|
การเลือกซื้อเครื่องสำอางในช่วงเทศกาลลดราคาต่างๆ นั้น ผู้ซื้อหลายคนอาจจะให้ความสำคัญกับเรื่องของรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์จนบางครั้งละเลยที่จะใส่ใจลายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของคุณภาพของสินค้าไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันหมดอายุของผลิตภัณฑ์
เพราะสินค้าส่วนใหญ่มักเป็นสินค้าที่เหลือเวลาในการใช้งานอีกไม่นาน เพราะใกล้หมดอายุแล้ว จึงสามารถนำมาเลหลังขายได้ราคาถูก สำหรับคนที่ใช้เครื่องสำอางเป็นประจำทุกวันสามารถซื้อเครื่องสำอางที่ลดราคามาใช้ได้ เพราะจะได้ใช้อย่างคุ้มค่าก่อนหมดอายุ
 |
แต่สำหรับคนที่นานๆ ครั้งถึงจะมีโอกาสได้แต่งหน้า พี่เหมี่ยวแนะนำว่าไม่ควรซื้อเครื่องสำอางลดราคามาเก็บไว้ เพราะโอกาสที่จะได้ใช้นั้นมีน้อย กว่าจะได้ใช้เครื่องสำอางที่ซื้อมานั้นก็อาจจะหมดอายุไปแล้วก็ได้
เวลาที่จะซื้อเครื่องสำอาง เราไม่ควรที่จะรีบตัดสินใจซื้อเพราะรู้สึกว่าราคาถูกเหลือเกิน หรือรู้สึกว่าสีสวยมาก เหลืออยู่แท่งเดียวแล้ว ถ้าไม่ซื้ออาจจะไม่มีโอกาสได้ซื้อแล้ว ไหนจะเรื่องสีสันของเรื่องสำอางที่ล่อตาล่อใจ แต่พี่เหมี่ยวจะบอกให้นะคะว่าสีสันของเครื่องสำอางนั้นในที่สุดก็ต้องวนกลับมาแน่นอน โดยเฉพาะสีสวยๆ นั้น รอสักซีซั่นหรือสองซีซั่นก็กลับมาขายใหม่แล้วค่ะ |
ส่วนวิธีการเลือกซื้อเครื่องสำอางที่ใกล้หมดอายุน้องๆ Dek-D สามารถทำได้ดังนี้ค่ะ
>>> เครื่องสำอางเนื้อครีม จำพวกลิปสติก ลิปกลอส รูจ และรองพื้นนั้น มักมีอายุการใช้งานประมาณ 1 ปีหลังจากเริ่มเปิดใช้ ดังนั้นจึงต้องคำนวนระยะเวลาการใช้งานหลังเปิดใช้ประกอบกับการดูวันหมดอายุ ที่ข้างกล่องด้วย
>>> ลิปสติก ถ้าเริ่มมีเหงื่อหรือมีหยดน้ำเกาะที่เนื้อไม่ควรซื้อมาใช้แล้วนะคะ และเพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งาน ควรใช้พู่กันทาปาก เพื่อลดการสัมผัสระหว่างผิวกับเครื่องสำอางโดยตรง เพราะความร้อนและแบคทีเรียจากร่างกายจะส่งผลให้เครื่องสำอางหมดอายุเร็วขึ้น
>>> ลิปกลอส หากเนื้อลิปกลอสเริ่มมีรอบแยกของชั้นสีและน้ำชัดเจน แสดงว่าหมดอายุแล้วค่ะ
>>> ครีมรองพื้น ถ้าเปิดมาแล้วเห็นเหงื่อผุดขึ้น หรือเริ่มเห็นชั้นไขมันชัดขึ้น ควรหลีกเลี่ยงค่ะ แต่ถ้าครีมรองพื้นเป็นหลอดก็ให้ลองดมดูว่ามีกลิ่นหืนหรือไม่
>>> เนื้อแป้ง เครื่องสำอางจำพวกนี้ได้แก่ แป้งแข็ง อายแชโดว์ชนิดฝุ่น ซึ่งจะหมดอายุช้ากว่าพวกเนื้อครีม และหากเก็บรักษาดีๆ อาจจะอยู่ได้นานถึง 2 ปีเชียวนะคะ เพียงแต่เราจะต้องดูแลรักษาความสะอาดของพัฟฟ์แต่งหน้าหรือแปรงต่างๆ ที่ใช้ปัด เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรีย
ถ้าหากจะซื้อเครื่องสำอางที่ลดราคา ให้เลือกซื้อเป็นพวกเนื้อแป้งดีกว่าค่ะ เพราะเก็บไว้ได้นานหน่อย
|
แต่สิ่งหนึ่งที่เราควรคำนึงอยู่เสมอก็คือ วันหมดอายุของผลิตภัณฑ์ก็ไม่ใช่ว่าจะเชื่อถือได้เสมอไป เพราะสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ บวกกับการเก็บรักษาที่ไม่ถูกวิธี ก็อาจทำให้ผลิตภัณฑ์หมดอายุเร็วกว่าปกติ ดังนั้นทางที่ดีพี่เหมี่ยวว่า เราควรหมั่นสังเกตเครื่องสำอางอยู่เสมอ ตามหลักการง่ายๆ ดังนี้ค่ะ
ดมกลิ่น ... การดมเป็นวิธีที่ง่ายและใช้ได้ผลมากที่สุด ดังนั้นเมื่อซื้อเครื่องสำอางมาใหม่ๆ ก็ให้ลองดมกลิ่นดูแล้วจำไว้ หลังจากนั้นก่อนจะใช้ก็ให้ดมกลิ่นดูก่อนเพื่อเปรียบเทียบกันว่ากลิ่นเปลี่ยนไปหรือยัง เพราะเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เมื่อหมดอายุแล้วมักจะมีกลิ่นหืน |
|
ดูที่เนื้อครีม ... ให้สังเกตดูนะคะว่า ถ้ามีการแบ่งตัวกันของเนื้อครีมและน้ำมันในผลิตภัณฑ์ หรือมีเม็ดเหงื่อขึ้นแล้ว ก็ไม่ควรนำมาใช้อีก เพราะเม็ดเหงื่อที่เราเห็นก็คือไขมันที่แยกตัวออกมาจากเนื้อครีมนั่นเอง ถ้าเห็นแบบนี้บอกได้คำเดียวเลยค่ะว่า ทิ้งลงถังขยะไปได้เลย
และถ้าน้องๆ ยังไม่แน่ใจว่าเครื่องสำอางหมดอายุรึยังล่ะก็ ให้ทดลองด้วยวิธีทาใต้ท้องแขนดูแล้วทิ้งไว้สัก 30 นาทีก่อนนำไปใช้ เพื่อดูว่าแพ้หรือไม่ ...
ภาพประกอบ : 2eeyore2.blogspot.com
|