สวัสดีค่ะ น้องๆ ชาว Dek-D ทุกคน วันนี้พี่แป้งมีคำถามที่เกี่ยวกับ สาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ มาฝากกันค่า ^_^ รวมรวบมาแบบจัดเต็มเคลียร์ๆ กันไปเลยว่า หนู/ผม คิดถูกหรือเปล่าที่จะเรียนสาขานี้ จะมีคำถามที่ตรงกับน้องๆ ถามพี่แป้งมาหรือเปล่า ตามมาดูกันได้เลยค่ะ

Q : เรียนสาขานี้ต่างจากการเรียนแพทยศาสตร์อย่างไร?
A : สาขานี้เป็นการเรียนเกี่ยวกับการ "ผลิตสื่อ" ทางการแพทย์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยโรคเหมือนการเรียนแพทยศาสตร์ ไม่สามารถรักษาโรคหรืออาการเจ็บป่วยได้ แต่ว่าต้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานทางด้านแพทยศาสตร์เพื่อที่จะทำสื่อออกมาได้อย่างถูกต้อง
Q : เวลาเรียนกี่ปี? 6 ปีเท่าแพทย์หรือเปล่า
A : เรียน 4 ปีค่ะ (พอแล้ว)
Q : ถ้าเทียบกับสาขาอื่น เรียนสาขานี้ใกล้เคียงกับสาขาใดบ้าง?
A : ใกล้เคียงกับสาขาทางเทคโนโลยีสารสนเทศ, นิเทศศาสตร์, มัลติมีเดีย, การออกแบบ ประมาณนี้ค่ะ จะเอนเอียงไปทางสายศิลป์นิดๆ ถ้าจบมาสามารถทำงานได้หลากหลายด้วยนะคะ เช่น กราฟฟิกดีไซเนอร์, นักออกแบบหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์, ผลิตสื่อทางการสอน เป็นต้นค่ะ
Q : มีที่ไหนเปิดสอนบ้าง?
A : ตอนนี้ที่เปิดมี 3 ที่ค่ะ คือ มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ค่ะ

Q : มีเรียนวิชาอะไรบ้างที่เด่น ๆ ?
A : ขอแบ่งออกเป็น 2 สายนะคะ เป็นสายวิทย์ และ สายศิลป์
ทางสายวิทย์ก็มีวิชา
- กายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาสำหรับเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์
- พยาธิวิทยาพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์
- จุลชีววิทยา ปรสิตวิทยา และวิทยาภูมิคุ้มกันพื้นฐานสำหรับเทคโนฯ
ทางสายศิลป์ ก็เช่น
- องค์ประกอบศิลปะ
- การวาดภาพขั้นพื้นฐาน
- การวาดภาพประกอบทางการแพท
- การถ่ายภาพทางการแพทย์
- หุ่นทางการแพทย์
ยังมีอีกเยอะค่ะ นี่ พี่แป้ง เอามาเพียงแค่วิชาหลักๆ เท่านั้น ถ้าน้องๆ อยากรู้เข้าไปดูได้เลยที่หน้าเว็บของสาขาวิชานี้ ได้ทั้ง 3 มหาวิทยาลัยเลยค่ะ
Q : รุ่นพี่ที่จบไปแล้ว ทำงานอะไรที่ไหนบ้าง?
A : มีรุ่นพี่ทำงานแยกย้ายกันไปค่ะ แต่ว่าทุกคนมีงานทำหมดเลยค่ะ แล้วก็เป็นงานทางด้านนี้ทั้งนั้น เช่น เป็นผู้ผลิตสื่อการสอนอยู่ที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ทำงานด้านกราฟฟิกดีไซด์ ออกแบบหน้าเว็บให้ลูกค้า, ออกแบบผลิตภัณฑ์, ทำผลิตภัณฑ์จำลอง ฯลฯ พี่ๆ ทุกคนบอกว่างานเยอะมาก ถ้าเราไม่มองแค่ทางด้านการแพทย์ งานทางสายนี้เยอะจริงๆ ค่ะ ในตลาดงานยังต้องการคนที่มีฝีมือและมีความคิดใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงงานเดิมให้ดีอยู่เสมอๆ ค่ะ
Q : มีผลงานอะไรบ้างที่เห็นเป็นรูปธรรม?
A : ตอนเรียนนั้นจะมีผลงานมากมายที่เป็นผลงานของนักศึกษาเองค่ะ เช่น ภาพวาดเกี่ยวกับโครงสร้างร่างกาย, การสร้างหุ่นจำลองของมนุษย์, การสร้างกราฟฟิกอธิบายระบบสมอง, การสร้างอาหารจำลอง (ตามหน้าร้านอาหารก็มาซื้อนะคะ) ซึ่งในแต่ละปีนั้นจะต้องทำผลงานออกมาเยอะมาก และผลงานนั้นนำไปสร้างเป็นแฟ้มผลงานเอาไว้สมัครงานได้สบายๆ เลยค่ะ
Q : แต่ละปีมีคนเรียนเยอะไหม?
A : ไม่ค่อยเยอะค่ะ มีคนเรียนแต่ละที่ประมาณ 25-40 คนเท่านั้นเอง ในหนึ่งปีก็ผลิตออกมาหลักร้อยคนค่ะ เพราะว่าสาขานี้เป็นสาขาที่ต้องเรียนกันอย่างละเอียด เพราะฉะนั้นการเรียนในจำนวนน้อยคนจะทำให้การเรียนมีประสิทธิภาพ อาจารย์สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง พี่ ๆ ที่เรียนสาขานี้บอกว่ารู้จักกันหมดเลยค่ะตั้งแต่ปี 1 ยันปี 4 อยู่กันแบบครอบครัวเพราะมีกันอยู่แค่นี้ (- -")
Q : สอบเข้าอย่างไรได้บ้าง?
A : มีก็สอบ 2 แบบ ทั้งสอบตรงและแอดมิชชั่น โดยทั้ง 3 ที่มีสอบทั้ง 2 แบบเหมือนกันค่ะ คะแนนที่ใช้คือ GAT, PAT 1 ค่ะ

Q : เรียนสายไหนถึงจะเข้าได้ และ ต้องเตรียมตัวสอบอย่างไร?
A : เรียนสายสามัญค่ะ ได้ทั้งสายวิทย์และสายศิลป์ ซึ่งสายวิทย์จะได้เปรียบมากกว่าเพราะมีพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์มาแล้ว น้องๆ สายศิลป์ก็เรียนได้แต่ต้องพยายามมากๆ ตอนปรับตัว โดยการเตรียมตัวสอบนั้นต้องเน้นวิชาทางด้นวิทยาศาสตร์มาเป็นความรู้พื้นฐานค่ะ ถ้าสอบติดได้เรียนแล้วจะได้สบาย ส่วนการสอบก็มี GAT และ PAT 1 ก็ต้องฟิตคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ เต็มที่
น้อง ๆ คนไหนอยากรู้อะไรมากกว่านี้ก็ถามได้เลยนะคะที่ piriya@dek-d.com หรือ my id ของ พี่แป้ง ก็ได้นะ ส่วนคราวหน้าจะเป็นคณะในฝันคณะไหนเตรียมตัวรอนะคะ รับรองว่า พี่แป้ง จะหาของมูลมาเสิร์ฟแบบนี้ถึงที่แน่นอนค่า ..... แล้วพบกันใหม่ในคณะต่อไปจ้าาาาา
.
บทความอื่นของสาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์






ขอบคุณข้อมูลจาก
- http://www.si.mahidol.ac.th/th/education/edu/curricular26.asp
- http://tbc_md.kku.ac.th/web/?page_id=84
- http://www.mta.kmutt.ac.th/course.html