สวัสดีค่าน้องๆ เด็กแอดฯ 56.... ปฏิทินเปลี่ยนไปเป็นปี 56 ตามรุ่นปีของเราจริงๆ แล้ว ก็แสดงว่าเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าสู่การลงสนามแอดมิชชั่นกลาง สนามคัดเลือกที่ใหญ่ที่สุด มีที่นั่งของทุกคณะและทุกมหาวิทยาลัยมากที่สุด และบอกได้คำเดียวว่า "ตื่นเต้นที่สุด"

แต่กว่าจะได้ตื่นเต้น น้องๆ หลายคนอาจจะมีที่เรียนเรียบร้อยเหลือแค่ยืนยันสิทธิ์ในเคลียริ่งเฮาส์ น้องๆ กลุ่มนี้พี่มิ้นท์ดีใจด้วยจริงๆ ค่ะที่สามารถเอาชนะใจตัวเองจนสอบผ่านมาได้ สำหรับน้องๆ ที่รอสอบ กสพท. หรือผิดหวังจากสอบตรงหลายๆ ที่ มาถึงตรงนี้ก็คงมีท้อกันบ้าง ก็เล่นสอบจนเหนื่อยมาทั้งปี (ผู้ใหญ่ก็ไม่สงสารกันเบยยย) ยังไงก็ขอให้เด็กแอด 56 "สู้ๆ" และพิเศษสุดวันนี้พี่มิ้นท์ขนเอาเคล็ดลับดีๆ เพื่อปลุกพลังน้องๆ ที่กำลังหมดไฟ(กับการกางหนังสืออ่าน) แต่จะมีวิธีไหนบ้างและใช้ได้ผลจริงมั้ย ตามไปดูเลยจ้า
ปลุกพลังวิธีที่ 1 : ระบายความในใจกับพ่อแม่และขอกำลังใจ
กว่า 8 เดือนที่ผ่านมา น้องๆ แต่ละคนเจ็บมาเยอะจากบททดสอบสุดโหดทั้งสอบตรง สอบ GAT PAT สอบมิดเทอม สอบปลายภาค ใครไม่แน่จริงรับรองว่าอยู่บนโลกนี้ไม่ได้ ดังนั้นถ้าใครจะโอดครวญ ร้องไห้ฟูมฟายลั่นบ้านก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยค่ะ แต่ลำพังจะไปแอบเสียใจอยู่คนเดียวจะไม่เกิดประโยชน์อะไร ลองเดินเข้าหาคุณพ่อคุณแม่ดูสักครั้ง ไประบายให้ท่านฟังว่าปีนี้ทั้งปีเราผ่านอะไรมาบ้าง เจ็บตรงไหนมาบ้าง ระบายให้หมด ไม่มีใครยินดีรับฟังความทุกข์เราเท่าผู้ให้กำเนิดอีกแล้วนะคะ (เพื่อนหรือแฟนยังทำแทนไม่ได้เลยค่ะ)
ถึงท่านจะไม่รู้เรื่องแอดมิชชั่นเท่าไหร่ แต่น้องๆ รู้มั้ยคะว่าเบื้องหลังพ่อแม่ของเรานี่แหละที่ทุ่มสุดตัวเพื่อเรา บางวันพี่ๆ รับโทรศัพท์จากผู้ปกครองที่โทรมาสอบถามเรื่องเรียนจนบางวันแทบจะไม่ได้ทำงานเลยค่ะ ยังแอบคิดดีใจแทนน้องๆ ที่มีพ่อแม่ที่น่ารักขนาดนี้ นอกจากนี้ท่านยังมีข้อคิดและกำลังใจดีๆ ให้เราเสมอ ไม่เชื่อลองเดินไปคุยกับท่านดูสิคะ อาจจะได้ยินคำพูดสุดเซอร์ไพร์สชวนน้ำตาซึมแบบนี้ก็ได้ "เรียนอะไรก็เรียนไปเถอะ เพราะไม่ว่าจะเรียนอะไรลูกก็ยังเป็นลูกของแม่/พ่อเหมือนเดิม"
ได้ยินแบบนี้ ไม่ฮึดให้มันรู้ไป
ปลุกพลังวิธีที่ 2 : หาแรงบันดาลใจจากไอดอล
ในยุคที่ไอดอลทั่วบ้านทั่วเมืองแบบนี้ ลองเลือกมาซักสองสามคนเพื่อเป็นแบบอย่างในการเรียนและการใช้ชีวิตของเราดูก็ไม่เลวนะคะ เพราะดารา นักร้องหรือศิลปินบางคนก็ไม่ได้พร้อมมาตั้งแต่เกิด หลายๆ คนก็เป็นคนธรรมดาสามัญ แต่ความพยายามทำให้พวกเค้าสำเร็จขึ้นมาได้ ยิ่งศิลปินรุ่นใหม่หลายคน ทำงานไปด้วย เรียนหนังสือไปด้วย ก็ยังสอบติดมหาลัยด้วยความสามารถของตัวเองได้ จบมาก็รับปริญญากันชื่นมื่นสุดๆ แล้วน้องๆ ล่ะ แค่เรียนกับอ่านหนังสือจะสอบไม่ติดเชียวหรือ??
อ้อ... ไอดอลที่ว่าไม่จำเป็นต้องคนมีชื่อเสียงก็ได้นะคะ จะเป็นคนที่รู้จักหรือรุ่นพี่ที่โรงเรียนก็ได้ เชื่อว่าทุกโรงเรียนต้องมีรุ่นพี่เทพๆ เรียนก็ดี กิจกรรมก็เด่น แถมยังหน้าตาดี นิสัยดี โอ้ยยย! ถ้าจะเพอร์เฟคแบบนี้ ใครล่ะจะไม่อยากเป็นตาม

ดาราเรียงแถวรับปริญญา สุโค่ยยย^^
ปลุกพลังวิธีที่ 4 : นึกถึงความสำเร็จที่รออยู่ตรงหน้า
การที่เราไม่สามารถรู้อนาคตล่วงหน้า ไม่ได้หมายความว่าเราจะนึกหรือฝันถึงอนาคตไม่ได้ เราทุกๆ คนมีสิทธิ์ที่จะคิดหรือฝันค่ะ พี่มิ้นท์ก็ทำได้ น้องๆ ก็ทำได้ เพราะการนึกถึงอนาคตข้างหน้าเป็นสิ่งที่เราจินตนาการขึ้นมา แต่พลังของมันมีมากมายมหาศาลเลยนะคะ
ในช่วงที่น้องๆ หมดกำลังใจอย่างแรง ลองทำใจให้สงบแล้วค่อยๆ นึกถึงวันที่เราจะเข้าไปสู่มหาวิทยาลัย จินตนาการว่าถ้าเราได้ใส่ชุดนักศึกษาจะมีสวย/หล่อขนาดไหน เราจะได้เจอเพื่อนแบบไหน อาจารย์ที่สอนจะเป็นยังไง เท่านั้นไม่พอ ลองคิดต่อไปด้วยว่าถ้าเราเข้ามหาวิทยาลัยได้จริงๆ เราจะทำให้พ่อแม่ภูมิใจได้มากขนาดไหน ลองจินตนาการถึงรอยยิ้มของท่าน น้ำตาของท่านที่ดีใจไปกับความสำเร็จของเรา ทั้งหมดทั้งมวลนี้ พี่มิ้นท์ว่าแค่คิดถึงหน้าพ่อแม่กำลังใจก็ล้นเหลือแล้วค่ะ
ปลุกพลังวิธีที่ 3 : หาเวลาลองไปเดินเล่นในมหาวิทยาลัยในฝัน
เคยเป็นมั้ยคะเวลาเราอยากได้ของบางอย่าง พอยิ่งเห็นก็ยิ่งอยากได้และก็ยิ่งพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ เช่น อยากได้มือถือซักเครื่อง เวลาว่างก็เปิดคอมดูหรือไปดูเครื่องจริงที่ศูนย์ พอยิ่งดูก็ยิ่งมีไฟที่อยากเป็นเจ้าของ(กิเลส) การจะเข้ามหาลัยก็เหมือนกันค่ะ ต่างกันนิดเดียวว่าความอยากเข้ามหาลัย เป็นแรงบันดาลใจไม่ใช่กิเลส 5555
ดังนั้นถ้าเรามีเวลาว่างลองชวนคุณพ่อคุณแม่ไปดูมหาลัยด้วยกันซะเลย ไปดูเพื่อให้เห็นของจริงว่าบรรยากาศเป็นยังไง เดินทางยังไง มีอะไรกิน พี่ๆ นศ.ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง ถ้าเราเข้ามาเรียนแล้วจะมีความสุขมั้ย แถมด้วยการไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำมหาลัยเอาฤกษ์เอาชัยกันก่อนเลย แต่ถ้ามหาลัยนั้นอยู่ไกลเกินไปลองหาบทความที่เกี่ยวกับคณะ/มหาลัยนั้นๆ ดูไปพลางๆ ก่อน ร้อยทั้งร้อยมีกำลังใจขึ้นแน่นอนค่ะ วิธีนี้พี่มิ้นท์ใช้ได้ผลมาแล้ว

เดินเล่นชมวิวในมหาลัยซักนิด
ปลุกพลังวิธีที่ 5 : ยึดคตินี้ไว้ในใจ "ล้มบ้างก็ได้ แต่ทุกครั้งที่ล้มต้องลุกขึ้น"
น้องๆ จำไว้เลยว่า คนเราทุกคนมีโอกาสผิดหวังไม่เรื่องใดก็เรื่องนึง และอย่าไปอิจฉาคนที่เค้าสำเร็จไปทุกเรื่อง เพราะพวกเค้าจะไม่มีทางรู้เลยว่า "ความสำเร็จ" หลังการผิดหวังมันฟินขนาดไหน เพราะฉะนั้นถ้าล้มในวันนี้ ให้รีบลุกปัดแข้งปัดขา แล้วเดินต่อไปข้างหน้าดีกว่านะคะ :)
ชีวิตเด็กแอดฯ มันก็เป็นยังงี้แหละค่าน้องๆ เหนื่อยบ้าง ท้อบ้างเป็นธรรมดา จึงต้องหมั่นเติมพลังชีวิตกันอยู่บ่อยๆ ซึ่งแต่ละวิธีที่นำมาฝากในวันนี้ก็หวังว่าจะใช้ได้ผล ช่วยให้น้องๆ หายเครียดและมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง แต่จะได้ผลขนาดไหน อย่าลืมไปพิสูจน์กันนะ
ม.6 เป็นปีที่ต้องการกำลังใจจากคนรอบข้างมากที่สุด แต่อย่าลืมว่ากำลังใจที่สำคัญที่สุดคือกำลังใจที่มาจากตัวเอง สัญญากับตัวเองกันไว้เลยว่าถ้าเราทำสำเร็จขึ้นมาจริงๆ เราจะให้รางวัลอะไรกับตัวเอง และเมื่อเรามีกำลังใจแล้ว ก็อย่าลืมส่งต่อกำลังใจให้เพื่อนๆ ด้วยนะคะ ถ้าไม่รู้จะส่งกำลังใจให้ทางไหน คอมเม้นในนี้ได้เลยค่ะ รับรองว่ามีเพื่อนๆ เด็กแอดฯ 56 มาอ่านเพียบบบบบ :)
ขอฝากทิ้งท้ายสำหรับน้องที่ยังงงๆ จนถึงตอนนี้ว่า แอดมิชชั่นคืออะไร เคลียริ่งเฮาส์คืออะไร หรือหนู/ผม เหมาะจะเรียนกับคณะอะไร พี่มิ้นท์มีหนังสือมาแนะนำค่ะ ทั้งแอดมิชชั่นขั้นเทพที่รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับแอดมิชชั่นกลาง หรือหนังสือซีรีย์คณะในฝัน ทั้งกว่าจะเป็นหมอ กว่าจะเป็นหมอฟันและกว่าจะจบอักษรฯ รับรอง เด็ด! ทุกเล่มจ้า (สั่งซื้อออนไลน์ ไม่เสียค่าส่ง คลิกเลย)

