สวัสดีค่ะน้อง ๆ หลังจากที่เราทราบไปแล้วว่าวิศวกรรมการบินเรียนอะไร ที่ไหนมีเรียนบ้าง จบแล้วทำอะไรได้ ก็คงทำให้น้อง ๆ พอรู้ข้อมูลคร่าว ๆ แล้วใช่ไหม? แต่ว่ายังไม่หมดแค่นี้ พี่แป้ง มีพี่ ๆ ที่เขาเรียนอยู่จะมาเปิดเผยว่าชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นแบบไหน ตื่นเต้น ๆ พร้อมแล้วหรือยัง ไปดูพร้อม ๆ กันเลย
เด็กการบินคนแรก
พี่เจ วิศวกรรมการบินและอวกาศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

พี่แป้ง : ช่วยแนะนำตัวเองก่อนเลยค่ะ
พี่เจ : ครับ ผมชื่อ เจครับ เจ วรกิจ บุญกังวาน ตอนนี้เป็นนิสิตปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครับ
พี่แป้ง : เพราะอะไรถึงเลือกเรียนวิศวกรรมการบินฯ
พี่เจ : ก็ในความรู้สึกมันดูฉีกแหวกดีครับ หมายถึงภาควิชานี้มันยังไม่ได้มีมากเหมือนภาควิชาอื่นๆ มหาวิทยาลัยที่เปิดภาควิชานี้ก็มีไม่กว้างมากนัก ก็เลยมองว่ามันน่าสนใจดีครับ
พี่แป้ง : ตอนสอบเข้ามาเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
พี่เจ : แอดมิชชั่นครับ ถามว่าเตรียมตัวอย่างไร ในความคิดผมว่าการประเมินตัวเอง สำคัญที่สุด เราควรรู้ศักยภาพตัวเองก่อนจะตัดสินใจอะไร ตัวอย่างเช่น การได้ลองทำข้อสอบเก่าๆย้อนไปสักห้าปี เหมือนทำข้อสอบจริงๆเลย รวมกับ GPA ทั้งหลาย แล้วมาดูคะแนนเราว่า มันได้อย่างที่หวังรึยัง ถ้ายังไม่ถึงก็แปลว่าเราต้องพยายามขึ้นอีก แต่ถ้าถึงแล้วก็ไม่ควรประมาณแต่แนวโน้มเราก็จะไม่ต้องเหนื่อยมากนัก เพราะเรารู้ศักยภาพของตัวเราแล้วครับ

พี่แป้ง : เข้ามาเรียนจริง ๆ เหมือนที่คิดไว้หรือเปล่า?
พี่เจ : แตกต่างครับ คิดว่าอะไรๆจะง่ายแล้วก็ราบรื่นเหมือนดังที่เราคิดไว้แต่ความจริงที่เจอก็คือความแตกต่างสิ้นเชิง หลายๆอย่างก็ต้องปรับตัวเข้าหา ต้องพยายามหลายๆอย่างมากขึ้นครับ แต่ภาพรวมแล้วก็สนุกดีครับ สนุกมากกว่า
พี่แป้ง : การบิน ม.เกษตรฯ มีจุดเด่นอย่างไร
พี่เจ : คงเป็นทางด้านวิชาการ ที่แวดล้อมไปด้วยอาจารย์ระดับคุณภาพจริงๆ และสังคมรุ่นพี่มีกว่าแล้ว 20รุ่น (ผมรุ่น17)
พี่แป้ง : การบินมีศัพท์เฉพาะเยอะ อยากให้ยกตัวอย่างศัพท์ที่ใช้บ่อย ๆ
พี่เจ : ผมว่าแต่ละคณะก็จะมีศัพท์เฉพาะแตกต่างกันออกไปนะ ส่วนของการบินศัพท์ที่ใช้บ่อยๆก็น่าจะเป็นพวก Isentropic ,Compressible flow, turbulent flows, Laminar flows , Reynolds number เป็นต้นครับ

พี่แป้ง : ตั้งแต่เรียนมาวิชาไหนที่ยากที่สุด
พี่เจ : วิชา Low-Speed Aerodynamic ครับ เป็นวิชาที่ส่วนมากจะพูดถึง การไหลของอากาศ ซึ่งเป็นการคำนวณที่ยากครับ ทฤษฎีก็ยากเช่นกัน
พี่แป้ง : วางแผนอนาคตไว้อย่างไรบ้าง
พี่เจ : ก็คงทำงานให้เกี่ยวกับสิ่งที่เรียนมากที่สุดครับ ส่วนแผนของอนาคตคือทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก่อนครับ
พี่แป้ง : สุดท้ายฝากถึงน้อง ๆ ชาว Dek-D ที่อยากจะเรียนวิศวกรรมการบินและอวกาศ (AE) หน่อยค่ะ
พี่เจ : ก็สำหรับน้องๆที่สนใจทางด้าน การบินนะครับ วิศวะการบินถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึงที่น่าสนใจ น้องจะได้รู้ว่าเครื่องบินมีการทำงานอย่างไร และเพราะเหตุใดมันถึงทำงานแบบนี้ได้ ถ้าน้องมาเรียนแล้วจะเข้าใจการทำงานของมันเองครับ ที่ภาควิชายินดีต้อนรับเสมอครับ
เด็กการบินคนที่สอง
พี่พี เทคโนโลยีการบิน การจัดการท่าอากาศยาน สถาบันการบินพลเรือน

พี่แป้ง : ช่วยแนะนำตัวเองก่อนเลยค่ะ
พี่พี : ครับ ชื่อ นายพีรพงษ์ สุขสำราญ หรือว่า "พี" ตอนนี้เรียนอยู่สถาบันการบินพลเรือน ปี 4 หลักสูตรเทคโนโลยีการบิน การจัดการท่าอากาศยาน (Airport Management Program) หรือ APM นั่นเองครับ
พี่แป้ง : เพราะอะไรถึงเลือกเรียนการจัดการท่าอากาศยานคะ?
พี่พี : ทีแรกเลยแม่อยากให้เรียนครับเพราะว่าพี่สาวของพีเองก็เรียนอยู่ และอีกอย่างหนึ่งคือในอุตสาหกรรมการบินค่อนข้างกว้างครับ คนเรามักจะมองแค่นักบิน แอร์ฯ สจ๊วต แต่การบินมันทำไม่ได้ถ้ามีแค่นี้ ทุกฝ่ายต้องทำงานประสานกัน แล้วยิ่งพอมาเรียนก็รู้สึกชอบครับ มันเป็นอะไรที่แปลกและท้าทายดี รู้อะไรมากกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลย
พี่แป้ง : ตอนสอบเข้ามาเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?
พี่พี : พีสอบตรงเข้ามา ความรู้สึกว่าข้อสอบยากพอตัวครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะยากเท่าข้อสอบแอดมิชชั่นหรือเปล่าเพราะว่าไม่ได้ไปสอบ ตอนเตรียมตัวก็อ่านหนังสือ ดูข่าวการบิน เรื่องทั่วไป พีเรียนสายศิลป์คำนวณเลยอ่านเน้นวิทย์เยอะเพราะกลัวเสียเปรียบสายวิทย์-คณิต ก็ทำข้อสอบเต็มความสามารถ แล้วผลที่ได้มาก็คุ้มค่าที่อ่านหนังสือมา
พี่แป้ง : เข้ามาเรียนจริง ๆ เหมือนที่คิดไว้หรือเปล่า?
พี่พี : ไม่เหมือนเลย คิดว่าเรียนการบินตั้ง 4 ปีมันคงชิวมาก ฮ่า ๆ ๆ คือไม่ได้คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ แล้วอีกอย่างคือเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด คือมันเกินความคาดหมายเพราะเข้าใจว่าเป็นภาษาไทย อาจารย์บางคนตอนสอนเขาก็แปลเป็นภาษาไทยให้นะ แต่เอกสารที่ใช้เรียนคือเป็นภาษาอังกฤษหมดเลย พีโชคดีตรงที่พี่เรียนที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษาซึ่งสอนเป็นสองภาษามาก่อนเลยสบายไปกับการเรียนที่นี่ (พอดีตอนเรียนกวนประสาทครูต่างชาติบ่อย: พี่แป้ง)

พี่แป้ง : การบินสถาบันการบินพลเรือนมีจุดเด่นอย่างไร?
พี่พี : สถาบันการบินพลเรือนเป็นที่แรกที่สอนเกี่ยวกับการบิน พีว่ามีความน่าเชื่อถือมากและบุคลากรก็มีคุณภาพด้วย เครื่องมืออุปกรณ์พร้อมมาก แล้วก็มีแบบจำลองหรือว่า Simulator ให้ลองฝึกก่อนลงไปปฏิบัติงานจริง พีว่ามาเรียนแล้วพร้อมจะทำให้สามารถเรียนรู้อย่างรวดเร็ว และเวลาทำงานจริงก็ไม่ต้องเทรนอะไรมากมาย และพีก็ชอบเรียนที่นี่สังคมก็ดีอยู่กันแบบพี่น้อง รู้สึกดีครับ
พี่แป้ง : การบินมีศัพท์เฉพาะเยอะ อยากให้ยกตัวอย่างศัพท์ที่ใช้บ่อย ๆ
พี่พี : ศัพท์การบินในส่วนที่พีเรียนก็จะไม่ยากเท่าของหลักสูตรนักบินหรือ ATC (เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศที่อยู่ที่หอสูง ๆ ค่ะ) แต่ที่ยากก็จะเป็น ICAO Phonetic Alphabet ที่จะต้องมานั่งจำใหม่ว่าตัวไหนเรียกอะไร เช่น B เราเรียกว่า B. Bird หรือบางคนจะเป็นชื่อประเทศ จังหวัด ก็จะเป็น B.Bangkok แต่ทางการบินจะเรียกต่างเป็น B. Bravo H. Hotel แต่ที่พีชอบคือตัว R และ J เพราะว่า R.Romeo และ J.Juliet เป็นตำนานรักที่โรแมนติก อีกตัวที่ชอบก็ W.Whiskey รู้สึกจะอร่อยดีนอกจาก Alphabet แล้วก็คือ code ของสนามบินที่ต้องจำให้ ของ ICAO จะเป็น code 4 ตัว แต่ของ IATA จะเป็น code 3 ตัว เช่นที่สนามบินสุวรรณภูมิเรา ใช้ VTBS และ BKK ครับ สนามบินดอนเมืองเป็น VTBD และ DMK ต้องจำทั้ง 2 แบบ ครั้งทีแรกก็จำลำบากพอเรียนไปเรียนมาจำได้ก็ดีครับ เคยขึ้นแท็กซี่แล้วบอกเขาว่า "พี่ไปวีทีบีดี (VTBD สนามบินดอนเมือง)ครับ" พี่เขาตอบมาว่า "อะไรดี ๆ นะ ซีดีซี (CDC) หรอ" อายครับตอนนั้น ฮ่า ๆๆ
พี่แป้ง : ตั้งแต่เรียนมาวิชาไหนที่ยากที่สุด
พี่พี : วิชาที่เป็นวิชาหลักของ Airport ครับ คือว่ามันไม่ยากเท่าไหร่ แต่มันจำเยอะมาก ทั้งระบบ ทั้งข้อบังคับ การวางแผน การบริหาร คือนอกจากว่าเราจะเข้าใจแล้วเราต้องจำได้ด้วย ข้อกำหนดข้อบังคับก็เยอะครับ แต่เรียนก็รู้อะไรมาพอสมควร อย่างเช่น บางสนามบินในบางประเทศเขาไม่ให้บินกลางคืนเพราะว่าจะรบกวนเวลานอนของประชากร ถ้าฝ่าฝืนสามารถโดนฟ้องและเรียกร้องค่าเสียหายได้เป็นจำนวนมหาศาลเลยครับ หรือบางประเทศเปิดปิดสนามบินเป็นเวลา เราก็ต้องดูด้วยว่าเราต้องออกจากประเทศเราตอนไหนเพื่อไปถึงที่นั่นตอนเขาเปิด โอ้ย!เยอะครับ แล้วการบินทำงานด้วยกันหมด ทั้งสายการบิน ATC หรือหน่วยงานอื่น ๆ เพราะฉะนั้นทุกส่วนจำเป็นหมดครับ ไม่ได้จำเป็นแค่นักบิน แอร์ฯ หรือสจ๊วต เพราะถ้าไม่ได้รับการอนุญาติจากทางสนามบินให้บิน สายการบินก็ไม่สามารถบินได้ หรือถ้ามีสนามบินเป็นร้อยแห่งแต่ไม่มีสายการบินก็ไม่ได้ ถ้าเทียบแล้ว สายการบินก็คือลูกค้าของสนามบินนั่นเองครับ และผู้โดยสารก็เป็นลูกค้าของสายการบินอีกที ส่วน ATC นี่สำคัญ ไม่มีเขาเราบินไม่ได้ ชนกันแย่แน่

พี่แป้ง : คิดว่าอนาคตจะทำงานอะไร
พี่พี : พีอยากทำงานกับ บริษัท การท่าอากาศยานไทยฯ แต่ว่าก่อนหน้านั้นก็อยากหาประสบการณ์ก่อน วางแผนไว้ว่าถ้าไม่ทำเป็น outsourse ของสนามบินก็จะทำงานกับสายการบินครับจะได้รู้กว้าง ๆ พีเคยไปฝึกงานที่สนามบินหาดใหญ่ซึ่งอยู่ในการดูแลของบริษัท การท่าอากาศยานไทยฯ รู้สึกว่าชอบครับ ไปฝึกอยู่ 2 ส่วนคือส่วนประชาสัมพันธ์คอยให้บริการผู้โดยสารเช่นถามทาง ขอ Wifi ถ้ามขั้นตอนการเข้าไปรอใน Gate ประมาณนี้ครับ ได้ฝึกภาษาด้วย และอีกส่วนหนึ่งที่ได้ทำคือส่วนของลานจอด ดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัย รู้สึกชอบกับการทำงานที่สนามบินหาดใหญ่ก็เลยอยากทำงานกับบริษัท การท่าอากาศยานไทยฯ ครับ
พี่แป้ง : สุดท้ายฝากถึงน้อง ๆ ชาว Dek-D ที่อยากจะเรียนสถาบันการบินพลเรือนหน่อยค่ะ
พี่พี : ครับ ก็แนะนำว่าให้อ่านข้อสอบไปครับ วิชาทั่วไปครับ คณิต วิทย์ อังกฤษ ประมาณนี้แต่ว่าเน้นภาษาอังกฤษมาก ๆ ครับเพราะจะได้เป็นผลดีกับตัวเองด้วย และถ้ามีความรู้เรื่องการบินบ้างก็ดีครับ คือต้องดูว่าอยากเข้าสาขาไหน แล้วก็หาข้อมูลเตรียมตัวสำหรับสาขานั้น ทุกคนทำได้ครับแค่เชื่อมั่นในตนเอง
อยากรู้จัง ใครอยากเรียนการบินบ้าง??

ภาพประกอบ www.dreamstime.com
www.catc.or.th
www.ku.ac.th