> สุนัข | นักล่าฝัน AF7 | ค้นหานิยาย | Asian Star | บอร์ด The Star6 | บอร์ด AF7 | บอร์ดนักเขียน | เรียนต่อต่างประเทศ | ทายใจ | ดูดวง | วัยรุ่น |
> รับตรง สอบตรง | กวดวิชา | ติวเตอร์ | GAT-PAT ONET แอดมิชชั่น | ทุน เรียนต่อ | บอร์ดหนุ่มๆ | บอร์ดสาวๆ | Take a Photo | Group |
 
  Lifestyle >  ปิด
    Dek-D.COM > Lifestyle> ปิด
 
 

พัฒนาซอฟต์แวร์ จุฬาฯ

ไปตะลุยสาขาวิชาการพัฒนาซอฟต์แวร์ของจุฬาฯ กันดีกว่า ว่าพวกเขาเป็นอยู่อย่างไรกัน

      Post : 28 ธันวาคม 2548 , View: 31014
 
 
บทความนี้ โพสโดย
 
 
 
 
 

บทความโดย จากคอลัมน์ Lifestyle > ปิด เว็บไซต์เด็กดีดอทคอม

       เดี๋ยววันนี้จะพาไปเยือนถิ่นแห่งอุทยานจามจุรีกัน  หลายๆคนคงร้องอ๋อกันทันที่  ใช่แล้วครับวันนี้เราจะไปตะลุยกันที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  โดยวันนี้เราจะเริ่มที่สาขาน้องใหม่ของจุฬาฯนั้นก็คือสาขาพัฒนาซอฟต์แวร์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์กัน  แต่ก่อนที่จะไปที่ที่นิสิตพัฒนาซอฟต์แวร์เรียนกันเรามารู้จักประวัติคร่าวๆกันก่อนนิดนึงนะ  แรกเริ่มเดิมทีสาขาพัฒนาซอฟต์แวร์เป็นโครงการจัดตั้ง(ที่มีชื่อยาวมั่กมาก ชื่อว่า โครงการขยายโอกาสอุดมศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต  สาขาวิชาการพัฒนาซอฟต์แวร์  ยาวไหมหล่ะ)  สาขาการพัฒนาซอฟต์แวร์จัดตั้งมาได้ 4 ปีแล้ว  โดยการเรียนของสาขานี้ไม่เหมือนสาขาอื่นในจุฬาฯ  เพราะพัฒนาซอฟต์แวร์จะจัดการเรียนการสอนแบบยืดหยุ่น(ไม่ใช่เรียนแบบพวกยิมนาสติกนะ)  โดยปี 1 และ 4 จะเรียนที่จุฬาฯ  แต่ปี 2 และ 3 ต้องไปเรียนที่ศูนย์ที่ต่างจังหวัด ( มีที่น่าน ตรัง และก็ศรีสะเกษ )  ส่วนเรื่องเนื้อหาการเรียนส่วนใหญ่ก็เรียนเกี่ยวกับคอมพ์นั่นแหละ  เดี๋ยวในวันนี้เราจะพาไปรู้จักสาขานี้กันให้มากขึ้น  ไปกันเลยดีกว่า....

       หลายคนๆ(แม้แต่นิสิตจุฬาฯเอง)  จะไม่ค่อยรู้กันหรอกว่าสาขานี้อยู่ต้องพื้นที่ส่วนไหนของจุฬาฯ(ดูลึกลับมากๆ)  วิธีการที่จะไปที่ตึกของพัฒนาซอฟต์แวร์มีหลายทางมาก  แต่วันนี้จะพาไปทางที่สะดวกที่สุดก็แล้วกัน  โดยเริ่มต้นก็ไปเริ่มที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว ไม่ใช่! เริ่มต้นที่คณะอักษรศาสตร์  แล้วก็ตรงไปที่โรงอาหารของคณะอักษรกันเพื่อไปทานข้าวเหนียวไก่  แล้วก็นั่งเหล่สาวอักษรน่ารักๆ (แล้วจะได้ไปไหมเนี่ย)  ทางขวาของโรงอาหาร (ทางซ้ายมือของเราเมื่อหันหน้าเข้าโรงอาหาร)  เราก็จะพบกับประตูแมวเล็กๆ  ประตูนี้จะเป็นทางเชื่อมไปสู่ตรอกไดแอกรอน(ยังไม่เลิกเล่นมุขแป๊กอีก)  ที่จริงแล้วประตูนี้จะเป็นทางเชื่อมไปสร.ร.สาธิตปทุมวัน และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ต่างหาก (เด็กเตรียมฯใช้แอบมากินข้าวที่อักษรฯบ่อยๆ)  เราก็เดินเข้าไปที่ประตูนั้นกันเลย  ก็จะพบกับตึกใหญ่ๆของร.ร.สาธิตปทุมวัน (ยังไม่ถึงนะคร้าบบบบ)

       ทางซ้ายมือก็จะเป็นพวกร้านค้าของร.ร.สาธิตปทุมวัน  เนื่องจากสาขาของเราพึ่งตั้งขึ้นมาเลยจะยังไม่มีโรงอาหารเป็นของตนเอง  พวกเราเลยชอบมาทานที่นี่กับที่โรงอาหารของอักษรกันบ่อยๆ  ว่าแล้วก็แวะร้านไก่ทอดสาธิตฯกันดีกว่า  ร้านนี้การันตีว่าอร่อยมากๆ  และแล้วก็หลวมตัวไปซื้อเบอร์เกอร์ปลามาทานหนึ่งอันกันก่อน  นั่งกินก่อนซักพัก  เพราะเดินอีกนิดเดียวก็จะถึงตึกมศว.5 หรือชื่อใหม่ว่าจุฬาฯวิชช์1 กันแล้ว(เวลาอ่านต้องอ่านว่าเสียง ช.ช้าง ท้ายคำว่าวิชช์ต่อ  ถึงแม้ว่ามันจะผิดหลักภาษาไทย  แต่เราจะเข้าใจว่าเป็นตึกนี้กันทันที เอาลองดูจุฬาฯวิชชชชชชชช 1 )  เอาหล่ะเบอร์เกอร์ปลาหมดแหละ(แต่ยังไม่อิ่มเลยอ่ะ)  ไปที่ตึกของพัฒนาซอฟต์แวร์กันเลยดีกว่าครับ

       ถึงบอกว่าเป็นตึกที่พัฒนาซอฟต์แวร์อยู่แต่ก็ไม่ได้เป็นของเราทั้งตึก  เราแบ่งกันอยู่กับพี่ศิลปกรรมศาสตร์  ของน้องพัฒนาซอฟต์แวร์เฉพาะชั้น 2 กับ 3 เท่านั้น  อาจจะแถมชั้นล่างที่ไว้ใช้ร่วมกันด้วย  เป็นไงหล่ะบรรยากาศของตึก  ว่าแล้วก็เข้าไปทักทายยามหญิงของตึกดีกว่า(ตีซี้ยามไว้ได้ประโยชน์นะ  เวลาวันเสาร์-อาทิตย์ตึกปิดแล้วอยากเข้าไปเอาของ  น้ายามก็เปิดให้ด้วย)  ทักทายกันเสร็จแหละเดี๋ยวเราขึ้นไปห้องเรียนชั้น 3 กัน ( ชั้น 2 จะเป็นสำนักงานของพี่ๆเจ้าหน้าที่ที่ทำเว็บเรียนให้กับพวกเรา )  ถ้าใครขี้เกียจเดินขึ้นจะใช้ลิฟต์ก็ได้  แต่ขอเตือนไว้นิดนึงนะว่าลิฟต์ที่นี้อ่ะ"ซ้ายค้างขวาหนีบ"นะ ( อธิบายนิด ซ้ายค้าง(ลิฟต์ประตูขาว-แดง)ก็คือเข้าไปใช้แล้วมันชอบค้าง  กดปุ่มขอความช่วยเหลือก็ไม่ค่อยมีใครมาช่วย  ส่วนขวาหนีบ(ลิฟต์ประตูขาว-ขาว)ก็คือที่ประตูขวาสงสัยเซ็นเซอร์มันจะเสีย  เวลากดให้เปิดรอเพื่อนนานๆแล้วมันชอบปิดเอง  ปิดเองไม่พอนะมีหนีบด้วย  ผมอ่ะเคยโดนทั้งสองเหตุการณ์แล้ว)

       ขึ้นมาที่สาขากันดูสะอาดสะอาดน่าเรียนมาก(แต่ก็ไม่ค่อยยอมมาเรียน)  เนื่องจากเป็นสาขาที่เปิดขึ้นมาใหม่เลยยังไม่ค่อยมีคนเยอะ(ดูจากบอร์ดผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในสาขามีไม่กี่คนเอง)  ถ้าใครมาถึงที่ตึกนี้แล้วขอแนะนำให้มาลองเข้าห้องน้ำที่นี้ดู(ไม่มีที่จะแนะนำแล้วหรือไงหว่ะ)  ขอบอกว่าน่าเข้าไปแอบหลับมากๆ ทั้งสะอาดและหรูสุดๆ แต่เข้าไปก็สังเกตุดูด้วยว่ามีคนเข้าไปก่อนเราหรือเปล่า  เพราะมีรุ่นพี่เคยเราให้ฟังว่าตอนกลางคืนมาทำงานที่สาขาที่ชั้นล่างพี่เค้าเข้าห้องน้ำไป  เห็นห้องข้างๆมีคนอยู่(ห้องข้างๆจะเป็นห้องที่เสีย)  เมื่อพี่เค้าทำภารกิจเสร็จก็ออกมาจากห้องน้ำ  แล้วก็รออยู่ว่าเมื่อไรอีกคนจะออกมา  แล้วชวนเพื่อนกลับเข้าไปดูในห้องน้ำ  ปรากฏว่าห้องน้ำนั้นไม่มีใครอยู่อ่ะ ( แล้วขาที่เห็นเมื่อกี้ขาใครอ่ะ )

       เข้าห้องเรียนไม่ได้อ่ะมันล็อก  เดี๋ยวต้องไปหาพี่บี(เป็นพี่ที่ดูแลนิสิตหน้าที่คล้ายๆอาจารย์ที่ปรึกษา  แต่ทำยิ่งกว่าซะอีก)  พี่บีเป็นหนุ่มน้อยร่างเล็กขนาด 3 คนโอบ (555)  พี่บีจบครุฯเอกเคมีสอนเคมีได้เก่งมากๆ  ขนาดผมไม่ค่อยเข้าคาบเรียน(ไม่ดีนะอย่าเอาเป็นตัวอย่าง  เนื่องจากวิชานี้มันเรียนเช้าเลยตื่นไม่ไหว) แต่พอมาเข้าฟังพี่บีติวได้เกรด C เลยอ่ะ(ตอนแรกนึกว่าจะ F ซะแล้ว )  เอาหล่ะเข้าห้องคอมพ์ได้แหละ  ห้องนี้เรียกได้ว่าเป็นห้องทุกอย่างของนิสิตพัฒนาซอฟต์แวร์เลยหล่ะ  นอกจากจะมาเรียน พวกเราก็ยังใช้ทำงาน เตรียมงาน เล่นเกม ฝากของ นั่งคุยกัน หรือแม้แต่นอนก็ยังได้  ส่วนอีกห้องเป็นห้องเรียนและห้องประชุมของพัฒนาซอฟต์แวร์  เล่ามาตั้งนานลืมเล่าถึงตราสัญลักษณ์ของพัฒนาซอฟต์แวร์สักหน่อย  เนื่องจากสาขาการพัฒนาซอฟต์แวร์เป็นความร่วมมือของ 2 คณะ คือคณะวิศวกรรมศาสตร์กับคณะวิทยาศาสตร์  ตราสัญลักษณ์ของพัฒนาซอฟต์แวร์จึงออกมาเป็นอะตอมล้อม(ด้วย)เกียร์

       ถ้าจะพูดถึงพัฒนาซอฟต์แวร์แล้วไม่พูดถึงศูนย์ที่ต่างจังหวัดแล้วคงจะเป็นไปไม่ได้(เพราะนี่คือไฮไลท์ที่สุดของพัฒนาซอฟต์แวร์  ที่คณะอื่นๆไม่มีโอกาส)  อยากเล่าถึงศูนย์ที่อยู่ต่างจังหวัดว่าน่าเรียนและน่าอยู่มากๆ  ตอนนี้ศูนย์ที่พร้อมแล้วมีแค่ศูนย์เดียวคือศูนย์น่าน(แต่พวกรุ่นพี่บอกว่าเราไม่เรียกว่าศูนย์น่าน  เราเรียกกันว่าประเทศน่าน  ผมก็แอบสงสัยว่าพอไปอยู่แล้วคงเหมือนไปสร้างอาณาจักรใหมมั้ง)  ในห้องเรียนที่ประเทศน่านนะพอมองออกไปนอกหน้าต่างก็จะเห็นบรรยากาศเป็นป่าเขาวิวสวยมากๆ  ส่วนใหญ่การเรียนที่ศูนย์ต่างจังหวัดนั้นเหรอก็เรียนผ่านระบบ VDO Conference จากที่กรุงเทพฯ(ถึงแม้อาจจะมีกระตุกบ้าง  เอาน่าทนๆไป)  แล้วก็มีแบบเรียนกับอาจารย์(ตัวเป็นๆ บินตรงมาจากกรุงเทพฯ)  แล้วก็เรียนผ่านเว็บ Flexible Learning ไฮโซสุดๆ

       ส่วนพวกเราที่อยู่กรุงเทพฯนั้นเหรอรูปแบบการเรียนก็น่าเรียนเหมือนกันนะ  นิสิตพัฒนาซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่มาจากต่างจังหวัด  เพราะฉะนั้นเกือบทั้งหมดของนิสิตพัฒนาซอฟต์แวร์จะได้อยู่หอ(ชีวิตแบบว่าเรียนทั้งวันก็เจอหน้าเพื่อน  เย็นมาอยู่หอก็เจอหน้าเพื่อน  อยู่ด้วยกันแบบว่าทั้งวันทั้งคืนเลย  จบมาก็ว่าจะแต่งงานกับเพื่อนให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย)  ตกเย็นถ้าใครมาเดินผ่านใต้หอชายของจุฬาฯจะรู้ทันทีว่านิสิตกลุ่มไหนเป็นพัฒนาซอฟต์แวร์  ใครเขาจะไม่รู้หล่ะก็เล่นเอาโน้ตบุ๊คมานั่งเปิดเรียงกันเป็นทิวแถวยังกะเปิดร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ใต้หอพัก  แล้วคณะอื่นก็ชอบคิดว่าพัฒนาซอฟต์แวร์เรารักกันมากขณะนั่งใช้โน้ตบุ๊คยังนั่งใช้ด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่  ความจริงแล้วถึงแม้อยากจะแยกไปนั่งที่อื่นใจจะขาดก็แยกไปไม่ได้  เพราะต้องใช้ปลั๊กไฟร่วมกัน ( โถ่! นึกว่ารักกันซะอีก )

       ในปีนี้หลายๆคนคงจะรู้จักนิสิตพัฒนาซอฟต์แวร์กันมากขึ้น  เพราะพี่ปีสองของพัฒนาซอฟต์แวร์ได้เป็นหนึ่งในสิบเอ็ดเชียร์ลีดเดอร์ของจุฬาฯในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาธรรมศาสตร์ครั้งที่ 62 ( บอกแล้วสาขานี้เค้าคัดเลือกคนที่หน้าตาดีๆเข้ามา )  สาขาการพัฒนาซอฟต์แวร์ไม่ได้มีดีแค่นี้นะ  เราเป็นพัฒนาซอฟต์แวร์เอกการละคร โทการกีฬา  เอกการละครก็ดูได้จากขบวนแห่ต่างๆของพวกเรา  ทำเอาหลายคนเข้าใจผิดว่ามาจากคณะศิลปกรรมศาสตร์หรือเปล่า(แรงมากๆ)  ส่วนโทการกีฬาก็อย่างงานกีฬาเฟรชชี่ในปีที่ผ่านมาพัฒนาซอฟต์แวร์ก็ได้เหรียญเงินทั้งบาสเก็ตบอลและฟุตบอลของมหาวิทยาลัย(ไม่ธรรมดา)  ใครที่ได้ดูการเตะบอลของทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ก็ได้รู้ว่าซาไกยูไนเต็ดไม่ได้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น  แต่มีจริงๆที่พัฒนาซอฟต์แวร์จุฬาฯ(สตัฟฟ์ก็ไม่มี  เสื้อทีมก็ไม่มี  แผนการเล่นก็ไม่มี  อาศัยหน้าตาดีและพละกำลัง)  สำหรับใครที่สนใจอยากรู้จักกับสาขาการพัฒนาซอฟต์แวร์กันให้มากขึ้น  ก็สามารถมาพูดคุยกับพวกเราได้ที่ http://www.softwarecu.com/ ครับ  พวกเราทุกคนยินดีต้อนรับครับ

บทความโดย จากคอลัมน์ Lifestyle > ปิด เว็บไซต์เด็กดีดอทคอม



หรือ ช่วยกันโปรโมต 3 วิธีง่ายๆ
1 ป่าวประกาศ Voice
ประกาศให้เพื่อนใน List ของคุณรู้ ว่าคุณชอบกระทู้นี้
2 บอกต่อๆ กัน
คัดลอกข้อความไปส่งต่อใน Messenger
หรือในอีเมล์สิ!
URL\Link สำหรับเข้ามาอ่านหน้านี้
Embed Code สำหรับนำหน้านี้ไปแปะ
3 ส่งหรือเก็บบทความ ผ่านช่องทางอื่นๆ
แค่คลิกเดียวก็โปรโมตผลงานคุณยิงตรงถึง Social Network
ที่คุณใช้บ่อยๆ

เรื่องอื่นๆที่มี Tag ใกล้เคียง