่บริษัทและความชอบแต่ละบุคคล

พี่เต้คิดว่า คุณสมบัติของคนที่เหมาะจะมาเรียนวิศวะฯ คอมต้องมีอะไรบ้างคะ ? คิดว่าต้องเป็นคนที่เอาใจใส่ศึกษาสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา เพราะวงการคอมพิวเตอร์นี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดและเร็วมากกว่าวงการอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเรียนแพทย์หรือบริหาร อีก 5 ปี 10 ปี หลักการก็ยังเปลี่ยนแปลงไปไม่มากนัก แต่ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์แล้วมันเปลี่ยนแปลงเร็วกว่ามาก เช่น ตอนนี้เราก็ใช้มือถือเล่นเว็บหรือแชตกันมากขึ้น คนที่เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ก็ต้องเรียนรู้ในการศึกษาระบบการทำงานของมือถือเพื่อที่จะเขียนโปรแกรมให้สามารถทำงานบนมือถือได้ โปรแกรมต่างๆ ที่เราใช้งานอยู่ก็มีการให้เราอัพเกรดกันตลอด มีอะไรให้เราเล่นเพิ่มเติมกันอยู่ตลอดเวลา เอาเป็นว่าถ้าเราไม่ได้ศึกษาติดตามสัก 5 ปี สิ่งๆ ต่างๆ ที่เราเคยทำอาจจะกลายเป็นโปรแกรมเวอร์ชั่นเก่าที่หมดอายุทันที
อีกส่วนเป็นเพราะว่าคนที่ด้านคอมพิวเตอร์ต้องไปทำงานร่วมกับงานสายอื่นๆ เช่น เราทำระบบบัญชีก็ต้องมีความรู้ด้านบัญชีในระดับหนึ่งเพื่อที่จะเข้าใจงาน ไปพัฒนาโปรแกรมให้โรงพยาบาลก็ต้องรู้ระบบงานต่างๆ ตามไปด้วย การเรียนรู้สิ่งใหม่ไม่ได้จำกัดเฉพาะด้านคอมพิวเตอร์ด้านเดียว แต่รวมไปถึงสิ่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานด้วย
อีกอย่างคือความคิดสร้างสรรค์ เพราะการเขียนโปรแกรมนั้น คนที่เรียนมาใครๆ ก็สามารถจะเขียนได้ เช่น เกมส์ก็เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่งที่น้องๆ น่าจะคุ้นเคย แต่ว่าทำไมเกมส์นี้สนุกแต่เกมส์นี้ไม่สนุก ? หรือทำไมโปรแกรม A ใช้งานง่ายและทำงานเร็วกว่าโปรแกรม B ทั้งที่ในเบื้องหลังแล้ว จริงๆ ก็เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์เหมือนกันและมีวิธีในการสร้างต่างกันไม่มาก แต่ที่แตกต่างกันเพราะต้องมีศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ในการผสมผสานด้วย
แล้วสำหรับน้องๆ ม.ปลายที่ตั้งใจจะแอดมิชชั่นเข้าเรียนวิศวะฯ คอม ควรจะเตรียมตัวยังไงบ้างคะ ? ส่วนใหญ่ก็เตรียมเหมือนสอบวิศวะโดยทั่วไป แต่หลังจากเลือกภาควิชาและเรียนคอมพิวเตอร์เต็มตัวแล้ว ก็ควรจะหัดเขียนโปรแกรมหรือทำงานด้านคอมพิวเตอร์ และหาประสบการณ์ระหว่างเรียนไปด้วย เพราะคอมพิวเตอร์ก็ถือว่ากว้างมาก ไม่ได้มีเฉพาะการเขียนโปรแกรมเท่านั้น สำหรับคนที่สนใจและชอบการพัฒนาโปรแกรมก็อาจจะเป็นการประกวดเขียนโปรแกรมตามเวทีต่างๆ ก็จะได้ประสบการณ์เยอะมากครับ สุดท้ายอยากให้พี่เต้ฝากหรือให้กำลังใจน้องๆ ด้วยค่ะ ^^ สำหรับคนที่อยากเรียนทางด้านคอมพิวเตอร์ก็ให้มีความตั้งใจ อย่าท้อถอย และพยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ครับ

เป็นไงล่ะ ได้ทำความรู้จักพี่เต้แบบละเอียดกันเลยทีเดียว เว็บมาสเตอร์ของ Dek-D.com นี่เก่งกันทุกคนจริงๆ คอนเฟิร์ม !! ดังนั้นน้องๆ คนไหนที่สนใจจะเรียนวิศวะฯ คอม ก็อย่าลืมหัดเขียนโปรแกรมไว้แต่เนิ่นๆ นะคะ พอเข้าไปเรียนจริงๆ จะได้ปรับตัวได้ไม่ยาก
 ภาพประกอบ : www.time.com
|