บทความล่าสุดของมุมผู้ใหญ่

ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆที่ี Tag ใกล้เคียง

ยังไม่มีเรื่องอื่น ๆ ที่มี Tag ใกล้เคียง

มุมผู้ใหญ่

บทความนี้ โพสโดย


เลี้ยงมาแบบไหนไม่สำคัญ เท่าฟัง(วัยรุ่น)ให้เป็น


 เลี้ยงมาแบบไหนไม่สำคัญ เท่าฟัง(วัยรุ่น)ให้เป็น



     ทุกวันนี้ สิ่งที่แวดล้อมตัวเรา ล้วนแต่ดึงดูดใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งความเป็นไปของสังคม สื่อโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต ความบันเทิงรอบตัว การเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษาให้สอดคล้องตามยุคสมัยที่พยายามกระตุ้นให้เด็กคิด และแบบอย่างทางสังคมที่มีแต่การเรียร้องด้วยสันติวิธีแบบกฎหมู่ (ออกมารวมตัวชุมนุม) ล้วนทำให้ลูกวัยรุ่นต้องการอิสรภาพทางความคิดและการกระทำ กลายเป็นเด็กต้องการมีปากมีเสียงเรียกร้องสิทธิ์ของตนเองต่อพ่อแม่อยู่เสมอ 

         
       
เด็กดีดอทคอม :: เลี้ยงมาแบบไหนไม่สำคัญ เท่าฟัง(วัยรุ่น)ให้เป็น 
   ด้วยการที่เด็กกล้าเรียกร้องสิทธิ์ของตนเองต่อพ่อแม่นี่เอง หลายครั้งหลายคราวเลยจึงกลายเป็นการทะเลาะเบาะแว้งกัน เพราะการที่ลูกออกสิทธิ์ออกเสียงกับพ่อแม่ คือ การเถียงและก้าวร้าวผู้ใหญ่ พอพ่อแม่เห็นเจ้าอาการก้าวร้าวเหล่านั้นของลูก ก็คิดว่าเลี้ยงลูกมาไม่ดี ในขณะที่ลูกกลับคิดว่าตัวเองทำถูกแล้ว เดี่ยวนี้ใครๆ ก็มีสิทธิ์ที่จะพูดแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกวัยรุ่นจะไม่รู้ว่าการที่เถียงผู้ใหญ่ไม่ดีนะคะ เขารู้สึกผิด เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะทำแบบไหนให้ผู้ใหญ่เข้าใจเขาจริงๆ 

     แต่ไม่ว่าครอบครัวไหน คงไม่อยากให้ลูกหลานมีแต่บุคลิกภาพที่ก้าวร้าว กล้าพูดกล้าแสดงออก แต่ไม่เห็นหัวใคร เพราะนั่นไม่ใช่ลักษณะอันดีตามแบบวัฒนธรรมไทยเลย ดังนั้น การเลี้ยงลูกให้มีทั้งมารยาทสมความเป็นไทย แต่ยังมีความกล้าคิดกล้าทำอย่างเหมาะสมตามสภาพการเปลี่ยนแปลงและต้องต่อสู้ในสังคม จึงเป็นเรื่องท้าทายคุณพ่อคุณแม่มากๆ

        ครั้งนี้ผู้เขียนไม่ได้ต้องการแนะนำว่าวิธีการเลี้ยงลูกแบบไหนที่เหมาะสมและดีที่สุด เพราะ การเลี้ยงลูกมีหลากหลายหลักการ  มีทั้งวิธีทั้งแบบเข้มงวด แบบสายกลาง แบบอิสระเต็มที่ และผลลัพธ์ของวิธีต่างๆ นั้นก็ไม่ได้ดีหรือเลวร้ายเสมอไปค่ะ บางคนเข้มงวดลูกก็ได้ดี แต่อีกบ้านเข้มงวดแล้วลูกเตลิด อีกบ้านปล่อยอิสระลูกร่าเริงแจ่มใส อีกบ้านก็ปล่อยอิสระแต่ใจลูกแตกกระเจิดกระเจิง 

        แต่สำหรับลูกวัยรุ่นในทุกครอบครัว ล้วนต้องการให้พ่อแม่ปล่อยให้ตัวเองทำตามใจ แต่ไม่ได้หมายความว่า วัยรุ่นทุกคนจพร้อมทำทุกสิ่งอย่างด้วยตนเองจริงๆ นะคะ แล้ววัยรุ่นก็ไม่ได้กล้าทำไปเสียทุกเรื่องหรอกค่ะ บางเรื่องขลาดกลัว ไม่กล้าทำ แต่เพราะทิฐิ พอพ่อแม่ปล่อย (ไม่ว่าจะให้อิสระจริงๆ จำใจ หรือประชดลูกก็ตาม) ตนเองก็ต้องทำ กลัวพ่อแม่จะมาหาว่าเก่งไม่จริง แล้วจะมาหาเรื่องจำกัดตัวเองอีกภายหลัง บางครั้งเลยทำลงไปแล้วพลาดพลั้ง 
       ดังนั้น ถึงแม้ลูกจะขออิสระ แต่บางเรื่องพ่อแม่ก็ต้องคอยแนะนำ หรือถ้าจะห้ามก็ต้องใช้การโน้มน้าว และถ้าจะห้ามจริงๆ โดยที่ไม้อ่อนโน้มน้าวไม่ได้แล้ว ก็ต้องมีเหตุผลว่าทำไมทำไม่ได้จริงๆ อะไรที่ต้องห้ามก็ต้องห้ามค่ะ ใจอ่อนไม่ได้เลย โดยเฉพาะพ่อแม่ที่สนิทกับลูกๆ เพราะลูกจับจุดใจอ่อนของพ่อแม่ได้แล้ว ทำแบบไหน อ้อนให้พ่อแม่ยอม ฮา
  
       
เด็กดีดอทคอม :: เลี้ยงมาแบบไหนไม่สำคัญ เท่าฟัง(วัยรุ่น)ให้เป็น
       สำหรับในบ้านที่ลูกวัยรุ่นห่างจากพ่อแม่หรือ  
ผู้ใหญ่ในบ้านไปด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม เช่น พ่อแม่ทำงานหนัก ไม่มีเวลา ลูกไปเรียนโรงเรียนประจำ ลูกมีนิสัยเงียบขรึมแต่ก็วางใจว่าเป็นเด็กดี ฯลฯ ที่ทำให้พ่อแม่เผลอปล่อยและห่างลูกวัยรุ่นโดยไม่รู้ตัว ผู้ใหญ่ในบ้านก็ต้องหาช่วงเวลาที่จะได้เล่าเรื่อง พูดคุยเรื่องราวที่แต่ละวันที่ผ่านมาด้วยนะคะ เพื่อจะได้รับรู้และให้คำแนะนำให้ทันการณ์ การห่างเหมือนการปล่อย วันใดจู่ๆ พ่อแม่ต้องการจะห้ามขึ้นมา ลูกจะไม่เข้าใจ ก็เพราะเคยให้อิสระและปล่อยมาตลอด  อยากให้คุณพ่อคุณแม่ทราบว่า ต่อให้พื้นนิสัยของลูกเป็นเด็กดี มีเหตุผลมากขนาดไหน แต่จู่ๆ มาห้ามกัน ลูกวัยรุ่นก็จะไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น แล้วอาจจะพาลคิดไปว่าพ่อแม่ไม่เชื่อใจตนเองแล้ว

       ในเรื่องความเข้าใจถึงมารยาท การปฏิบัติตนระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ จริงๆ ควรเป็นเรื่องที่ต้องปลูกฝังกันมาแต่เด็ก แต่มาสอนกันในตอนเป็นวัยรุ่นก็ยังไม่ช้าเกินไปนัก เพียงต้องใช้กลวิธีมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งหลักการสอนลูกวัยรุ่นทั่วโลกเหมือนกัน เพราะช่วงวัยรุ่นนี้ มีการพัฒนาทางความคิดเป็นไปตามหลักพัฒนาการของมนุษย์ทุกคน คือเป็นช่วงพัฒนาการด้านความคิดและค้นหาตัวตน ค้นหา "แนว" ของตนเอง  ดังนั้น  หลักง่ายๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสังคมวัฒนธรรมไหน หรือบ้านที่เข้มงวดหรือปล่อยอิสระอย่างไร   ผู้ใหญ่ควรยอมรับฟังวัยรุ่น      ให้โอกาสเขาพูดและเสนอทางที่ตนเองต้องการจะทำ เป็นหลักง่ายที่ทำยากใช่เล่นทีเดียว โดยเฉพาะสังคมที่ให้ความสำคัญกับเรื่องวัยวุฒิมาก่อน

ถ้าบ้านที่เข้มงวด
   เพียงให้ลูกได้พูดและเสนอ ลูกก็พอใจแล้ว ไม่ว่าพ่อแม่จะรับข้อเสนอนั้นหรือไม่
ถ้าเป็นบ้านที่อิสระ
   ก็ต้องถกกันนานหน่อย แต่ถีงจะต้องเสียเวลาพูดนานไปหน่อย
   แต่ลูกเข้าใจพ่อแม่ ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว

แต่ผู้ใหญ่ในบริบทของสังคมไทย ก็มักคิดว่าการที่เด็กเห็นแย้งตนเอง คือ การเถียง 
พ่อแม่จึงมักลืมพิจารณาให้ดีว่าลูกเพียงกำลังบอก
   พอลูกบอก พ่อแม่ก็ว่าไม่ฟังผู้ใหญ่ แบบนี้ คือ การเถียง
   ลูกโดนว่าเถียงก็โกรธ  เริ่มใส่อารมณ์ในคำพูด
   พอลูกโมโห ใส่อารมณ์มากเข้า พ่อแม่ก็จบที่ว่า ลูกก้าวร้าว
   นั่นแหละค่ะ จบเหมือนกัน ไม่เงียบกริบ...ก็บ้านแตกล่ะ

    
  











เด็กดีดอทคอม :: เลี้ยงมาแบบไหนไม่สำคัญ เท่าฟัง(วัยรุ่น)ให้เป็น


       สำหรับวัยรุ่นเอง หากต้องการให้ผู้ใหญ่ฟังเรา จะมัวแต่เรียกร้องสิทธิ์ไม่ได้ ต้องยอมรับฟังผู้ใหญ่ ถึงอย่างไรก็เป็นผู้มีประสบการณ์มากกว่า และที่สำคัญหากเราตั้งใจฟัง และไม่พูดด้วยอารมณ์โมโห ก็ยังเป็นการปฏิบัติตนได้เหมาะสมตามมารยาทไทย เมื่อเราหยุดฟัง ผู้ใหญ่ก็จะฟังเราด้วย เพราะพวกท่านอัศจรรย์ใจในความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเราไงล่ะ!!


ไม่ว่าจะเลี้ยงลูกแบบไหน แต่เมื่อลูกเป็นวัยรุ่นแล้ว 
ก็ต้องการให้พ่อแม่ยอมรับฟังตนเท่านั้นแหละค่ะ

จริงไหม? วัยรุ่นชาว Dek-D.com ทั้งหลาย


เด็กดีดอทคอม :: เลี้ยงมาแบบไหนไม่สำคัญ เท่าฟัง(วัยรุ่น)ให้เป็น
 
ภาพประกอบ:
www.flickr.com/photos/emerycophoto/
 
    »
  • บนสุด
  • อ่านความเห็นแรก
  • ไปโพสต์ความเห็น
  • บันทึกหน้านี้ใน My.iD
  • Print หน้านี้

    มาดูความคิดเห็นดีๆที่ต้อง ปักหมุดไว้หน่อย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความเห็นส่วนตัวที่น่าสนใจ หรือจะช่วยเพิ่มเติมเสริมเนื้อหาของบทความนี้ก็ได้ทั้งนั้น อย่ารอช้า! เว็บมาสเตอร์ จะรีบปักหมุด ติดดาวให้เลย!

  • ความเห็นที่ 14

    ผมเข้าเว็ปเด็กดีตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นเถียงพ่อแม่จนตอนนี้อยู่ในฐานะคุณพ่อลูกหนึ่งเสียแล้วครับ บทความนี้ดีมากเลยครับ เหมือนเป็นคู่มือแนะนำให้ผมได้รู้วิธีจัดการอารมณ์และความรู้สึกนึกคิดของตนเอง (รวมไปถึงของลูกสาวตัวน้อยที่จะกลายเป็นวัยรุ่นต่อไปในอนาคต) ผมอยากจะบอกให้ชาวเด็กดีรับรู้อย่างหนึ่งว่า คนที่เป็นพ่อแม่น่ะ ท่านรักเรามากยิ่งกว่าสิ่งใดจริงๆ ครับ... เรียกได้ว่ายอมตายแทนได้เชียว... ผมได้ยินมานานแล้วจากแม่กับคำที่ว่า "เอ็งไม่รู้หรอกว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่รู้สึกยังไง ต้องรอให้มีลูกก่อนถึงจะเข้าใจ" อยากจะบอกว่า เข้าใจแล้วแม่คร้าบบบบบบ~
    41501New Member
    • Name : 41501 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 41501 [ IP : 202.57.155.169 ]
    • Email / Msn: judo-yukime(แอท)hotmail.com
    • วันที่: -
Page 1 of 1 1 
  • ความคิดเห็นที่ 1

    เห็นด้วยมากๆคะ ทั้งพ่อ ทั้งแม่ ญาติผู้ใหญ่เราแทบพูดไรไม่ได้เลย เรามีเหตุผลทุกครั้งที่พูดแต่กลับไม่มี

    ใครฟังเราเลย คิดว่าเถียง อะไรก็เถียง พอไม่รุ้จะพูดอะไรชอบจบคำที่ว่า

    "พ่อ(หรือญาติคนอื่นๆ)ต้องผิดให้ได้เลยใช่ไหม"

    แบบเหมือนกับว่าบังคับให้เราผิดอะ สุดท้ายยังไงเราต้องไปขอโทษอะ

    มีครั้งนึงเผลอกินข้าวบูดเข้าไป เพระา หิวมาก พ่อบอกว่า ทำไมไม่ดู โง่หรือไงกินเข้าไปได้สารพัดอะ

    กินของบูดไปไม่พอถูกด่าอีก เฮง(ซ)วย ที่สุด!!!!
    โฮ๊ะๆ ผู้เยี่ยมชม
    • Name : โฮ๊ะๆ [ IP : 124.120.17.199 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 2 กันยายน 2554 / 18:53
  • ความคิดเห็นที่ 2

    "แต่ผู้ใหญ่ในบริบทของสังคมไทย ก็มักคิดว่าการที่เด็กเห็นแย้งตนเอง คือ การเถียง 
    พ่อแม่จึงมักลืมพิจารณาให้ดีว่าลูกเพียงกำลังบอก
    พอลูกบอก พ่อแม่ก็ว่าไม่ฟังผู้ใหญ่ แบบนี้ คือ การเถียง
    ลูกโดนว่าเถียงก็โกรธ  เริ่มใส่อารมณ์ในคำพูด
    พอลูกโมโห ใส่อารมณ์มากเข้า พ่อแม่ก็จบที่ว่า ลูกก้าวร้าว
    นั่นแหละค่ะ จบเหมือนกัน ไม่เงียบกริบ...ก็บ้านแตกล่ะ"

    ชอบท่อนนี้ค่ะ  อยากให้ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ได้อ่าน  และอย่าว่าแต่พ่อแม่เลย  แม้แต่ครูอาจารย์บางคน(ขอย้ำ! ว่าบางคน) เวลาเด็กบอก  ก็หาว่าเถียง  แล้วพาลไม่ฟังเด็ก หนูขอปักหมุดไว้เลยค่ะ

    (และวัยรุ่นอย่างพวกเรา  เวลามีเรื่องอะไรต้องการเหตุผลมากที่สุดเป็นอันดับแรก  หากไม่มีเหตุผลที่ดีและชัดพอ  ส่วนใหญ่มักจะโกรธกันมาก)





    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 กันยายน 2554 / 19:33
    เจ้าหญิงแห่งดาบ Superb Member
    • Name : เจ้าหญิงแห่งดาบ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าหญิงแห่งดาบ [ IP : 115.87.142.159 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 2 กันยายน 2554 / 19:31
  • ความคิดเห็นที่ 3

    ของเราก็คล้ายกันนะ
    แต่พ่อแม่เราเลี้ยงมาแบบกำหนดทุกอย่างให้ตั้งแต่เด็กแล้วอ่ะ ว่าต้องเรียนพิเศษที่ไหน เรียนอะไรเงี้ย แล้วตอนขึ้นม.4ก็บอกว่าให้อยู่สายวิทย์ให้ได้นะ พอได้อยู่สายวิทย์แล้วพ่อแม่ถามว่าจะทำงานอะไรก็ตอบไม่ได้เพราะไม่รู้จะเรียนอะไร ที่เรียนสายวิทย์ก็เพราะแม่บอกให้เรียน บอกอยากให้เป็นหมอ พอบอกไม่อยากเป็นก็ถามว่าจะเป็นอะไร พอตอบไม่ได้ก็ชอบมาบ่นใส่เราทุกทีบ่นว่าไม่รู้ก็เรียนหมอไปนี่แหละดีแล้ว เราไม่ได้อยากเรียนหมอสักหน่อย แล้วก็เล่นกำหนดทุกอย่างให้มาตั้งแต่เด็กแล้วจู่ๆมาให้คิดเองใครจะไปตอบได้ล่ะ เราเองก็อยากรู้เหมือนกันนะว่าจบแล้วจะทำงานอะไรดีอ่ะ น่ารำคาญเหมือนกันนะ
    monligh Superb Member
    • Name : monligh < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ monligh [ IP : 27.130.81.50 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 2 กันยายน 2554 / 20:29
  • ความคิดเห็นที่ 4

    ชอบมากค่ะ
    อยากให้ผู้ใหญ่หลายๆคนได้อ่านบ้าง
    Amoris Extra Member
    • Name : Amoris < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Amoris [ IP : 124.121.134.91 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 2 กันยายน 2554 / 21:30
  • ความคิดเห็นที่ 5

    เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย !!!
    เรือนนรา New Member
    • Name : เรือนนรา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เรือนนรา [ IP : 202.12.74.2 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 2 กันยายน 2554 / 21:55
  • ความคิดเห็นที่ 6

     totally agree! good thing my family doesn't have that problem :]
    M!L@nz ~ New Member
    • Name : M!L@nz ~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ M!L@nz ~ [ IP : 75.67.243.151 ]
    • Email / Msn: kaitom_kaitom(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 3 กันยายน 2554 / 04:12
  • ความคิดเห็นที่ 7

    อยากให้ผู้ใหญ่ได้อ่านจังเลยค่ะ
    Kyoya_N New Member
    • Name : Kyoya_N < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kyoya_N [ IP : 124.120.160.7 ]
    • Email / Msn: N_sutasinee(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 3 กันยายน 2554 / 17:00
  • ความคิดเห็นที่ 8

    เราเคยคุยกับอา อาเราบอกว่า ตามธรรมชาติของผู้ใหญ่ทุกคนเผด็จการและคิดว่าตัวเองถูกเสมอไม่ผิด!! (อาพูดได้โดนใจมาก!!)
    คุกกี้แอนด์ครีม New Member
    • Name : คุกกี้แอนด์ครีม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คุกกี้แอนด์ครีม [ IP : 110.169.163.60 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 3 กันยายน 2554 / 19:46
  • ความคิดเห็นที่ 9

    ถึง คห.3 เราก็เป็นเหมือนกันแต่รู้สึกของเราจะรุนแรงน้อยกว่านะ ทุกวันนี้เราแทบจะตัดสินใจอะไรไม่ได้แล้ว ตอบที่เราให้ทุกคนมักจะเป็นอะไรก็ได้ แล้วแต่ หรือถ้าให้ตอบจริงๆ เราจะตอบว่า (สิ่งที่เลือก)ก็ได้ เวลาแม่ถามอยากเป็นอะไร ก็ตอบว่า หมอก็ได้ จริงๆก็ไม่ได้แอนตี้หมอมากนะ แต่เราไม่ได้อยากเป็นขนาดนั้น ปัจจุบันก็ยังไม่รูว่าอยากเป็นอะไรมากกว่าหมอ เลยคิดว่าเป็นหมอก็ได้แหละ สรุปก็คือเราตัดสินใจเองไม่ค่อยได้เป็นคนขี้เกรงใจ หลายครั้งที่เราให้คำตอบของเราไปตรงๆ ผลก็ออกมากลายเป็นอีกอย่างนึง เราเลยรู้สึกว่าคำพูดเราไม่มีความหมายเท่าไร ปล.ชอบคห.8
    หนูแพว ผู้เยี่ยมชม
    • Name : หนูแพว [ IP : 124.120.203.84 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 3 กันยายน 2554 / 21:11
  • ความคิดเห็นที่ 10

    เป็นอีกคนหนึ่งที่พ่อ แม่ไม่เข้าใจ
    ได้แต่ด่าๆๆๆ ไม่ฟังความคิดคนอื่น
    Tk-Melanie New Member
    • Name : Tk-Melanie < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Tk-Melanie [ IP : 101.109.18.63 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 4 กันยายน 2554 / 07:33
  • ความคิดเห็นที่ 11

    เวลาเราพูดขึ้นมาก็หาว่าเถียงทุกครั้งเลยนะ
    แต่ไม่อยากให้เรื่องมันยาวเลย เงียบดีกว่า
    แล้วก็ฟังท่านไปจนกว่าจะจบ ...... =='
    May's Aliza Noldor Extra Member
    • Name : May's Aliza Noldor < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ May's Aliza Noldor [ IP : 223.204.125.80 ]
    • Email / Msn: mayp00_173(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 4 กันยายน 2554 / 11:17
  • ความคิดเห็นที่ 12

     เราก็เป็น พอพ่อหรือแม่ประชดก็ต้องทำ
    เพราะว่ากลัวว่าพ่อหรือแม่จะพูดว่าอวดเก่ง
    ไม่ชอบเลย เหมือนคำสบประมาท
    ก็เลยทำ สุดท้ายก็ออกมาไม่ค่อยจะดีสักงาน
    แว่นพลาสติก Superb Member
    • Name : แว่นพลาสติก < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แว่นพลาสติก [ IP : 183.89.225.105 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 4 กันยายน 2554 / 11:26
  • ความคิดเห็นที่ 13

    ผู้ใหญ่น่ะนะ พอเถียงกับเราแล้วทำท่าจะแพ้ทีไร ก็จะยกคำพูดประเภท"อย่าพูดเรื่องนี้"ไม่ก็ประเภทไม่มีเหตุผลแต่เราโต้แย้งไม่ได้ รู้สึกตัวอีกทีเราผิดทุกทีเลย ประเภทที่ถ้ายกตัวอย่าง สมมติเรากำลังประดาบอยู่ แล้วพอทางนั้นทำท่าจะแพ้ ก็ชี้ไปด้านหลังแล้วตะโกนว่า"UFO!!" พอหันไปแล้วรู้สึกตัวอีกทีก็โดนแทงไปจมกองเลือดแล้ว อะไรทำนองนี้
    Bloody Wolf Popular Member
    • Name : Bloody Wolf < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Bloody Wolf [ IP : 113.53.142.145 ]
    • Email / Msn: bloody_wolf1501(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 6 กันยายน 2554 / 21:14
  • ความคิดเห็นที่ 14

    ผมเข้าเว็ปเด็กดีตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นเถียงพ่อแม่จนตอนนี้อยู่ในฐานะคุณพ่อลูกหนึ่งเสียแล้วครับ บทความนี้ดีมากเลยครับ เหมือนเป็นคู่มือแนะนำให้ผมได้รู้วิธีจัดการอารมณ์และความรู้สึกนึกคิดของตนเอง (รวมไปถึงของลูกสาวตัวน้อยที่จะกลายเป็นวัยรุ่นต่อไปในอนาคต) ผมอยากจะบอกให้ชาวเด็กดีรับรู้อย่างหนึ่งว่า คนที่เป็นพ่อแม่น่ะ ท่านรักเรามากยิ่งกว่าสิ่งใดจริงๆ ครับ... เรียกได้ว่ายอมตายแทนได้เชียว... ผมได้ยินมานานแล้วจากแม่กับคำที่ว่า "เอ็งไม่รู้หรอกว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่รู้สึกยังไง ต้องรอให้มีลูกก่อนถึงจะเข้าใจ" อยากจะบอกว่า เข้าใจแล้วแม่คร้าบบบบบบ~
    41501 New Member
    • Name : 41501 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 41501 [ IP : 202.57.155.169 ]
    • Email / Msn: judo-yukime(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 7 กันยายน 2554 / 09:33
  • ความคิดเห็นที่ 15

     ไม่เข้าใจจริงๆนะว่า...ทุกครั้งที่แย้ง แม่ชอบหาว่าเราเถียง อะไรๆก็เถียง
    Sasu_Nara Extra Member
    • Name : Sasu_Nara < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Sasu_Nara [ IP : 101.109.180.218 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 8 กันยายน 2554 / 21:37
  • ความคิดเห็นที่ 16

    เห็นด้วย ควรฟังลูกบ้าง ไม่ใช่ดีแต่อ้างว่า "อาบน้ำร้อนมาก่อน" อย่างเดียว
    ปล.คำดังกล่าว ขอบัญญัติเป็นคำหยาบในพจนานุกรมวัยรุ่ืนเลยละกัน
     
    terryfiat Superstar Member
    • Name : terryfiat < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ terryfiat [ IP : 118.172.27.46 ]
    • Email / Msn: siansims(แอท)mail.com
    • วันที่: 11 กันยายน 2554 / 10:55
  • ความคิดเห็นที่ 17

    คนเรามักคิดเข้าข้างตนเองว่าถูกต้องเสมอ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่
    del_dangerous ผู้เยี่ยมชม
    • Name : del_dangerous [ IP : 223.204.92.59 ]
    • Email / Msn: dangerous150(แอท)gmail.com
    • วันที่: 11 กันยายน 2554 / 23:51
  • ความคิดเห็นที่ 19

    ชอบมากเลยค่ะ.......ตรงกับสมัยนี้มากๆๆๆๆๆๆๆ
    tl16 New Member
    • Name : tl16 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ tl16 [ IP : 27.130.130.242 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 12 กันยายน 2554 / 10:51
  • ความคิดเห็นที่ 21

     แม่เราบอกว่าอากทำอะไรก็ดูดีๆก่อน

    จะทำอะไรก็บอก แต่ก็ไม่ห้าม  อยากทำก็ทำ  ทำแล้วจะได้รู้่ว่ามันเป็นยังไง

    เตือนแล้วไม่ฟัง  อยากทำก็ทำ

    อย่างเรื่องแฟน  แม่บอกว่า
    เนี่ยถ้ามีแฟนก็พามาให้แม่ดูด้วยนะ อยากรู้จัก  จะได้รู้ว่าเป็นคนยังไง

    ส่วนพ่อทะเลาะประจำ  
    >nA _ RiMkLoNG< Superb Member
    • Name : >nA _ RiMkLoNG< < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ >nA _ RiMkLoNG< [ IP : 183.89.234.151 ]
    • Email / Msn: rimklong60(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 12 กันยายน 2554 / 18:13
  • ความคิดเห็นที่ 22

    ผู้ใหญ่บางทีก็ไม่มีเหตุผลเพราะว่าเหตุการณ์ในอดีตทำให้เค้ากลัวไปหมดแล้ว เช่นผมมีความเชื่อว่าจะหาเงินได้พันล้านส่วนพ่อแม่ไม่เคยหาเงินได้ถึงเดือนละแสนด้วยซ้ำ พ่อแม่ก็จะพูดเสมอว่ามันยากมันเป็นไปไม่ได้ ผมก็จะเถียงแต่หลังๆนี่ไม่ล่ะ เอาเวลาไปคิดเรื่องของตัวเองดีกว่า
    กดกดกด ผู้เยี่ยมชม
    • Name : กดกดกด [ IP : 58.8.11.55 ]
    • Email / Msn: peepo(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 12 กันยายน 2554 / 21:10
  • ความคิดเห็นที่ 23

    ไปลากคอพ่อกับแม่มาอ่านเดี๋ยวนี้ 555555
    BANK ผู้เยี่ยมชม
    • Name : BANK [ IP : 182.53.135.64 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 12 กันยายน 2554 / 23:30
  • ความคิดเห็นที่ 24

     ออกความเห็น=เถียง
    เซงๆๆ เเค่พยายามอธิบาย ไม่ได้จะเถียง ผู้ใหญ่เเยกไม่ออกระหว่างเถียงกับเเสดงความเห็น งั้นหรอ ?
    Boat Me Extra Member
    • Name : Boat Me < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Boat Me [ IP : 223.204.207.250 ]
    • Email / Msn: wanitchaya_somsar(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 13 กันยายน 2554 / 11:05
  • ความคิดเห็นที่ 25

    อ่านบทความนี้แล้วนึกถึงตัวเองสมัยวัยรุ่นจริงๆ
    ยังไงขออนุญาตนอกเรื่อเล่าชีวิตตัวเองไปเลยนะ
    แบบว่าอยากให้ทุกคนดูเป็นอุทาหรณ์(น่าจะได้นะ 5555)

    อยากบอกว่าช่วงชีวิตที่เป็นวัยรุ่นตอนต้น(มัธยม)เป็นอะไรที่กดดัน
    และสับสนว่าทำไมพ่อแม่ และญาติถึงคอยบ่นเราตลอด
    บางครั้งก็เซ็ง บางครั้งก็เบื่อ จนรู้สึกว่าอะไรนักหนาน้า
    ทำอะไรก็ดูไม่ถูกใจไปซะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน
    เรื่องการใช้ชีวิต ทุกอย่างจะต้องได้ดั่งใจพ่อแม่
    และก็เริ่มคิดว่าถ้าเข้ามหา'ลัยก็อยากทำตามใจตัวเองบ้าง

    แต่...พอจะเข้ามหา'ลัย
    บอกตรงๆเลยว่าแม่ไม่ให้เราเข้าคณะที่เราอยากเรียน
    ความรู้สึกตอนนั้นเสียใจนะ แต่ก็ช่างเหอะไม่อยากขัดใจ

    พอเข้าช่วงวัยรุ่นตอนกลาง(มหา'ลัย)ก็รู้สึกว่าอิสระมานิดนึง
    รู้เลยว่าถ้าควบคุมตัวเองไม่ได้เนี่ยคงต้องเตลิดแห๋งๆ
    ส่วนพ่อกับแม่ก็ปล่อยเราซะงั้น เหมือนเค้าวางใจเรานิดๆ
    ช่วงนั้นเย็นๆก็เที่ยวกับเพื่อนบ่อยๆนะ แต่ก็กลับบ้านตรงเวลาเสมอ
    ถึงเวลาเรียนก็เรียน เล่นก็เล่น เป็นอันว่าแบ่งเวลาได้บ้าง
    ส่วนเรื่องพ่อกับแม่นี่แทบลืมไปเลย ไม่ได้คุยไรมาก
    เพราะช่วงนั้นอยู่กับเพื่อนและก็สนุกกับที่เรียนใหม่
    และพอถึงช่วงใกล้จบเอะ อะ อะไรก็ขอไปเที่ยวกับเพื่อน
    จนบางทีพ่อแม่ก็เริ่มบ่นนิดๆละ(พ่อแม่คงคิดเปลืงตังค์นะลูก 5555)

    และแล้วก็มาถึงวันรุ่นตอนปลาย(เริ่มทำงาน)มันรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง
    บอกตรงๆเลยว่ามันช่วงรอยต่อชีวิตที่ใหญ่หลวงสำหรับเรามาก
    พอเราจบมาเดือนนึงปุ๊บ พ่อเราก็เสียชีวิต TT__TT
    มันกระทันหัน รู้สึกเสียใจอย่างบอกไม่ถูก
    คิดว่าจบมาละจะทำงานเลี้ยงพ่อแม่
    แต่พอพ่อเราจากไปมันก็เศร้ามากๆ
    คิดว่าทำไมเราไม่ทำให้ตั้งแต่ตอนแรกๆ
    (ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนเราก็ดูแลท่านได้ตลอดแหละ
    อย่ารอเวลาอะไรอีกเลย เพราะถ้าท่าไม่อยู่กับเราเเล้ว
    ถึงเราจะร้องไห้ไปมากเท่าไหร่ท่านก็ไม่รับรู้อะไรแล้วละ)

    และอยากจะบอกกับทุกคนว่าตอนนี้เราอาจไม่เห็นความสำคัญ
    พ่อกับแม่ หรือใครก็ตามที่เลี้ยงดูเรามา
    แต่...ถ้าวันใดวันนึงเราเสียไปแล้วเราจะรู้เลยว่า
    มันสำคัญกับชีวิตเราขนาดไหน TT^TT
    การทำให้เค้าสบายใจเพียงเล็กน้อยมันไม่หนักหนาหรอก
    ถ้าเทียบกับการที่พ่อแม่เลี้ยงดูเรามาตลอดชีวิต
    ไม่ว่าเราจะอายุเท่าไหร่ พ่อกับแม่ก็ยังมองเราเป็นเด็กอยู่เสมอ

    ตอนนี้เราทำงานแล้วได้ลองทำอะไรเอง
    ได้ลองเลี้ยงหลาน(ลูกของพี่ชาย)
    ความรู้สึกมันเหมือนเรากำลังมองดูตัวเองชัดๆ
    ถึงไม่ได้มีลูกเอง แต่ก็รู้เลยว่าเหนื่อยมาก
    มันไม่ง่ายเลยกับการปรับตัวเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องมาดูแลหลาน
    รู้เลยว่าพ่อแม่เลี้ยงเรามาลำบากขนาดไหน
    ตอนนี้หลานเราเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นตอนต้นเเล้ว
    ขอบอกเลยว่าพอมาอ่านบทความนี้เเล้วมันนึกถึงตัวเองสุดๆ
    อยากบอกทุกคนว่า อย่าลืมช่วงชีวิตวัยรุ่นนี้ซะละ

    เพราะอีกหน่อยถ้าเรามีลูกไป(มีหลาน รึทำไรเกี่ยวกับเด็กก็ตามแต่)
    เราก็จะต้องเจอสภาพแบบเดียวกันนี่แหละ ย้อนกลับมาหาตัวเราเอง

    ตอนนี้เราอาจมองว่าความรักรึห่วงใยมันน่ารำคาญ
    แต่ถ้าเราไปถึงจุดที่โตขึ้นกว่่านี้เราจะเข้าใจ
    ว่าจริงๆแล้วทุกอย่างที่ว่า ที่บ่นไปทั้งหมดนั่นคือ ความรัก
    รักแบบไม่หวังผลตอบแทนเลยจริงๆ
    อยากให้เราลองหันมาทำความเข้าใจกับตัวเองเสียใหม่
    ปรับเปลี่ยนที่ตัวเราซะก่อน(เด็กต้องทำตัวเข้าหาผู้ใหญ่หน่ะถูกแล้วจริงๆน้า)
    และจำไว้ว่าถ้าเราโตไป เราจะสอนและเข้าใจเด็กได้ยังไง
    ถ้าเราคิดว่าบางอย่างพ่อแม่ทำแบบนี้มันไม่เวริค์ ไม่ถูกต้อง
    เราเองพอโตไปก็อย่าไปทำแบบนั้นเสียงเองละ 5555
    (เดี๋ยวจะกลายเป็นว่า ว่าเเต่เขาอิเหนาเป็นเองนะเออ) :P

    ** สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนรู้ไว้เลยว่าจริงๆแล้ว
    ไม่ว่าจะเป็นวัยไหนๆจะเป็นเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ คนแก่
    ก็ต้องการ การยอมรับและอยากให้คนเข้าใจทั้งนั้นแหละค่ะ **


    นี่เป็นการเสนอความคิดเห็นเล็กๆน้อยๆคะ
    แค่อยากให้ทุกคนได้อ่านเฉยๆน้า ^__^
    My Life ผู้เยี่ยมชม
    • Name : My Life [ IP : 124.120.213.187 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 13 กันยายน 2554 / 16:32
  • ความคิดเห็นที่ 26

    เราก็ชอบเถียงนะแม่นะ แต่ไม่เคยโมโห เถียงไปงั้นแหละ ไม่งั้นก้อบ่นๆไม่จบ

    แต่ส่วนมากพ่อกับแม่เรา ให้อิสระ แต่ไม่ได้ตามใจนะ
    ถ้าอยากเรียนอะไร เค้าก้อให้คำแนะนำ แต่สุดท้ายเค้าก้อยอมรับในการตัดสินใสของเราทุกครั้ง

    พ่อกับแม่เราชอบพูดตลอดว่า "ไม่ว่าลูกจะทำอะไร พ่อกับแม่เชื่อว่าลูกต้องทำมันได้ดี"
    แค่เราได้ยินแค่นี้ เราก้อรู้สึกภูมิใจที่พ่อกับแม่ไว้ใจ เราก้อเลยตั้งใจเรียน ไม่อยากทำให้พ่อกับแม่ผิดหวัง เสียใจ.. ให้สมกับที่เค้าไว้ใจเราอะนะ

    เราเคยถามแม่ด้วยนะ ว่าถ้าวันหนึ่งเราเกิดท้องขึ้นมาตอนเรียนหนังสือ จะทำยังไงจะโกรธมั้ย.. แม่เราบอกว่า ไม่ว่าจะผิดพลาดยังไง ก้อมีพ่อกับแม่เสมอ หลานคนเดียว พ่อกับแม่เลี้ยงไหว
    ..เราได้ยินแค่นี้น้ำตาเหมือนจะไหล แต่เราก้อไม่เคยทำตัวแบบนั้นนะ กลัวพ่อกับแม่เสียใจ

    ตอนนี้เราเรียนเมืองนอก สิ่งยั่วยุมีมากมาย .. สิ่งเดียวที่เราคิดถึงก้อคือ พ่อกับแม่ ทำให้เราไม่หลงไปติดอยู่กับมัน... คำสอนของพ่อกับแม่มีค่ามากมาย
    sonalari ผู้เยี่ยมชม
    • Name : sonalari [ IP : 178.24.55.44 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 13 กันยายน 2554 / 17:16
  • ความคิดเห็นที่ 27

    กดไลค์เลยค่ะ!!
    Z_lจ้าxญิJน้๐ezas_Z Superb Member
    • Name : Z_lจ้าxญิJน้๐ezas_Z < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Z_lจ้าxญิJน้๐ezas_Z [ IP : 183.89.136.115 ]
    • Email / Msn: luojinshuang-yongyuanaini(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 13 กันยายน 2554 / 20:05
  • ความคิดเห็นที่ 28

    =_=!

    ประเด็นคือ...เราพูดดีๆ...ปากเค้าบอกเข้าใจ...

    แต่สุดท้ายก็ไม่เกิดอะไรขึ้น...ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม...

    อาห์.....
    Deta Superb Member
    • Name : Deta < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Deta [ IP : 124.121.246.8 ]
    • Email / Msn: evil_wing_g(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 13 กันยายน 2554 / 21:24
  • ความคิดเห็นที่ 30

     อยากใหู้้ผู้ใหญ่หลายคนได้อ่าน เพราะที่เด็กเถียงไม่ได้เเปลว่าเด็กก้าวร้าว แ่ต่เด็กก็ต้องการแสดงความคิดเห็นบ้าง 
    beebeepornlapat Extra Member
    • Name : beebeepornlapat < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ beebeepornlapat [ IP : 125.25.134.134 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 10 ตุลาคม 2554 / 09:43
  • ความคิดเห็นที่ 31

    บางทีผมว่าการที่ผู้ใหญ่กับวัยรุ่นมานั่งเปิดใจคุยกันมันก็ดีนะ แทนที่จะมาทะเลาะมาเถียงกัน
    เช่นปัญหาผมแบบเนี้ย ตอนนี้ อายุ 16 อยู่เมืองนอก แม่ของผมค่อนข้างจะเข้มงวดเรื่อง การเที่ยวหรือดื่มอะไรพวกเนี้ย ผมก็เข้าใจนะว่าเค้าอยากให้เราได้เดินสายที่ถูก แต่บางทีวัยรุ่นมันก็อยู่ในช่วงที่อยากรู้อยากลองอะและก็มีเรื่องอะไรหลายๆอย่างที่จะต้องทำเพราะวัยรุ่นเหมือนต้องทำ2อย่างในเวลาเดียวกัน ใน วัยรุ่น (เช่นต้องทำหน้าที่ วัยเด็ก ต้องเรียน/การบ้าน/หาเรื่องสนุกๆทำ บลาๆ ในเวลาเดียวกันก็ต้องทำหน้าที่ผู้ใหญ่ด้วยเช่นกัน เช่น ทำงาน(ข้างนอก/บ้าน) เล่นกีลา แล้วก็อีกหลายๆอย่าง) ตอนแรกๆผมกับแม่ก็มีงกันบ้าง แต่พักหลังๆผมเหนื่อยกับการต้องมาทะเลาะกับเค้า ผมก็เลยคุยทำความเข้าใจกันแบบเปิดไปเลย อันไหนแม่ขอให้เลิกได้ก็เลิกไป ช่วงหลังนี้มันก็โอขึ้นอะ ลดละเลิกลง ยังไงก็ จะทำอะไรก็นึกถึงพ่อแม่เอาไว้ดีที่สุดนะ เพราะพวกท่านเจ็บกว่าเราหลายเท่าท่าเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายนี้ก็ถึง คนที่มีปัญหากับพ่อแม่ก็ลองไปคุยเปิดอกกันเลยคับบางทีพ่อแม่เราไม่รู้หรอกว่าปัญหาเราคืออะไร แล้วอะไรที่เราต้องการ.
    http://www.youtube.com/watch?v=7pOxkfVQVCE
    เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อยยยยย
    เหมือนได้ระบาย สบายใจ 55
    anonym ผู้เยี่ยมชม
    • Name : anonym [ IP : 194.255.116.243 ]
    • Email / Msn: stamp_ph(แอท)hotmail.dk
    • วันที่: 21 ธันวาคม 2554 / 06:48
  • ความคิดเห็นที่ 32

    ถ้าโตขึ้นมีลูกจะลองเลี้ยงแบบนี้ดูแต่ถ้าจะให้พ่อแม่นู๋ทำแบบนี้คงยาก นู่ไม่เคยเข้าใจเรยว่าทำไมคนอื่นๆหรือเพื่อนๆต้องอิจฉาว่ามีแม่แบบแกดีว่ะ ปล่อยด้วย แต่ความจิงนั้นแม่ไม่เคยสนใจ พูดไรนิดหน่อยแม่ก้อชอบขึ้นเสียงแล้วนู๋ก้อเริ่มขึ้นเสียง แม่ก้อจะว่าเปนเด๊กก้าวร้าว แล้วก้อจะด่าด้วยคำหยาบซึ่งนู๋ไม่ชอบมากแต่นู๋ก้อไม่รู้จะทำอย่างไรดี นู๋ได้แต่ฟังแล้วก้อร้องไห้พอไปปรึกสาเพื่นอๆก้อเข้าข้างแม่ว่า แม่อาจจะเปนห่วงหรือ อะไรทั้งหลาย แต่สำหรับนู๋มันไม่ใช่ คนอื่นอาจจะมองว่าดีแต่นู๋อยากตายแล้วไปเกิดใหม่อยากมีพี่น้องที่คอยให้คำปรึกสา อยากมีพ่อแม่ที่เข้าใจ อยากมีคัยสักคนที่คอยให้คำปรึกสา ไม่ต้องการบ้านใหญ่โต หรือมีเงินทองมากมายล้นหัวขอแค่มีคนเข้าใจและพ่อแม่ที่ดีก้อพอ รู้ก้อรู้ว่าบาปที่คิดโกดและแค้นพ่อแม่แต่แม่ไม่เคยมีเหตุผลอะไรเรยพอเราขอตังซื้ของแค่4-5ร้อยแม่ก้อบอกว่าที่บ้านมีแล้ว(ถ้ามีแล้วจะซื้อทำห่าไร) แต่พอแม่ใช้เงินทีเกือบจะเปนหมื่น เราก้อเถียงไม่ได้เพราะแม่เปนคนหามา จนเราเชื่อแล้วว่าถ้าแม่ไม่ม่เราแม่ก้ออยู่ได้และเปนสิ่งที่แม่จะสบายใจที่สุด เราอยากจะหนีๆไปให้ไกลหนีไปมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิมแต่เราไม่รู้จะไปที่ไหน ทุกวันนี้คุยกะแม่ได้ไม่เกิน10คำเรยจิงๆหน้าก้อไม่มอง ทุกวันมองแต่แผ่นหลังของแม่/ของลูก เดินออกจากบ้านไม่พูดจากัน พอแม่จะชวนออกไปข้างนอกเราก้อมีนัดกะเพื่อนพอดีแมม่ก้อบอกค่อยไปวันหลังก้อได้(แต่เราไม่ชอบผิดสันยา)พอเราบอกว่าจะไปกะเพื่อนแม่ก้อเริ่มโกดไร้เหตุผล หาว่าอย่างนู้นอย่างนี้ บอกตรงๆน่ะถ้ามีความสุขกะแม่เมื่อไหร่ก้อมีความสุขแต่ถ้ามันทุกมันก้อทุกเกินกว่าที่จะรับไหว เราไม่มีความสุข แต่ถ้าเราอยู่กะเพื่อนเราจะเปนคนร่าเริง เฮฮา ยิ้มตลอด จนเพื่อนไม่คิดว่าคนอย่างเราจะมีด้านมืดที่แสนเจ๊บปวดเช่นนี้มีไม่กี่คนหรอกที่รู้จักเราจิงๆ นับจากเพื่อนหลายร้ายคนรู้จักเราจิงๆจังๆแค่2คนแต่เราก้อมีความสุขถึงแม้จะมีแม่(เหมือนไม่มี)แย่างน้อยก้อยังมีเพื่อนที่รักที่คอยห่วงใยเราอยู่ตลอดเวลา

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2555 / 09:51
    Aurajung New Member
    • Name : Aurajung < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aurajung [ IP : 61.90.29.86 ]
    • Email / Msn: ooor_jung(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2555 / 09:45
Page 1 of 1 1 

กฏการตั้งกระทู้
แสดงความคิดเห็น
Login *

Password *
ชื่อ Email รูปตัวแทน

โปรดใส่รหัสตามรูป