ความคิดเห็น

6

จำนวนแชร์
4,589
         สวัสดีชาว Dek-D ที่น่ารักทุกคนนะคะ เชื่อว่าน้องๆ เด็กมัธยมฯ ทุกคนต้องเคยผ่านช่วงเวลาของการเลือกแผนการเรียนในตอน ม.ปลาย บางคนเลือกถูกชีวิตดีมีความสุข บางคนเลือกผิดชีวิตก็แย่ดำดิ่งลงไปเลย การค้นหาตัวเองเพื่อเลือกแผนการเรียนที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญค่ะ

แอบส่อง! 10 วิธีค้นหาตัวเองก่อนเลือกแผนการเรียน ม.ปลาย
 
         วันนี้พี่เมก้าเลยขอรวบรวม 10 วิธีที่เด็กมัธยมฯ ใช้ค้นหาตัวเองก่อนเลือกแผนการเรียน มาดูซิว่าคนส่วนใหญ่มีสูตรเด็ดเคล็ดลับในการเลือกสายยังไงให้ตอบโจทย์โดนใจตัวเองที่สุด! รับรองว่าเป็นวิธีง่ายๆ ไม่เยอะแยะวุ่นวาย แถมยังใกล้ตัวมากที่สุดด้วยค่ะ

1. ค้นหาจาก 'วิชาที่ชอบ'
         เข้าเรียนทุกวัน เราก็ต้องรู้ว่าตัวเอง 'ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร วิชาไหนที่ทำให้ตื่น วิชาไหนที่ทำให้หลับ' (ปรากฎว่าหลับทุกวิชาเลยค่ะ อุปส์! ไม่เอาๆ อย่าเอาความจริงมาพูดสิคะ -__-'' ล้อเล่นค่ะ) วิชาที่น้องๆ สนใจจะทำให้เรามีแรงใจ มีความสุขกับการเรียน แถมยังบอกอนาคตได้ด้วยว่าเราควรเลือกเส้นทางไหนที่ไปแล้วรุ่ง มันต่างจากวิชาที่เรียนไปงั้นๆ ถึงจะรู้ว่าดีแต่ก็ตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไมต้องเรียน เรียนแล้วชอบตรงไหน ไม่เห็นจะมีความสุขเลย

         เวลาที่หลายๆ คนเลือกแผนการเรียนเลยมักจะมองจากวิชาที่ชอบก่อนค่ะ ชอบวิทย์คณิตก็เลือกสายวิทย์คณิต ชอบทางภาษาก็เลือกสายภาษา บางทีวิชาที่ชอบก็ไม่ได้ทำได้ดีหรอก แต่เราเรียนแล้วมันใช่ เรียนแล้วสนุก ยังไงศักยภาพในตัวเราย่อมผลักดันให้ไปต่อได้อยู่แล้ว


2. ค้นหาจาก 'คณะที่ใช่'
         หลายคนอาจจะมองว่า เอ๊ะ! นี่ข้ามขั้นอะไรไปรึเปล่า ยังไม่รู้แผนการเรียนเลยจะรู้คณะที่ใช่ได้ยังไง ส่วนใหญ่เป็นแบบนี้จริงๆ ค่ะ บางคนเริ่มจินตนาการภาพตัวเองไว้ตั้งแต่ตอน ม.ต้น เลยว่ามหา'ลัยอยากจะเรียนคณะอะไร ข้อดีของการเตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่ ม.ต้น คือเราเลือกแผนการเรียนได้ไม่ยาก สมมติอยากเรียนคณะทางสายวิทย์-สุขภาพ ยังไงก็ต้องเลือกเรียนสายวิทย์-คณิตอยู่แล้ว หรือถ้าเราชอบคณะทางสายศิลป์มากกว่าก็ไม่ต้องเหนื่อยเลือกเรียนวิทย์ให้ยุ่งยาก

แอบส่อง! 10 วิธีค้นหาตัวเองก่อนเลือกแผนการเรียน ม.ปลาย
 
         แต่ข้อเสียของการเลือกแผนการเรียนตามคณะที่ใช่ คือเราไม่สามารถการันตีได้ว่า คณะที่ใช่ตอนนี้จะเป็นคณะที่ใช่ในอนาคต เราอาจจะเลือกเรียนวิทย์แต่มาชอบคณะสายภาษาในตอนสุดท้าย หรือเราอาจเลือกเรียนศิลป์ภาษาแต่อยากเป็นหมอในวันข้างหน้าก็ได้ ดังนั้นต้องคิดทบทวนดีๆก่อนเลือกสายค่ะ

3. ค้นหาจาก 'ความถนัด'
         น้องๆ รู้มั้ยคะ มีอยู่หลายคนเลยที่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบวิชาอะไร ไม่ชอบวิชาอะไร รู้แค่ว่าพอเรียนได้ แต่ก็ไม่รู้อีกนั่นแหละว่าวิชาไหนคือสิ่งที่เราสนใจจริงๆ เวลาเลือกสายการเรียนตอน ม.ปลาย เลยค่อนข้างลำบากนิดหนึ่ง ต้องมาค้นหาตัวเองจากสิ่งที่ทำได้ดีแทน เช่น
         น้อง ก. : ความจำแม่น แก้สูตรคำนวณได้ไวกว่าลิง แต่อ่อนภาษาอังกฤษ
         น้อง ข. : ความจำแม่น เก็บคลังศัพท์ภาษาได้เยอะ แต่อ่อนคณิตศาสตร์
         สรุปว่าน้อง ก. เลือกวิทย์-คณิต น้อง ข. เลือกศิลป์-ภาษา

         ทั้งคู่ตัดสินใจเลือกในสิ่งที่ตนถนัดและเซฟตัวเองจากวิชาที่เป็นศัตรูตัวฉกาจ นี่อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีสำหรับคนที่ไม่รู้อะไรเลย บางคนเลือกแผนการเรียนไปตามที่คนส่วนใหญ่เลือก ถ้าสายนั้นมีวิชาที่ถนัดก็โชคดีไปค่ะ แต่ถ้าเป็นวิชาที่เราไม่ไหวอาจไปไม่รอดในตอนสุดท้ายได้ มาดูกำลังตัวเองตั้งแต่แรกว่ามีความสามารถอะไรและทำสิ่งไหนได้ดีก็เยี่ยมนะคะ


4. ค้นหาจาก 'ห้องแนะแนว'
         ห้องแนะแนวเป็นอะไรที่มีประโยชน์มากกก หลายคนเลือกใช้ได้คุ้มสุดๆ ทั้งเข้าไปทำแบบทดสอบจิตวิทยา เข้าไปวางแผนอนาคต ปรึกษาปัญหาชีวิตทั้งเรื่องเรียน ทำงาน แม้กระทั่งปรึกษาปัญหาหัวใจต่างๆ กับคุณครู เรียกได้ว่าเป็นคลินิกชั้นยอดสำหรับนักเรียนที่ยังตามหาโลกของตัวเองไม่เจอ ยังไม่รู้ว่าอยากเรียนอะไร ต้องเลือกแผนการเรียนไหนถึงจะรุ่งและเลิศ การันตีได้เลยว่าเราฝากความหวังไว้ที่ห้องแนะแนวได้แน่นอน!

แอบส่อง! 10 วิธีค้นหาตัวเองก่อนเลือกแผนการเรียน ม.ปลาย
 
        น้องคนไหนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกเรียนสายไหนดี ลองตรงไปที่ห้องแนะแนวก็ได้ค่ะ ไปปรึกษาคุณครูว่าถ้าเราสนใจการเรียนทางด้านนี้ เราควรเลือกแผนการเรียนอะไร ถ้าอนาคตอยากทำอาชีพนี้ สายเรียนไหนถึงจะเหมาะ พี่เมก้าเชื่อว่าคุณครูต้องมีข้อมูล พร้อมคำปรึกษาที่ดีมามอบให้เราอย่างเต็มเปี่ยมเลย
 

5. ค้นหาจาก 'ชมรม'
         คาบเรียนของเด็กมัธยมฯ จะมีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่เป็นคาบชมรม ให้น้องๆ แยกย้ายไปเข้ากิจกรรมตามที่ตัวเองสนใจ หลายๆ คนก็รอเวลานี้แหละ พอถึงคาบชมรมนะ แทบจะวิ่งแจ้นออกจากห้องเรียนไปเลย มีความสุขมากเหมือนลั้นลาอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ เอาเป็นว่าการเข้าชมรมก็สามารถตอบคำถามเราได้เหมือนกันว่า แนวความชอบเราเป็นแบบไหน สิ่งไหนทำแล้วใจเต้นแรง สิ่งไหนทำแล้วใจเหี่ยวเฉา สิ่งเหล่านี้จะค่อยๆ นำเราไปสู่การค้นหาแผนการเรียนที่ใช่

         อย่างบางคนเลือกชมรมดูนก มีความสุขกับการศึกษาธรรมชาติ ก็เลยตอบตัวเองได้ว่าอยากเรียนสายวิทย์ บางคนเลือกชมรมสร้างสรรค์หนังสือ ชอบอ่านวรรณกรรมแปล ก็รู้ว่าน่าจะเหมาะกับสายภาษา หรือบางคนเข้าชมรมกฎหมายน่ารู้ เพราะสนใจเรื่องกฎหมายและความเป็นไปของบ้านเมือง สายสังคมก็ตอบโจทย์เลย!


6. ค้นหาจาก 'กิจกรรมทัศนศึกษา+ออกค่าย'
         อยู่แต่ในห้องเรียนบางทีก็เบื่อ ถ้าได้ออกไปเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการทัศนศึกษา น้องๆอาจจะได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการเรียนรู้ก็ได้นะคะ เพราะการไปทัศนศึกษาก็เหมือนเราได้ออกไปท่องโลกกว้าง ทุกครั้งที่เข้ากิจกรรมก็จะได้เก็บเกี่ยวข้อคิดมากมายระหว่างการเดินทาง อย่างสถานที่ยอดฮิตที่โรงเรียนมักจะพาไปบ่อยๆ ก็คงหนีไม่พ้นการทัศนศึกษาในพิพิธภัณฑ์ เมืองโบราณ แหล่งระบบนิเวศ งานนิทรรศการเพื่อการเรียนรู้ ฯลฯ ซึ่งการเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆเหล่านี้ก็อาจตอบคำถามในสิ่งที่เราสนใจได้

แอบส่อง! 10 วิธีค้นหาตัวเองก่อนเลือกแผนการเรียน ม.ปลาย
 
         อีกสิ่งหนึ่งที่โรงเรียนไม่ได้พาไปแต่น้องๆสามารถไปได้ด้วยตนเองก็คือการออกค่ายค่ะ (อ๊ะๆๆ ไม่ใช่ค่ายลูกเสือหรือค่ายทหารนะคะ) เป็นค่ายเกี่ยวกับคณะต่างๆที่พี่ๆมหา'ลัยจัดขึ้นนี่แหละ น้องหลายคนลองสมัครไปเป็นเด็กค่าย ได้ลงไปสัมผัสและเรียนรู้คณะที่สนใจด้วยตัวเอง กลับมาปิ๊งเลยค่ะว่าตัวเองต้องเรียนอะไร

7. ค้นหาจาก 'งานอดิเรก'
         งานอดิเรกนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวแบบมากถึงมากที่สุด จนบางทีใกล้เกินไปขนาดที่ใครหลายๆ คนมองข้ามไปเลยค่ะ งานอดิเรกของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป บางคนชอบดูภาพยนตร์ บางคนชอบนอนอ่านนวนิยาย อ่านการ์ตูน บางคนชอบจัดสวนปลูกต้นไม้ บางคนชอบเล่นกับน้องหมาน้องแมวที่บ้าน ซึ่งงานอดิเรกเหล่านี้ก็สามารถนำมาใช้เป็นเทคนิคในการค้นหาตัวเองได้เหมือนกัน

         ไม่ว่าจะเป็นแนวหนังที่ชอบ เราชอบหนังแนวไหน ถ้าสนใจแค่ไซไฟก็น่าจะพอรู้แล้วว่าเราสนใจเรื่องแนววิทยาศาสตร์เป็นพิเศษ หรืออย่างแนวหนังสือที่ชอบ ถ้าสนใจแค่วรรณกรรมการเมือง เราอาจจะชอบเรียนแนวๆ สังคมก็ได้ เริ่มจากการสังเกตสิ่งเล็กๆน้อยๆรอบตัวอาจช่วยได้ค่ะ   
      

8. ค้นหาจาก 'อาชีพ'
         'อาชีพหนูก็นักเรียนไงคะ?' ไม่ใช่อาชีพของน้องๆ ค่ะ แต่เป็นอาชีพของคนที่เราเห็นแล้วบอกตัวเองได้ว่า 'อนาคตฉันจะต้องทำให้ได้!' อย่างตอนเด็กพี่เมก้าเคยอยากเป็นกระเป๋ารถเมล์ อยากเป็นคุณครู อยากเป็นนักบินอวกาศ โตขึ้นมาหน่อยก็อยากเป็นหมอ พยาบาล อยากเป็นนักโบราณคดี อยากเป็นเยอะมากๆ ตามอาชีพที่เราเห็นบ่อยๆในตอนเด็ก แต่พอโตขึ้นมาน้องๆ จะได้เห็นความฝันในหลากหลายอาชีพที่ชัดเจนมากขึ้น แล้วรู้ด้วยว่าอะไรคือฝันที่ทำให้เป็นความจริงได้

แอบส่อง! 10 วิธีค้นหาตัวเองก่อนเลือกแผนการเรียน ม.ปลาย
 
         การวาดภาพอาชีพในอนาคตนี่แหละค่ะ ทำให้ใครหลายคนตัดสินใจเลือกแผนการเรียนได้ถูกว่า ถ้าเราอยากทำอาชีพที่เป็นสายงานเฉพาะทาง เราต้องเลือกแผนการเรียนอะไรให้ตรงกับสายงานและคณะที่สุด เพราะบางคณะก็จะกำหนดไว้ว่ารับเฉพาะนักเรียนที่จบจากแผนการเรียน...เท่านั้น ต้องศึกษาข้อมูลให้ดีค่ะ

9. ค้นหาจาก 'บุคลิก'
         ตัวตนบอกความเป็นเราได้ บุคลิกและนิสัยก็สามารถบอกอนาคตของเราได้เช่นกัน อย่างเพื่อนพี่เมก้าเลือกที่จะค้นหาตัวเองจากความเป็นตัวของตัวเองนี่แหละค่ะ จำได้เลยตอนนั้นใกล้เลือกสายแล้ว หลายคนยังไม่รู้เลยว่าจะเรียนสายอะไรดี ส่วนใหญ่ก็จะเฮกันไปวิทย์คณิต เพราะอย่างที่รู้กันว่าเลือกสายนี้เข้าได้ทุกคณะ แต่เพื่อนคนนี้รักความเป็นสายอาร์ตมาก เรียกว่าหัวไปทางศิลปิน เลยเลือกเข้า ม.ปลาย สายศิลปกรรมแบบเลิศๆ เลยค่ะ ตอนนี้ชีวิตรุ่งสุดๆ

         น้องคนไหนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับแผนการเรียนไหนก็ลองถามตัวเองดูค่ะว่า 'บุคลิกและนิสัยเราเหมาะกับการเรียนอะไร' ถ้าเราเป็นคนที่ชอบแก้ปัญหา ชอบค้นหาข้อเท็จจริง ไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับคนอื่น เราควรเรียนสายอะไร แล้วถ้าเราชอบเข้าสังคม ชอบพูดคุยกับคนอื่น เราควรเลือกสายอะไร ถ้าหาตัวเองเจอขั้นตอนต่อไปก็ไม่ยากแล้วค่ะ
          

10. ค้นหาจาก 'บุคคลใกล้ตัว'
         บุคคลใกล้ตัวในที่นี้ประกอบไปด้วยคุณครู คุณพ่อ คุณแม่ รุ่นพี่ เพื่อนๆ หรือคนในครอบครัวที่ใกล้ชิดสนิทใจกันเลยค่ะ การเลือกแผนการเรียนเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก บางทีเราคิดคนเดียว ตัดสินใจเองคนเดียว ก็กลัวว่าจะมองเห็นแต่มุมตัวเอง แต่ถ้าเราลองไปปรึกษาคนอื่นๆ ที่เคยผ่านประสบการณ์มาก่อน น้องๆ อาจจะได้รับฟังเหตุผล ข้อดี ข้อเสียที่เป็นประโยชน์ต่อการเลือกแผนการเรียนในอนาคตได้ เราจะมีความมั่นใจมากขึ้นนั่นเอง

แอบส่อง! 10 วิธีค้นหาตัวเองก่อนเลือกแผนการเรียน ม.ปลาย
 
         ดังนั้นเล็งแผนการเรียนไหนไว้ก็อย่าลืมตั้งคำถาม แล้วตามไปเก็บข้อมูลให้ครบ เพื่อนำกลับมาตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่า เลือกแผนการเรียนนี้ดียังไง? เหมาะสมกับตัวเรามั้ย? แล้วจะเรียนไหวรึเปล่า? เพราะสุดท้ายนี้เราเป็นผู้กำหนดอนาคตของตัวเราเองค่ะ  

         ทั้งหมดนี้ก็เป็น 10 วิธีที่เด็กมัธยมฯ ใช้ค้นหาตัวเองก่อนเลือกแผนการเรียน นะคะ พี่เมก้าขอเอาใจช่วยให้น้องๆ ค้นพบการเรียนในสิ่งที่เหมาะกับตัวเองโดยเร็ววัน การค้นหาตัวเองอาจไม่สามารถทำได้ในวันเดียว เราต้องใช้เวลาและอาศัยเหตุผลหลายๆ อย่างมาประกอบการตัดสินใจ ค่อยๆ คิดแล้วชีวิตจะดีเองค่ะ

 
ดูหมวดนี้ต่อได้ใน Education > เจาะลึก รร. มัธยม
ความคิดเห็น

6

จำนวนแชร์
4,589

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

  1. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    2 ก.ค. 2559, 16:47 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
    คือบางทีวิชาที่เราชอบ แต่ครูสอนแบบน่าเบื่อ ก็ทำให้หลับได้นะคะ

    แก้ไขล่าสุด2 ก.ค. 2559, 17:03 น.

    #2

6 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบ :(

    เนื่องจาก
    ถูกลบโดยทีมงาน

  2. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    2 ก.ค. 2559, 16:47 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
    คือบางทีวิชาที่เราชอบ แต่ครูสอนแบบน่าเบื่อ ก็ทำให้หลับได้นะคะ

    แก้ไขล่าสุด2 ก.ค. 2559, 17:03 น.

    #2
  3. ความเห็นนี้ถูกลบ :(

    เนื่องจาก
    ถูกลบโดยเจ้าของ

  4. ความเห็นนี้ถูกลบ :(

    เนื่องจาก
    ถูกลบโดยเจ้าของ

  5. #5 เกลียดคนแรด
    9 ก.ค. 2559, 12:17 น. · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    ชอบภาษามากโดยเฉพาะฝรั่งเศส ปัญหาคือโรงเรียนคัดเกรดวิทย์-คณิตที่3.5 ฝรั่งเศส2.5ซึ่งมีแต่คนที่ไม่เรียนแรดร่านไม่มีสายก็เลยต้องมาอยู่ มันเป็นอะไรที่น่ารำคาญมากห้องก็จะเสียงดัง เพื่อนก็ไม่มี หนูตัดสินใจจะเข้าวิทย์คณิตเพราะมีเพื่อน เทอมนี้หนูได้3.96 เรียนวิทย์ได้แต่ไม่ชอบเลย55555555เลขก็ยังดี หนูคิดถูกมั้ยที่เลือกวิทย์ตอนนี้แล้วเปลี่ยนตอนเลือกคณะ เหมือนเพิ่มและตัดโอกาสตัวเองไปในตัวเสียใจ
    #5
  6. 18 ส.ค. 2559, 21:26 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ว่าจะเป็นครูวิทย์เพราะมันน่าสนใจเป็นคนที่ชอบลงมืออยู่แล้วอีกอย่างคืออยากเป็นครูเพราะพ่อแม่เป็นครูส่วนนึงแต่แบบพอเรียนไปมากๆมันเริ่มมีนู้นมีนี้แบบเยอะแล้วจำไม่ค่อยได้จริงเป้นคนความจำดี(เฉพาะเรื่องที่อยากจำ) แต่เกรดวิทย์ก็ได้เราได้สี่ตลอกเลยนะแต่คณิตนี้แบบจะรอแลไม่รอดแล

    #6

แสดงความคิดเห็น

โยโย่อยากจะเดินไปทางซ้าย, ซ้ายคือทางไหน ? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

แสดงความคิดเห็นด้วย

(@)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .