|
แผน...วาดฝันสู่อนาคต
การวางแผนชีวิตเป็นเรื่องสำคัญมาก สำหรับชีวิตเราในอนาคต น้องๆ หลายๆ คน ที่ยังคิดแต่ว่า ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วพรุ่งนี้จะดีตามมา นั่นเป็นสิ่งที่ดีค่ะ แต่ก็ควรจะมีแผนสำหรับวันพรุ่งนี้ด้วย "การที่ดีที่สุดในวันนี้ ไม่ได้หมายความว่าพรุ่งนี้จะไม่มีเหตุบังเอิญอะไรที่รุนแรงถึงขั้นเปลี่ยนแปลงชีวิตเราได้ หรือบางทีอาจค่อยๆ เปลี่ยนโดยที่เราไม่รู้ตัวก็ได้" แต่น้องๆ คงไม่อยากที่จะไหลไปตามเหตุบังเอิญนั้นๆ โดยไม่รับมือแน่นอน เหมือนละคร เหมือนนิยายหลายๆ เรื่องนี่แหละค่ะ ที่คุณหนูแสนสวย ชีวิตร่ำรวยมีความสุขตั้งแต่เกิด แต่จู่ๆ ตื่นขึ้นมา ก็กลายต้องกลายเป็นผู้หญิงธรรมดาที่ต้องหางานทำอย่างลำบาก เพราะที่บ้านล้มละลาย อย่างที่ตัวเองก็ไม่ได้รู้ตัวมาก่อนเลย ชีวิตเราอาจไม่ได้ล้มตึงไปกระทันหันแบบนั้น แต่ระวังไว้ก็ไม่เสียหลาย
พี่เกียรติจึงขอแนะนำให้น้องๆ ชาว Dek-D วางแผนชีวิตแต่เนิ่นๆ ว่าจะเรียนต่อสายอะไร เข้าคณะอะไร หรือจะไปเรียนสายอาชีพดีไหม ไปทำงานดีกว่า ฯลฯ ซึ่งนั่นเป็นแผนธรรมดาที่พี่เกียรติเชื่อว่าน้องๆ ต้องเริ่มวางกันไว้บ้างแล้วล่ะ แต่มีแผนชีวิตอีกแบบที่พี่เกียรติไปอ่านเจอ จากหนังสือชื่อโหดว่า "คนโง่เป็นเหยื่อของคนฉลาด คนฉลาดเป็นเหยื่อของคนแกล้งโง่" ของ คุณกรุณา พัฒนะถาวรกิจ ซึ่งเป็นหนังสือสำหรับผู้ใหญ่สักนิด แต่ก็น่าสนใจและน่าอ่านดีสำหรับวัยรุ่นเอ๊าะๆ อย่างพวกเรา มีบทหนึ่งที่พูดถึงแผนที่ชีวิต ซึ่งพี่เกียรติขอนำมาเล่าให้น้องๆ ฟังกันค่ะ
จากหนังสือบอกว่าเป็นแผนที่การทำงาน แต่พี่เกียรติว่าสำหรับเราๆ คงเป็นแผนที่ความฝัน ซึ่งถ้าเราวางแผนประกอบความมุ่งมั่นตั้งใจจริง ความฝันก็จะเป็นความจริงประสบความสำเร็จตามที่เราวางแผนไว้ค่ะ
ขั้นที่ 1 บรรยายสิ่งที่(อยาก)ทำใน 5 ปี ข้างหน้า ให้คิดว่าตอนนั้นไปถึงจุดที่ใฝ่ฝันแล้ว ในความจริงอาจเร็วหรือช้ากว่าก็ได้ แต่ในแผนนี้ถึงแน่นอน ให้บรรยายถึงความรู้สึกในจุดนั้น ว่ามีความสุขเพียงใด ได้พบเจอใครบ้าง อธิบายจุดนั้นให้ละเอียด
ตัวอย่าง
สอบเนติบัณฑิตไทยได้ เข้าทำงานราชการในหน่วย กอไก่ ได้และทำงานอย่างมีความสุข เป็นนักกฎหมายหนุ่มที่เชี่ยวชาญภาษาเยอรมันและกฎหมายรัฐธรรมนูญคนหนึ่งของประเทศ ได้ทำงานกับข้อมูลที่น่าสนใจ ท่ามกลางเพื่อนร่วมงานที่ดี หัวหน้าที่ใจกว้าง มีช่องทางเติบโตในสายราชการที่ดี แต่ก็ยังยึดถือแบบอย่างของข้าราชการที่เหมาะสมได้
|
ขั้นที่ 2 ย้อนกลับมามองตอนสองปีครึ่ง ลองนึกว่าเมื่อถึงครึ่งทางนั้นแล้ว น้องๆ น่าจะกำลังทำอะไร รู้หรือไม่ว่ามาถึงครึ่งทางของความสำเร็จ(ในแผนฝัน)หรือไม่ คิดว่าจะเป็นอย่างไร กำลังเรียนในสาขาที่ใช่หรือไม่ หรือกำลังวางแผนเปลี่ยนสาขา
ตัวอย่าง เรียนอยู่คณะเดิม ท่ามกลางเพื่อนๆ ที่คุยกันได้อย่างสนุก (โครต)ตั้งใจเรียนภาษาเยอรมันเพื่อสอบไปแลกเปลี่ยนที่เยอรมันตามโครงการของคณะ ซึ่งจะทำให้ได้ และอยากศึกษาด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญให้เชี่ยวชาญ
|
ขั้นที่ 3 จินตนาการตัวเองในอีก 1 ปีข้างหน้าที่จะถึง น้องๆ กำลังทำอะไรเพื่อให้ไปถึงฝันนั้น กำลังเรียนเพิ่มเติมอะไรอยู่หรือเปล่า สนุกกับงาน การเรียนหรือไม่ และคิดว่ามาถูกทางไหม
ตัวอย่าง
เรียนสายนิติศาสตร์ด้วยความพยายามและความตั้งใจที่มากขึ้นกว่าเดิม เพราะจำนวนวิชาเรียนเพิ่มมากขึ้น หาความรู้เพิ่มเติมและตั้งใจเรียนภาษาเยอรมันมากขึ้น แต่ก็ยังทำกิจกรรมของคณะบ้าง เช่น การร้องเพลงประสานเสียง จัดงานรับน้องที่สนุกสนาน มีความสุขกันทั้งพี่และน้อง
|
ขั้นที่ 4 ในอีก 3 เดือนนับจากนี้ มีความคืบหน้าอะไรจากวันนี้หรือไม่ พร้อมมุ่งสู่ฝันหรือยัง กำลังฝึกอะไรเป็นประจำเพื่อมุ่งไปสู่หนทางในอีก 1 ปีที่วางไว้ ในอีกสองปีครึ่งที่วางไว้ และในอีกห้าปีที่จะสำเร็จเพียงพอหรือยัง รู้สึกอย่างไร
ตัวอย่าง
หลังจากได้เรียนรู้ว่าชีวิตมหาวิทยาลัยมันค่อนข้างยืดหยุ่น ไม่มีเวลามาบังคับมากนัก ทำให้ต้องปรับตัวให้เหมาะสมกับชีวิตในมหาวิทยาลัย สร้างระเบียบในตนเอง และทำให้ได้ ดังนั้น ต้องตั้งใจอ่านหนังสือมากขึ้น โดยเฉพาะหนังสือเรียน ไม่ไปอ่านสองสัปดาห์ก่อนสอบ (เพราะมันจะไม่ทัน)
|
แผนที่เราวางไว้นี้ อาจดูไร้หลักการไปเสียหน่อย แล้วก็มองได้ว่าไม่มีวิธีการที่จะต้องทำอะไรบ้างให้ชัดเจน แต่การวางแผนวาดฝันนี้ จะทำให้เรามองเห็นเป้าหมายของเราได้กระจ่างมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการหาวิธีการที่จะทำให้แผนการนี้สำเร็จต่อไป การวางแผนเหล่านี้น่าจะทำให้เราค้นหาอะไรในตัวเราได้ชัดมากขึ้นนะ ลองทำดูเลยค่ะ!
ใครวางแผนได้อย่างไร เล่าให้พี่เกียรติฟังบ้างนะ
หรือถ้าเขินจะเล่าออกมาเป็นรหัสลับก็ได้นะ เดี๋ยวพี่ไปแกะเอง ฮ่าๆ
แหล่งข้อมูล:
http://www.pailinbooknet.com/book-type/psychology/-134.html
|