> สุนัข | นักล่าฝัน AF7 | ค้นหานิยาย | Asian Star | บอร์ด The Star6 | บอร์ด AF7 | บอร์ดนักเขียน | เรียนต่อต่างประเทศ | ทายใจ | ดูดวง | วัยรุ่น |
> รับตรง สอบตรง | กวดวิชา | ติวเตอร์ | GAT-PAT ONET แอดมิชชั่น | ทุน เรียนต่อ | บอร์ดหนุ่มๆ | บอร์ดสาวๆ | Take a Photo | Group |
 
  Education >  เจาะลึกโรงเรียน
    Dek-D.COM > Education> เจาะลึกโรงเรียน
 
 

รับน้องใหม่ครั้งแรก... ก็มีเรื่องซะแล้ว

ต้นแบบประเพณีรับน้องใหม่ เกิดขึ้นได้เพราะมีเรื่องมีราว... มามะ พี่จูนจะเล่าให้ฟัง ^^

      Post : 19 มิถุนายน 2552 , View: 9899
 
 
บทความนี้ โพสโดย
  พี่จูน
  My.iD พี่จูน
 
 
 

บทความโดย พี่จูน จากคอลัมน์ Education > เจาะลึกโรงเรียน เว็บไซต์เด็กดีดอทคอม

 

 

              เมื่อเริ่มต้นปีการศึกษาของแต่ละปี มักเกิดข่าวการรับน้องใหม่แบบวิตถารของสถานศึกษาบางแห่งที่แข่งกันขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์รายวันเสมอ ยิ่งได้อ่านข่าวพวกนี้ ก็ยิ่งชวนให้นึกสงสัยว่า ทำไมกันนะ ประเพณีรับน้องใหม่ที่แสนจะอบอุ่นนั้น จึงได้กลับกลายแปรเปลี่ยนไปทุกที...

             น้องๆ ชาว Dek-D.com รู้หรือไม่คะว่า... จุดเริ่มต้นของประเพณีรับน้องใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2475 นั้น ต่างกับปัจจุบันนี้เพียงว่า เริ่มต้นจากรอยน้ำตาและจบลงด้วยความอบอุ่นและภาคภูมิใจเท่านั้นเอง ซึ่งทำให้นับตั้งแต่นั้นมา ประเพณีรับน้องใหม่ก็เกิดขึ้นอย่างน่ารักและมีความหมายที่น่ายึดถือเป็นแบบฉบับเป็นต้นมา

               หลายๆ คนคงเคยได้เห็นบอร์ดจารึกการกำเนิดต้นแบบประเพณีรับน้องใหม่ในประเทศไทยที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์การแพทย์ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเริ่มขึ้นโดยนิสิตแพทย์ศิริราชว่า...

 

 

ภาพการรับน้อง มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

               สาเหตุของประเพณีรับน้องใหม่นี้เกิดขึ้นจากการแข่งขันฟุตบอลระหว่างคณะแพทยศาสตร์กับคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2474 โดยผู้เล่นคนหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์ ถูกฝ่ายตรงข้ามสองคนรุมชกต่อยโดยไม่มีเหตุยั่วยุแต่อย่างใด
 
               ฝ่ายสโมสรสาขาศิริราชสืบทราบว่า ฝ่ายตรงข้ามได้มีการนัดหมายกันไว้ก่อนว่าจะเก็บตัวผู้เล่นคนดังกล่าว นายกสโมสร (นายสรรค์ ศรีเพ็ญ) จึงได้มอบหมายให้เลขานุการของสโมสร (นายอวย เกตุสิงห์) ทำคำฟ้องยื่นต่อคณะกรรมการสโมสรจุฬาฯ แต่บรรยเวกษก์ (อ่านว่า บัน-ยะ-เวก หมายถึง ผู้ดูแลทั่วไป : พี่จูน) ซึ่งขณะนั้นคือ หม่อมเจ้าไวทยากร วรวรรณ ได้ทรงระงับคดี เพราะไม่ทรงเชื่อว่ามีการนัดหมายกัน

             ฝ่ายแพทย์โกรธยิ่งขึ้นเมื่อรู้ว่าตัวการเป็นเตรียมแพทย์ ซึ่งจะข้ามฟากไปเรียนที่ศิริราช ใน พ.ศ. 2475 นั้น คณะกรรมการจึงได้ประชุมหาทางลงโทษเสียให้หายแค้น บ้างก็ให้จับโยนลงน้ำ บ้างก็ให้คลานขึ้นจากน้ำมาขอโทษ บ้างก็ให้คว่ำบาตร (หมายถึง ไม่ยอมคบค้าสมาคมด้วย : พี่จูน) แต่เลขานุการได้ให้ความเห็นว่า การแก้แค้นจะทำให้ผูกใจเจ็บและเสียความสามัคคี ทางที่ดีควรยกโทษให้รุ่นน้อง และแสดงน้ำใจด้วยการต้อนรับอย่างอบอุ่น ที่ประชุมเห็นชอบด้วย ผู้ที่ถูกต่อยตีก็ไม่ติดใจแก้แค้นอีกต่อไป

 

 

ภาพการรับน้อง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

              พิธีรับน้องใหม่เริ่มด้วยรุ่นพี่แจวเรือข้ามไปรับน้องใหม่มาจากท่าพระจันทร์ พอถึงฝั่งศิริราชก็มีรุ่นพี่กลุ่มใหญ่มาต้อนรับ แห่พาน้องไปกราบพระพุทธรูปที่หน้าหอพักเป็นการอโหสิกรรม

              หลังจากสังสรรค์และลบรอยร้าวในหัวใจแล้ว รุ่นพี่กับรุ่นน้องกฌรับประทานข้าวราดแกงด้วยกัน มีอนุศาสก (หมายถึง อาจารย์ผู้ควบคุมดูแลนักเรียนในหอพักของวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย : พี่จูน) คือ จ.อ.นพ.แดง กาญจนารัณย์ เป็นประธานพวกน้องแสดงตนเป็นรายตัว ลงท้ายด้วยการร้องเพลงปลุกใจให้รักหมู่คณะเป็นการเชื่อมความสามัคคี รอยช้ำในดวงใจของทุกคนก็เหือดหาย คณะแพทยศาสตร์ก็เป็นปึกแผ่นเหนียวแน่นดังประเพณีที่มีมาแต่เดิม

             งานรับน้องใหม่ครั้งนี้สร้างความประทับใจให้แก่ทุกคน ในปีต่อๆ มาจึงได้จัดขึ้นอีกแม้จะไม่มีเหตุการณ์กระตุ้นให้จัดจนเป็นประเพณีสืบมาและค่อยๆ กระจายไปทั่วประเทศ

             และนี่เองเป็นที่มาของประเพณีรับน้องใหม่ที่น่าประทับใจแบบสุดๆ สำหรับน้องๆ ชาว Dek-D.com ก็ติดตามดูต้นแบบของประเพณีดีงามกันไว้นะคะ ส่วนเรื่องใดที่ไม่เหมาะสมก็ถือเป็นเยี่ยงอย่างพี่จูนขอเตือนว่าอย่าไปทำตามเชียว เพราะเบื้องหลังความสำเร็จทางการศึกษาของเรานั้น ไม่เพียงมีพ่อแม่ที่เหนื่อยยาก แต่ยังมีความภาคภูมิใจของครอบครัวและสถาบันที่เชิดชูรออยู่ด้วยค่ะ ^^
 

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก หนังสือชุดบันทึกของแผ่นดิน ตอน 100 เรื่องเก่าเล่าสนุก โดย โรม บุนนาค
ภาพประกอบจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

 

บทความโดย พี่จูน จากคอลัมน์ Education > เจาะลึกโรงเรียน เว็บไซต์เด็กดีดอทคอม



หรือ ช่วยกันโปรโมต 3 วิธีง่ายๆ
1 ป่าวประกาศ Voice
ประกาศให้เพื่อนใน List ของคุณรู้ ว่าคุณชอบกระทู้นี้
2 บอกต่อๆ กัน
คัดลอกข้อความไปส่งต่อใน Messenger
หรือในอีเมล์สิ!
URL\Link สำหรับเข้ามาอ่านหน้านี้
Embed Code สำหรับนำหน้านี้ไปแปะ
3 ส่งหรือเก็บบทความ ผ่านช่องทางอื่นๆ
แค่คลิกเดียวก็โปรโมตผลงานคุณยิงตรงถึง Social Network
ที่คุณใช้บ่อยๆ

ค้นหาที่เรียนกวดวิชา !
บทความที่ผ่านมา : Dek-D.COM > Education > เจาะลึกโรงเรียน
4 เหตุการณ์โดนจังๆ วันไหว้ครู
พี่ลาเต้ มี 4 เรื่องราวน่าจดจำในวันไหว้ครูมากบอกครับ คา...
มาประกวดเรียงความ ชิงทุนการศึกษากันเถอะ
วันนี้พี่ปอมีข่าวทุนการศึกษามาฝากอีกแล้ว ซึ่งงานนี้ นัก...
“ครูปกครอง” โรงเรียนไหนได้ใจที่สุด..
พี่ลาเต้ มีประสบการณ์ในใจเกี่ยวกับห้องปกครองมาเล่าให้ฟั...
ไม่มีเงินก็เรียนได้...ที่ ม.เชียงใหม่
เงิน ไม่ใช่ปัญหาสำหรับการเรียนอีกต่อไป ดังเช่นตัวอย่างว...

ข้อมูลสอบ GAT PAT | อ่านบทความ Education เพียบ >
เรื่องอื่นๆที่มี Tag ใกล้เคียง
 
 

   มาดูความคิดเห็นดีๆที่ต้องปักหมุดไว้หน่อย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความเห็นส่วนตัวที่น่าสนใจ หรือจะช่วยเพิ่มเติมเสริมเนื้อหาของบทความนี้ก็ได้ทั้งนั้น
อย่ารอช้า! เว็บมาสเตอร์ จะรีบปักหมุด ติดดาวให้เลย!

 

ความคิดเห็นที่ 3  
การรับน้องครั้งแรกมีความเป็นมาโดยสังเขปอย่างที่พี่จูนได้กล่าวไว้ข้างต้น หากใครต้องการทราบข้อมูลโดยละเอียด อาจสอบถามจากนักเรียนแพทย์ศิริราชโดยตรง หรืออ่านบทความของ ศ.นพ. อวย เกตุสิงห์ ตาม link นี้ได้เลยครับ

http://www.tantee.net/board/user/attach/board_attach/si115/0010030510001/Siriraj%20Freshy%20-%20First%20time%20in%20Siam.pdf 

ส่วนสาเหตุของการว้าก เป็นความเข้าใจผิดของรุ่นพี่ที่รับประเพณีรับน้องมาปฏิบัติในระยะหลังนี้เอง ในครั้งแรกที่ศิริราชจัดงานรับน้องขึ้นในปี พ.ศ. 2475 นั้นมีการจัดประชุมรุ่นน้องทุกคนเพื่อ "อบรม" โดยต้องการชี้แจงเรื่องราวบาดหมางที่เกิดขึ้น เปิดโอกาสให้น้องได้สารภาพความผิดที่กระทำไป และเปิดใจอาจารย์และรุ่นพี่ซึ่งพร้อมจะให้อภัยแก่รุ่นน้องซึ่งกระทำผิดไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทั้งยังได้ถือโอกาสนี้แนะนำสิ่งที่ควรปฏิบัติในฐานะ "นักเรียนแพทย์" ผู้จะเจริญเป็นแพทย์ต่อไปในอนาคต

ในปีต่อๆ มา เหตุผลในการ "อบรม" ไม่ใช่เพื่อแก้ไขความบาดหมางระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องอีกแล้ว คงเหลือแต่การชี้แจงแนะนำสิ่งที่น้องควรรู้ควรปฏิบัติ ทั้งในฐานะนักศึกษามหาวิทยาลัย และในฐานะนักเรียนแพทย์ศิริราช เพื่อให้น้องได้รับทราบและนำไปปฏิบัติให้ถูกต้อง สิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือ อาชีพแพทย์ - ไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบัน - เป็นวิชาชีพเฉพาะที่มีความแตกต่างไปจากอาชีพอื่นๆ ในสังคม จึงต้องฝึกฝนความเป็นแพทย์นับแต่วันแรกที่ข้ามฟากมา และจุดเริ่มต้นอย่างช้าที่สุดในการฝึกฝนก็คือวันที่ได้เป็นนักเรียนแพทย์เต็มตัวนั่นเอง

ปัจจุบัน การ" อบรม" ที่ว่านี้ยังคงถือปฏิบัติการสืบมาในคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

แต่เมื่อการ "อบรม" นี้แพร่หลายไปยังคณะต่างๆ ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เมื่อก่อน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คือ คณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ล่วงเลยไปจนถึงสถาบันอุดมศึกษาอีกหลายแห่งที่เปิดสอนกันต่อมา - ด้วยความไม่เข้าใจในต้นเค้าประเพณีที่แท้จริง เมื่อรับเอาการ "อบรม" นี้ไปใช้จึงทำกันอย่างผิดๆ เข้าใจไปเองว่าการ "อบรม" คือโอกาสที่พี่ได้แสดงศักดานุภาพต่อรุ่นน้อง พี่มีสิทธิ์ที่จะกระทำการใดๆ ต่อน้องก็ได้ เหตุเพียงเพราะน้องคือผู้มาใหม่ และพี่คือผู้จะไปก่อน - ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่เลย -  แม้ระบบ SOTUS ซึ่งเริ่มใช้ในประเทศไทยครั้งแรกที่คณะแพทย์ศิริราช (ไม่ใช่คณะวิศวฯ อย่างที่เข้าใจ) เมื่อคณะอื่นๆ นำไปใช้ก็ยังผิดเพี้ยนไปจากเนื้อแท้ที่ควรจะเป็น 

ด้วยเหตุนี้เอง การ "อบรม" ที่ดีงาม จึงกลายเป็นการ "ว้าก" ที่ชวนต่อต้าน และระบบ SOTUS ซึ่งเป็นแก่นแกนความสัมพันธ์ที่แสนอบอุ่นในศิริราช จึงกลายเป็นสิ่งที่คนทั้งประเทศต้องการทำลายให้หมดสิ้นไป

ถ้าเพียงแต่รุ่นพี่ทุกคนหันกลับมามองถึงความหมายที่แท้ของการรับน้องและการอบรมเสียบ้าง เรื่องน่าเศร้าทั้งหลายก็คงไม่เกิดขึ้นหรอกครับ
Name : รัตนาดิศร < My.iD > [ IP : 202.28.180.220 ]
Email / Msn: ads_rata(แอท)hotmail.com
วันที่: 20 มิถุนายน 2552 / 12:51

 

 

 

 
 
หน้าที่ [ 1  ]
 
 
ความคิดเห็นที่ 1  

อ่อ.....ที่มาเป็นแบบนี้นี่เอง

Name : E-DOK < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ E-DOK [ IP : 58.8.142.183 ]
Email / Msn: -
วันที่: 20 มิถุนายน 2552 / 08:33
 
 
ความคิดเห็นที่ 2  

อ้อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง
แล้วการว๊ากมันเริ่มมาจากอะไรอ่ะคะ
เพราะเค้าอยากในน้องๆเชื่อฟังหรอ?


PS.  ความรักเปลี่ยนแปลงกันได้...แต่ว่า เราไม่เคยต้องการให้เธอเปลี่ยนไป
Name : china < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ china [ IP : 202.28.27.5 ]
Email / Msn: -
วันที่: 20 มิถุนายน 2552 / 08:39
 
 
ความคิดเห็นที่ 3  
การรับน้องครั้งแรกมีความเป็นมาโดยสังเขปอย่างที่พี่จูนได้กล่าวไว้ข้างต้น หากใครต้องการทราบข้อมูลโดยละเอียด อาจสอบถามจากนักเรียนแพทย์ศิริราชโดยตรง หรืออ่านบทความของ ศ.นพ. อวย เกตุสิงห์ ตาม link นี้ได้เลยครับ

http://www.tantee.net/board/user/attach/board_attach/si115/0010030510001/Siriraj%20Freshy%20-%20First%20time%20in%20Siam.pdf 

ส่วนสาเหตุของการว้าก เป็นความเข้าใจผิดของรุ่นพี่ที่รับประเพณีรับน้องมาปฏิบัติในระยะหลังนี้เอง ในครั้งแรกที่ศิริราชจัดงานรับน้องขึ้นในปี พ.ศ. 2475 นั้นมีการจัดประชุมรุ่นน้องทุกคนเพื่อ "อบรม" โดยต้องการชี้แจงเรื่องราวบาดหมางที่เกิดขึ้น เปิดโอกาสให้น้องได้สารภาพความผิดที่กระทำไป และเปิดใจอาจารย์และรุ่นพี่ซึ่งพร้อมจะให้อภัยแก่รุ่นน้องซึ่งกระทำผิดไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทั้งยังได้ถือโอกาสนี้แนะนำสิ่งที่ควรปฏิบัติในฐานะ "นักเรียนแพทย์" ผู้จะเจริญเป็นแพทย์ต่อไปในอนาคต

ในปีต่อๆ มา เหตุผลในการ "อบรม" ไม่ใช่เพื่อแก้ไขความบาดหมางระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องอีกแล้ว คงเหลือแต่การชี้แจงแนะนำสิ่งที่น้องควรรู้ควรปฏิบัติ ทั้งในฐานะนักศึกษามหาวิทยาลัย และในฐานะนักเรียนแพทย์ศิริราช เพื่อให้น้องได้รับทราบและนำไปปฏิบัติให้ถูกต้อง สิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือ อาชีพแพทย์ - ไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบัน - เป็นวิชาชีพเฉพาะที่มีความแตกต่างไปจากอาชีพอื่นๆ ในสังคม จึงต้องฝึกฝนความเป็นแพทย์นับแต่วันแรกที่ข้ามฟากมา และจุดเริ่มต้นอย่างช้าที่สุดในการฝึกฝนก็คือวันที่ได้เป็นนักเรียนแพทย์เต็มตัวนั่นเอง

ปัจจุบัน การ" อบรม" ที่ว่านี้ยังคงถือปฏิบัติการสืบมาในคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

แต่เมื่อการ "อบรม" นี้แพร่หลายไปยังคณะต่างๆ ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เมื่อก่อน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คือ คณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ล่วงเลยไปจนถึงสถาบันอุดมศึกษาอีกหลายแห่งที่เปิดสอนกันต่อมา - ด้วยความไม่เข้าใจในต้นเค้าประเพณีที่แท้จริง เมื่อรับเอาการ "อบรม" นี้ไปใช้จึงทำกันอย่างผิดๆ เข้าใจไปเองว่าการ "อบรม" คือโอกาสที่พี่ได้แสดงศักดานุภาพต่อรุ่นน้อง พี่มีสิทธิ์ที่จะกระทำการใดๆ ต่อน้องก็ได้ เหตุเพียงเพราะน้องคือผู้มาใหม่ และพี่คือผู้จะไปก่อน - ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่เลย -  แม้ระบบ SOTUS ซึ่งเริ่มใช้ในประเทศไทยครั้งแรกที่คณะแพทย์ศิริราช (ไม่ใช่คณะวิศวฯ อย่างที่เข้าใจ) เมื่อคณะอื่นๆ นำไปใช้ก็ยังผิดเพี้ยนไปจากเนื้อแท้ที่ควรจะเป็น 

ด้วยเหตุนี้เอง การ "อบรม" ที่ดีงาม จึงกลายเป็นการ "ว้าก" ที่ชวนต่อต้าน และระบบ SOTUS ซึ่งเป็นแก่นแกนความสัมพันธ์ที่แสนอบอุ่นในศิริราช จึงกลายเป็นสิ่งที่คนทั้งประเทศต้องการทำลายให้หมดสิ้นไป

ถ้าเพียงแต่รุ่นพี่ทุกคนหันกลับมามองถึงความหมายที่แท้ของการรับน้องและการอบรมเสียบ้าง เรื่องน่าเศร้าทั้งหลายก็คงไม่เกิดขึ้นหรอกครับ
Name : รัตนาดิศร < My.iD > [ IP : 202.28.180.220 ]
Email / Msn: ads_rata(แอท)hotmail.com
วันที่: 20 มิถุนายน 2552 / 12:51
 
 
ความคิดเห็นที่ 4  

ขอบคุณน้อง คห.3 มากเลยค่ะ ที่มาเพิ่มเติมรายละเอียด
น่าเสียดายจริงๆ นะคะ ที่ปัจจุบันรุ่นพี่บางกลุ่มรับน้องกันด้วยความคึกคะนอง ทำให้ประเพณีดีงามเสื่อมถอยไป
อย่างไรก็ดี ยังน่าภูมิใจที่หลายๆ สถาบันยังคงให้ความสำคัญ และรับน้องใหม่กันอย่างอบอุ่น
ตามที่เคยมีปรากฏไว้ในครั้งแรก ^^ 

คห. 2 พี่จูนไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเริ่มต้นมาอย่างไร
ส่วนเหตุผลก็น่าจะเป็นอย่างที่เข้าใจ ด้วยระบบ SOTUS ทำให้การให้ความสำคัญเรื่องรุ่นพี่รุ่นน้องมีมากขึ้น
แต่การว้ากน้องนั้น ก็ไม่ได้แปลว่าจะดุหรือขู่ให้น้องกลัวจนไม่กล้าทำอะไร 
เพียงแต่เน้นย้ำให้เข้าใจระบบว่า มาก่อนเป็นพี่ มาหลังเป็นน้อง มาพร้อมเป็นเพื่อนเท่านั้นเองค่ะ ^^


PS.   ขณะที่คิดอะไร อีกอึดใจก็กลายเป็นอดีตแล้ว
Name : mejune < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mejune [ IP : [hidden] ]
Email / Msn: june(แอท)dek-d.com
วันที่: 20 มิถุนายน 2552 / 20:38
 
 
ความคิดเห็นที่ 5  
เลขานุการ น่ายกย่อง
PS.  แล้ว....มัน..ก็ผ่านไป~
Name : MrRab. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MrRab. [ IP : 118.172.208.173 ]
Email / Msn: -
วันที่: 21 มิถุนายน 2552 / 19:41
 
 
ความคิดเห็นที่ 6  

ไม่สิเป็นการตัดสินใจที่น่ายกย่องจริงๆ


PS.  แล้ว....มัน..ก็ผ่านไป~
Name : MrRab. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MrRab. [ IP : 118.172.208.173 ]
Email / Msn: -
วันที่: 21 มิถุนายน 2552 / 20:05
 
 
ความคิดเห็นที่ 7  
เป็นแบบนี้เอง
ขอบคุณสำหรับข้อมูลใหม่ๆค่ะ
PS.  ฝัน...หรือ....ความจริง ความสุข...หรือ...ความทุกข์ แต่ละคนล้วนมีความฝันใฝ่ของตัวเอง และต้องก้าวเดินต่อไป
Name : minimoon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ minimoon [ IP : 124.122.229.27 ]
Email / Msn: -
วันที่: 24 มิถุนายน 2552 / 19:09
 
 
ความคิดเห็นที่ 8  

ขอบคุณความเ็นที่สามมากๆค่ะ
เป็นแบบนี้นี่เอง จาก "อบรม" เป็น "ว้าก"
ปีนี้ืที่คณะของหนูไม่มีว้าก เป็นธีม เอื้ออาธรณ์ อบอุ่นดีค่ะ


PS.  I Love ตะวันกับมังกรน้อย
Name : $WeeT_PuMPK!N~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ $WeeT_PuMPK!N~ [ IP : 202.28.27.3 ]
Email / Msn: -
วันที่: 24 มิถุนายน 2552 / 22:26
 
 
ความคิดเห็นที่ 9  

รับน้องน่ากลัวอ่า ปีนี้ข่าวออกกันโคมๆ ไม่ยากเข้ามหาลัยเลย กลัวจาโดนอย่างเค้ามั่ง

Name : นานะซัง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นานะซัง [ IP : 118.172.107.166 ]
Email / Msn: bigbang_loveme(แอท)hotmail.com
วันที่: 25 มิถุนายน 2552 / 01:19
 
 
ความคิดเห็นที่ 10  
ขอฟ้องเลย 555

เนี่ยม.4เอง ม.5รับน้อง
มีสายรหัส  ละวันเฉลยรหัส
เขาเอาเชือกมากลิ้งกับน้ำตาเทียนให้เป็นสี
แต่ทีนี้เขาเอาไปลนไฟด้วย แล้วเอามาถูแขนน้อง
แต่ที่เค้าโดนอ่ะ ไม่ถูอย่างเดียว จี้เลยแล้วมัดแน่นอ่ะ ติดกับแขนเลย
พอแกะเชือกออก ไหม้เลยแขนอ่ะ เป็นตุ่มๆมีน้ำ แล้วก็สีดำด้วย
แขนที่ไม่มีแผลกลับต้องมีแผลเพราะรุ่นพี่ชั่วๆพวกนั้นอ่ะ เศร้ามากเลย ToT

สัญญากับตัวเองเลยว่าถ้ามีรุ่นน้องจะไม่ทำกับรุ่นน้องอย่างนี้
Name : iiso < My.iD > [ IP : 58.9.112.89 ]
Email / Msn: nudkik_dha(แอท)hotmail.com
วันที่: 25 มิถุนายน 2552 / 17:02
 
 
ความคิดเห็นที่ 11  
ภาพประกอบนั้น
เหมือนจะเป็นภาพกีฬาเฟรชชีหรือไม่ก็คงกีฬาสีของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
หรือเปล่าคะ ไม่แน่ใจ
Name : naung [ IP : 202.28.68.201 ]
Email / Msn: -
วันที่: 25 มิถุนายน 2552 / 17:57
 
 
ความคิดเห็นที่ 12  
ถ้าอุเทนไม่ทำไรชั่วๆไว้สถาบันอื่นก้อคงจะได้รับน้องสบายใจกว่านี้มากมาย
มีไรที่สถาบันนี้ยังไม่ได้ทำให้ราชมงคลเสื่อมเสียอีก
เหนธัญญะเค้าแค่ดื่มน้ำมนกัน
แล้วสถาบันอุเทนมันจะเอาไรกะรุ่นน้องนักหนา
เออ...เหนข่าววันนี้พึ่งคิดได้รึไงก้อไม่รุ
มาทำพิธีครอบครูกันออกข่าวกันยกใหญ่
จะทำดีล่างชั่วที่ทำไว้กับรุ่นน้อง........รึไง
แล้วสิ่งที่พวกเค้าเสียไปมันเรียกกับมาได้ไหม
คิดนิดนึง
เมื่อหลายปีที่แล้วเหนว่ามีเล่นกันจนตายก้อมีนี้
Name : สายอาชีพคนนึง [ IP : 124.121.128.240 ]
Email / Msn: kritivit_n(แอท)hotmail.com
วันที่: 25 มิถุนายน 2552 / 22:20
 
 
ความคิดเห็นที่ 13  
เอ่อออ... พี่คะ พิมพ์ปีพ.ศ.ผิดอันนึงค่ะ จาก 2575 มันต้องเป้น 2475 น่ะค่ะ
Name : ⓜo[O]o aLoha╬ < My.iD > [ IP : 202.28.180.202 ]
Email / Msn: mo0omint(แอท)hotmail.com
วันที่: 25 มิถุนายน 2552 / 22:24
 
 
ความคิดเห็นที่ 14  
คห.13 ขอบคุณมากค่ะ แสดงว่าอ่านทุกตัวเลย ดีใจจัง
ขออภัยในความผิดพลาดด้วยค่ะ ว้า...อายจัง ^ ^
PS.   ขณะที่คิดอะไร อีกอึดใจก็กลายเป็นอดีตแล้ว
Name : mejune < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mejune [ IP : [hidden] ]
Email / Msn: june(แอท)dek-d.com
วันที่: 25 มิถุนายน 2552 / 23:18
 
 
ความคิดเห็นที่ 15  
วูวว จ่าเอกนายแพทย์แดง กาญจนารัณย์ เพิ่งเคยเห็นยศนี้เป็นนายแพทย์

โรงเรียนผมรับน้องสนุกครับ มันส์ เหนื่อยดี ระบบโซตัสรุ่นแรงมากครับโรงเรียนนี้

คนที่อาวุโสมากกว่า ใหญ่กว่าคนที่อาวุโสน้อยกว่าครับ ทำผิดก็ลงโทษได้เต็มที่ครับ

หมอบ ยึดพื้น พุ่งหลัง ปล่อยม้า ช่วงรับน้องแรกๆ นี่เป็นลมกันเยอะเลยครับ

แต่ว่าเค้าก็ใจดีนะครับเห็นเป็นลมกันเยอะเลยไม่ รับน้องตอนกลางวัน

เปลี่ยนมาปลุกตอนกลางคืนแล้วรับน้องกันแทน มืดๆ สนุกดี



เอ่อสงสัยครับประเพณีรับน้องนี่ไม่ได้มาจากทหารหรอครับ
Name : beer [ IP : 58.9.79.201 ]
Email / Msn: -
วันที่: 26 มิถุนายน 2552 / 02:35
 
 
หน้าที่ [ 1  ]
 

Let's Post : มาแสดงความเห็นกันที่นี่เลย
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ
ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสแบบบุคคลธรรมดา : ชื่อ* email รูปตัวแทน ใส่รหัสที่เห็น