|
1. Security Officer: พนักงานรักษาความปลอดภัย, ยามรักษาการณ์ |
|
เหตุผลชวนหน่าย: ต้องทำงานคนเดียว หรือทำงานในช่วงไม่มีใคร เช่น กลางคืน (เอ่อ เหงา...ไม่มีคนคุยด้วยว่างั้น) |
|
2. Registered Nurse: พยาบาลวิชาชีพ |
|
เหตุผลชวนหน่าย: พยาบาลต้องคอยรับมือกับความหลากหลายแตกต่างของผู้คน ทั้งจากเพื่อนร่วมงานกันเอง ผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย ฯลฯ (ส่วนอาชีพนี้ก็เจอคนเยอะไปว่างั้น อิอิอิ) |
|
3. Teacher: ครู |
|
เหตุผลชวนหน่าย: จากรายงานพบว่า จริงๆ ครูส่วนใหญ่มีความสุขกับงาน และเพื่อนร่วมงานด้วย แต่เหตุที่ชวนหน่ายกลับเป็นเรื่องแรงจูงใจในการทำงาน อย่างเรื่องรางวัล คำชื่นชม การขัดแข้งขัดขาในการจะทำงานที่ดี อารมณ์ว่า ถ้าฉันจะทำโครงการดีๆ เพื่อเด็กสักโครงการ ก็จะโดนขัดว่ามันยุ่งยาก ไม่มีใครร่วมด้วยหรือสนับสนุนสินะ อืมดูเป็นเหตุผล...ที่คุ้นๆ ชอบกล สำหรับสังคมบ้านเรา ถ้าจะทำดีก็ต้องโดนมองเหมือนกันนี่นะ ซึ่งพี่ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง "คิดว่าดีก็ทำไป" |
|
4. Sales Engineer: วิศวกรฝ่ายขาย |
|
เหตุผลชวนหน่าย: ไม่ค่อยรู้สึกดีกับโอกาสในการเติบโตตามสายงานตนเอง ไม่ชอบวัฒนธรรมองค์กร ค่าตอบแทน และการสนับสนุน
วิศวกรฝ่ายขาย ทำหน้าที่นำเสนอผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีของบริษัท ต้องเป็นทั้งวิศวกรด้วย จะได้รู้ว่าสินค้ามันพิเศษ และทำงานอย่างไร ดูน่าเชื่อถือ และก็เป็นนักขายมือทองที่ทำให้ผู้จะซื้อสนใจในผลิตภัณฑ์ได้ด้วย แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เล็กๆ มูลค่าไม่น้อยทีเดียวเชียวล่ะ
|
|
5. Product Manager ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ |
|
เหตุผลชวนหน่าย: เสียงส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องไม่ค่อยพึงพอใจกับค่าตอบแทน การเติบโตในสายงาน และบรรยากาศในบริษัทที่ไม่สนับสนุนให้อยากทำงาน
ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ เป็นคนดูแลตัวสินค้า เช่น คอนเซ็ปสินค้า สร้างความน่าเชื่อถือของยี่ห้อสินค้า ดูแลภาพลักษณ์สินค้า นำเสนอและให้ข้อมูลสินค้าแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ว่าง่ายๆ คือคนที่ทำหน้าที่วางกลยุทธ์ และผลักดันให้สินค้าของบริษัทติดตลาดทำรายได้นั่นเอง
|
|
6. Program Manager |
|
เหตุผลชวนหน่าย: เรื่องบรรยากาศในที่ทำงาน เรื่องคนที่ต้องทำงานด้วย และระบบการทำงานของบริษัท
Program Manager พี่เกียรติคิดว่าชื่ออาชีพนี้ไม่มีในแมืองไทย และด้วยเนื้องานที่อธิบายไว้ในภาษาอังกฤษ ก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ แต่มีความใกล้เคียงกับอาชีพผู้จัดการฝ่ายผลิต ที่ทำหน้าที่วางแผน ประสานงาน และดูแลควบคุมการผลิตงานตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งงานชิ้นนั้นเสร็จเรียบร้อย และส่งต่อให้ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ดูแลเรื่องภาพลักษณ์ยี่ห้อต่อไป
|
|
7. Marketing Manager: ผู้จัดการฝ่ายการตลาด |
|
เหตุผลชวนหน่าย: หลายๆ องค์กรชอบคาดหวังว่าผู้จัดการของเขาต้องเป็นซูเปอร์แมนดูแลงานได้ทุกองศารอบตัว ต้องวางแผน ประสานงานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับงาชิ้นนั้น ซึ่งมันทำให้งานซับซ้อนเกินภาระหน้าที่โดยใช่เหตุ
ผู้จัดการด้านการตลาด มีหน้าที่จัดการผลิตภัณฑ์ของบริษัท ต้องคอยประสานงานฝ่ายศิลป์ทำโฆษณา ฝ่ายขาย และฝ่ายการเงินที่เกี่ยวข้อง
|
|
8. Director of Sales: ผู้อำนวยการฝ่ายขาย
|
|
ผู้อำนวยการฝ่ายขายทำหน้าที่ดูแล วิเคราะห์แผนงาน และจัดการให้งานขายได้ผลเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ (ตำแหน่งที่ 8 - 9 ไม่ได้เล่าเหตุผลมาจ้า) |
|
9. Marketing Director: ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด |
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดจัดการ และดำเนินการตามนโยบายการตลาดให้เป็นไปตามที่วางแผนไว้ ติดต่อกับลูกค้า
ในไทยเราตำแหน่ง Marketing Manager และ Marketing Director อาจเป็นตำแหน่งงานเดียวกัน และมีหน้าที่เหมือนกันก็ได้ ขึ้นอยู่กับขนาดความใหญ่โตและการแบ่งงานของแต่ละบริษัท |
|
10. Maintenance Supervisor: หัวหน้าฝ่ายซ่อมบำรุง |
|
เหตุผลชวนหน่าย: ใช้เวลาในการทำงานนาน...กินเวลาของชีวิตไปจนหมด
หัวหน้าฝ่ายซ่อมบำรุง เป็นงานของช่างใหญ่หรือสายวิศวกร ทำหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบ ซ่อมแซมดูแลในหน่วยงานซ่อมบำรุง ปรับปรุงระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ อาจรวมถึงการรับผิดชอบในการสั่งซื้อเครื่องจักร ดูแลคนงานในทีมรับผิดชอบ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในกับงาน
|