สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ..... ปีใหม่แต่ยังอยู่กับ พี่เป้ เจ้าเก่าและคอลัมน์เล่าประสบการณ์เด็กนอก วันนี้ พี่เป้ มาพร้อมกับน้องชายคนหนึ่งซึ่งตอนนี้เรียนไฮสคูลชายล้วนอยู่ที่ประเทศอังกฤษค่ะ ลองมาดูกันดีกว่าโรงเรียนชายล้วนที่อังกฤษจะมันส์จะสนุกเหมือนที่ไทยมั้ยนะ
ชีวิตไฮสคูลชายล้วน ถึงเพื่อนแกล้งแต่ไม่กลัว !
สวัสดีครับ ^O^ ตื่นเต้นนิดหน่อย ชื่อ "มีน" คร้าบ ตอนนี้เรียนอยู่ที่ The Howard school Year 10 ครับ วันนี้จะขอมาเล่าประสบการณ์เด็กนอก บ้าง ฮุฮะฮาฮาฮ่า... (โปรดทำใจไว้นิด คนเขียนออกแนวติ๊งต๊อง -..-) เราอยู่เมือง rainham ห่างจากลอนดอน 1 ชั่วโมง
ชีวิตไฮสคูลชายล้วน ถึงเพื่อนแกล้งแต่ไม่กลัว !
พูดถึงเรื่อง โรงเรียนกันก่อนเลยดีกว่า The Howard school เป็นโรงเรียนชายล้วนที่ดูไม่เหมือนโรงเรียนชายล้วน (เอ๋! ยังไงเหรอสงสัยใช่ไหม?) ก็เพราะว่าโรงเรียนของเราอยู่ติดกับโรงเรียนหญิงล้วนยังไงล่ะ ^_^ ฉะนั้นตอนเช้าคุณจะเห็นหนุ่มจีบสาว สาวจีบหนุ่มกันเยอะไปหมด ก่อนโรงเรียนเข้าก็จะเห็นนั่งจีบกัน พอเสียงออดดังก็แยกย้ายกันไป โรงเรียนใครโรงเรียนมัน ถ้าเวลาพักก็ยืนเกาะกำแพงคุยกัน ส่วนตอนกลับบ้านก็ทางใครทางมัน (หมายถึงใครอยู่ทางเดียวกันมันก็เดินกลับด้วยกันจู๋จี๋กันไปตามทาง ส่วนคนที่บ้านไม่อยู่ทางเดียวกัน อาจจะยืนจู๋จี๋กันทางม้านั่งของโรงเรียนหรือป้ายรถเมล์ แล้วแต่สถานที่เอื้ออำนวย) จบประเด็นเรื่องนี้ไปก่อน มีโอกาสสงสัยจะเขียนเป็นนิยายอีโรติกได้ในไม่ช้า *-*
ถ่ายกับน้องสาวของเพื่อน น่ารักมากๆๆๆ
มาเข้าประเด็นเรื่องการจะเข้าโรงเรียนนี้กันก่อน (เดี๋ยวลืม) การจะเข้าโรงเรียนนี่นับว่าโชคดีมาก คือโรงเรียนนี้ไม่ต้องเสียเงินค่าเทอมสักกะปอนด์ (แต่นับๆ แล้วมันหักภาษีจากพ่อแม่เราชัดๆ TTOTT) แต่ว่าไม่ต้องสอบเข้า ถ้าเรามีบ้านอยู่ในเขตใกล้โรงเรียน ทางรัฐบาลก็จะส่งแบบฟอร์มสมัครของโรงเรียนมาให้เลย แต่ก่อนที่จะเข้า
เคยได้ยินพวกเพื่อนแม่ที่เขาส่งลูกเข้าโรงเรียนที่นี่โดนแกล้งแบบไม่บั้นยะบั้นยัง ทั้งปาไข่ ผลักตกจากบันได ฯลฯ
เราก็เกิดความกลัวขึ้นมาอย่างมาก (ตอนนั้นกลัวตายมากนอกจากจะไม่ค่อยเก่งภาษาแล้ว ยังเอ๋อด้วย ใครไม่รู้จักอาจจะมองเราเป็นออทิสติก จริงๆ นะเพราะโดนทักมาเยอะแล้ว ถ้ามีโอกาสเราจะเล่าให้ฟังต่อ ) พ่อเลี้ยงให้เรารีบเขียนชื่อลงไปเพราะต้องไปส่งให้กับโรงเรียนก่อนจะเปิดเทอม เราเลยต้องยิมยอนเซ็นลงไปและได้เข้าโรงเรียนนี้จนถึงที่สุด
ความจริงอยากเข้าอีกโรงเรียนนึงที่อยู่ข้างบ้าน แต่แม่บอกว่ามันเป็นโรงเรียนเด็กประถม(ซะงั้นอะ) จากนั้นไม่นานก็ได้เข้าโรงเรียนสมใจ
ถ่ายกับคุณแม่
การเข้าโรงเรียนวันแรกขอบอกว่าน่ากลัวมาก เพราะโดนบังคับให้เดินทางเท้าเป็นระยะทางสองกิโล(จากบ้านถึงโรงเรียน) อยากจะร้องไห้ ตอนนั้นรู้สึกเหมือนเป็นเด็กอนุบาลอีกครั้ง พอไปถึงโรงเรียนครูใหญ่ก็ออกมาต้อนรับฉุดกระชากเราออกไปจากอ้อมแขนของแม่และพ่อเลี้ยง และพอเข้าไปถึงห้องประชุมเขาก็แนะนำให้รู้จักกับอาจารย์ที่เป็นหัวหน้าของ Year 8 และครูเขาก็ส่งให้เราไปกับบัดดี้ของเราที่จะต้องเป็นคนดูแลเรามีชื่อว่า Alex D. (ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปิดเผยนามสกุล) และก็ได้สิงสถิตอยู่ ณ ห้อง A1 (คือระบบโรงเรียนจะมีห้องที่เราประจำชั้น จะใช้ตัวหนังสือและเลขนำ เช่น W1 O1 ส่วนเวลาเรียนจะแยกเป็น 4 ห้องว่าใครเรียนเก่งก็ได้เรียนห้อง 1 ใครอ่อนก็ห้อง 4) ระดับชั้น Year 7 Year 11 เทียบเท่าบ้านเราประมาณ ม.1-ม.6 เลย และเราก็ข้ามชั้นเรียนมาเรียน ม.2 เลย อาจจะเพราะอายุถึงแล้ว (มั้ง) ส่วนวิชาที่เรียน Year 7- Year 9 จะต้องเรียนตามหลักสูตรหลักๆ เลย คือคณิต อังกฤษ ภาษาที่สอง (สำหรับเราเป็นภาษาที่สาม จะมีฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน) ดนตรี เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ การแสดง ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ศาสนา สุขศึกษา พละในยิม กับกีฬา ส่วนเด็กที่เรียน Year 10 Year 11 จะเรียนวิชาหลักแค่อังกฤษ คณิต คอม ศาสนา สุขศึกษา กับกีฬา และพละภาคทฤษฎี และที่เหลือจะเลือกจากวิชาที่เขาบังคับ นั่นคือ GCSE (วิชาในหลักสูตร) กับ BTEC (วิชาที่ใช้ในอนาคต นำมาใช้ประโยชน์ได้จริง เราเลือกเรียนธุรกิจกับศิลปะออกแบบ)
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมมีเรียนพละเยอะจังและยังมีกีฬาอีก เหตุผลก็คือโรงเรียนของเราได้รับรางวัลว่ามีสนามกีฬาที่ได้มาตรฐานรางวัลสนามปิงปองที่ดี (เห็นบอกว่าปี 2012 จะมาแข่งโอลิมปิกปิงปองที่นี่ด้วย) และพื้นที่โรงเรียนเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์เป็นสนามกีฬา ฉะนั้นเรื่องตึกเรียนถึงจะใหญ่แต่ก็ไม่เยอะเท่าสนามกีฬา และตอนนี้กำลังทำสนามเพิ่มมาด้วยในการฝึกทักษะฟุตบอล ทำให้เด็กๆ ในโรงเรียนนอกจากจะหน้าตาดีแล้วหุ่นยังดีอีกด้วย (พูดแล้วเลือดกำเดาจะกระฉูด -///-)
ส่วนยูนิฟอร์มของโรงเรียน แต่ก่อนจะมีเพียงแค่เสื้อจัมพ์ ชุดนักเรียนสีขาว เนคไทสีม่วงสลับเหลือง กางเกงสีดำ และรองเท้านักเรียน และไหงอยู่ดีๆ ครูแกอยากให้เด็กในโรงเรียนดูดีขึ้นเลยเพิ่มเสื้อสูทให้อีกตัว ตอนหน้าร้อนก็ถอดเขวี้ยงกันเกลื่อน พอหน้าหนาวนะ ใส่กันพร้อมเพียง
ชีวิตไฮสคูลชายล้วน ถึงเพื่อนแกล้งแต่ไม่กลัว !
นี่เรายังลืมพูดเรื่องอะไรอีกนะ? อ๋า สงสัยสินะมีเด็กไทยรึเปล่า จะบอกให้ว่าแต่ก่อนตอนเราเข้าใหม่ มีพี่ที่เขาเป็นคนไทย (ที่บอกว่าขาหักตกบันได้นั่นแหละ -..- แต่แปลกเข้าไปเหตุไฉนเราไม่โดนแกล้ง) คอยช่วยเหลือประมาณปีและยังใจดีลงชื่อเราไว้ในห้องฝึกภาษาเพื่อให้เราฝึกภาษาอีก และโรงเรียนหญิงข้างๆ ก็มีเด็กไทยอีกคน ส่วนตอนนี้พี่คนนั้นก็ออกไปแล้ว ได้ข่าวว่าได้เข้าเรียนที่มหาลัยเกี่ยวกับศิลปะ และตอนนี้ก็มีเด็กไทยอีกคนเข้ามาใหม่ ก็
ซีเรียสนิดนึงตรงที่เขาไม่ค่อยได้ภาษา พลอยทำให้นีกถึงตัวเองตอนเข้าไปใหม่ๆ เลย
จะจากกันแล้วเหรอ? อะไรกันยังเขียนอยู่สนุกๆ เลยนะ
ห๊ะ อะไรนะให้เขียนต่ออีกนิ๊ดนึงเหรอ ขอบคุณพี่เป้มาก

ครูพละที่โรงเรียน
ส่วนเรื่องความประทับใจเนี่ยอาจจะเป็นเพื่อนๆ ที่โรงเรียนก็ได้ เพราะไม่มีใครรังเกียจเราเลยซักคนเด็กไทยหัวดำๆ (ถึงตอนนี้จะย้อมเป็นสีน้ำตาลก็เถอะ) และยังคอยช่วยเหลือเราทุกอย่าง นับว่าดีใจมากแถมยังไม่โดนแกล้งอีกด้วย แต่ที่ไม่มีใครแกล้ง อาจจะเพราะเราสำออยเก่ง หุหุ พอโดนนิดหน่อย ทำเป็นสำออยไปบอกครู นึกถึงประสบการณ์ครั้งนึง ตอนเพื่อนแกล้งยิงหนังยางใส่ ไม่เจ็บด้วย แต่ทำเป็นเอามือปิดแก้มร้องโอดอวย จนไอ้เพื่อนที่ยิงโดนครูใหญ่เรียกไปคุยและโดนพักการเรียนไปประมาณอาทิตย์ (บาปไหมฉัน -*-) นับว่ายังดีแหะที่ครูเข้าข้างเรา แต่ดูๆ แล้วคุณครูในโรงเรียนก็ดีทุกคน ยกเว้นครูบางคน (ไม่ขอเอ่ยชื่อ) ที่เขามักจะจิกเราตลอดเวลา เลยตัดปัญหาไม่เลือกเรียนวิชาของแกไปเลย แต่ก็ไม่วายเจอแกอีกเพราะดันมาเป็นอาจารย์รองประจำ Year 10 ส่วนเรื่องชกต่อยนั้นเป็นเรื่องปกติของโรงเรียนชายล้วน มีทุกวัน เพราะฉะนั้นต้องคอยมองว่าวันนี้ใครจะเป็นคนโดน
ยังไงก็ขอฝากบอกเพื่อนๆ ชาวเด็กดีทุกคนๆ ว่าใครอยากจะมาอังกฤษเดี๋ยวนี้ไม่ง่ายเหมือนเดิมแล้วนะครับ ต้องตั้งใจจริงๆ และต้องได้ภาษามั่ง ไม่ใช่คุณมาทักผมและให้ผมแนะนำเกี่ยวกับการมา แต่คุณไม่ได้ภาษาเลย ถ้าอยากเก่งจริงและได้ภาษา โรงเรียนนานาชาติในไทยมีดีเยอะแยะ อย่ามาเพราะคุณคิดว่ามันจะสบายแบบเมืองไทย ฝรั่งเขาใช้ชีวิตแบบเอาตัวรอด เขาจะไม่สนใจคุณหรอกว่าจะได้หรือไม่ได้ และอย่าใช้เหตุผลที่จะมาที่นี่แบบหนังหนีตามกาลิเลโอนะครับ เพราะว่าชีวิตจริงคุณอาจจะสอบไม่ผ่านตั้งแต่วีซ่าแล้วครับ และถ้าใครอยากอ่านเรื่องของผม ติดตามได้ที่ http://writer.dek-d.com/fourmod001/writer/view.php?id=532197 และเจอกันใหม่ ถ้าผมได้เขียนเรื่องอีกนะครับ
ว่าๆ ไปแล้วไฮสคูลที่โน้นก็คล้ายๆ กับบ้านเราเลย ถ้าโรงเรียนชายกับโรงเรียนหญิงอยู่ใกล้กัน ก็จะแอบเห็นมาเดินกุ๊กกิ๊กกระหนุงกระหนิงกันบ่อยๆ ^^แต่ก็อย่างที่น้องมีนบอกล่ะค่ะ คนอยู่เมืองนอกไม่ได้สบายทุกคน เพราะฉะนั้นใครที่มีโอกาสไปเรียนต่อก็ขอให้ตั้งใจและอดทนกันให้มากๆ นะคะ ส่วนใครมีเรื่องดีๆ อยากแบ่งปันให้เพื่อนๆ อ่านก็ส่งมาได้เหมือนเดิมที่ pay@dek-d.com แล้วเจอกันใหม่กับเล่าประสบการณ์เด็กนอกอาทิตย์หน้า จะเป็นเรื่องของใคร จากประเทศอะไร ก็ต้องติดตามกันนะ บ๊ายบาย