|
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และคอลัมน์เล่าประสบการณ์เด็กนอกทุกๆ วันพฤหัสเช่นเคยค่ะ ^^ หลายๆ คนที่อยากจะไปเรียนต่ออเมริกา ก็มักเกิดคำถามนึงขึ้นมาว่า "จะไปเมืองไหนหรือรัฐไหนดี ?" นั่นน่ะสิ ก็เพราะอเมริกาเป็นประเทศใหญ่มากๆๆๆ จนไม่รู้จะเลือกไปอยู่ส่วนไหนดี แต่สำหรับวันนี้ พี่เป้ มีเรื่องราวประสบการณ์เด็กนอกดีๆ มาฝาก โดยน้องเจ้าของเรื่องเค้าเต็มใจพรีเซนต์รัฐที่เค้าอยู่มากๆ ว่ารัฐนี้ดีสุดๆ ถ้าอยากรู้เป็นเมืองไหนรัฐไหนล่ะก็ ไปอ่านได้เลย

ฮาโหลลลล ชื่อ "จี" นะคะ ตอนนี้อยู่ ม.5 ค่ะ ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่ สถาบัน NISE เป็นสถาบันสอนภาษา อยู่ที่เมืองพอร์ทแลนด์ รัฐโอเรกอน USA จีตั้งใจจะมาเรียนคอร์สสอบ TOEFL ค่ะ ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า นักเรียนที่มาเรียนในสถาบันนี้จะต้องทำการสอบวัดระดับก่อนว่าเราอยู่ในระดับไหน ซึ่งมี 3 คลาสด้วยกันคือ คลาส TOEFL , high school และ secondery จีสอบได้ระดับที่เรียน TOEFL ค่ะ การเรียนก็สบายๆ เพราะเวลาเรียนนั้นจะมีเกมหรือกิจกรรมผ่อนคลายในห้องเรียนตลอดซึ่งทำให้นักเรียนไม่เครียดเกินไป
สำหรับเรื่องที่อยู่ จีได้มาอยู่กับโฮสท์แฟมิลี่ที่เมืองไทการ์ด ซึ่งเป็นเมืองที่เงียบ ขับรถ 30 นาทีจากตัวเมืองซึ่งนับว่าไม่ไกล เพราะปกติแล้ว ในโอเรกอนจะมีรถไฟฟ้าบนดินผ่านในทุกๆ เมือง โฮสท์พาจีไปดูการแสดงซิมโฟนีด้วย ซึ่งในวันแสดงนั้นจีได้ไปถ่ายภาพกับนักไวโอลินระดับโลกด้วยค่ะ ^^ แถมยังเคยพาจีไปดูการแสดงละครเวที Billy Elliot โดยมีเอลตัน จอห์นนั่งเป็นมิวสิคไดเรคเตอร์คอยกำกับอยู่ข้างล่างเวทีพร้อมกับวงออเครสตร้าด้วย ขอบอกว่าตื่นเต้นมากๆๆๆๆ แต่ที่น่าแปลกคือ เมื่อการแสดงจบ เราสามารถพบกับนักแสดงได้โดยเป็นกันเอง ได้ทั้งจับมือทั้งกอด โดยไม่มีการ์ดคอยกันหรือห้ามอะไรเลย ทุกคนเป็นกันเอง

ส่วนโฮสท์แฟมิลี่ของจีนั้น ท่านเป็นคนดีมากๆ ท่านอายุ 70 ปีแล้ว แต่ร่ายกายและจิตใจของท่านยังแข็งแรงอยู่เลย แข็งแรงกว่าจีด้วยซ้ำ อิอิ เป็นปกติที่เด็กนอกอย่างเราๆ จะตื่นตาตื่นใจกับบ้านของโฮสท์และตัวโฮสท์ จีมักจะขอถ่ายรูปทั้งในบ้านและนอกบ้านตลอดและที่สำคัญถ่ายรูปกับโฮสท์ด้วยค่ะ เชื่อไหมคะ โฮสท์ของจีไม่ยอมให้จีถ่ายรูปด้วย แน่นอนค่ะเป็นใครใครก็ต้องเสียใจ แต่ในเมื่อเขาไม่ยอมก็ไม่เป็นไร เพราะเขาอาจจะไม่ชอบถ่ายรูปก็ได้ แต่จีเคยเปิดไปเจออัลบั้มรูปของโฮสท์ ก็เหมือนว่าเขาจะชอบถ่ายรูปเหมือนกัน เพราะรูปเขาก็เยอะทีเดียว แต่มันก็ทำให้จีสงสัยว่าทำไมท่านไม่ยอมถ่ายรูปกับจี ????? บางทีคิดถึงขนาดว่าเขายังไม่ไว้ใจเรา หรือเขาอาจจะไม่รักเราก็เป็นได้ มันน้อยใจอยู่ลึกๆ แต่สุดท้ายก็บ่อน้ำตาแตกจนได้ เพราะมีวันหนึ่งจีจะไปเที่ยว LA ตอนนั้นอยู่ที่สนามบิน เลยลองขอโฮสท์ถ่ายรูปอีกครั้ง และแล้วก็ได้รับคำตอบที่อยากได้ยินมานาน เป็นเพียงคำตอบสั้นๆ คือ "แน่นอน!" เท่านั้นแหละ ร้องไห้เลยค่ะ คือเป็นภาพแรกที่ได้ถ่ายด้วยกัน อยู่กันมานานแล้ว ท่านเป็นโฮสท์เราแท้ๆ ยังไม่มีรูปด้วยกันเลย พอมีรูปแล้วเราก็ดีใจมากกกก มีความสุขทั้งวันเลยค่ะ :))

มาพูดถึงเรื่องของรัฐโอเรกอนบ้าง เชื่อว่าเพื่อนๆ คงคุ้นชื่อกันดี รู้ไหมคะว่าโอเรกอนไม่มีภาษีค่ะ และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ก็ถูกมากๆ เลย แม้กระทั่ง iphone ipad ราคาเบาๆ เองค่ะ ไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท แต่ที่แพงก็มีอย่างเดียวคืออาหาร ให้เยอะก็จริงแต่ราคานี่แพงถึงขนาด 6$ นี่คือราคาปกติทั่วไปค่ะ
แหล่งท่องเที่ยวในโอเรกอน ยอมรับตรงๆ ว่าไม่ค่อยมีเลยค่ะ ฮ่าๆ แต่ก็มีห้าง มีสวนสนุก หรือแม้กระทั่งรัฐสภา ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้าไปชมได้ ไม่ใช่ชมแค่รอบนอกหรือในรัฐสภาเท่านั้นนะคะ เราสามารถเข้าไปนั่งดูเขาทำงานกันได้ด้วยค่ะ สุดยอดจริงๆ ประชาชนที่นี่ให้ความสนใจกับรัฐสภามาก เพราะประชาชนสามารถออกเสียงได้ทุกคน ยกตัวอย่างเช่น บางคนอยากให้มีกฏหมายอย่างนั้น ก็สามารถออกเสียงให้กับประธานสภาได้ หรือบางคนอาจจะไม่พอใจกับกฏหมายนั้น ก็สามารถออกเสียงให้กับประธานสภาได้เช่นกัน อ้อ อีกอย่างที่ขึ้นชื่อก็คือ รัฐนี้เป็นเมืองแห่งป่าไม้ซึ่งเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Twilight ด้วย และนอกจากป่าสนจะเยอะแล้ว ยังมีทุ่งทิวลิปที่สวยงามอีกด้วยค่ะ มองแล้วเหมือนอยู่ในเทพนิยายเลย ถึงแม้ว่าที่นี่จะไม่ค่อยมีที่ท่องเที่ยวเยอะเท่ารัฐอื่นๆ แต่จีว่าก็น่าอยู่กว่ารัฐอื่นๆ เพราะรัฐนี้ไม่มีโจร ไม่มีขโมยเลยค่ะ แถมบ้านก็น่าอยู่ บรรยากาศเงียบสงบ ไม่เหมือนรัฐอื่นๆ ที่โด่งดังเช่น LA หรือ NY ปัจจุบันนี้คนเม็กซิกันเยอะ ทำอะไรต้องระวังตัว แต่ที่โอเรกอนส่วนมากเป็นฝรั่งแท้ๆ อยู่กันเยอะค่ะ


นอกจากนี้จียังเคยได้ไปดูสถานีตำรวจ ฮาๆ ตลกกันล่ะสิ ? อย่าดูถูกกันเชียวนะ ! สถานีตำรวจที่นี่เขาไม่ใช้รถในการตรวจตราหรือออกไล่จับใครหรอกนะ เค้าใช้ม้าต่างหาก !!! ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ ม้าตำรวจนี่แหละค่ะ ตอนแรกคิดว่าจะมีแต่ในสมัยก่อนหรือในเทพนิยาย ไม่น่าเชื่อนะคะว่าที่นี่จะใช้ม้าเป็นพาหนะของตำรวจ ฮ่าๆ ส่วนเรื่องสภาพอากาศ ทุกๆ คนต้องเตรียมใจแล้วเตรียมร่มไว้เลยค่ะ เพราะที่นี่ฝนตกทุกวัน วันไหนแดดออก วันนั้นฝนก็ยังตกอยู่ดี ฮา ๆ อุณหภูมิก็ไม่หนาวค่ะ ประมาณ 7 องศา เย็นๆ แต่ถ้าวันไหน 2 องศาก็เตรียมใจเลยค่ะ โฮะๆ

มาเล่าวีรกรรมของตัวเองดีกว่า มีอยู่วันหนึ่งจีนึกสนุกอยากเที่ยว ยังไม่อยากกลับบ้าน ก็เลยเดินไปเที่ยวห้างแถวๆ โรงเรียน ก็เห็นกลุ่มวัยรุ่นมหาลัยจัดปาร์ตี้กันกลางลานกว้างๆ ควันบุหรี่เต็มเลย และเสียงเพลงก็ดังมากๆๆ ค่ะ เราก็ตกใจนึกว่าเป็นปาร์ตี้อัพยาหรือเปล่า เลยลองเดินเข้าไปดูเลยค่ะ 555 ปรากฏว่า...ปาร์ตี้งานศพ !! ?? คือมีนักศึกษาของสถาบันได้เสียชีวิตลง และก่อนเสียชีวิตเขาขอให้จัดปาร์ตี้ให้ เหมือนเป็นการระลึกถึงเขา เปิดเพลงจังหวะมันส์ๆ มีดีเจเปิดแผ่น ทุกคนพร้อมใจกันใส่เสื้อสีม่วง แล้วตะโกนชื่อของผู้ตาย ทั้งมันส์ทั้งซาบซึ้งเลยทีเดียว -*- แต่สุดท้ายจีก็ต้องรีบออกมาก่อนที่จะสำลักควันบุหรี่ไปมากกว่านี้ 555

และด้วยความที่อยู่เมืองนอก จีเชื่อว่าเด็กทุกคนต้องมีความซ่าส์กันบ้างล่ะน่าาาาา อย่างจีจะชอบเที่ยวห้างมากๆ ตอนนี้ไปจนครบทุกห้างแล้วล่ะค่า มีอยู่วันหนึ่ง จีได้หนีเรียนไปเที่ยวพร้อมกับเพื่อนๆ เพราะได้ข่าวมาว่าห้างนี้เป็นห้างที่ใหญ่และมีของเยอะ จึงได้ถามทางกับอาจารย์ไว้ซะดิบดี ทั้งการไป-การกลับ จากนั้นจีกับเพื่อนๆ ก็ชิ่งเลยค่ะ เดินไปขึ้นรถไฟฟ้า maxtrain จากนั้นก็เดินข้ามไปขึ้นรถบัส ซึ่งอาจารย์บอกว่าให้ขึ้นสาย 43 แต่...รถบัสสาย 43 อยู่ไหน !! เช็คในแผนที่ก็มี เวลานี้ก็ใช่ สถานีก็ใช่ หลังจากยืนบ่นๆ กันสักพัก เพื่อนจีคนหนึ่งตาดีเห็นรถสาย 43 เลยชี้ให้ดู พวกเราดีใจกันมากเลยค่ะ เพราะรถตรงมาทางพวกเรา ค่อยๆ มา ค่อยมาๆ จากนั้น..รถก็เลี้ยวไปไม่ยอมจอดเลยค่ะ ไปจอดอยู่อีก Block หนึ่ง ทำให้พวกเราต้องวิ่งตามรถ เหนื่อยก็เหนื่อย หิวก็หิว อยากเที่ยวก็อยากเที่ยว ขำมากๆ เลยค่ะวันนั้น

และเมื่อพวกเราวิ่งมาถึงรถบัส มองเข้าไปข้างในไม่มีคนเลยค่ะ แต่มีคนขับหน้าตาจีนๆ กำลังจ้องมองพวกเราอยู่ จีมั่นใจมากเลยขึ้นไปคนแรกเลยค่ะ say hi กับคนขับแล้วก็นั่งพักเหนื่อย จากนั้นเพื่อนอีกคนก็ตะโกนถามว่า ต้องโชว์บัตร studen tcard ไหม? จีตอบอย่างมั่นใจเลยค่ะ ไม่ตรวจๆ ขึ้นมาเลย ! แต่เสียงสะท้อนกลับมาว่า "ตรวจสิ ทำไมจะไม่ตรวจ !" จีกับเพื่อนๆตกใจมาก เงยหน้าไปมองตามเสียงทำไมเสียงนี้เราฟังออก โอ๊ะโอ่ ! คนไทยนี่หว่า 5555555 ฮาก๊ากเลยค่ะ คุณลุงคนขับรถบัสเป็นคนไทย ใจดีมากเลยค่ะ สรุปคือเราใช้เวลานั่งรถนานมากประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าจะถึงห้างก็คือห้าง Washington Square ฝนก็ตก แต่ก็คุ้มกับการรอคอยอีกนั่นแหละ จากนั้นเราก็ตรงดิ่งไปยัง food center ไปร้านอาหาร thai cuisine ค่ะ เดินไปพร้อมกับสวัสดีงามๆ ให้พนักงาน แต่...พนักงานไม่ใช่คนไทย แถมอาหารก็ไม่ใช่อาหารไทยด้วย แล้วทำไมชื่อร้านเป็นชื่อไทยล่ะ ??? พวกเราสงสัยกันเลยหันมาพูดคุยกัน พนักงานเลยเริ่มจะรู้ตัวว่าพวกเราเป็นคนไทย เลยบริการให้พวกเราไม่ดีเลยค่ะ ถ้าโยนจานได้คงโยนไปแล้ว ทำหน้าบูดเบี้ยวแถวถามกระแทกเสียงอีก หลังจากนั้นพวกเราไม่กินอีกเลยค่ะร้านนี้ !

นั่นก็เป็นประสบการณ์ของจีที่อยากแชร์ให้เพื่อนๆ อ่านกันนะคะ หวังว่าคงมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย 5555 แต่ใครที่อยากจะมาอเมริกา ขอแนะนำโอเรกอนเลยค่ะ น่าอยู่มากๆๆ เป็นทางเลือกที่ดีแน่นอนค่ะ
แหม โอเรกอนนี่น่าอยู่ไม่ใช่เล่นๆ นะคะ โดยเฉพาะไอโฟนเครื่องละไม่ถึงหมื่นนี่ล่อตาล่อใจอยากให้ไปสุดๆ 5555 แต่จริงๆ ในอเมริกายังมีอีกหลายเมืองที่น่าอยู่นะคะ ไว้ถ้ามีโอกาส จะพาน้องๆ เด็กนอกที่อยู่อเมริกามาเล่าให้ฟังอีกนะ ^^ ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ อยากแบ่งปันเพื่อนๆ บ้าง ก็ส่งมาให้ พี่เป้ ได้ที่ pay@dek-d.com แล้วไว้เจอกันค่ะ ^^

|

ชีวิตเด็กแลกเปลี่ยนที่น่าอิจฉาใน "เบลเยี่ยม" แต่วันดีคืนดี ดันเกิดเหตุด่วน
เพราะอะไร ... ถึงต้องย้ายออกจากบ้านโฮสท์ ภายในเย็นนั้นเลย !!
Available on Dek-D.com, Study Abroad Thursday 9 June 2011
|
|