ความคิดเห็น

166

จำนวนแชร์
5
    สวัสดีจ๊ะ น้องๆชาว Dek-D สุดเลิฟของ พี่ผึ้งทุกคนจ๊ะ
พบกันเช่นเคย กับคอลัมน์
Hot Tutor แนะนำสถาบันกวดวิชาชื่อดังของเมืองไทยจ๊ะ
โดยครั้งนี้
พี่ผึ้ง จะพาน้องๆ ไปทำความรู้จักกับติวเตอร์
สาวอารมณ์ดี มากความสามารถที่กำลังได้รับความ
นิยมอย่างมากจากนักเรียนม.ปลาย อยู่ในขณะนี้
แถวศรีย่าน สอนวิชาอังกฤษ เกริ่นมาถึงตอนนี้

พี่ผึ้งว่าคงมีน้องหลายๆ คนร้องอ๋อ.....กันบ้างแล้ว
ขอเชิญน้องๆ พบกับ
อาจารย์สมศรี ธรรมสารโสภณ
หรือ คุณครูสมศรี แห่งโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ
“คุณครูสมศรี”
ตัวจริงเสียงจริง ได้ที่นี่!!!
 
 

พี่ผึ้ง : ขอให้อาจารย์ช่วยแนะนำตัวหน่อยคะ

 คุณครูสมศรี : ชื่อ สมศรี ธรรมสารโสภณ และเด็กๆ ที่มีเรียนจะเรียก คุณครูสมศรี

ประวัติการณ์ศึกษา
- จบ ม.ปลาย จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
- ระดับปริญญาตรีจาก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกภาษาอังกฤษ
โทภาษาจีนกลาง
- ครุศาสตร์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้านการสอนภาษาอังกฤษ
ในระดับมัธยมศึกษา
- Certificate (Pedagogy, Linguistics, Literature and Methodology). King's College
(Bmth). England. 1994


ประสบการณ์ทำงาน
- อาจารย์พิเศษสถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- อาจารย์ศูนย์ภาษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ ABAC
- หัวหน้าหมวดภาษาอังกฤษมัธยมปลาย โรงเรียนเซนต์คาเบรียล
- คุณครูรับเชิญโครงการนำร่องการสอนภาษาอังกฤษในระดับอนุบาล โรงเรียนสาธิต
อนุบาลละอออุทิศ
- วิทยากรอบรมจริยธรรมระดับอุดมศึกษามหาวิทยาลัยรัฐบาล & เอกชน
- วิทยากรรับเชิญในการติว Entrance โครงการ Brand's Summer Camp 2001-2006
โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับศูนย์การศึกษาทางไกลพระราชวังไกลกังวล
- อาสาสมัครช่วยสอนภาษาอังกฤษนักเรียนพิการทางสายตา ม.3 โรงเรียนสอนคนตาบอด
- วิทยากรติว Entrance : ร.ร. วังไกลกังวล, เซนต์คาเบรียล, สวนกุหลาบ เป็นต้น และ อื่นๆ






พี่ผึ้ง : ประวัติความเป็นมาของการก่อตั้งโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ “คุณครูสมศรี”

คุณครูสมศรี : ตอนแรก...ครูสอนที่ร.ร.เซนต์คาเบรียล เพราะว่า อยากเป็นครูมาตั้งนานแล้ว
ตอนสอนที่เซ็นต์คาเบรียล คุณแม่ก็บอกว่า 2 ปีนี้ ห้ามสอนพิเศษ หลัง 2 ปีก็มีคนมาขอเรียน
ด้วย ก็เพิ่มมาทีละคนสองคนจากใกล้ๆบ้าน แล้วก็ค่อยๆ ขยายจาก 7 เป็น 10 จนบ้านเนี่ยห้อง
หนึ่ง 170 คนอัดเข้าไป ทุบฝาบ้านทีละฝา จนคุณแม่โกรธมาก และคนเข้าออกตลอด ก็เลยต้อง
มาเช่าตึกอยู่ฝั่งตรงข้าม
พอย้ายออกมาตั้งอย่างเป็นทางการแค่นั้น ก็ขยายตัวเร็วมาก แต่เราก็ ็ต้องตั้งมั่นนะ คือไม่ต้องการให้มันเติบโตเร็วจนมันกลายเป็นธุรกิจ เพราะครูต้องการให้มัน
เติบโตไปตามความต้องการของเด็ก
ให้เพียงพอต่อจำนวนนักเรียนที่อยากมาเรียนกับครูค่ะ




พี่ผึ้ง : แนวทางสำคัญในการก่อตั้งโรงเรียน
สอนภาษาอังกฤษ “คุณครูสมศรี”


คุณครูสมศรี :
• เน้นการสอนความรู้ควบคู่คุณธรรมเด็กเรียน
แล้วต้องมีความสุข มีความมั่นใจและก่อตัว
เป็นสมาธิ ซึ่งเป็นปัจจัยในการพัฒนาทักษะทางภาษา
• เน้นการสอนให้นักเรียนมีความรู้จริง
• เน้นสอนภาษาควบคู่วัฒนธรรมและการ
ใช้ภาษา อย่างถูกกาละเทศะ
• เน้นการนำไปใช้ได้จริงในด้านวิชาการการ
สอบและการศึกษาต่อในระดับสูง
• เน้นการประเมินผลนักเรียนเป็นระยะ เพื่อการ
พัฒนาการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ
•เน้นการสอนให้นักเรียนเป็นผู้มีความรับผิดชอบ
ต่อสังคม
 
 
 
 
พี่ผึ้ง : ชื่อของโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ “คุณครูสมศรี” มีที่มาอย่างไรคะ

คุณครูสมศรี: ชื่อสถาบันของครูเนี่ย มันเป็นเหตุปัจจัยเกี่ยวเนื่องกันมาหมด ไม่มี marketing
คือเด็กที่มาเรียน เรียกว่า ครูสมศรี หรือ อย่างที่ ร.ร. เซนต์คาเบรียล จะเรียก คุณครูผู้สอนว่า
มิส หรือ มาสเตอร์
แล้วก็แปลกด้วยความที่เด็กเขาเห็นว่าชื่อเราเชย เขาจะไม่เรียกเราว่า “มิส”
เขาจะเรียกว่า “ครูสมศรี” ซึ่งครูเองก็ชอบ ก็เลยตั้งชื่อสถาบันกวดวิชาว่า โรงเรียนสอนภาษา
อังกฤษ “คุณครูสมศรี” ค่ะ



พี่ผึ้ง : ตอนนี้โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ “คุณครูสมศรี” มีทั้งหมดกี่สาขา ที่ไหนบ้างคะ

คุณครูสมศรี : ก่อตั้งที่แรก คือ บ้านของคุณแม่ จากนั้นก็ย้ายออกมาเปิดอย่างทางการ
ก็คือ สาขาศรีย่าน ซึ่งก็ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับที่เดิม คือครูยึดหลักว่าไม่ไปไกลจากคุณแม่ ต่อมาเปิด
เพิ่มอยู่ฝั่งตรงข้ามเป็นอาคาร 4 คูหา จากนั้นเราก็ทำวิจัยพบว่า เด็กที่มาเรียนกับเราเดินทาง
ลำบาก ต้องมาไกลจากบางกะปิ มีประมาณ 1000 กว่าคน เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูง
เราก็เลยไปเปิดเพิ่มคือ สาขาบางกะปิ คะ


พี่ผึ้ง : ที่นี่เปิดระบบการเรียนการสอน เป็นแบบไหนคะ

คุณครูสมศรี : แบบผสมจ๊ะ แต่ สาขาศรีย่านและร่วมจิตต์จะเป็นโรงเรียนสอนภาษาโดยตรง
แต่ที่สาขาบางกะปิจะเป็นการสอนภาษาแบบกวดวิชา เพราะอันนั้นจะเป็นการสอนภาษาแบบ
ใช้สื่อ(VDO) แต่ที่นี่จะเป็นการสอนสดด้วยตัวครูเองประมาณ 80% อีก 20 % แบบใช้สื่อ
เพื่อเป็นทางเลือกให้เด็ก เพราะถ้าเราสอนครบทุกคลาสเลย เสียงเรา...มันจะไม่มีจ๊ะ
 


    พี่ผึ้ง : สไตล์การสอน หรือ เทคนิคการสอน
ของคุณครูสมศรีเป็นอย่างไร


คุณครูสมศรี : คือทำโรงเรียนให้เป็นบ้าน และทำให้ห้องเรียน
ที่ไม่ใช่ห้องเรียน แต่เหมือนกับเป็นห้องที่เข้ามา
แล้วได้รับความรู้ มีความบันเทิงสอดแทรก ไม่
ซีเรียส เพราะถ้าเด็กมีความรักและสนุกกับการ
เรียนภาษาแล้ว มันจะทำให้เด็กเรียนได้ดีขึ้น


สรุป คือ
- เด็กต้องรู้จริงในทุกประเด็น
- ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย
- สร้างบรรยากาศให้สนุก นักเรียนมีส่วนร่วมกับ
การเรียนการสอน
 
 
  พี่ผึ้ง : อาจารย์คิดว่า การเปลี่ยนจากระบบการสอบ Entrance มาเป็น Admission
มีผลกระทบต่อวิชาภาษาอังกฤษ หรือไม่ อย่างไรคะ


คุณครูสมศรี :ไม่มีผล เพราะที่นี่ ... เราสอนให้รู้จริงในทุกด้านรับได้ทุกรูปแบบ ต่อให้เปลี่ยน
แปลงแนวข้อสอบยังไง ก็ไม่มีผลกระทบ แต่อย่างเดียวคือเด็กต้องรู้จริง อย่างเรื่องการตัด
choice จะไม่มี ซึ่งต้องอาศัยเวลา จะต้องรู้จริงและวิเคราะห์ให้ได้ อย่างที่ 2 คือ ถ้าเด็กรู้โครง
สร้าง ออกรูปแบบไหนก็ไม่เกินนี้ค่ะ



พี่ผึ้ง : อาจารย์คิดว่า จำนวนข้อสอบกับเวลามีความสัมพันธ์กัน หรือไม่คะ

คุณครูสมศรี : สำหรับวิชาภาษาอังกฤษนั้น “สัมพันธ์” ค่ะ เมื่อก่อนให้เวลา 3 ชม. 100 ข้อ
ต่อมาเป็น Admission ให้เวลา 2 ชม. 100 ข้อ แต่ว่าข้อสอบง่ายขึ้น คือยาก 30%
ง่าย + กลาง 70% ถือว่าง่ายลงจากเมื่อ 3 ปีก่อน และ A-Net ก็คือข้อสอบสมัยก่อนค่ะ



พี่ผึ้ง : ข้อสอบระบบแอดมิชชั่นในวิชาภาษาอังกฤษ มีรูปแบบอย่างไร และควรเตรียมตัว
อย่างไรคะ


คุณครูสมศรี :
สำหรับการเตรียมตัวของเด็ก คือ

1. รู้จริง
2. ทำตัวให้เหมือนเป็นอาจารย์ออกข้อสอบ แล้วเวลาเด็กอ่าน เด็กจะรู้ว่าอันนี้น่าออกสอบนะ

ส่วนทฤษฎีการออกข้อสอบยังคงเน้น 3 ประเด็น คือ
1. EEU คือ English for everyday use อังกฤษเพื่อชีวิตประจำวัน
การใช้ภาษาในชีวิตประจำวัน ข้อสอบจะออกมาในรูปแบบบทสนทนาในสถานการณ์ต่าง ๆ
(situation) หรือตามหน้าที่ของภาษา (functions) ดูได้จากบทสนทนาประมาณ 20-25
ข้อแรกของข้อสอบทุกปี รวมถึงการนำภาษาไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ป้ายประกาศต่าง ๆ
(notices) ฉลาก/เอกสารกำกับการใช้ (labels) ข่าว (news) ตารางรถ-เรือ-เครื่องบิน
(timetables) ฯลฯ

2. English for future career คือภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพ
ภาษาอังกฤษสำหรับการใช้ในอาชีพในอนาคต เช่น การโต้ตอบจดหมายธุรกิจการสอบ
สัมภาษณ์เข้าทำงาน ข้อสอบจะออกมาในรูปการเติมคำในจดหมายธุรกิจ หรือบทสนทนาเกี่ยว
กับบทสัมภาษณ์ การต่อรองราคาสินค้า ฯลฯ เป็นต้น




3. English for academic purpose ภาษาอังกฤษเพื่อใช้ในวิชาการ ภาษาอังกฤษสำหรับจุดประสงค์เชิงวิชาการ หรือ การศึกษาต่อ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญและเป็นส่วนที่คะแนนสูงสุดคือประมาณ 60 คะแนน โดยแบ่งเป็น

3.1 การประเมินทักษะการเขียน
โดยข้อสอบจะอยู่ในรูปของ Error Analysis โดยยกประโยคมาให้แล้วขีดเส้นใต้ A,B,C,D
โดยให้หาว่าส่วนใดที่ผิด เป็นการประเมินทักษะการเขียนทางอ้อม
3.2 การประเมินทักษะการอ่าน
โดยข้อสอบจะอยู่ในรูปของข้อสอบ Cloze Test (เนื้อเรื่องที่เว้นว่างมาให้โดยให้นักเรียน
เติมช่องว่างด้วยคำที่ให้มา) และข้อสอบ Reading Passages ที่มีทั้งระดับง่าย ปานกลาง
ไปจนถึงยาก ซึ่งมีความยาวกว่าหนึ่งหน้ากระดาษ

ดังนั้น ภาษาอังกฤษหนีไม่พ้น 3 อันนี้ค่ะ และการจะรู้ให้ได้ว่า เด็กคนนี้อ่าน Text ได้ ก็ต้อง
เอา Reading passage มาทดสอบในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งเรื่องที่เด็กกลัวกัน
คือให้เรื่องมาแล้วเว้นช่องว่าให้เติมคำศัพท์ เพราะจะทำกันไม่ค่อยจะได้ ดังนั้น ต้องนำเอา
เรื่องมาให้เด็กอ่าน เพราะถ้าเด็กอ่านรู้เรื่องจะทำข้อสอบได้ ตอบได้ ก็ถือว่าเด็กสามารถเข้า
ไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ค่ะ




 
  พี่ผึ้ง : สำหรับนักเรียนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเด็กสายวิทย์ จะรู้สึกว่าวิชาภาษาอังกฤษนั้นยาก
อาจารย์คิดว่า มีสาเหตุมาจากสิ่งใดคะ


คุณครูสมศรี :
- อันดับแรกมาจาก “สรีระ” ก่อน คือสมองเด็กสายวิทย์จะใช้คนละซีกกับสมองของเด็กศิลป์

- เด็กที่เรียนทางวิทย์ เขามองว่า ทำไม cat ถึงเป็นแมว มันไม่มีเหตุผล และเป็นเรื่องจำ ดังนั้น
เด็กจะมีความรู้สึก reject เพราะมันต้องย้ำๆ ซ้ำๆ ไม่มีตรรกะ
ถ้ามีการถ่ายทอดภาษาให้เป็น
ตรรกะทางวิทยาศาสตร์ เช่น "impromptu speech" im แปลว่า ไม่, promp แปลว่า พร้อม,
และ tu แปลว่า กู เพราะฉนั้น impromptu speech แปลว่า กูไม่พร้อม ก็คือสุนทรพจน์สด ฯลฯ
ถ้าสอนแบบนี้เด็กจะรู้เลย วิทย์ - ศิลป์เรียนได้หมด

- เมื่อก่อน Text ไม่ต้องอ่านมีแปลหมด แล้วก็ไม่ค่อยได้ chat กับฝรั่งด้วย เพื่อนต่างชาติก็ไม่มี
แต่เดี๋ยวนี้ภาษาอังกฤษมันใกล้ตัวเข้ามา อย่างเด็กสายวิทย์นี้ คะแนนวิชา ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ
จะเท่ากัน มาตัดกันที่อังกฤษ ดังนั้นครูคิดว่า ย้ำและซ้ำเดี๋ยวชอบเองค่ะ
 
 



พี่ผึ้ง : เคล็ดลับการเรียนอังกฤษให้เก่งและได้ผลดี

คุณครูสมศรี : - ครูที่ยิ่งใหญ่ คือ ความสนใจในใจหนู พอหนูอยากรู้ว่าคำศัพท์ในชีวิต
ประจำวันของเราใช้คำว่าอะไร และถ้าหนูมีเงินซื้อ talking dict ก็หาซื้อไว้สักเครื่องหนึ่ง
เมื่อไหร่ที่หนูอยากรู้คำศัพท์หนูก็กด พอกดคำศัพท์แล้วมันจะไปเกาะอยู่ปลายสมองเลยนะ
ดังนั้นการจะเรียนได้ดี ก็ต่อเมื่อหนูมีครูในหัวใจ ไปทุกที ไม่ใช่รอเรียนในห้อง การเรียนที่ดีก็คือ
เจ้าตัวต้องเป็นครูเอง และเจ้าตัวต้องเป็นคนสั่งตัวเองซ้ำๆ เองค่ะ


- อังกฤษมี 2 แบบ เด็กสิงคโปร์พูดอังกฤษเก่ง เพราะเขาเป็น ภาษาที่สอง แต่
ประเทศไทย ภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างชาติ มันต้องมีแรงจูงใจ อย่างฟังเพลงภาษาอังกฤษ
คิดว่าภาษาอังกฤษ ดูแล้วหรู ดูดี ดังนั้นจะเก่งได้ ก็ต่อเมื่อมีความใส่ใจซ้ำย้ำกับตัวเอง 3
เดือนหนูก็พูดไฟแลบ เพราะมันกรอกหูอยู่ทุกวัน อย่างเช่น หนูอยู่เมืองนอก ... หนูจะต้องผลิต
ภาษาทุกวัน แต่ถ้าเราอยู่เมืองไทย ... เราก็ต้องสร้างสถานการณ์ฝรั่งในใจเราค่ะ

- สิ่งสำคัญที่สุดเลย ต้องไม่เน้น accuracy ความถูกต้องแม่นยำ ซึ่งตัวนี้มันจะทำให้เด็กไทย
ไม่กล้าพูด แต่ให้เป็น fluency ความไหลลื่น
เพราะโลกปัจจุบัน เน้นทฤษฎีการสื่อสาร
ถึงพูดให้สำเนียง accent ดี แต่พูดไม่รู้เรื่องก็ใช้ไม่ได้ เช่น ถ้าหนูพูดว่า คุณต้องการอะไร
แล้วพูดว่า What do you want ? ซึ่งถ้าหนูพูดกับฝรั่งแบบนี้ ฝรั่งโกรธเลยนะ เวลาขายของ
เพราะมันแปลว่า เอาอะไร ? หนูต้องถามว่า What can I do for you ? หรือ What would you
like to buy, sir?

- ต้องสนใจในเรื่อง น้ำเสียง สถานการณ์ และกาลเทศะ อย่างเช่น คำเดียวกันแต่ใช้น้ำเสียง
ต่างกัน ก็ให้ความหมายและความรู้สึกต่อคนฟังต่างกันแล้ว เพราะภาษามันมีเรื่องของ
น้ำเสียง , เรื่อง eye contact , เรื่อง body language
เช่น การยักไหล่ การใช้ภาษามือ ฯลฯ
รวมทั้งภาษาอังกฤษมีการกร่อนเสียง , stress การลงน้ำหนัก ถ้า stress ถูกก็ออกเสียงถูก
ไปแล้ว 80% คะ เป็นต้น ฉะนั้นไม่ใช่สอนตัวภาษา แต่เราต้องสอนภาษาค่ะ



พี่ผึ้ง : : คุณครูสมศรีช่วยให้นักเรียนชอบภาษาอังกฤษได้อย่างไรคะ

คุณครูสมศรี :
- สร้างความรัก ความมั่นใจ และสมาธิให้เกิดในตัวเด็ก
- สร้างความรัก ความมั่นใจ แรงบันดาลใจให้เด็กกลับไปพึ่งตนเองและหมั่นทบทวนอย่างเต็มใจ
- สร้างความรู้และความสามารถในการใช้ทักษะขั้นกลไกทางภาษา (mechanical skills) ได้แก่
ศัพท์ เสียง โครงสร้าง ตลอดจนไวยากรณ์การใช้ภาษาได้อย่างคล่องแคล่วและถูกต้อง
- สร้างกระบวนการทางความคิดอย่างมีเหตุผลและเป็นระบบ (cognitive process) ซึ่งจะทำ
ให้เด็กกล้าคิด กล้าทำนายเหตุการณ์ และนำไปสู่การวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความรู้ได้ด้วยตนเอง





พี่ผึ้ง : โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ “คุณครูสมศรี” มีโครงการตอบแทนสังคมในรูปแบบอื่น ๆ
หรือไม่ อย่างไร


คุณครูสมศรี :
- อบรมจริยธรรมให้แก่โรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและเอกชน
- การให้ทุนนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ตามระเบียบการที่โรงเรียนกำหนด คือ ที่นี่ เราจะเขียน
ไว้เลยว่า มีทุนให้ คือ announce ไม่ได้ hidden ต้องประกาศลงไปใบโปรชัวร์เลย เพราะเราจะ
ตรวจสอบได้ว่าได้ทุนจริงไหม อันนี้มีเยอะมาก
- การสอนตามโรงเรียนกรมสามัญทั่วประเทศโดยไม่ขอรับค่าตอบแทน
- บริจาคทรัพย์หรือมอบสิ่งของที่จำเป็นให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ
- ประธานจัดหาทุนจัดพิมพ์ตำราและพระคัมภีร์เพื่อให้พระสงฆ์และสามเณรใช้ในการเรียน ซึ่ง
เป็นงานเบื้องหลัง คือครูจะทำงานที่ไม่ค่อยมีใครทำกัน เพราะไม่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน และ
มีอื่น ๆ อีกค่ะ
 


  พี่ผึ้ง : ในฐานะครู สิ่งใดที่ทำให้รู้สึกภูมิใจและประทับใจคืออะไร

คุณครูสมศรี:
- ครูตอบในฐานะเป็นมนุษย์คนหนึ่งว่า ครูภูมิใจที่เกิดบนแผ่นดินไทย ที่มีพระมหากษัตริย์
ทรงทศพิธราชธรรม เพราะหากผู้นำทรงคุณธรรมบ้านเมืองเป็นสุข

- ภูมิใจในเกียรติบัตรของมนุษย์ ซึ่งอยู่ในหัวใจของเรา ตราบใดถ้าเรารู้ว่า เราเอาต้นทุนของ
แผ่นดินไทยกับนักเรียนไทยเป็นต้นทุนในการทำมาหากิน แล้วถ้าได้คืน ต้นทุนส่วนนี้กลับสู่
แผ่นดินไทย ก็เท่ากับว่าเราไม่เสียชาติเกิดที่เราร่วมเกิดบนแผ่นดินไทยกับกษัตริย์ไทย
- สมเด็จพระสังฆราชฯ ประทานพระเมตตาให้เข้าเฝ้า และได้รับเข็มเกียรติคุณจาก ในฐานะผู้
บำเพ็ญหิตานุหิตประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ พระพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2546
- สูงสุดของความภูมิใจคือ ได้พบและปฏิบัติตามคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


พี่ผึ้ง : อาจารย์อยากฝากอะไรถึงน้องๆ ชาวเด็กดีที่กำลังศึกษาอยู่คะ

คุณครูสมศรี :
- ครูอยากให้เด็กรู้ว่า เกิดเป็นมนุษย์ต้องรู้จักคำว่า “อดและทน” อดคืออดทำในสิ่งที่สนุก
ที่เด็กๆชอบ ทนคือทนทำในสิ่งที่เราไม่ชอบและไม่สนุก แต่อดและทนรังสรรค์อนาคตที่งดงาม
- ให้รักคำว่า “ไทย” เรามีชื่อไทย เราไม่ต้องไปยืมชื่อฝรั่งมาใส่ชื่อของเรา อยากให้เด็กสำนึกว่า
เราทุกคนเกิดบนแผ่นดินไทย ข้าวที่เราทานก็มาจากต้นข้าวที่หยั่งรากสู่แผ่นดินไทย เติบใหญ่
เราต้องคืนความดี สู่แผ่นดินไทย เวลาเรารับความรู้ เราก็เอากระดาษก็คือต้นไม้ ที่หยั่งราก
จากแผ่นดินไทย เสมือนเราเอาแผ่นดินไทยรองรับความรู้ เราจึงควรรัก และตอบแทน
แผ่นดินไทย
- สำคัญที่สุด คือเด็กต้องมีหางเสือ คือต้องมีกตัญญูกตเวทิตาต่อพ่อแม่ และผู้มีพระคุณ
และผู้มีพระคุณใหญ่ที่สุดก็คือ มาตุภูมิแผ่นดิน จะเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ไม่ได้



 


 
 
  น้องมิ้ว ร.ร. สตรีนนทบุรี
ครูสมศรี เป็นคนที่สนุกสนานเฮฮา
พอสอนอยู่ในห้องเรียนเด็กจะมีความ
สุขค่ะ อยู่นอกห้องก็เหมือนกัน คือมี
ความผูกพันธ์ระหว่างผู้สอนกับเด็ก สอนดีและสอนสนุกน่ารักมากค่ะ ส่วนคำพูดติดปากที่ครูชอบพูด
บ่อยๆก็จะเป็น “พูดตามสวยนะคะ
เด็กๆ” แล้วก็จะมีบทเพลงค่ะ
ซึ่งต้องให้ครูร้องจะสนุกมากคะ
และคิดว่าครูเปรียบเหมือน สีชมพู
เพราะว่า อ่อนหวานและน่ารักดีค่ะ
 
 
   



   
 
  น้องเมธิศ
ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเทปที่อาจารย์
ตัดต่อมาจากคลาสอื่น เช่น เพื่อนๆ
โรงเรียนอื่นนอนหลับ ก็จะแอบถ่าย
มาให้ดู และมีเพื่อนๆ แกล้งอาจารย์
หรือไม่ก็ส่งของแปลกๆ มาให้อาจารย์
เช่น ส่งหนูยางใส่กล่องมา อาจารย์ก็
ตกใจ แล้วบางทีอาจารย์ก็แกล้งเด็ก
คืนบ้างเหมือนกัน เช่น อาจารย์เห็น
อะไรแปลกๆ ก็ถ่ายไว้แล้วก็จะเอาไป
ให้คอร์สอื่นดู และผมอยากบอกครู
สมศรีว่า อาจารย์สอนดีมากแล้ว และขอขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่
อาจารย์มอบให้ ทั้งวิชาและข้อคิดดีๆ
ที่สามารถเอาไปใช้ได้ครับ และคิด
ว่าอาจารย์เหมือนสีชมพูครับ เพราะ
รู้สึกว่า อาจารย์น่าจะเหมาะกับ
สีสดใส อ่อนหวาน แล้วก็เป็นสีที่
ไม่ร้อนแรง นิ่มนวล สุภาพ แล้วก็มี
ความดีในตัวด้วยครับ
 
 
 
 
 



 
 
  น้องเมษา ร.ร. เตรียมอุดมศึกษา
ตอนแรก หนูก็ไม่อยากมาเรียนเลย เพราะได้ยินชื่อแล้วคิดว่า ต้องแก่
แน่ๆเลย และที่เรียนอยู่ไกลบ้าน
มาก แต่พอมาเรียนแล้วสนุกมากค่ะ
ได้ทั้งศัพท์ใหม่ และความรู้อื่นๆ
เยอะแยะไปหมดเลย นำเอาไปใช้ใน
ห้องสอบได้ด้วย และยังสอดแทรก
ศีลธรรมให้ด้วย ทำให้รักตัวเอง
รักพ่อแม่มากขึ้นค่ะ เลยติดใจไม่ไป
เรียนที่อื่นค่ะ ที่สำคัญ ครูน่ารักและ
เป็นกันเองกับเด็กๆ มากค่ะ หนูคิดว่า
ครูสมศรี เปรียบเหมือน สีใส เพราะว่า
ถ้านำทุกๆ สีรวมกัน มันก็น่าจะใส อ่ะค่ะ
ส่วนเรื่องในคลาสที่หนูประทับใจ เช่น
ถ้าเพื่อนๆ ในห้องคนไหนพูดมาก หรือ
ครูสอนอยู่แล้วเพื่อนก็กินขนม ครูเขา
จะบอกให้พี่ลุงเอาสก๊อตเทปมาปิดปาก
แล้วก็จะเจาะรูไว้ตรงปากให้พอกินขนม
ได้อ่ะค่ะ ตลกดี
 
 
   
   
 
คำพูดติดปาก

จุดขายของสถาบันของเรา คือ
ความงามของผู้สอนซึ่งยั่งยืน

มุขเด็ดประจำตัว

Somsri is extremely beautiful
ใครพูดตามขอให้เอนท์ติด

เรื่องขำๆ ในคลาส

ถ้าเด็กโฟ๋แตก เราเห็น เราจะตามไปZoom

วิธีแก้เผ็ดเด็กกวน

เอาเทปใสขนาด 5 นิ้ว มาปิดปาก แต่อนุญาตให้
เจาะรูตรงกลางเพื่อกินกูลิโกะป๊อกกี้ได้เท่านั้น

มุมสวยหล่อของอาจารย์

ท่าคุณครูชูสองนิ้ว สองมือ นับหนึ่ง-สอง-สาม
ท่าจะออกทันที

เสื้อผ้าตัวเก่ง

แพนเค้กซะอย่าง – ใส่ชุดไหนก็เท่ห์ทุกชุด

ของที่พกติดตัวเป็นประจำ

ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อ
และพร้อมจะทำตกให้คนเก็บให้เสมอ

นิสัยแบบนี้ใช่เลย

หัวเราะมันหยด

ชอปปิ้งแบบอาจารย์

ขนมเท่านั้นที่เธอช้อป

คติประจำใจ

เทียมเกวียนเยี่ยงควาย ชีวิตจะสบายในภายหน้า

เครื่องลางนำโชค

รอยยิ้ม & ความน่ารัก

อาหารที่ชอบ

ทุกอย่างที่เด็กส่งมาให้

สีที่ชอบ

สีสม (ก็สมศรีงัย! จุ๊กกรู๊)

ของสะสม / งานอดิเรก

ไขมัน & ความงาม

 
@
ดูหมวดนี้ต่อได้ใน สัมภาษณ์ติวเตอร์ดัง »
ความคิดเห็น

166

จำนวนแชร์
5

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

166 ความคิดเห็น

  1. #1 shui
    1 พ.ย. 2550, 18:09 น.
    ครูสวยอยากเรียน 555 สู้ๆนะครูหนุจะไม่เป็นไอขี้เเพ้ ครับครู
    #1
  2. 1 พ.ย. 2550, 19:08 น.
    รออยู่นาน ว่าเมื่อไหร่จะมีสัมภาษณ์ครู ในที่สุด เวลานั้นก็มาถึง ไม่มีอะไรจะพูดมาก แต่อยากจะบอก รักครูสมศรีนะคะ ^^
    #2
  3. #3 ไอซ์
    1 พ.ย. 2550, 19:51 น.
    อยากเรียนมาก ๆ เลย
    แต่ไกลบ้านอ่า T^T~
    #3
  4. #4 รักครูน้า
    1 พ.ย. 2550, 20:49 น.
    ครูสมศรีสวยที่สุดในโลกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ร๊ากครูน้า
    ขอบคุณน่ะค่ะที่สอนให้หนูรักพ่อ แม่ และผู้มีพระคุณ
    หนูก็ภูมิใจค่ะ ที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย แล้วได้มาเป็นลูกศิษย์ครู
    ขอบคุณน่ะค่ะที่สอนให้หนูฝันให้ไกล แล้วจงไปให้ไกลกว่าที่ฝัน
    เมื่อหนูโตขึ้นหนูจะกลับมารับใช้แผ่นดิน เหมือนที่คุณครูทำ
    หนูจะเป็นคนดีของทุกๆคนค่ะ ^_^
    #4
  5. #5 A & M
    1 พ.ย. 2550, 21:06 น.
    ทำไมคุณครูสมสรีสวยจังเรยอ่ะค่ะ
    สวยมากมายมหาศาล
    "คุณครูสมศรีสวยที่สุดในโลก"
    จะบอกว่า "สวยสัมพัทธ์"
    สวย สวย สวย สวย จนซะน่าอิจฉา

    ดีใจนะค่ะ ที่ได้มาเป็นลูกศิษย์ของคุณครู
    คุณครูเป็นแม่พิมพ์ที่ดีของชาติ
    นอกจากจะได้ความรู้จากในห้องเรียนแล้ว
    คุณครูยังสอนความรู้จากประสบการณ์ชีวิตภายนอกห้องเรียน
    และคุณธรรมต่างๆ พร้อมทั้งกำลังใจที่ดีจากคุณครูทำให้
    หนูไม่เป็น ขี้แพ้

    ของสะสมไม่ใช่ไขมันสะหน่อย
    แต่เป็นห่วงยางที่คุณครูใส่ไว้กันน้ำท่วม
    ไม่จริ๊ง..ไม่จริง คุณครูไม่มีห่วงยาง

    *จะบอกว่ารออ่านมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะค่ะ
    สุดท้ายก้อได้อ่านสะที
    #5
  6. #6 ทรายจัง
    1 พ.ย. 2550, 21:07 น.
    คิดถึงครูจังเลย ตอนนี้กลับมาบ้านที่ต่างจังหวัดแล้วก็ยังนึกถึงครูอยู่เสมอ ขอให้ครูเป็นสาวสามพันปีอยู่อย่างนี้ตลอดนะคะ แล้วจะแวะไปขอจานกินส้มตำที่บางกะปิใหม่ อิอิ
    #6
  7. รักครูสมศรี  ฮิ้วววววววววว !!*

    #7
  8. #8 เด็กหญิงตัวเล็กๆ
    1 พ.ย. 2550, 22:10 น.
    รักครูค่า

    ครูสมศรีสวยที่สุดในโลกกกกกกกกกกก
    #8
  9. #9 วะฮะฮ่า
    1 พ.ย. 2550, 22:12 น.
    รักครูสมศรี มากกกกกกก
    ครูสมศรีสวยที่สุดในโลกกกกก กกกก กกก กก ก .. !
    #9
  10. #10 เด็กบางกะปิ
    2 พ.ย. 2550, 09:41 น.
    รักคุณครู สมศรีมากค้าฟฟฟฟ

    คุณครู สวยที่สุดในโลกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    เอิ๊กๆ
    #10
  11. #11 สตรีไร้นาม
    2 พ.ย. 2550, 15:12 น.
    รักครูสมศรีนะคะ ครูน่ารักอย่างงี้เลย 555
    #11
  12. 2 พ.ย. 2550, 15:22 น.
    รักครูนะคะ ครูทำให้หนูรู้ภาษาอังกฤษมากกว่าเดิมเยอะเลย
    #12
  13. คุณครูน่าร๊ากกกก แองจี้ก็่น่าร๊ากกกก 55
    #13
  14. #14 อดีตเด็กกะเสด
    2 พ.ย. 2550, 15:46 น.
    เคยเรียนกับคุรครูสมัยยังเยาวัย ตอนนี้เป็นบัณฑิตจากรั้วเกษตรมาแล้ว กำลังต่อโทวิดวะที่ธนบุรี ยังไม่ลืมอังกฤษที่ครูสอนเลย ก็แอบลืมนิดนึง ครสอนเด็กด้วยใจแล้วก็แทรกคุณธรรมเสมอเลยย พี่ก็เลยข้ามน้ำข้ามทะเลมาเรียนตามพี่สาวที่เป็นหมอฟันอะนะ คือพี่เป็นเด็กต่างจังหวัด ขอบคุณครูมากนะคะ ครูสวยขึ้นเยอะเลย
    #14
  15. #15 อิอิ
    2 พ.ย. 2550, 15:50 น.
    คิดถึงคุณครูจังเลยค่ะ คุณครูสมศรีสุดสวยยย ฮ่าๆ
    อยู่ปีสองแล้ว แต่ยังคิดถึงบรรยากาศตอนเรียนกับคุณครูอยู่เลย
    ขอบคุณสำหรับความรู้+ความรัก+กำลังใจที่คุณครูมอบให้ค่ะ
    #15
  16. 2 พ.ย. 2550, 17:26 น.
    อ๋ายมีคนสำพาดครูสมศรีด้วย

    จุฟๆร้ากครูสมศรีนะค๊ะ^ ^

    Somsri is extremely beautiful.
    #17
  17. #18 บางคนกินขนมปัง บางคนกินข้าวสาลี~
    2 พ.ย. 2550, 18:06 น.
    รักคุณครูสมศรีมากมายค่ะ จุฟๆ
    #18
  18. #19 PuccA^^
    2 พ.ย. 2550, 18:07 น.
    รักคุณครูนะคะ

    หนูจะไม่ยอมเป็น "ไอ่ขี้แพ้" แน่นอนคร่ะ ^___________^
    #19
  19. 2 พ.ย. 2550, 18:12 น.

    เปิดเทอมแล้ววว เด๋วไม่กี่สัปดาห์ก็จะเริ่มเรียนครูสมศรีแล้ว คิดถึงครูสมศรีจัง^_^

    #20
  20. อ่านความคิดเห็นหน้า 2

แสดงความคิดเห็น

อะไรเอ่ยเพนกวิ้น? นั่นแหละ อะไรคือ เพนกวิ้น? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .