|
สวัสดีจ้ะ ชาว Dek-D ทุกคน ช่วงนี้เครื่องเล่น Mp3 , Mp4 และ iPod กำลังมาแรงจริงๆ เดินทางไปไหนมาไหนก็เห็นแต่คนฟังเพลง ใส่หูฟังเต็มไปหมด เรียกได้ว่าหูฟังกลายเป็นอุปกรณ์ที่แทบทุกคนต้องมีติดตัวกัน เคล็ดลับช้อปปิ้งวันนี้ พี่เอเลยมีเทคนิคดีๆ ในการเลือกหูฟังให้ถูกใจคนรักดนตรีมาฝากจ้า
หูฟังแบ่งตามรูปแบบลักษณะการสวมใส่ ออกเป็น 3 ประเภท คือ 1. แบบสอดเข้าในหู (In-Ear) 2. แบบสวมแนบพอดีหู (On-Ear) 3. แบบสวมหัว
แบบสอดเข้าในหู (In-Ear)

หูฟังรูปแบบนี้จะมีจุกยางเสียบเข้าไปในรูหู โดยส่วนใหญ่จะให้จุกยางมาหลายขนาดเพื่อความเหมาะสมของสรีระของแต่ละคน หูฟังประเภทนี้จะมีขนาดเล็กที่สุด
ข้อดี :: เบา ไม่เจ็บหู และมีขนาดเล็กพกพาไปไหนได้สะดวก หูฟังแบบนี้จะให้คุณภาพเสียงกลางและแหลมที่มีรายละเอียดดี มีความเพี้ยนต่ำ เนื่องจากตัวลำโพงของหูฟังจะมีขนาดที่เล็กและอยู่ใกล้กับโครงสร้างของหูในส่วนที่ใช้รับเสียงมากกว่าหูฟังแบบอื่น ทำให้ไม่ต้องเปิดดังมากจนเกิดความเพี้ยนของเสียง และหูฟังประเภทนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นหูฟังที่ให้ มิติเสียง ได้ดีที่สุดด้วย ทำให้การแยกแยะชิ้นดนตรีชัดเจน และเนื่องจากว่าตอนใช้งานต้องแยงลงไปในรูหู ซึ่งทำให้ช่วยบล็อกเสียงจากภายนอกไม่ให้เล็ดลอดเข้าไปรบกวน
ข้อเสีย :: เนื่องจากตอนใช้งานจะต้องแยงเข้าไปในรูหูจนแน่น ทำให้อาจไม่ได้ยินเสียงแวดล้อมที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว จึงไม่ควรใช้งานในขณะทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น ขับรถ เดินหรือวิ่งในที่สาธารณะที่มีการจราจรหนาแน่น และทำให้ปวดหูถ้าใส่หูฟังเป็นเวลานาน
แบบสวมแนบพอดีหู (On-Ear)

เป็นหูฟังที่เวลาใช้งาน ตัวลำโพงจะวางแปะติดอยู่กับรูหูเท่านั้น ตัวลำโพงที่ใช้จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าแบบสอดเข้าหู และต้องมีตัวช่วยประคองตัวลำโพงให้แนบติดกับหูตลอดเวลาด้วย ส่วนมากจะใช้วิธีคล้องกับหลังหู
ข้อดี :: แม้ว่าหูฟังแบบนี้จะมีน้ำหนักมากกว่าแบบสอดเข้าหู แต่มันก็มีน้ำหนักเบากว่าแบบครอบหู มาก และเนื่องจากตัวหูฟังทั้งสองข้างไม่ได้ถูกเชื่อมติดกันเหมือนหูฟังแบบครอบหัว ทำให้สะดวกต่อการพกพา หูฟังประเภทนี้สามารถตอบสนองความถี่เสียงได้กว้างกว่าแบบสอดเข้าหู ทำให้ได้ยินมิติเสียงในย่านกลางและทุ้มมากกว่าแบบสอดเข้าหู
ข้อเสีย :: เนื่องจากมันใช้วิธีคล้องแนบกับหูทางด้านหลังหู จึงอาจจะทำให้รู้สึกรำคาญเมื่อใช้ไปนานๆ และบางยี่ห้ออาจจะไม่แนบแน่นมากพอ ทำให้มีเสียงจากภายนอกเล็ดลอดเข้าไป และ อาจจะหลุดหรือเคลื่อนได้ง่ายเวลาเคลื่อนไหวตัวอย่างรวดเร็ว
แบบครอบหู (Around-Ears)

เป็นรูปแบบของหูฟังที่ในวงการบันทึกเสียงนิยมใช้ ซึ่งถือว่าเป็นแบบที่มีขนาดใหญ่และมีรูปแบบเทอะทะที่สุดในจำนวนหูฟังทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่เป็นหูฟังที่ออกแบบมาโดยคำนึงถึงคุณภาพเสียงเป็นอันดับแรก รูปแบบภายนอกนั้นตัวลำโพงทั้งสองข้างจะถูกยึดโยงเข้าด้วยกันด้วยโครงพลาสติกโค้งที่รับกับลักษณะศีรษะของคนใส่ และมีกลไกให้สามารถปรับระยะตัวลำโพงทั้งสองข้างให้แนบพอดีกับสรีระหูของผู้ใช้แต่ละคนได้
ข้อดี :: ส่วนมากแล้วหูฟังประเภทนี้จะมีฟองน้ำหนุนครอบหูเอาไว้ ทำให้ตัวลำโพงไม่ต้องกดกับใบหูมาก ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บใบหูเวลาใช้งานไปนานๆ และโครงที่คาดศีรษะจะช่วยรัดตรึงตัวลำโพงทั้งสองข้างให้แนบกับหูได้สนิทมากขึ้น หูฟังประเภทนี้ให้คุณภาพเสียงได้ดีที่สุด
ข้อเสีย :: บางรุ่นบางยี่ห้ออาจจะทำให้เกิดอาการเจ็บหูได้เมื่อใช้งานติดต่อกันเป็นเวลานานๆ โครงสร้างของมันค่อนข้างจะเทอะทะ มีน้ำหนักเยอะ ไม่เหมาะกับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ และที่สำคัญคือ มีราคาที่แพง
การเลือกซื้อหูฟัง :: การเลือกซื้อหูฟังให้คำนึกถึง ประโยชน์ใช้สอย เป็นอันดับแรก หูฟังที่ดีที่สุดก็คือหูฟังที่สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างตรงวัตถุประสงค์มากที่สุดนั่นเอง ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อหูฟังทุกครั้ง ให้ตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่าลักษณะการใช้งานที่ต้องการเป็นอย่างไร ต้องสวมใส่ได้สบาย ไม่เจ็บหู และมีคุณภาพเสียงแบบที่เราชื่นชอบ
ได้รู้ข้อดี ข้อเสีย ของหูฟังทั้ง 3 ประเภทแล้ว คงจะช่วยน้องๆ ในการเลือกซื้อหูฟังในครั้งต่อไปได้นะจ๊ะ พี่เอแนะนำว่า ควรดูที่ความเหมาะสมของราคาและยี่ห้อหรือรุ่นที่เราต้องการจะซื้อด้วยนะจ๊ะ จะได้คุ้มค่ากับเงินที่เราเสียไปไงล่ะ ว่าแต่ตอนนี้ น้องๆ กำลังใช้หูฟังประเภทไหนกันนะ หรือ ชอบใช้หูฟังประเภทไหนกันเอ่ย? ^^
พี่เอขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
เว็บ i3.in.th และ เว็บ bosethailand.com

|