|
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และคอลัมน์เล่าประสบการณ์เด็กนอกกันอีกแล้วนะ สำหรับวันนี้ พี่เป้ จูงมือมาพร้อมกับน้องชายคนเก่งซึ่งตอนนี้เพิ่งบินไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศฮังการี ถึงจะเพิ่งบินไปใช้ชีวิตที่นั่นได้ไม่นาน แต่เค้าก็มีความประทับใจเกี่ยวกับฮังการีมาฝากกัน จะเป็นยังไงนั้นไปอ่านกันเลยดีกว่า
เปิดม่านฮังการี กับชีวิตเด็ก AFS ที่น่าอิจฉา !
แนะนำัตัวก่อนเลยนะครับ ชื่อพิทวัส จิรฐิติวงศ์ ชื่อเล่น "แืท้ป" ครับ เป็นนักเรียนชั้น ม.4/13 โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย ตอนนี้เข้าร่วม โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS รุ่นที่ 48 มาศึกษาต่อที่ประเทศฮังการี โดยในรุ่นที่มามีทั้งหมด 17 คนครับ เมืองที่ผมอยู่ชื่อว่า Székesfehérvár (เซแกชแฟร์เฮร์วาร์) ห่างจาก Budapest ซึ่งเป็นเมืองหลวงประมาณ 60 กิโลเมตรครับ
เปิดม่านฮังการี กับชีวิตเด็ก AFS ที่น่าอิจฉา !
หลายคนก็คงเคยได้ยินแบบผมว่า คนในประเทศฮังการีที่เคยเป็นคอมมิวนิสต์ เป็นคนที่เคร่งเครียดและไม่ค่อยจะยิ้มแย้ม ผมก็ได้ยินหลายคนพูดแบบนี้ แต่สิ่งที่ผมเจอกลับไม่ใช่อย่างที่เคยได้ยินมา จริงอยู่ครับที่ว่ีาฮังการีเคยเป็นคอมมิวนิสต์มาก่อน แต่เืรื่องที่คนไม่ยิ้มแย้มและเคร่งเครียดนี่ไม่จริงครับ โรงเรียนที่ผมอยู่ชื่อว่า Lánczos Kornél Gimnázium เป็นโรงเรียนเอกชนครับ แบ่งเป็น 3 สายครับ คือ สายเยอรมัน สายอังกฤษ แล้วก็สายวิทย์ ส่วนตัวผมเองอยู่สายอังกฤษครับ มีเพื่อนร่วมชั้นทั้งหมด 19 คน เพื่อนในชั้นเรียนดีมากครับ เค้าพยายามช่วยเราตลอด บางบทเรียนเค้าแปลให้ผมฟังด้วย เพื่อนๆ สนใจชอบถามเกี่ยวกับประเทศไทย ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นกันเอง ทำให้ในเวลาแค่ 2 เดือนในโรงเรียน เราก็สนิทกันแล้วครับ เค้าไปไหนเค้าก็ชวนเราไปด้วย ที่โรงเรียนของผมก็มีนักเรียนคนนึงเคยไปแลกเปลี่ยนที่ไทยเมื่อปีที่แล้ว ก็เลยเป็นเพื่อนกัน บางครั้งเค้าก็ให้ผมพูดภาษาไทยกับเค้า บางครั้งผมก็พูดภาษาฮังกาเรียนกับเค้า ผลัดกันแบบนี้ก็ทำให้เราได้เพื่อนเร็วขึ้นครับ
เปิดม่านฮังการี กับชีวิตเด็ก AFS ที่น่าอิจฉา !
สิ่งที่ผมประทับใจมากก็คือวิธีการสอนของครูที่นี่ครับ คือเค้าจะสอนนักเรียนเหมือนเป็นเพื่อน ครูเหมือนมีหน้าที่ชี้แนะนักเรียน แต่ไม่ใช่ยัดความรู้ให้ครับ สิ่งที่สังเกตได้จากที่นี่คือ นักเรียนเค้าไม่กลัวครู (หมายถึงว่าเค้าไม่กลัวที่จะถามครับ) มีอะไรเค้าจะถาม แล้วครูก็จะอธิบายให้ฟัง ผมเรียนฟิสิกส์ ครูเค้าก็พาไปพิพิธภัณฑ์ฟิสิกส์ ไปดูจากของจริง ซึ่งผมว่า้เป็นวิธีการที่ดีมากเลยครับ ถึงเราจะเป็นแค่นักเรียนแลกเปลี่ยน แต่ครูเค้าก็ให้ความสำคัญและพยายามให้เรามีส่วนร่วมในชั้นเรียนตลอดเลยครับ
เปิดม่านฮังการี กับชีวิตเด็ก AFS ที่น่าอิจฉา !
เรื่องภาษานับว่าเป็นปัญหาอย่างหนึ่งสำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เดินทางไปยังประเทศที่ใช้ภาษาที่สาม เพราะเหมือนกับเราเริ่มต้นทุกอย่างใหม่หมด เรา่้ต้องเริ่มเรียนและเริ่มเข้าใจกับภาษาใหม่ทั้งหมด สำหรับผมแล้วมันก็ยากพอตัว แต่เพื่อนผมก็สอนผมพูดตลอด ตอนนี้เวลาผ่านไปก็ 2 เดือนแล้วครับ เพื่อนผมไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษกับผมแล้ว เค้าเริ่มใช้ภาษาฮังกาเรียนกับผมมากขึ้น แต่ก็ดีนะครับ เราจะได้พูดเป็นเร็วๆ
เพื่อนชาวฮังกาเรียน หาไม่ยากเลยครับ เค้าเป็นคนกันเอง วันแรกที่ผมมาถึงบ้าน ก็มีเพื่อนข้างบ้านมาชวนไปปาร์ตี้เลย เป็นคนสบายๆ ไม่มีพิธีรีตองอะไรมาก ถ้ามองจากภายนอกประกอบกับเรื่องที่ได้ยินมา อาจจะทำให้เราคิดว่าเค้าเป็นคนซีเรียสหรือไม่เป็นมิตร คนฮังกาเรียนโดยนิสัยเป็นคนขึ้อายมากครับ แต่ว่าถ้าเราได้เข้าไปรู้จัก สนิทคุ้นเคยกันแล้ว จะทำให้รู้ึสึกได้เลยว่าคนฮังกาเรียนนั้นเฮฮา ไม่ซีเรียส
เปิดม่านฮังการี กับชีวิตเด็ก AFS ที่น่าอิจฉา !
อีกเรื่องที่อยากจะเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง ก็คือเรื่องเกี่ยวกับประเทศฮังการีครับ ผมขอพูดถึงเมืองหลวงหรือบูดาเปสต์ละกัน บูดาเปสต์เป็นเมืองที่มีแม่น้ำดานูบผ่ากลาง แบ่งเมืองหลวงของประเทศนี้ออกเป็น 2 ฝั่ง คือฝั่งบูดา และฝั่งเปสต์ ฝั่งบูดาเป็นแหล่งชมวิวที่สวยงาม เป็นที่ตั้งของเนินเขาและพระราชวังสำคัญ ส่วนฝั่งเปสต์นั้นเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญหลายที่ึีัครับ รวมถึงอาคารรัฐสภาและย่านชอปปี้งต่างๆ ตลอดจนร้านค้าเอเชีย โดยมีสะพานหลายแห่งเชื่อมเมืิองทั้งสองฝั่งเค้าด้วยกัน แต่ที่มีชื่อเสียงคงจะหนีไม่พ้น สะพานโซ่ หรือ Chain Bridge ในอดีตนั้น ช่วงนึงเคยถูกพวกเติร์กซึ่งนับถืออิสลามเข้าครอบครอง ทำให้เมืองนี้เกิดการผสมผสานทางด้านวัฒนธรรม กลายเป็นจุดเด่นของเมืองที่หาที่อื่นได้ยาก ถ้าจะให้ถึงที่สุดยอดจริงๆ ต้องเที่ยวชมเมืองตอนกลางคืน เพราะสถานที่ต่างๆ จะประดับด้วยไฟ เล่นสีกันอย่างสวยงาม โรแมนติกที่สุดครับ : ) มองๆไปบูดาเปสต์ก็อาจจะคล้ายกรุงเทพบ้านเรา แต่ผมว่าไม่วุ่นวายเท่ากรุงเทพหรอกครับ ถ้าอยากได้ความโรแมนติก รับรองครับมาที่นี่ไม่ผิดหวัง : )
เปิดม่านฮังการี กับชีวิตเด็ก AFS ที่น่าอิจฉา !
สุดท้ายนี้ ก็ฝากถึงทุกคนที่คิดจะเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือ อดทน อดทน และอดทนครับ ช่วงแรกอาจจะลำบาก รู้สึกแย่ หรืออะไรก็ช่าง แต่เราจะภูมิใจมาก ถ้าเราผ่านมันไปได้ มันจะทำใ้ห้เราเข้มแข็ง และโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น การที่เราได้มีโอกาสได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน มันเป็นกำไรชีวิตที่เงินก็ไม่สามารถซื้อได้ ทั้งประสบการณ์ชีวิตและมิตรภาพจากเพื่อนๆ ในอีกมุมโลกนึง ซึ่งถ้าเราไม่ไปค้นหาด้วยตัวเองเราเองก็ไม่มีวันเจอครับ
อ่านแล้วแอบรู้สึกอยากไปเที่ยวฮังการีขึ้นมาตะหงิดๆ นะเนี่ย สงสัยคงต้องฝากน้องแท้ปเที่ยวก่อน :P ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกอยากเอามาอวดเพื่อนๆ อย่างนี้บ้างก็ส่งมาให้ พี่เป้ เหมือนเดิมได้ที่ pay@dek-d.com แล้วเจอกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ
|