|
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และวิธีเตรียมตัวเรียนต่อนอกทุกวันอังคารเช่นเคย ^^ สัปดาห์ก่อน พี่เป้ ได้ลองไปสำรวจความเห็นของชาวต่างชาติที่มีต่อภาษาไทย บางคนก็บอกว่าเขียนยาก บางคนก็บอกว่าเสียงภาษาไทยเหมือนเสียงกำลังร้องเพลง ซะอย่างนั้น (ใครยังไม่ได้อ่าน คลิก)
สำหรับวันนี้ขอจัดเต็มค่ะ !!! เพราะวันนี้ พี่เป้ มาพร้อมกับสาวเกาหลีคนหนึ่ง (แหม หนุ่มๆ หลายคนเตรียมดี๊ด๊าล่ะสิ) ขอบอกว่าเธอคนนี้ไม่ธรรมดานะคะ เพราะในขณะที่วัยรุ่นบ้านเราให้ความสนใจเรียนภาษาเกาหลีที่มาพร้อมกับกระแส K-Pop แต่เธอคนนี้ตั้งอกตั้งใจเรียนภาษาไทยเป็นวิชาเอกในระดับมหาวิทยาลัย จนเรียกได้ว่าเก่งภาษาไทยระดับตัวแม่เลยล่ะค่ะ !!!!
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ พี่เป้ เลยไม่รอช้า รีบไปคว้าตัว "จองเซรยอน" หรือ "แก้ว" (มีชื่อไทยด้วยอะ) มาให้สัมภาษณ์ถึงความเป็นมาว่ามา เรียนภาษาไทยได้ยังไง ขอบอกก่อนนะคะว่า บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้ แก้วเป็นคนพิมพ์ส่งกลับมา โดย พี่เป้ จะไม่แก้รูปประโยคใดๆ เลย เรียกว่าพิมพ์ส่งกลับมายังไง ก็เอาลงมันทั้งอย่างนั้นเลย 555 เอาล่ะ เราไปพิสูจน์กันเลยดีกว่าสาวเกาหลีคนนี้จะเก่งภาษาไทยขนาดไหน ???

พี่เป้ : อันนยองฮาเซโย เอ๊ย สวัสดีค่ะแก้ว ก่อนอื่นขอให้แนะนำตัวแก่น้องๆ ชาว Dek-D.com หน่อยค่ะ
แก้ว : สวัสดีค่ะ พี่ๆ เพื่อนๆ และน้องๆ ทุกคน ฉันชื่อแก้ว เป็นคนเกาหลี ชื่อเกาหลีว่า จอง เซ รยอน จบภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮันกุ๊กและกิจการต่างประเทศค่ะ ได้มาสัมภาษณ์ที่ dek-d.com อย่างนี้ ก็รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากๆ เลยค่ะ ^^
พี่เป้ : (อึ้งไปสิบวิ ทำไมเก่งภาษาไทยแบบนี้อะ 0_0) เป็นมายังไง ทำไมแก้วถึงเลือกเรียนเอกภาษาไทยในระดับมหาวิทยาลัยล่ะคะ ?
แก้ว : ตั้งแต่เด็กๆ ฉันชอบเรียนภาษามากๆ ค่ะ แม่ฉันเห็นฉันชอบภาษาก็สนับสนุนและได้จ้างครูสอนภาษาอังกฤษมาสอนเป็นการส่วนตัว ครูนั้นเป็นคนเกาหลี-อเมริกา ฉันกับครูใช้เวลาด้วยกันบ่อยมากในระยะเวลา 7 ปีค่ะ ภาษาอังกฤษของฉันก็คล่องขึ้นเยอะ จนได้เข้าเรียนมัธยมปลายที่โรงเรียนเฉพาะทางที่เน้นด้านการสอนภาษาเป็นพิเศษค่ะ
ตอนนั้นฉันเรียนเอกเป็นภาษาอังกฤษ โทเป็นภาษาจีนนะค่ะ ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ความกระตือรือร้นในการเรียนภาษาต่างประเทศก็ยิ่งมากขึ้นค่ะ หลังจากจบม.ปลายแล้ว ฉันอยากลองเรียนภาษาที่คนอื่นไม่ค่อยเรียนกันนะค่ะเพราะคนเกาหลีส่วนใหญ่นิยมเรียนภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาญี่ปุ่น ซึ่งมีการแข่งขันสูงมาก ฉันจึงตัดสินใจเลือกเรียนภาษาไทย ถึงแม้จะมีความเสี่ยงสูงแต่ก็รู้สึกอยากลองท้าทายดู ในที่สุดก็เลยเลือกภาษาไทยเป็นวิชาเอกค่ะ

พี่เป้ : (อึ้งอีกสิบวิ สุดยอดมากๆ ) แล้วก่อนจะได้เรียนภาษาไทย แก้วพอจะรู้จักภาษาไทยบ้างมั้ย พอพูดได้มั้ยคะ ?
แก้ว : ไม่มีเลยค่ะ แม้แต่เรื่องที่มีภาษาไทยในโลกก็ไม่รู้เลย พอเลือกวิชาเอก ถึงได้รู้ค่ะ ตอนนั้นไม่เคยไปเมืองไทย แล้วก็ไม่รู้ว่าภาษาไทยเป็นยังไง ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับประเทศไทยเลยสักนิดนะค่ะ
พี่เป้ : โอ้ววววว แล้วพอได้มาเรียนจริงๆ ภาษาไทยเป็นยังไงบ้างคะ ยากง่ายยังไง บ่นได้เต็มที่
แก้ว : พูดตรงๆ เลยนะค่ะ พอเริ่มเรียนแล้ว ฉันก็คิดว่า ทำไมตัวเองต้องเรียนภาษายากขนาดนี้ด้วยอ่ะ พยัญชนะไทยมีตั้ง 44 รูป เปรียบเทียบกับภาษาเกาหลีที่มีพยัญชนะแค่ 14 ตัวแล้วมันเยอะมากจริงๆ นะค่ะ แค่การจำคำเรียกพยัญชนะและสระ แล้วก็ท่องจนเขียนเป็น ก็ใช้เวลานานหลายเดือนเลยค่ะ ทุกครั้งเปิดหนังสือภาษาไทยแล้วเห็น ก จนถึง ฮ แล้วก็ท้อเลยค่ะ 555 ตอนเรียนพื้นฐานก็บ่นบ่อยๆ ว่า ด กับ ค ต่างกันยังไงวะเนี่ย แล้วก็ทำไมตัวเล็กขนาดนี้ ตอนอ่านหนังสือภาษาไทยก็ยังโอเคอยู่นะค่ะ แต่พอเข้าไปเว็บไซต์ที่เขียนเป็นภาษาไทย ก็ต้องขยายถึง 2 เท่าเลยถึงจะอ่านออกได้ค่ะ สำหรับคนไทยอาจจะไม่มีปัญหาเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับคนต่างชาติ ภาษาไทยตัวเล็กจริงๆ

ส่วนการออกเสียง ภาษาไทยมีระดับเสียงของคำ และออกเสียงแยกคำต่อคำค่ะ ถ้าไม่รู้ว่าคำนี้ต้องพูดออกมายังไง ก็ออกเสียงไม่ได้เลยค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าออกเสียงสวย ผิด ฝ่ายคนฟังก็จะซวยซะงั้นนะค่ะ -.- ถ้าเป็นภาษาจีน แต่ละตัวมีแต่ละเสียง ก็เลยไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ค่ะ แต่ภาษาไทยมีเสียงเยอะกว่าภาษาจีนอีก แล้วก็พยัญชนะกับสระประสมกัน ถึงจะได้รู้ว่าต้องออกเสียงยังไง
สุดท้าย ที่เกาหลีไม่ค่อยมีหนังสือที่เรียนภาษาไทยได้เลยค่ะ ก็เลยลำบากนิดหน่อยค่ะ ถ้าเป็นภาษาต่างประเทศเช่นภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน ในร้านขายหนังสือมีหนังสือเต็มไปหมดเลยค่ะ แต่หนังสือภาษาไทยมีน้อยมาก คงจะน้อยกว่า 10 เล่มมั้งค่ะ พวกนี้ก็เป็นหนังสือที่อาจารย์มหาวิทยาลัยของฉันเขียนทั้งนั้นเลยค่ะ ฉันก็ต้องหาข้อมูลเองแล้วก็ต้องพยายาม 2-3 เท่ากว่าที่เรียนภาษาอื่นๆ นะค่ะ แต่ฉันว่าพอพ้นช่วงแรกไปแล้ว ถือว่าความยากก็จะน้อยลง แล้วก็เริ่มรู้สึกสนุกได้ ซึ่งทำให้ผู้เรียนได้ติดภาษาไทยเลยค่ะ
พี่เป้ : ในภาควิชาภาษาไทย นอกจากจะเรียนภาษาไทยแล้ว แก้วได้เรียนอะไรเกี่ยวกับเมืองไทยอีกบ้างคะ ?
แก้ว : นอกจากที่เรียนภาษาไทยแล้ว มีหลายวิชาที่ช่วยให้เกิดความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับประเทศไทยค่ะ อย่างเช่น วัฒนธรรม การเมือง เศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ เป็นต้นค่ะ

พี่เป้ : แล้วแก้วชอบวิชาไหนมากที่สุด ?
แก้ว : ฉันชอบวิชาการสนทนามากที่สุดค่ะ ในเวลาเรียนการสนทนาภาษาไทย มีโอกาศที่ได้คุยหลายหัวข้อกับอาจารย์คนไทยค่ะ โดยเฉพาะตอนเรียนปีที่ 1, 2 ไม่มีความกดดันในวิชานี้ ฉันก็เลยชอบค่ะ บางทีอาจารย์ก็ชวนนักเรียนไปบ้านเขา ทำอาหารไทยให้ทุกคนชิมด้วยค่ะ นี่คือเวลาที่ฉันชอบที่สุดเลยค่ะ
พี่เป้ : แล้วนอกจากมหาวิทยาลัยที่แก้วเรียนแล้ว ที่เกาหลีมีที่ไหนสอนเอกภาษาไทยบ้างคะ ?
แก้ว : มี 3 ที่ค่ะ มหาลัยธรรมดาที่เกาหลีไม่มีที่เรียนภาษาไทยได้ค่ะ ต้องเป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทางที่เน้นด้านการสอนภาษาเป็นพิเศษนะค่ะ คือมีมหาวิทยาลัยฮันกุ๊กและกิจการต่างประเทศที่โซลที่ฉันเรียนจบ แล้วก็มีอีกวิทยาเขตแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดเคียงกิ แล้วก็มีอีกแห่งหนึ่งที่จังหวัดปูซานชื่อมหาวิทยาลัยปูซานภาษาและกิจการต่างประเทศค่ะ
 มหาวิทยาลัยที่แก้วเรียนจบมา
พี่เป้ : เรียนเอกภาษาไทยอย่างนี้ แก้วต้องเคยมาเมืองไทยแล้วแน่ๆ มาแล้วทั้งหมดกี่ครั้งเอ่ย ?
แก้ว : แก้วเคยไปเมืองไทยมา 4 ครั้งแล้วค่ะ ครั้งแรกไปเที่ยวกรุงเทพและพัทยากับเพื่อนๆ ค่ะ ครั้งที่สองไปอยู่ที่เชียงใหม่ 2 เดือนกับเพื่อนๆ ทำงานพิเศษขายชุดเครื่องนอนที่ร้านค่ะ ในวันหยุดก็อ่านหนังสือภาษาไทยและไปเที่ยวเชียงราย แม่ฮ่องสอน ปายด้วยค่ะ ตอนนั้นชีวิตสบายมาก นอกจากการทำงานแล้ว วันๆ ไม่ต้องทำอะไรแล้วก็ไม่มีความกดดันเลยค่ะ ครั้งที่สามก็ไปเรียนภาษาไทยที่มหวิทยาลัยบูรพาเป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือนค่ะ ทัศนศึกษาเสร็จแล้วก็ไปเที่ยวภูเก็ด หัวหิน อยุธยา กาญจนบุรี และกัมพูชาด้วยนะค่ะ ครั้งสุดท้ายไปฝึกงานที่บริษัทเกาหลีที่สนับสนุนให้นักธุรกิจมาลงทุนที่ไทย(Kotra) เป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือนค่ะ ตอนนั้นทำงานที่กรุงเทพ ในวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานก็ไปเที่ยวเชียงใหม่เล่นน้ำด้วยค่ะ ถึงฉันจะไปประเทศไทยมาตั้ง 4 ครั้งแล้ว แต่รวมระยะเวลาที่อยู่ที่ไทยก็ไม่ถึง 1 ปีเลยค่ะ ถ้ามีโอกาศที่ได้ไปเมืองไทยอีก แก้วก็อยากอยู่ที่ไทยให้นานๆ เลยค่ะ
พี่เป้ : เกือบลืมถามไปว่า ชื่อแก้วนี่ใครตั้งให้เหรอคะ ?
แก้ว : ก่อนที่ไปเรียนที่ม.บ. มีแต่ชื่อไทยว่าชุติเนตที่อาจารย์คนไทยตั้งให้ ที่ม.บ. ฉันมีเพื่อนสนิทชื่อน้ำ ที่เป็นเพื่อนคนแรกที่ได้รู้จักกันค่ะ เขาพาฉันไปเที่ยวหลายที่ พาไปกินข้าวทุกวัน แล้วก็แนะนำเพื่อนหลายๆ คนให้รู้จักด้วยค่ะ เขาเป็นคนที่ตั้งชื่อให้แก้ว ฉันว่าเขาตั้งชื่อว่าแก้วให้ฉันเพราะเราสองคนสนิทกันเหมือนน้ำกับแก้วค่ะ 555

พี่เป้ : โอ้โห ดีจังเลย รู้จักคนไทยเยอะขนาดนี้ งั้นแก้วประทับใจอะไรและไม่ประทับใจอะไรคนไทยบ้าง เม้าท์ได้ๆ 555
แก้ว : สี่งที่ฉันประทับใจมากที่สุคคือ วัฒนธรรมที่เปิดเผยกับเกย์หรือกระเทยค่ะ เพราะที่เกาหลีเนี่ย ยังไม่เปิดเผยกับเรื่องพวกนี้นะค่ะ ตอนแรกที่ฉันได้เจอกระเทยที่ไทย ตกใจแบบอึ้งไปเลยค่ะ แต่หลังๆ พอมีเพื่อนกระเทยแล้ว รู้สึกว่ายิ่งเป็นกระเทย นิสัยก็ยิ่งตลกค่ะ 555+ แล้วก็รู้สึกแปลกใจมากเลยกับเรื่องที่มีคำศัพท์ด้วยว่า คิง ควีน ทอมดี้ ไบ ที่เกาหลีก็มีรักร่วมเพศแบบหญิงรักหญิงชายรักชาย แต่ส่วนใหญ่หลบหนีจากสายตาคนอื่นและแอบรักกันค่ะ ที่เกาหลีก็คงจะมีคำศัพท์เกี่ยวข้องกับอันนี้ (ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันนะค่ะ เพราะมันไม่เปิดเผยอ่ะค่ะ)แต่แน่ใจว่าคำศัพท์แบ่งไม่ละเอียดขนาดนี้หรอกนะค่ะ เมืองไทยเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญต่อมารยาทมาก ก็เลยอาจจะดูอนุรักษ์นิยมหน่อย แต่ฉันคิดว่า ด้านความรักหรือคนที่รักร่วมเพศเนี่ย คนไทยเปิดเผยแล้วก็ open มากค่ะ
พี่เป้ : แล้วแก้วคิดว่า คนไทยกับคนเกาหลีนิสัยแตกต่างกันยังไงบ้าง ?
แก้ว : ฉันได้ยินบ่อยจากเพื่อนคนไทยว่า ทำไมแก้วใจร้อนจัง ใจเย็นๆ ก่อนนะ ไม่เป็นไร ก่อนที่จะเจอคนไทย ฉันไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนที่ใจร้อนค่ะ เพราะว่าคนเกาหลีส่วนใหญ่ทำอะไรก็ทำอย่างรวดเร็ว ก็เลยคิดว่าตัวเองทำแบบนี้เป็นปกติอยู่แล้ว แต่คนไทยทำอะไรก็ชิวๆ ไม่ค่อยเครียด ทำอะไรก็ไม่รีบ ทำสบายๆ ฉันว่าทั้งสองอย่างมีข้อดีกับข้อเสียนะค่ะ ส่วนนิสัยของคนเกาหลีใจร้อนแล้วก็รู้สึกเครียด แต่นี่หมายถึงว่ามีความกระตือรือร้นในการทำงานแล้วก็ทำงานได้อย่างรวดเร็วด้วยค่ะ ส่วนนิสัยของคนไทยอยู่สบายๆ ไม่คิดมาก แต่ไม่อยากทำ แล้วถ้าวางสิ่งที่ต้องทำ ตอนนั้นก็รู้สึกสบายได้แต่มันแป๊บเดียวเอง เพราะถ้าไม่ทำสิ่งที่เราต้องทำหรือว่าทำไม่ทัน เกิดเรื่องปวดหัวตามมาภายหลังได้ค่ะ

พี่เป้ : เก่งภาษาไทยขนาดนี้ ต้องเคยไปเป็นล่ามมาแล้วแน่ๆ ไหนๆ เล่าให้ฟังหน่อยสิคะ
แก้ว : ฉันว่าภาษาไทยของฉันยังไม่เพอร์เฟคค่ะ แต่ตลอดที่ผ่านมา มีโอกาศที่ได้ไปเป็นล่ามภาษาไทยมีเรื่อยๆ ค่ะ ตอนฉันไปฝึกงานที่บริษัทเกาหลีที่สนับสนุนให้นักธุรกิจมาลงทุนที่ไทย(Kotra) ได้มีโอกาศเป็นล่ามภาษาไทยบ่อยในการประชุมธุรกิจ แล้วก็เมื่อต้องเขียนรายงานก็ต้องแปลภาษาไทยตลอดค่ะ กลับมาเกาหลีก็มีงานที่เป็นล่ามเรื่อยๆ ค่ะ
ประสบการณ์ที่ประทับใจมากที่สุดคือ ตอนที่เป็นล่ามให้นายกอภิสิทธิ์ในการประชุมผู้นำอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลีค่ะ ตอนนั้นฉันฝึกงานที่กระทรวงต่างประเทศอยู่ ได้เห็นนายกเหมือนฝันเลยค่ะ ตัวจริงหล่อกว่าที่ได้เห็นในข่าวอีกค่ะ : D ตอนเป็นล่ามให้นายก ฉันตื่นเต้นมากเลยซุ่มซ่ามมาก แล้วก็เหยียบเท้าของนายกด้วย (อย่าโกรธแก้วนะค่ะ แก้วก็ไม่ได้ตั้งใจ) ที่หนักกว่านั้นคือฉันต้องพูดขอโทษกับนายก แต่ตื่นเต้นมากเกินไป พูดอะไรก็ไม่ถูก แล้วก็พูดกับนายกว่าขอบคุณค่ะ -_- ไม่ทราบว่านายกยังจำฉันได้หรือเปล่า แต่สำหรับฉัน รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้เป็นล่ามให้ผู้นำของประเทศแห่งหนึ่ง แล้วก็เป็นประสบการณ์ที่ดีมากในชีวิตของฉัน แล้วก็ลืมไม่ได้อย่างเด็ดขาด

พี่เป้ : 5555555 แอบตลกนะเนี่ย แล้วล่าสุดเห็นว่าแก้วไปประกวดอะไรซักอย่างแล้วได้รางวัลมาด้วย
แก้ว : สถานเอกอัครราชทูตไทยที่เกาหลีจัดการประกวดการพูดและเขียนภาษาไทยทุกปีค่ะ แต่ปีนี้ เพิ่งมีประกวดการแปลและล่ามด้วยเป็นครั้งแรกด้วยค่ะ ในช่วงเวลาสมัคร รุ่นพี่รุ่นน้องในภาควิชาภาษาไทย ก็ไม่กล้าสมัครกันนะค่ะ เพราะว่าเป็นครั้งแรกก็เลยไม่รู้ว่าการประกวดจะดำเนินยังไง จะมีข้อสอบแบบไหน ก็ไม่ทราบเลยสักนิดค่ะ
แรกๆ ฉันเองก็ไม่กล้าสมัครค่ะ ที่จริงกลัวนิดหนึ่งที่เข้าร่วมการแข่งขันนี้ เพราะฉันเพิ่งกลับจากจีนมาอยู่เกาหลีได้ไม่กี่เดือน ถึงแม้ว่าที่จีน ฉันจะอยู่กับคนไทยบ่อย แต่ภาษาไทยที่ฉันใช้ทุกๆ วันเป็นสนทนาภาษาไทยประจำวัน แล้วก็ไม่ค่อยใช้คำศัพท์เฉพาะที่ใช้ในการแปลค่ะ แต่ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจว่าจะลองนะค่ะ
ในประกวดนี้ฉันเป็นคนแรก เลยตื่นเต้นมากๆ เลยค่ะ ในห้องมีคณะกรรมการทั้งหมด 5 คน มีทั้งคนเกาหลีและคนไทยจากสถานทูตไทยค่ะ คำถามแบ่งออกเป็นสองส่วน คือพอคนสัมภาษณ์อ่านเป็นภาษาไทยแล้วฉันก็ต้องแปลเป็นภาษาเกาหลีถ้าเขาอ่านเป็นภาษาเกาหลีก็ต้องแปลเป็นภาษาไทยทันทีเลยนะค่ะ แต่เนื้อหาที่ต้องแปลรู้สึกยากจริงๆ ค่ะ เพราะคำถามส่วนใหญ่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ พุทธศาสนา การเมือง ที่เอามาจากหนังสือพิมพ์หรือข่าวค่ะ แต่ตอนที่ฟังและพูด ฉันก็พยายามมีสมาธิแล้วก็แปลให้ทันทีนะค่ะ ฉันเองก็ไม่อยากเชื่อเลยว่าได้รางวัลชนะเลิศด้วย จนกระโดดตัวลอยที่ได้ตัวเครื่องบินไปไทยด้วยค่ะ อิอิ
พี่เป้ : เก่งมากๆๆๆๆๆ ขอกราบคารวะเลย แล้วอย่างนี้เวลาแก้วเจอคนไทย เค้าตกใจมั้ยที่เห็นแก้วพูดภาษาไทยได้เก่งขนาดนี้
แก้ว : ไม่มีคนไทยซักคนที่ไม่ตกใจที่ได้เห็นฉันพูดภาษาไทยเป็นนะค่ะ ฉันพูดแค่คำพูดไม่กี่คำ แต่ทุกคนก็บอกว่าพูดไทยชัดมาก ไม่เคยเห็นคนต่างชาติพูดได้เก่งขนาดนี้อะ ตอนที่ฉันอยู่ที่ไทย ไปไหนก็ได้รับความสนใจจากคนไทยมากด้วยค่ะ ทุกคนสนใจและแปลกใจที่ฉันพูดภาษาไทยเป็นแล้วก็ใจดีกับฉันด้วย จนทำให้ฉันรักประเทศไทยและภาษาไทยค่ะ

พี่เป้ : ว่าแต่ตอนนี้ แก้วทำงานอะไรอยู่ที่ไหนเหรอคะ
แก้ว : ตอนนี้กำลังฝึกอบรมอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า Lotte จะได้เริ่มทำงานจริงๆ ตั้งแต่เดือนกรกฏาคมค่ะ ห้างสรรพสินค้า Lotte เป็นห้างใหญ่ที่สุดในเกาหลี และได้รับการจัดอันดับว่าเป็นห้างที่ใหญ่อันดับหกของโลกด้วยค่ะ ตำแหน่งของฉันคือ รับผิดชอบควบคุมบริหารจัดการในงานห้างสรรพสินค้า แล้วก็ผลักดันยอดขายให้บรรลุเป้าหมาย แล้วก็สร้างและรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับพนักงานขายของและลูกค้าในตำแหน่งผู้จัดการค่ะ ตอนนี้ Lotte ยังไม่มีสาขาที่ไทย แต่ในอนาคต ฉันจะเปิดสาขาที่กรุงเทพไห้ได้แล้วก็อยากให้ผู้บริโภคคนไทยซื้อของเกาหลีที่ไทยได้อย่างสะดวกง่ายดายค่ะ ^^
พี่เป้ : แล้วเพื่อนๆ คนอื่นๆ ที่เค้าเรียนจบเอกภาษาไทย ส่วนมากเค้าไปทำงานอะไรกันเหรอคะ ?
แก้ว : แต่ก่อนมีบริษัทหลายที่มีความต้องการในการใช้ภาษาไทย พวกรุ่นพี่ที่เรียนภาษาไทยก็เลยได้เข้าไปทำงานที่ธนาคาร สถานทูตไทย หรือบริษัทการค้าค่ะ บางคนก็ได้เป็นล่ามบริษัท แอร์โฮสเตส ครูสอนภาษาไทย และบางคนก็เรียนป.โทต่อค่ะ แต่ปัจจุบันนี้บริษัทใหญ่ของเกาหลี ไม่ค่อยมีความต้องการในภาษาไทยแล้วค่ะ ที่จริงมีหลายบริษัทเกาหลีที่มีสาขาที่เมืองไทย แต่เมื่อรับคนใหม่ ไม่ค่อยรับคนที่พูดภาษาไทยเป็นค่ะ เพราะว่าดูจากมุมมองของบริษัท ธุรกิจของบริษัทที่ประเทศอื่นใหญ่กว่าของไทย ก็เลยรับคนใหม่ที่พูดภาษาอังกฤษหรือภาษาจีนมากกว่าค่ะ ฉันก็เสียดายมากที่สุดเลยนะค่ะเพราะว่าตั้งใจเรียนภาษาไทยมาหลายปีแล้ว แต่เอาไปใช้ไม่ได้ไงนะค่ะ แต่ฉันมีเป้าหมายที่ตั้งไว้นานแล้วนะค่ะว่า ในวันหนึ่งจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองที่เกี่ยวกับประเทศไทย-จีนและเกาหลีค่ะ ตอนนั้นฉันเชื่อว่าจะมีโอกาศที่จะได้เอาภาษาไทยมาใช้ได้ให้เต็มที่เลย อยากให้วันนั้นมาถึงเร็วๆ จังค่ะ :D

พี่เป้ : ตอนนี้ที่เมืองไทย กระแสเกาหลีฮิตมากๆๆๆ ในฐานะที่แก้วเป็นคนเกาหลีคนหนึ่ง รู้สึกยังไงบ้าง ?
แก้ว : สำหรับคนที่รักไทยอย่างฉัน เรื่องที่วัฒนธรรมเกาหลีได้รับความชื่นชอบจากคนไทยถือเป็นเรื่องที่ทำให้ฉันดีใจมากเลยนะค่ะ ตามที่ฉันรู้ แรกๆ ที่ไทย มีกระแสการไปเป็นดาราที่ไต้หวันเยอะแยะมากมาย แล้วอีกซักพักก็ ดารานักร้องญี่ปุ่นก็ฮิดมาก แล้วก็ในปัจจุบันนี้ ละคร ดารา อาหาร จนถึงเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ของเกาหลีได้รับการต้อนรับจากที่ไทยมากๆ ค่ะ แต่ไม่อยากให้อันนี้เป็นแค่สิ่งชั่วคราว อย่างที่ของไต้หวันและญี่ปุ่นตอนนี้ไม่ค่อยเป็นนิยมเลยนะค่ะ อยากให้คนไทยชอบเกาหลีตลอดไปเลย ^^ แล้วก็อยากให้วัฒนธรมของไทยแผ่ขยายไปที่เกาหลีด้วยค่ะ เพื่อการพัฒนาในความสัมพันธ์เกาหลี-ไทยที่ดี แล้วคนเกาหลีก็เข้าใจไทยมากขึ้นกว่านี้อีกนะค่ะ
พี่เป้ : รู้จักเมืองไทยดีขนาดนี้ แสดงว่าต้องรู้จักดาราไทยแน่ๆ ว่าแต่แก้วชอบดารานักร้องคนไหนของไทยบ้างเนี่ย ? 555+
แก้ว : รับรองว่าทั้งที่ไทยและทั้งเกาหลี ไม่มีใครไม่รู้จักคนนี้นะค่ะ คือ "นิชคุณ" นั่นเองค่ะ ทั้งหล่อทั้งสูง หุ่นก็ดี นิสัยก็ดี ไม่มีอะไรขาดเลย เขาไม่ใช่คน เพราะเพอร์เฟ็คมากเลย 555+ ฉันชอบดูรายการวู้ดดี้เกิดมาคุยด้วยนะค่ะ พี่วู้ดดี้พูดเก่งจริงๆ ชอบๆ แล้วก็ชอบพี่เคน โดม และชมพู่ค่ะ
พี่เป้ : สุดท้ายท้ายสุด อยากให้แก้วฝากถึงทุกๆ คนที่กำลังอ่านเรื่องราวของแก้วด้วยค่ะ ^^
แก้ว : ตลอดที่ผ่านมา คนไทยทุกคนที่ได้รู้จักกัน เต็มใจช่วยฉันมาตลอดเลยค่ะ ฉันได้รับความช่วยเหลือจากคนไทยมากมาย แล้วก็อยากตอบแทนคนไทยด้วยนะค่ะ : ) ถ้ามีอะไรที่ฉันช่วยได้ เช่นภาษาเกาหลีหรือวัฒนธรรมเกาหลี ก็ติดต่อมาหาฉันได้ค่ะ ฉันก็จะช่วยอย่างเต็มกำลังความสามารถค่ะ ฉันเชื่อว่าต่อไปนี้ ฉันจะมีโอกาศที่ได้ไปไทยแน่นอน แล้วก็มีความรู้สึกว่าสักวันหนึ่ง จะได้ใช้ชีวิตที่ประเทศไทยค่ะ ถ้าได้เห็นฉันที่ถนน ที่ห้าง ที่ไหนก็แล้วแต่ ทักฉันเลยนะค่ะ อิอิ ฉันจะทักกลับด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสนะค่ะ 555 ขอบคุณที่อ่านเรื่องยาวของฉันวันนี้ แล้วก็ขอบคุณพี่เป้ด้วยนะค่ะ ^_^

โห อ่านแล้วอึ้งเลยค่ะ ทั้งน่ารักทั้งเก่งภาษาไทยขนาดนี้ ขอนับถือจากใจเลยจริงๆ ว่าเก่งมากกกกกกกกกกก ไม่เคยเห็นคนต่างชาติเก่งภาษา ไทยขนาดนี้ สุดยอดจริงๆๆๆ ยังไง พี่เป้ ก็ขอขอบคุณแก้วมากๆ ที่อุตส่าห์มาให้สัมภาษณ์ (แก้วบอกว่าเข้ามาดูเว็บ Dek-D บ่อยๆ ด้วยนะ ^^) อ่านแล้วประทับใจมากๆ เลยค่ะ แล้วก็ขออวยพรให้ได้มีกิจการเกี่ยวกับไทย-เกาหลี-จีนสมใจอยากด้วยนะ ..... เอาล่ะ น้องๆ คนไหนอยากฝากข้อความหาแก้ว ก็สามารถมาโพสไว้ที่คอมเม้นท์ด้านล่างได้นะคะ เดี๋ยวจะเรียกเจ้าตัวมาอ่าน (ไม่รับคอมเม้นท์ดราม่าเรื่องเกาหลีนะคะ ฮ่าๆๆๆๆ)

|
ที่สำคัญ ..ขอบคุณที่รักภาษาไทย รักเมืองไทยนะคะพี่แก้ว
ปล.หนูปลื้มพี่นิชคุณมาก ชอบมา 3 - 4 ปีได้แล้ว >///< อยากเจอพี่แก้วจังเลย อิอิ