หลังจากที่น้องๆ ได้ทราบผลสอบ กสพท. กันไปแล้ว บางคนถึงกับปล่อยโฮออกมาทั้งแบบเบาๆ น้ำตาไหลเงียบๆ หรือ แบบจัดหนักร้องไห้ไปสามบ้านแปดบ้าน...... หมดเวลาแล้วค่ะ หมดเวลาที่จะเสียใจกับอดีตที่มันผ่านไปแล้ว สลัดมันทิ้งไปเลยค่ะ แล้วตาม พี่แป้ง มาดูเลยว่า เราควรจะทำอย่างไรต่อไปเพื่อพิชิตคณะในฝัน(ที่เลือกไว้)
>> ปัญหาที่พบเจอ




ทีนี้เราจะมาอธิบายโดยยกตัวอย่างประกอบนะคะ พี่แป้ง ได้มีโอกาสตอบคำถามน้องคนนึง ให้ชื่อสมมติว่า น้องเด็กดี ล่ะกัน น้องเด็กดีได้คะแนนสอบเพียงแค่ 15 คะแนนเท่านั้น นั่งร้องไห้ไม่พูดไม่จาเกือบหนึ่งวันเต็ม แต่น้องเด็กดีตั้งสติแล้วกลับมาหาแนวทางอีกครั้ง ซึ่งเป็นวิธีเบสิกมาก มีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ
Step ที่ 1 ดูแนวโน้มคะแนนที่เกิดขึ้น
จากการคิดคะแนนของทาง กสพท. แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

คะแนนสอบวิชาเฉพาะคิดเป็น 30% นะคะ ยังไม่ถึงครึ่งเลย ตอนนี้เทียบกับน้องเด็กดีที่มีอยู่ 15 คะแนน ก็เท่ากับว่าน้องเด็กดีมีคะแนน 15 เต็ม 30 คะแนน ตอนนี้ก็ยังเหลือ 7 วิชาสามัญอีก 70% หรืออีก 70 คะแนน ซึ่งเทียบแล้วเป็นสัดส่วนที่เยอะมากที่สามารถพลิกได้เลยว่าจะสอบติดหรือไม่ติด
นอกจากคะแนนสอบ 7 วิชาสามัญแล้วก็อย่าชะล่าใจกับการสอบ O-NET นะคะ ถึงแม้ว่าไม่เอาคะแนนมาคิดแต่ว่าต้องสอบผ่าน 60% ไม่งั้นก็ร่วงค่ะ

* ดูแบบเต็ม ๆ ได้ที่ กสพท.
น้องเด็กดี ได้เลือกคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ไว้เป็นอันดับแรก ดูจากแนวโน้มคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 58-61 คะแนน ตอนนี้น้องเด็กดีมี 15 คะแนนแล้วก็ขาดอีกประมาณ 45 คะแนน ซึ่งต้องเก็บจากการสอบ 7 วิชาสามัญ ทีนี้โจทย์ต่อไปที่จะเจอคือ จะฝึกอย่างไรให้ได้คะแนนถึง 45 คะแนนใน 70 คะแนน พี่แป้งว่ายากกว่าวิชาความถนัดแพทย์เสียอีก(เพราะมันยังไม่ได้สอบเลยยาก) แต่ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ต้องทำให้ได้ 64.29% เอาเป็นว่า แค่ทำข้อสอบ 7 วิชาสามัญได้เกินครึ่งทุกวิชา + การเดา คะแนนก็น่าจะถึงแล้ว ...... (มั้ง?)
Step ที่ 2 ดูตัวเรา
สิ่งที่สำคัญของการสอบ นอกจากเรื่องกำลังใจจากภายนอกแล้ว ก็คือ ความรู้สึกจากภายใน
ต้องเป็นนักเรียนคิดบวก!!!!
เป็นอย่างไรล่ะ? ดูที่ตัวเราก่อนว่า ณ ตอนนี้ เรามีความเข้มแข็งหรือยัง ในการเรียนสายแพทย์นั้นเวลาเป็นสิ่งสำคัญมาก การที่คนที่ได้คะแนน้อยยังจมปลักอยู่กับความเสียใจอยู่ก็ไม่มีคุณสมบัติในการเป็นแพทย์แล้วค่ะ เปลี่ยนตัวเราซะใหม่ แล้วมาจัดระบบการเตรียมตัวสอบ 7 วิชาสามัญกันเถอะ!
>> ตอนนี้ พี่แป้ง มีคำถามให้น้อง ๆ คิดโดยที่พี่แป้งไม่ต้องการคำตอบนะคะ ลองกลับไปคิดดูค่ะ
ข้อแรก ตอนนี้เลิกเศร้ากับคะแนนหรือยัง?
ข้อสอง คนอื่นที่เขาสอบกสพท.เหมือนกัน เขาอ่านหนังสือเตรียมสอบ 7 วิชาสามัญไปถึงไหนแล้ว?
ข้อสาม ตอนนี้เราเริ่มอ่านหนังสือสอบ 7 วิชาสามัญหรือยัง?
ถ้าตอบคำถาม 3 ข้อได้แล้ว ก็ไป Step ที่ 3 ได้เลยค่ะ
Step ที่ 3 เตรียมสอบ 7 วิชาสามัญ
เป็น Step ที่ยากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะว่าข้อสอบ 7 วิชาสามัญเพิ่งสอบปีที่แล้วเป็นปีแรก แล้วก็ไม่มีรูปแบบข้อสอบปีที่แล้วมาให้เห็น แต่ว่ารุ่นพี่ทุกคนที่สอบมาแล้วบอกเสียงเดียวเป็นเอกฉันท์เลยว่า "แนวข้อสอบ A-NET" เพราะฉะนั้นน้อง ๆ ลองหาข้อสอบ A-NET เก่า ๆ มาทำกันนะคะ ถ้าอยากรู้ทันเรื่องการสอบ 7 วิชาสามัญ เข้าไปเลยที่ รู้ทันก่อนสอบ 7 วิชาสามัญ (ฉบับ ม.6 มือใหม่หัดสอบ)

|
อีกเคล็ดลับที่เพิ่งได้มาสดๆ ร้อนๆ จาก พี่หมิง นักศึกษาปี 4 คณะแพทยศาสตร์ ศิริราช คือ เตรียมสอบโดยการทำข้อสอบวันละ 1 พ.ศ. คือจะไม่ตั้งไว้เยอะกว่านี้ เพราะมันหนักเกินไป ทำวันละ 1 พ.ศ. แต่ทำทุกวัน และทำซ้ำไปซ้ำมา เมื่อทำข้อสอบแล้วข้อไหนไม่ได้ห้ามผ่านเลยไป ต้องกลับไปหาคำตอบที่ถูกต้อง วิธีของพี่หมิงคือการอ่านหนังสือโดยทำโจทย์และอ่านเนื้อหาไปพร้อมๆ กัน ซึ่งตัวพี่หมิงเองเคยอ่านแต่เนื้อหาแล้วบอกว่ามันไม่เวิร์ค ถ้าใครที่เป็นแบบพี่หมิง ลองเอาวิธีนี้ไปทำดูนะคะ |
สรุปแล้วการที่คะแนนสอบวิชาเฉพาะแพทย์ต่ำหรือสูงไม่ได้ส่งผลทั้งหมดของการสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์หรือคณะทันตแพทยศาสตร์นะคะ อาจจะมีผลบ้างแต่ว่าตราบใดที่ยังไม่ได้สอบ 7 วิชาสามัญก็ยังมีหวังค่ะ ดังคำที่ว่า สงครามยังไม่จบ..อย่าเพิ่งนับศพทหาร เพราะฉะนั้นอีกหนึ่งเดือนที่เหลือขอให้น้อง ๆ เต็มที่กับการสอบ 7 วิชาสามัญนะคะ
ก่อนจะจากกันไป พี่แป้ง ก็มีหนังสือดี ๆ มาแนะนำปิดท้ายสำหรับน้อง ๆ ที่อยากเป็นทันตแพทย์ มาฝากค่ะ พี่แป้ง อ่านแล้วอยากเป็นหมอฟันเลย ฟินสุด ๆ (แต่แก่ไปละ 555+) ลองไปหาอ่านดูนะคะ รับรองทั้งสนุกและเข้าใจอารมณ์ นศ.ทันตะฯ เลยค่ะ
.

.
