|
พี่ลาเต้ : สวัสดีครับ.. ก่อนอื่นให้ พี่โอปอล ทักทายน้องๆ ชาวเด็กดีก่อนครับ.. พี่โอปอล : สวัสดีครับ.. พี่โอปอล ครับ ชัชรพล เพ็ญโฉม เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนรัตนาธิเบศร์ และคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับ..
พี่ลาเต้ : พี่โอปอล เริ่มสอนกวดวิชามา หรือยังครับ.. พี่โอปอล : ก็เริ่มสอนตั้งแต่ปี 2539 เลยครับ.. ตอนนั้นก็ยังเป็นนิสิตปี 3 ของนิเทศฯ จุฬาฯ อยู่.. และก็สอนวิชาภาษาอังกฤามาตั้งแต่ช่วงนั้นเลย.. จนถึงวันนี้ก็ 13 ปีแล้วครับ..
พี่ลาเต้ : โอ้โห.. สอนมานานขนาดนี้ พี่โอปอล คงชอบภาษาอังกฤษมากๆ ใช่ไหมครับ.. พี่โอปอล : ความจริงแล้ว.. สมัยพี่เด็กๆ เป็นคนที่เรียนภาษาอังกฤษไม่เก่งเลย ไม่รู้เรื่องเลย จนกระทั่งมาคิดได้ว่า เอ๊ะ.. เราเรียนสายศิลป์ภาษา แต่ไม่เก่งภาษาอังกฤษมันก็ไม่น่าจะเหมาะ จากนั้นก็เลยลุยอ่านเยอะๆ เลยครับ.. พออ่านไปอ่านมาแบบตั้งใจก็รู้สึกว่า อืมๆๆ มันก็ง่ายนี่ ก็เลยเป็นแรงบันดาลใจเรื่อยมาเลยครับ..
พี่ลาเต้ : อยากให้ พี่โอปอล เล่าเรื่องตอนเรียนภาษาอังกฤษตอนมัธยมให้ฟังหน่อยครับ..เห็นบอกว่าเรียนไม่เก่งเลย.. พี่โอปอล : ใช่เลยครับ.. ตอนมัธยมก็เรียนแผนการเรียนศิลป์ - ฝรั่งเศสครับ.. ตอนนั้นต้องบอกว่าช่วง ม.4 นั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย แม้กระทั่งพื้นฐานของภาษาอังกฤษก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ.. จนกระทั่งมาขึ้น ม.5 ก็เริ่มคิดไม่ไหวแล้ว กดดันตัวเองว่าเป็นเด็กสายศิลป์ต้องควรจะเก่งอังกฤษ อีกอย่างเวลาไปดูหนังภาคอังกฤษก็ฟังไม่รู้เรื่อง อ่านไม่เข้าใจ มีฝรั่งเดินมาเห็นเราใส่ชุดนักเรียนก็มาถาม แต่เราก็ตอบเขาไม่ได้ ตอนนั้นรู้สึกอึดอัดมาก ก็เลยคิดว่าต่อไปนี้เราจะต้องเอาชนะการเรียนภาษาอังกฤษให้ได้..
พี่ลาเต้ : แล้ว พี่โอปอล มีวิธีในการเอาชนะการเรียนภาษาอังกฤษยังไงบ้างครับ.. พี่โอปอล : วิธีแก้ไขตอนนั้นก็ค่อยๆ คิดทีละอย่าง.. อย่างเรื่องฟังไม่ออกก็จะแก้โดยการดูหนังภาคอังกฤษบ่อยๆ อย่างน้อยอาทิตย์ละเรื่อง หรือแม้แต่การฟังข่าวก็จะเปิดให้เข้าหูตลอดๆ ให้มันเหมือนว่าในชีวิตเรามีภาษาอังกฤษมาเกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องการพูดก็จะฝึกพูดบ่อยๆ พูดกับตัวเอง พูดคนเดียว และที่สำคัญคือการสร้างเหตุการณ์ขึ้นมา เช่น วันนี้เราอยากจะไปกินข้าว เราก็ลองคิดว่า หากพูดประโยคนี้แต่ภาษาอังกฤษมันพูดแบบไหน ก็ลองคิดไปเรื่อยๆ หากไม่ได้ก็เก็บไปถามอาจารย์ จนเราก็จะจำแล้วเอาไปใช้ได้..
พี่ลาเต้ : แอบสืบมาว่า พี่โอปอล มีเทคนิคในการฝึกให้เก่งภาษาอังกฤษโดยการช็อตโน้ตด้วย.. เป็นยังไงเหรอครับ.. พี่โอปอล : ก็จะใช้ฝึกพวกแกรมม่า และคำศัพท์ อย่างแกรมม่าก็ลองเอาหนังสือเรียนมากางดู แล้วก็นึกถึงที่อาจารย์สอน ที่ว่าตรงนั้นมันคือ ทูบี และพอรู้ว่ามันคืออะไร ก็มาจดใส่ช็อตโน้ตไว้อ่านทบทวน ส่วนคำศัพท์ก็จะท่องๆๆ ทุกวัน ทุกเช้าตอนนั่งรถไปโรงเรียนก็จะก็จะจดใส่กระดาษช็อตโน้ตวันละ 5 คำ ท่องทุกวัน อาทิตย์หนึ่ง 30 คำ เดือนหนึ่งก็ 300 คำ ปีหนึ่งก็สามพันคำ ซึ่งวิธีนี้ก็จะช่วยให้เรารู้คำศัพท์ได้มากขึ้น..
พี่ลาเต้ : พี่โอปอล ใช้เวลาในการฝึกตัวเองนานไหมครับ.. กว่าจะเปลี่ยนจากคนที่ไม่เก่ง เป็นคนเก่งภาษาอังกฤษ พี่โอปอล : ก็แล้วแต่เรื่องครับ.. อย่างเรื่องแกรมม่าก็จะไม่นานเท่าไหร่ เรื่องคำศัพท์ก็สะสมมาเรื่อยๆ เพราะมันต้องท่องบ่อยๆ ส่วนพูด กับฟังจะใช้เวลานานหน่อย.. จำได้ว่าฝึกมาตั้งแต่ ม.5 ก็เริ่มที่จะเป็นแบบจริงๆ ก็ตอนช่วงแรกๆ ที่เข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยครับ..
พี่ลาเต้ : ทราบมาอีกว่า พี่โอปอล เคยเป็นนักข่าวที่หนังสือพิมพ์มติชนมาก่อน จริงหรือเปล่าครับ.. พี่โอปอล : ถูกต้องนะคร้าบ.. ก็เคยทำงานที่นั้นหลังเรียนจบครับ.. เป็นช่วงที่สนุกมากๆ ได้ทำงานเป็นผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ก็ได้ฝึกภาษา ฝึกสัมภาษณ์หลายๆ อย่างเลยครับ..
พี่ลาเต้ : วกมาที่การเป็นติวเตอร์สอนน้องๆ กันบ้างครับ.. หลายๆ คนบอกว่าบุคลิก พี่โอปอล เวลาสอนจะมันส์มากๆ พี่โอปอล มีบุคลิกการสอนยังไงบ้างครับ.. พี่โอปอล : เสียงดัง.. เคลื่อนไหวเร็ว.. คล่องแคล่ว ปราดเปรียว คิกขุ ประมาณนี้ครับ.. อย่างบุคลิกอาจารย์ต๊อบ หลายคนจะเรียกว่า "เปรี้ยว" แต่อย่าง พี่โอปอล ต้องแทนว่า "จุ๊บุ จุ๊บุ" ประมาณนี้ครับ..555..
พี่ลาเต้ : บุคลิกฮาๆ แบบนี้ ผมว่า พี่โอปอล ต้องเจอวีรกรรมแสบๆ ของน้องๆ บ่อยแน่เลย..555.. มีเรื่องไหนที่เด็ดจนจำได้ขึ้นใจไหมครับ.. พี่โอปอล : 555.. เรื่องที่จำได้แม่นเลยก็มีอยู่เรื่องหนึ่งครับ.. เป็นน้องที่สาขาปิ่นเกล้า น้องกลุ่มนี้จะชอบเอาขนมเข้ามากินบ่อยๆ อาทิตย์นี้เป็นขนม พออาทิตย์ต่อมาเป็นข้าวเหนียวไก่ทอด พออีกอาทิตย์ต่อมาเปลี่ยนมาเป็นข้าวกล่อง จนกระทั่งอาทิตย์หลังๆ เริ่มใหญ่ขึ้นกลายเป็นก๋วยเตี๋ยวมาเลย มาเป็นชาม มีพวงน้ำส้มมาด้วย.. แล้วเขาก็แย่งลูกชิ้นกัน.. แต่ก็มีแซวขำๆ เพราะน้องกลุ่มนี้เขาตั้งใจเรียน..
พี่ลาเต้ : 555 น้องๆ ที่มาเรียนมีวีรกรรมเด็ดขนาดนี้ พี่โอปอล มีวิธีแก้เผ็ดยังไงบ้างครับ.. พี่โอปอล : ส่วนใหญ่ก็จะไม่ตอบโต้..555.. เพราะทำอะไรไม่ได้ แต่ก็มีบางครั้งที่ตะโกนมาเลยว่า "อีหนู! ฟังๆๆๆ" หรือไม่ก็ดึงสายไฟออกจากไมค์แล้วมาโชว์ว่า หากไม่หยุดพูด พี่โอปอล จะอมอันนี้โชว์.. ซึ่งก็จะฮากระจายเรียกความสนใจไปเลย..555..
พี่ลาเต้ : ทราบมาว่า พี่โอปอล สอนทั้งคอร์สสด และคอร์สวิดีโอ.. เลยอยากให้ พี่โอปอล ช่วยบอกจุดเด่นของทั้งสองคอร์สนี้หน่อยครับ.. พี่โอปอล : มีจุดเด่นที่แตกต่างกันมากครับ.. อย่างคอร์สวิดีโอจะมีข้อดีตรงมาตรฐานแต่ละครั้งจะเท่ากัน เนื้อหาเท่ากัน เรียนเวลาไหนก็จะได้เท่ากัน แต่ขณะเดียวกันคอร์สสด ก็จะเพิ่มน้อย เพิ่มมาก ตามสถานการณ์ของห้องเรียน.. และที่สำคัญคนสอน กับคนเรียนจะใกล้ชิดสนิทกันมาก และโต้ตอบในสิ่งที่สงสัยกันได้ด้วย..
พี่ลาเต้ : มาที่เรื่องของระบบแอดมิชชั่นกันบ้างครับ.. พี่โอปอล คิดเห็นยังไงกับระบบนี้ครับ.. พี่โอปอล : ตามคิดเห็นส่วนตัวแล้ว ชอบแบบระบบเก่ามากกว่าครับ.. สอบครั้งเดียววัดกันไปเลย.. อันนี้มองในมุมภาษาอังกฤษที่ข้อสอบแอดมิชชั่นส่วนใหญ่จะมาให้ฝึกการอ่าน การตีความ ซึ่งหากทำได้ก็ผ่านเข้าไป หากทำไม่ได้ก็เลือกคณะใหม่ ซึ่งแบบนี้มันจะตอบวัตถุประสงค์ในการเรียนในมหาวิทยาลัยมากกว่า..
พี่ลาเต้ : อยากให้ พี่โอปอล บอกแนวข้อสอบโอเน็ตหน่อยครับ.. ว่ามักจะออกแนวไหน.. พี่โอปอล : เท่าที่สังเกตมาข้อสอบโอเน็ตจะออกแบบเดิมๆ ซ้ำๆ กันหลายๆ ปี เรื่องที่ต้องเจอในข้อสอบหลักๆ ก็จะเป็น แกรมม่า จับประเด็น และความรู้ทั่วไป ดังนั้นอ่านข่าวเยอะๆ และฝึกทำข้อสอบเก่ามากที่สุดเท่าที่จะทำได้.. อย่างอ่านข่าวเนี่ย.. อ่านทั้งภาคไทย และภาคอังกฤษไปเลย.. เพราะมันจะทำให้เรารู่คำศัพท์ในข่าวมากขึ้นจริงๆ และมีประโยชน์มากที่การจับประเด็นข้อสอบ..
พี่ลาเต้ : มากันที่เรื่องสุดท้ายกันบ้างครับ.. อยากให้ พี่โอปอล เล่าเรื่องที่ประทับใจระหว่าง พี่โอปอล และลูกศิษย์ ให้ฟังหน่อยครับ.. พี่โอปอล : ได้เลยครับ..555.. ก็มีอยู่เรื่องหนึ่งครับ.. เป็นเรื่องของน้องคนหนึ่งที่ชื่อกอล์ฟ เขาเป็นคนที่เรียนอ่อนมาก อ่อนถึงขนาดเกรดเฉลี่ยไม่พอที่จะเข้ามหาวิทยาลัยได้ ภาษาอังกฤษเขาก็รู้แค่ว่าอะไรคือ V. และหมายถึง เป็น อยู่ คือ แต่เขากลับมีความฝันที่ว่าจะต้องสอบเข้าธรรมศาสตร์ ภาคอินเตอร์ให้ได้.. จนวันหนึ่งเขาก็ฮึดสู้จนทำได้ตามฝัน เขาก็เดินมาบอกว่า "หากไม่ได้มาพบกับ พี่โอปอล ก็ไม่รู้จะเป็นยังไง ไม่รู้จะตามฝันครั้งนี้ได้เปล่า.." ซึ่งก็ถือเป็นลูกศิษย์อีกคนหนึ่งที่เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของเขาครับ..
เป็นยังไงล่ะครับ.. ได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้ว พี่ลาเต้ เชื่อว่าน้องๆ ชาวเด็กดีหลายคนคงต้องหลงรัก พี่โอปอล ขึ้นแน่ๆ และหากน้องๆ คนไหนที่อยากจะรู้จัก พี่โอปอล เพิ่มมากขึ้นแบบใกล้ชิดๆๆ ก็สามารถเข้าไปได้ที่ www.ajtobtutor.com ได้เลยคร้าบ.. และสำหรับวันนี้ พี่ลาเต้ และคอลัมน์สัมภาษณ์ติวเตอร์ดัง คงต้องขอตัวไปก่อน เจอกันใหม่ กับติวเตอร์คนใหม่ในเดือนหน้า จะเป็นใครต้องติดตามคร้าบ.. สวัสดีครับ..
| คำพูดติดปาก |
: |
สุดๆๆ |
| มุขเด็ดประจำตัว |
: |
ท่านยายของครู... |
| เรื่องขำๆ ในคลาส |
: |
เวลาเด็กกินก๋วยเตี๋ยวในห้อง |
| วิธีแก้เผ็ดเด็กกวน |
: |
ถอดปลั๊กไมโครโฟนแล้วอมเข้าไป.. เวลาเด็กไม่ตอบ.. |
| มุมหล่อของอาจารย์ |
: |
ไม่มี |
| เสื้อผ้าตัวเก่ง |
: |
เสื้อรัดรูป |
| ของที่พกติดตัวเป็นประจำ |
: |
กำไลศักดิ์สิทธิ์ของท่ายยาย |
| นิสัยแบบนี้ใช่เลย |
: |
เปลี่ยนไปทุกวันแหละ |
| ชอปปิ้งแบบอาจารย์ |
: |
ลดราคาเกิน 50% |
| คติประจำใจ |
: |
อยู่กับปัจจุบัน |
| เครื่องรางนำโชค |
: |
สติของเรา |
| อาหารที่ชอบ |
: |
ทอดมันปลากราย |
| สีที่ชอบ |
: |
ฟ้าคราม |
| งานอดิเรก |
: |
อ่านนิยาย |
| หนังเรื่องโปรด |
: |
My Best Friend's Wedding |
|