พี่เป้ : สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นช่วยแนะนำตัวแก่น้องๆ หน่อยค่ะ
พี่มิ้งค์ : สวัสดีค่ะ ชื่อมัทธนี สายสุนทรวัฒนา ชื่อเล่นมิ้งค์ ตอนนี้เรียนอยู่คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เอกภาษาอังกฤษ โทภาษาเยอรมัน ตอนนี้ปีสี่แล้วค่า ^^
พี่เป้ : ย้อนเวลากลับไป จำได้มั้ยทำไมถึงเลือกเรียนอักษรฯ
พี่มิ้งค์ : แรงบันดาลใจจริงๆ คือชอบภาษาค่ะ ชอบมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนแรกมิ้งค์ไม่แน่ใจระหว่างบัญชีธรรมศาสตร์กับอักษรศิลปากรมากๆ ไม่รู้จะเลือกเรียนที่ไหนดี แต่พอมานั่งคิดจริงๆ มิ้งค์ชอบภาษามากกว่า แล้วก็อยากทำงานที่ท้าทาย ได้เจอคนเยอะๆ อีกอย่างตอนเด็กๆ มิ้งค์เคยอยากเป็นไกด์เพราะที่บ้านทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่แล้ว เลยตัดสินใจสละสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ที่ธรรมศาสตร์ มาเรียนอักษรศิลปากรแทน ตอนนี้รู้สึกว่าตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ เพราะนอกจากจะได้เรียนภาษาอังกฤษแล้ว ยังมีโอกาสได้ทุนไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศเยอรมนี และได้ทำงานที่ตัวเองชอบด้วยค่ะ

พี่เป้ : เคล็ดลับเทคนิคการแอดมิชชั่นของมิ้งค์ล่ะ เล่าให้น้องๆ ฟังหน่อย
พี่มิ้งค์ : จริงๆ มิ้งค์ไม่ได้แอดมิดชั่นเลยค่ะ สอบตรงอย่างเดียว เพราะช่วงเดือนธันวาคม-มกราคมจะมีรับตรงของมหาวิทยาลัยต่างๆ เยอะมาก มิ้งค์สอบทุกที่เพราะจะได้ลองสนามสอบ แล้วก็เป็นการกระตุ้นตัวเองให้อ่านหนังสือเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ ตอนเตรียมตัวสอบจะมีเรียนพิเศษภาษาอังกฤษเพิ่มบ้างนิดหน่อย ติวหนังสือให้เพื่อน เหมือนได้ทบทวนไปด้วยในตัว แล้วก็ฝึกทำข้อสอบเยอะๆ จะได้ชิน เวลาทำก็จับเวลาว่าเราใช้เวลานานเกินไปมั้ย แล้วก็มาดูว่าเรายังอ่อนตรงไหน ไม่เข้าใจตรงไหน ส่วนตัวมิ้งค์จะชอบอ่านหนังสือตอนเช้า นอนไม่ดึก เพราะจะอ่านตอนง่วงๆ ไม่รู้เรื่อง เบลอๆ เลยนอนเร็วๆ แล้วตื่นมาอ่านตอนเช้าแทน ส่วนวิชาที่อ่านเยอะๆๆ ก็จะเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาไทย แล้วก็สังคมค่ะ

พี่เป้ : สงสัยจังว่า การเลือกวิชาเอกนั้น เลือกตอนไหนคะ มีเงื่อนไขอะไรบ้าง
พี่มิ้งค์ : การเข้าเอกที่นี่จะเข้าตอนปีสองเทอมสองค่ะ ทุกคนเข้ามาปีหนึ่งจะเรียนเหมือนกันหมด สามเทอมแรกเราต้องเรียนแบบจับฉ่าย คือเรียนทุกอย่างเหมือนให้เรามีโอกาสได้เรียนวิชาที่เราไม่เคยเรียนมาก่อน เช่น ปรัชญา การละคร บรรณารักษศาสตร์ สังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา ฯลฯ วิชาพวกนี้จะเป็นวิชาบังคับที่เราต้องเรียนจะได้รู้ว่าเราชอบอะไร ถนัดหรือสนใจสาขาไหน มิ้งค์ชอบตรงนี้นะ เพราะบางทีเราก็ยังบอกไม่ได้ว่าเราชอบอะไร จนกว่าจะมีโอกาสได้เข้าไปรู้จักมันจริงๆ ก่อน
นอกจากนี้เราต้องเลือกเรียนสาขาที่เราสนใจสี่สาขา เหมือนเป็นตัวเลือกของเรา อย่างตอนมิ้งค์เลือก มิ้งค์เลือกเก็บภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน ภาษาไทย แล้วก็บรรณารักษศาสตร์ค่ะ แล้วก็พยายามเรียนวิชาที่เราสนใจจะเลือกเป็นวิชาเอกหรือโทให้ได้ดีๆ เช่น ถ้าอยากเรียนเอกเยอรมัน ก็ต้องทำคะแนนวิชาเยอรมันพื้นฐานให้ดีๆ ส่วนถ้าจะเข้าเอกอิ๊งอาจจะต้องขยันหน่อยเพราะรับแค่ 50 คน คือต้องได้เกรดวิชาบังคับประมาณ B หรือ B+ ขึ้นไปทั้งสามตัวถึงจะมีสิทธิ์ค่ะ เอกอื่นๆ ก็รับจำกัด ส่วนใหญ่จะดูเกรด โดยเฉพาะตัวที่เป็นวิชาบังคับค่ะ

พี่เป้ : ว่ากันว่าเอกอังกฤษนี่คนอยากเข้าเยอะมาก การแข่งขันสูงจริงมั้ยคะ
พี่มิ้งค์ : การแข่งขันสูงมั้ย ก็ค่อนข้างสูงนะสำหรับมิ้งค์ เพราะคนที่เรียนเอกอิ๊งส่วนใหญ่จะมีแต่คนเก่งๆ ภาษาดี เพราะทุกคนจะต้องผ่านตัวอิ๊งพื้นฐานด้วยเกรดสวยๆ มาก่อนหน้านี้แล้วถึงจะเข้าเอกได้ หุหุ แล้วที่สำคัญคือ ทุกคนจะขยันมากค่ะ อ่านหนังสือเยอะ แต่จริงๆ มิ้งค์ว่าจริงๆ แล้วไม่ว่าเอกไหนก็การแข่งขันสูงเหมือนกันค่ะ แทบไม่ต่างกันเลย เพียงแต่ว่าข้อดีข้อนึงของเอกอิ๊งที่นี่คือ บรรยากาศการเรียนไม่ค่อยเครียด ทุกคนเรียนด้วยกัน ช่วยกัน ไม่ค่อยมีใครหวงวิชา ถึงมีก็นับว่าน้อย แต่ก็ไม่รุนแรงถึงขนาดทำให้เราจิตตก เวลาเรียนเราเลยไม่ค่อยกดดันจนเครียดเกินไป แถมว่างๆ ยังนั่งเม้าท์กับอาจารย์แบบสนิทๆ ได้ด้วยค่ะ เพราะอาจารย์ที่นี่จะเป็นกันเองกับนักศึกษามาก บางทีสามารถปรึกษาเรื่องส่วนตัวเหมือนเป็นญาติคนนึงได้เลยค่ะ

พี่เป้ : วิชาที่ชอบที่สุดคือวิชาอะไรคะ
พี่มิ้งค์ : ชอบวิชา English Phonetics ค่ะ เป็นวิชาสัทศาสตร์ เรียนรู้การออกเสียงที่ถูกต้อง การลงเสียงหนักเบาเวลาพูดภาษาอังกฤษ สังเกตว่าเวลาเราพูดภาษาอังกฤษจะต่างกับฝรั่งมากเพราะเรามีระบบเสียงต่างกัน เน้นพยางค์ก็ต่างกัน ทำให้เวลาพูดเลยกลายเป็นภาษาอังกฤษแบบไทยๆ ซึ่งถ้าเรียนวิชานี้แล้วเราจะเข้าใจมากขึ้นว่าการออกเสียงที่ถูกเป็นยังไง มิ้งค์คิดว่าตรงนี้สำคัญนะคะ เพราะว่าการที่จะใช้ภาษาอังกฤษให้ดีไม่ใช่แค่อ่านออกเขียนได้ แต่ต้องเป็นการนำมาให้จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

พี่เป้ : ความประทับใจที่มีต่อคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มีอะไรบ้างคะ
พี่มิ้งค์ : ให้เขียนในนี้คงไม่หมดหรอกค่ะ คือความประทับใจที่นี่มันมีมากจริงๆ พอนึกขึ้นได้ว่าปีนี้จะจบแล้วทีไรใจหายทุกที ที่นี่บรรยากาศอบอุ่นมาก เพื่อนๆ ทุกคนเป็นกันเอง ไม่มีใครแข่งกับใคร เชื่อว่าบรรยากาศแบบนี้อาจจะหาไม่ได้จากที่อื่น เพื่อนๆ พี่ๆ จะคอยช่วยเหลือเรา แม้ว่าเราจะมาจากต่างที่ต่างถิ่นแต่ทุกคนก็มีมิตรภาพดีๆใ ห้กันจริงๆ เย็นๆ ก็นั่งทำการบ้านด้วยกัน ติวหนังสือ นั่งเล่นสะพานสระแก้ว เป็นสระที่อยู่ในมหาลัยค่ะ มิ้งค์ชอบซื้อขนมปังแถวๆ มาเลี้ยงปลาในสระ แต่ก็จะมีตัวตุ๊ดตู่ (ตัวเงินตัวทอง) ที่เป็นมาสคอตของศิลปากรทับแก้วโผล่มาทักทายเรื่อยๆ ค่ะ
ที่สำคัญอีกอย่างคือ คณะอักษรเป็นคณะที่อนุญาตให้เราใส่ชุดไปรเวทไปเรียนได้ ไม่ต้องใส่ชุดนักศึกษา ก็เลยจะมีแฟชั่นสวยๆ ติสท์ๆ ให้ดูเรื่อยๆ เพื่อนๆ ที่เป็นผู้ชายก็แต่งตัวเป็นผู้หญิงได้เต็มที่ บางคนสวยจนผู้หญิงจริงๆ อายไปเลย ฮ่าๆๆๆ

ที่ประทับใจที่สุดทุกๆ ปีคือเพลงเชียร์คณะอักษรค่ะ มีเป็นสิบๆ เพลง คือเรียกว่าเยอะมากกกกกกกจนร้องแทบไม่หมด แต่เวลาได้ยินที่ไรจะรู้สึกดีทุกที โดยเฉพาะวันรับขวัญบัณฑิต คือวันที่น้องๆ จะร้องเพลงให้พี่ๆ ที่จะรับปริญญา จะเป็นวันที่เพลงเชียร์อักษรกระหึ่มเลยจริงๆ ขนลุกเลย แล้วก็ประทับใจตอนปีหนึ่ง ตอนนั้นมิ้งค์อยู่ฝ่ายคอสตูมทำชุดให้หลีดเดอร์งานวันเฟรชชี่ไนท์ ทำให้ได้รู้ว่าการทำงานแบบทุ่มเทจริงจังเป็นยังไงเพราะตอนนั้นทำงานกันหนักมากแล้วก็โดนพี่ๆ คอมเม้นท์เยอะเรื่องงาน เหมือนจำลองให้เห็นอะไรที่เราจะต้องเจอเวลาที่เราต้องออกไปทำงานจริงๆ คืนสุดท้ายก่อนวันงานพวกเราปีหนึ่งด้วยกันไม่มีใครนอนเลย นั่งทำชุด ทำฉาก ทำอุปกรณ์ พ่นสี เย็บชุด ซ้อมหลีดกันจนเช้า เหนื่อยมากแต่ได้มิตรภาพดีๆ กลับมาจนถึงตอนนี้เลยค่ะ

พี่เป้ : แล้วกิจกรรมสนุกๆ ที่คณะอักษรฯ มีอะไรบ้างคะ เผื่อเด็กกิจกรรมสนใจ
พี่มิ้งค์ : กิจกรรมมีเยอะมากค่ะ ถ้าเป็นกิจกรรมคณะ ก็มีวันเฟรชชี่ไนท์ของคณะ มีพี่เชียร์ จะฝึกร้องเพลงเชียร์ทุกเย็น แล้วก็มีพี่กลุ่ม จะเป็นคล้ายๆ สันทนาการ เต้นเก่งมากทุกคนเลย แล้วก็มีกิจกรรมอักษร-จิตรกรรม ทำให้เราได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนๆ พี่คณะจิตรกรรม งานนี้จะสนุกมากเพราะเราจะได้รู้จักเพื่อนใหม่ ร้องเพลง ทำกิจกรรม
กิจกรรมที่สำคัญอันนึงคืองานไตรอาร์ตค่ะ ตอนมิ้งค์ปีหนึ่งจะมีสามคณะ คือ คณะอักษรศิลปากร อักษรจุฬา และศิลปศาสตร์ธรรมศาสตร์ มาเจอกัน ทำกิจกกรมด้วยกัน บางคนยังเป็นเพื่อนกันจนถึงตอนนี้เลยค่ะ ส่วนกิจกรรมของเอกก็จะมีกิจกรรมตามวันสำคัญต่างๆ เช่นวันวาเลนไทน์ charity night วันคริสต์มาส ทุกปีจะสนุกมาก เพราะมีการแสดง สอยดาว ร้องเพลง Christmas Carol เดินไปตามบ้าน แล้วไปร้องเพลงวันคริสต์มาส คือมีอะไรให้ทำเยอะแยะ ทั้งเหนื่อยทั้งสนุกค่ะ

พี่เป้ : สุดท้ายแล้ว อยากให้ฝากถึงน้องๆ ที่อยากเรียนอักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษค่ะ
พี่มิ้งค์ : สำหรับน้องๆ ที่อยากจะเรียนเอกอิ๊ง อย่างนึงที่มิ้งค์จะแนะนำคือการเรียนเอกอิ๊งที่นี่หมายถึงการเรียนภาษาอังกฤษทุกๆ ด้าน ทั้งด้านทักษะและด้านวรรณคดี หลายคนพอมาเรียนจะรู้สึกว่าทำไมต้องมาเรียนกลอนของเชคสเปียร์ ทำไมต้องมาอ่านหนังสือยากๆ ที่ไม่ค่อยเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นน้องๆ ควรถามตัวเองให้ดีๆก่อน เพราะหลายคนจริงๆ ที่รู้สึกว่าเรียนแล้วไม่ชอบ ไม่สนุก เพราะมันทั้งยากทั้งเหนื่อย เกรดก็ยาก บางวิชาไม่มีใครได้ A เลย แถมต้องขยันด้วย ก็เลยท้อ แต่จริงๆ แล้วถ้าเลือกจริงๆ ชอบจริงๆ ไม่มีอะไรเกินความสามารถค่ะ เอกอิ๊งสนุกแล้วก็มีประโยชน์มากๆๆค่ะ
สุดท้ายที่สุดจริงๆ อยากจะบอกน้องๆ ว่าไม่มีอะไรยากเกินความตั้งใจค่ะ ถ้าตั้งใจมุ่งมั่นจริงๆ ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ลองหาตัวเองให้เจอ ถ้าเอกอิ๊งคือคำตอบของน้อง พี่มิ้งค์และพี่ๆ เอกอิ๊งคณะอักษรศิลปากรยินดีต้อนรับน้องๆ เสมอค่ะ หรือจะแอดมาคุยกันก็ได้ที่ mink_artster41@hotmail.com นะคะ
