ความคิดเห็น

168

จำนวนแชร์
1

การศึกษา
ปริญญาโท : บริหารธุรกิจการตลาด (สาขาการตลาด) จากศศินทร์ ณ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย (โครงการร่วมระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับ University of Pensylvania & Northwestern University)
ปริญญาตรี : คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เอกภาษาสเปน โทภาษาอังกฤษ)
มัธยมศึกษาตอนปลาย : โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
มัธยมศึกษาตอนต้น : โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์ คอนแวนต์

สวัสดีจ๊ะ พบกับ พี่ผึ้ง เช่นเคย ในคอลัมน์ Hot Tutor แนะนำสถาบันกวดวิชาชื่อดังของเมืองไทย ครั้งนี้ พี่ผึ้ง มีโอกาสไปสัมภาษณ์ติวเตอร์ Eng. สาวสวยรวยเสน่ห์  พี่แนน แห่ง โรงเรียนกวดวิชาภาษาอังกฤษ  Enconcept
ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักเรียนมัธยมทั่วประเทศ  พบกลับบทสัมภาษณ์กันเลยจ๊ะ

พี่ผึ้ง :  ขอให้อาจารย์ช่วยแนะนำตัวเองหน่อยค่ะ
พี่แนน :  ชื่อ อริสรา ธนาปกิจ  หรือ พี่แนน (เด็กที่เรียนรู้จักกันในชื่อนี้) ค่ะ

 


 

 ปัจจุบัน
• หัวหน้าทีม Edutainer วิชาภาษาอังกฤษ Enconcept
• ผู้ริเริ่มเพลงในการช่วยจดจำคำศัพท์และไวยากรณ์ (Memolody) และหลัก Strategic Structure
(โครงสร้างเชิงกลยุทธ์) เพื่อช่วยในการวิเคราะห์โครงสร้างประโยค
• อาจารย์รับเชิญวิชาภาษาอังกฤษสำหรับเด็กนักเรียนร.ร. มัธยมทั่วประเทศ เช่น หอวัง, สามเสนวิทยาลัย, เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์, ราชินีบน, สารวิทยา, สวนกุหลาบนนทบุรี, สวนกุหลาบรังสิต, ศรีบุณยานนท์,พรหมานุสรณ์ และเข้าร่วมโครงการติวเอ็นทรานซ์ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
• ผู้เขียนร่วม ในหนังสือหลายเล่ม เช่น Fuel / Word Max / Two word verbs / Strategic Book / Eng Ent Analysis
• บรรณาธิการหนังสือ 3030 words
พี่ผึ้ง :  พี่แนนเริ่มสอนภาษาอังกฤษตั้งแต่เมื่อไหร่ค่ะ

พี่แนน :  สอนหนังสือมาตั้งแต่ตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย ซึ่งถือว่าเด็กมากเลย เพราะเข้าตอนอายุ 15  จบตอนอายุ 19  โดยเริ่มสอนตอนอายุ 16 ปี จากตามโต๊ะมาก่อนค่ะ

จริงๆ ไม่ได้คิดอยากจะเป็นครูเลย เพราะกลัวว่าจะทำให้เด็กเสียอนาคตหรือเปล่า (หัวเราะ) เพราะเราออกแนวๆ แปลกๆ  แต่ปรากฏว่ามีอาจารย์ที่จุฬาฯ  เห็นแววเลยส่งลูกของท่านมาเรียนกับเรา ผลคือลูกของท่านเอ็นท์ติด  และมีพัฒนาการภาษาอังกฤษที่ดี หลังจากนั้นเราก็รู้สึกว่าการสอนนี้ดีนะ เราได้ใช้ภาษาด้วย และที่สำคัญคือ ทำให้เราต้องเรียนรู้ตลอดเวลา   ต้องค้นคว้า   และทำให้เราต้องพยายามก้าวหน้าไปกว่าเด็กค่ะ  รวมทั้งทำให้เราไม่ลืมวิชาที่เรียนมาด้วย  ซึ่งปกติเราก็จะลืม เพราะเราไม่ได้ใช้   การสอนก็เหมือนกับเราได้นำไปใช้ 

 

 

 


 
ที่สำคัญ เรารักการสอน ที่เห็นน้องเขาเอนท์ เราก็ดีใจไปด้วย และน้องก็มาบอกว่า พี่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตหนูที่ทำให้หนูมีวันนี้นะ  และทำให้หนูรักภาษาอังกฤษก็เพราะพี่นะ  มากขึ้นเรื่อยๆ  ทำให้เราก้าวสู่ความเป็นครูอย่างแท้จริงค่ะ

พี่ผึ้ง :  ประวัติความเป็นมาของการก่อตั้ง Enconcept

พี่แนน :  เริ่มจากช่วงพี่อยู่ปี 2 พอสอนให้ลูกอาจารย์ และก็ตามโต๊ะ ประมาณสักปีหนึ่ง  พี่ธเนศก็มาที่คณะ เพื่อสืบว่าใครสอนได้ดีๆ บ้าง หรือ มีชื่อเสียงหมู่เด็กๆ ก็เลยมาเจอกับพี่แนนแล้วก็ได้มาคุยกันว่า  พี่เขาอยากจะทำโรงเรียนที่เป็นมากกว่าโรงเรียน เป็นเหมือนกับชุมชนการเรียนรู้ที่อบอวลไปด้วยมิตรภาพระหว่างเพื่อนกับเพื่อน พี่กับน้อง

                พี่แนนก็รู้สึกว่า มันเป็น Concept ที่ตรงใจเรา เพราะเราไม่อยากให้น้องรู้สึกเครียดว่าเป็นอาจารย์ๆ  แล้วก็ไม่กล้าถามและก็น่าเบื่อๆ  เราอยากจะทำอะไรฉีกออกไป

พี่ผึ้ง :  แนวทางสำคัญในการก่อตั้ง Enconcept

พี่แนน :  เริ่มจากตรงนี้คือ  เรามีความรู้สึกว่า  จริงๆ การเอนทรานซ์ หรือ การแอดมิชชั่น ไม่ใช่เรื่องยาก ทำไมเด็กถึงได้เครียดมาก  อย่างหนึ่งคิดว่าตั้งจิตเอาไว้ผิด คือตั้งว่าต้องเอนท์ติดไง แต่อย่างที่พี่แนนสอนจะพยายามให้น้องเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการศึกษาว่า ไม่ต้องรอให้การสอบมาวัดคุณค่าความเป็นมนุษย์ของเรา

จริงๆ สิ่งที่น้องเรียนไปมันได้กับตัวเอง ไม่จำเป็นว่าต้องไปตามค่านิยม  ที่จะต้องเข้ามหาวิทยาลัยปิดให้ได้เท่านั้น  แต่มันสำคัญที่ว่า เราเรียนวิชานี้เพราะเราอยากที่จะรู้จริงๆ  เราอยากจะพัฒนาศักยภาพทางด้านภาษาอังกฤษของเราจริงๆ  คือไม่ว่าจะเรียนที่มหาวิทยาลัยใด เรียนที่ไหนๆ ในโลก  มันสำคัญว่าเราก้าวหน้าขึ้นไหมทางภาษาอังกฤษ เราใช้เป็นไหม


พี่ผึ้ง :  ชื่อ Enconcept  มีที่มาอย่างไรคะ

พี่แนน :  ชื่อ Enconcept เป็นคำภาษาอังกฤษที่ไม่มีอยู่ในดิคชันนารีเล่มใดในโลก แต่พี่คิดกันว่ามันน่าจะแปลกดี  คือเกิดจากการนำคำว่า concept ที่แปลว่า “ความคิดรวบยอด ”ผสมกับคำว่า en เป็น prefix ที่ใช้เติมหน้า noun เพื่อให้เป็น verb แปลว่า ทำให้เกิด...

Enconcept จึงเป็นคำใหม่ที่หมายถึง ทำให้เกิดความคิดคิดรวบยอด ซึ่งสื่อถึงความเป็นเราคือ อยากให้น้องเข้าใจจริงๆ   ถึงแก่นสาระของทั้งชีวิต   การศึกษา   ความฝัน   และก็ภาษาอังกฤษค่ะ

พี่ผึ้ง :   ตอนนี้  Enconcept มีทั้งหมดกี่สาขา ที่ไหนบ้างค่ะ

พี่แนน :  ปัจจุบัน Enconcept  มีสาขารวมทั้งสิ้น 26 สาขาค่ะ  โดยแบ่งออกเป็น 9 สาขา ใน กทม. ได้แก่  สยามดิสคอฟเวอรี่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ งามวงศ์วาน บางกะปิ วงเวียนใหญ่ วิสุทธิกษัตริย์ ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ปิ่นเกล้า และพญาไท
                  
และอีก 17 สาขาในต่างจังหวัด ในเชียงใหม่ พิษณุโลก ราชบุรี ชลบุรี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด โคราช สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ นครศรีธรรมราช  นครสวรรค์ นครปฐม หาดใหญ่ ภูเก็ต เชียงราย ตรัง สุรินทร์ และอุบลราชธานี   ในอนาคตก็มีแผนที่คิดจะขยายสาขาออกไปอีกตามความต้องการของน้องค่ะ


พี่ผึ้ง
:   รูปแบบการสอนของ Enconcept เป็นอย่างไรค่ะ

พี่แนน :  ที่ Enconcept จะเป็น E-Studio คือจะมีการจำลองการเรียนเหมือนกับเรียนอยู่ในสตูดิโอรายการโทรทัศน์ค่ะ  ซึ่งน้องก็จะมีความรู้สึกที่ไม่เหมือนกับห้องเรียนน่าเบื่อๆ โดยเราจะมีห้องสอนสด และก็ถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียม

อันนี้เราเช่าช่องสัญญาณของดาวเทียม เพื่อจะให้น้องมีประสบการณ์ร่วมกัน และต้องการความสดนะค่ะ  ซึ่งน้องสามารถส่ง SMS ข้อคิดเห็น หรือ คำถาม  ที่ไม่เข้าใจมาที่ส่วนกลางได้ตลอดเวลา โดยข้อความนั้นก็จะถูกรันขึ้นบนหน้าจอ SmartBoard ที่แถบด้านล่างเลยค่ะ  จะทั้งแซวเพื่อสร้างบรรยากาศสนุกๆ หรือทั้งที่มีสาระไม่เข้าใจในบทเรียน

นอกจากนี้ยังมีการบันทึกลงเป็น DVD ไปตามสาขาต่างๆ ด้วย ดูย้อนหลังได้ค่ะ และน้องก็ยังสามารถเรียนทางคอมพิวเตอร์ได้ด้วย เป็นแบบ On Demand แล้วแต่ว่าจะเลือกเรียนบทเรียนตอนไหน เรื่องไหนก่อนตรงนี้ ไม่พอใจก็ข้ามไปได้ เรียกว่า Learning On Demand ค่ะ


           พวกพี่มีความรู้สึกว่า เด็กไทยเป็นแบบรอครูอย่างเดียว เห็นครูเป็นเทพเจ้า ทำให้ไม่มีนิสัยที่จะค้นคว้าวิจัยด้วยตัวเอง ซึ่งมันเป็นพฤติกรรมที่กำหนดชะตาชีวิตของประเทศ  อย่างทำไมเด็กไทยเรียนภาษาอังกฤษมาทั้งเยอะแต่สอบ
TOEFL ต่ำกว่า เด็กเวียดนาม เพราะเหตุผลนี้เลย คือว่า เขานึกว่าต้องเป็นในตำรา  ในห้องเรียนเท่านั้น   มาเรียนในห้องเรียนคือจบเลย  ไม่ทำอะไรแล้ว

แต่ว่าทางพี่แนน และ Enconcept  อยากให้น้องเห็นว่า ภาษาอังกฤษเป็นกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตรงนี้เราก็จะใช้เทคโนโลยีที่ช่วยในการเรียนการสอนทั้ง ฟัง พูด อ่าน เขียน ให้น้องสามารถศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองได้ตลอดเวลา  และเพิ่มเติมจากการเรียนในห้องผ่านทางห้องคอมพิวเตอร์ของเรา  และผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต  และทาง CD ที่แจกไปก็จะเป็นสื่อ multimedia ต่างๆค่ะ

พี่ผึ้ง :  สไตล์การสอนของพี่แนนเป็นอย่างไรค่ะ

พี่แนน :  รูปแบบการสอนก็คือ จะใช้  MagiCore หรือ แก่นการเรียนรู้มหัศจรรย์นะค่ะ ซึ่งพี่คิดว่าเป็นวิธีการเรียนแบบ Learning Methodology ที่ไม่มีในที่อื่นเลย  โดยอันนี้เป็นสิ่งที่แตกต่างของ Enconcept ค่ะ

คือเด็กที่ว่าเรียนจะไม่ใช่แค่บอกว่า พี่สนุกนะ แค่นั้นเอง สนุกเฉยๆ มันก็ไม่ทำให้เกิดประสิทธิผลจริงๆ นะค่ะ ดังนั้นต้องเป็นวิธีการเรียน ที่เขาจับต้องได้  อย่างเช่น Grammar เราก็จะมี Tree Tactics เป็นกลยุทธ์แผนภาพต้นไม้ ในการเชื่อมโยง Grammar ซึ่งเป็นหัวข้อที่ซับซ้อนให้ง่ายขึ้น แล้วก็จะช่วยในการทำโจทย์เกร็งข้อสอบ และก็มี Strategic Structure เป็นหลักการวิเคราะห์โครงสร้างภาษาอังกฤษเชิงกลยุทธ์ ที่แม่นยำและรวดเร็ว   


               แต่ที่ทำให้
Enconcept  ดังมากๆ นอกจาก 2 ส่วนนี้ก็คือ ส่วนของการเรียนผ่านเพลง หรือ Memolody ถึงแม้เด็กที่ไม่ชอบร้องเพลงแต่มาเรียนกับเราก็จะรู้สึกว่า มีความสุขและจำได้ดี ค่ะ  ซึ่งเพลงนี้ก็จะใช้กับทุกอย่างเลยไม่ว่าจะเป็น รากศัพท์ คำศัพท์ที่เป็นหมวด หรือ คำศัพท์ที่เป็นคำเหมือน รวมไปถึง ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษก็ใช้เพลงด้วย เพื่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่ฝังรากลึกในสมองไปนานแสนนานค่ะ

 และ  S.E.L.F.  สื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อพัฒนาตนเอง ให้การเรียนภาษาอังกฤษใช้ได้จริง   ด้วยระบบการเรียนที่สามารถกลับไปฝึกฝนได้ด้วยตัวเองต่อไป  แม้จะเรียนจบคอร์สไปแล้ว 


พี่ผึ้ง
:   ปัจจุบันคอร์สที่เปิดสอนทั้งหมดเท่าไร อะไรบ้างค่ะ

พี่แนน :  โดยหลักๆ แบ่ง 2 อย่าง คอร์สที่เป็นแก่น กับ คอร์สที่เป็นทักษะ โดยดูผ่าน Tree Tactics

คอร์สที่เป็นแก่น

ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  เป็น คอร์ส  Early Junior 1 เป็นเนื้อหาภาษาอังกฤษ ม.1 และ ม.2 เทอม 1    ส่วน Early Junior 2 เป็นเนื้อหาภาษาอังกฤษ ม.1 และ ม.2 เทอม    และ  Junior  1  ซึ่งเป็นเนื้อหาภาษาอังกฤษ ม.3 เทอม 1 และ Junior  2 ซึ่งเป็นเนื้อหาอังกฤษ ม.3 เทอม 2 และ คอร์สอังกฤษสอบเข้า ม.4 ค่ะ

                ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เป็น คอร์ส Fundamental 1 ซึ่งก็คือ  เนื้อหาภาษาอังกฤษ ม.4 เทอม 1 และ Fundamental 2 ซึ่งก็คือเนื้อหาภาษาอังกฤษ ม.4 เทอม 2  และ คอร์ส  Intermediate 1 ซึ่งก็คือ ภาษาอังกฤษ ม.5 และ ม.6 เทอม 1 และ Intermediate 2 ซึ่งก็คือ อังกฤษ ม.5 และ ม.6 เทอม 2







                ต่อไปเป็น คอร์ส
Pre-Admission - คอร์สปรับพื้นฐานก่อน Admission  และ คอร์ส Admission โดยครอบคลุมคำศัพท์และไวยากรณ์ในระดับ ม.ปลาย ทุกเรื่องที่ใช้ในการสอบ Admission  และ คอร์ส ตะลุยโจทย์ Admission เน้นเทคนิคการทำข้อสอบ  ดูตัวหลอก  และเพิ่มประสบการณ์ในการวิเคราะห์ข้อสอบจริงจากข้อสอบ(ตรง)ทุกสถาบัน  ทุกทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความแม่นยำและคล่องตัวก่อนลงสนามจริง

สุดท้ายที่กำลังจะเปิดใหม่คือ คอร์ส Olympic-Admission  ซึ่งคอร์สนี้จะเรียนมากไปกว่าการสอบแอดมิชชั่น  สำหรับคนที่จะเรียนภาคอินเตอร์ หรือคนที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ  และคนที่จะสอบชิงทุนต่างๆ  
                คอร์สที่เป็นทักษะ

คอร์ส Memolody Vocab เป็นคอร์สสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษผ่านบทเพลง ที่ช่วยให้เข้าใจคำศัพท์พร้อมวิธีใช้อย่างรวดเร็ว  มีความสุขกับบทเรียนเต็มเปี่ยมไปด้วยสาระ ที่สำคัญคือไม่มีวันลืม 

คอร์ส Vocab เป็นคอร์สสอนคำศัพท์จำนวนมากที่มีความจำเป็นในระดับต้นถึงระดับกลาง ซึ่งสอนจากรากศัพท์อันจะเป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์ศัพท์เชิงลึกต่อไป

คอร์ส Master Vocab เป็นคอร์สสอนคำศัพท์จำนวนมากที่มีความจำเป็นในระดับกลางถึงระดับสูง  พร้อมด้วยเทคนิคการเดาศัพท์ วิเคราะห์รากศัพท์เชิงลึก ทั้งการแปลความหมายภาษาอังกฤษเป็นอังกฤษ หรือการสร้างคำ นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์คำศัพท์จากข้อสอบ

คอร์ส Grammar  เป็นคอร์สไวยากรณ์ภาษาอังกฤษระดับต้นถึงระดับกลาง

คอร์ส Master Grammar เป็นคอร์สไวยากรณ์ภาษาอังกฤษระดับกลางถึงระดับสูง เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญในไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ โดยมีเนื้อหาครอบคลุมไวยากรณ์ทั้งหมดในโลกที่จำเป็นต้องใช้

สุดท้ายเป็นคอร์ส Writing ที่จะต้องนำไปใช้ในการเขียนจริงๆ แล้วค่ะ  ส่วนคอร์ส TOEFL  ตอนนี้กำลังปิดปรับปรุงใหม่  เพื่อให้มันดีกว่านี้ค่ะ

พี่ผึ้ง : การเปลี่ยนจากระบบเอนทรานซ์  มาเป็น ระบบแอดมิชชั่น มีผลกระทบต่อวิชาภาษาอังกฤษหรือไม่  อย่างไรค่ะ

พี่แนน :  มีแน่นอนเลยก็คือว่า  อย่างข้อสอบ A-net  จะค่อนข้างเป็นสำนวนที่ใช้จริงๆ  แล้วบางทีคำศัพท์ก็เอามาจากวรรณกรรม  วรรณคดีเลยทีเดียว  เทียบกับเอนทรานซ์สมัยก่อนแล้ว ข้อสอบ A-net  จะเป็นอีกระดับหนึ่งขึ้นมา กึ่ง TOEFL ผสม  TU-GET

แต่ว่ายังไงพี่แนนก็เชื่อว่า ภาษาอังกฤษมันได้ใช้ตลอดแหละ คือเวลาเราเตรียมตัวภาษาอังกฤษมันได้หลายเด้ง  มันใช้ได้กับทุกอย่าง  ไม่ใช่เฉพาะกับการสอบแอดมิชชั่นอย่างเดียว คือน้องจะไปสอบทุนก็ได้  , สอบ CU-TEP  ฯลฯ ก็ยังใช้ได้อยู่ เพราะฉะนั้นการปรับเปลี่ยนก็ไม่ค่อยมีผลมาก  คือส่วนใหญ่แล้วปรับในแง่ให้พี่ทำหลักสูตรให้ทัน ปรับตลอดเวลาให้เหมาะกับข้อสอบค่ะ

พี่ผึ้ง :  พี่แนนคิดว่า จำนวนข้อสอบกับเวลามีความสัมพันธ์กันหรือไม่ค่ะ

พี่แนน :  จริงๆ ก็สัมพันธ์กันดีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า ถ้านักเรียนไม่ได้รับการฝึกฝนที่ดีพอ  อย่าง passage 1  ทำแบบชั่วโมง 1 ใครๆ ก็ทำได้ไง  ดังนั้นเราก็ต้องมีเทคนิคในการทำ  ที่ Enconcept  เราจะเน้นมากว่า ไม่ใช่ให้ทำข้อสอบได้เท่านั้น คือเราจะต้องนำไปใช้จริงได้ และต้องให้ทันด้วยค่ะ


พี่ผึ้ง :  ข้อสอบระบบแอดมิชชั่นในวิชาภาษาอังกฤษมีรูปแบบอย่างไร  และควรเตรียมตัวอย่างไรค่ะ

พี่แนน :  อย่าง O-net จะเป็นข้อสอบค่อนข้างพื้นฐานค่ะ โดย Reading จะเป็นส่วนที่เยอะที่สุดทั้งใน O-net  และ A-net  ด้วย คือจะออกประมาณ 40 – 50 % เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ น้องพยายามฝึกอ่านเยอะๆ ทำโจทย์ย้อนหลังสำคัญมากๆ ถึงแม้มันจะเปลี่ยนแนวไปแล้ว ทุกแบบฝึกหัดมันมีคุณค่ากับเราหมด
                   ดังนั้นให้ทำให้หมดทั้งข้อสอบเอนทรานซ์ และ ข้อสอบแอดมิชชั่น ถ้าทำหมดแล้วก็ให้ทำ
CU-TEP , Tu-get  และ Toefl   ทำข้อสอบภาษาอังกฤษทุกรูปแบบทำได้หมด   สำคัญที่การฝึกฝนมากๆ ค่ะ

             ในส่วนของ Conversation  พี่แนนคิดว่านอกจากการทำโจทย์แล้ว  เราจะต้องดูหนัง ฟังเพลงเหมือนกันนะ คือต้องนำไปใช้จริงๆ ค่ะ ไม่งั้นอย่างบางสำนวนมันจะไม่มีในข้อสอบเท่านั้น และเราคงไม่ได้เจอมันในตำรา 

ในส่วนของ Grammar ก็ยังจำเป็นเพราะเรายังต้องใช้ประยุกต์กับส่วนอื่นๆ อยู่ค่ะ ซึ่งอันนี้เทรนด์ไม่คงที่ เนื่องจากว่าบางปีก็มีเยอะ บางปีก็ไม่มีเลย แต่การสอบ CU-TEP และการสอบทุนมีแน่นอน  พี่แนนก็อยากจะให้เตรียมตรงนี้ไว้ด้วยค่ะ

                และส่วนใหญ่ passage ที่มีก็เอามาจากไม่กี่แหล่ง  อย่าง “ข่าว” เอามาเยอะมาก อะไรที่เป็นกระแสปัจจุบันอยากให้น้องติดตามตลอดเวลา เป็นภาษาอังกฤษนะค่ะ เช่น ปีนี้อะไรฮอต หรือ ข่าวการสวรรคตของพระพี่นางฯ  โลกไปถึงไหนแล้ว ซึ่งเราต้องรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ไว้ด้วยค่ะ




พี่ผึ้ง :  สำหรับนักเรียนส่วนใหญ่มักรู้สึกว่า วิชาภาษาอังกฤษนั้นยาก พี่แนนคิดว่ามีสาเหตุมาจากสิ่งใดค่ะ

พี่แนน :  พี่แนนคิดว่า  อย่างหนึ่งคือเด็กเตรียมตัวไม่ตรงจุด ที่ยากเพราะเรายังไม่เข้าถึงแก่นของมัน คือถ้าไปถึงจุดหนึ่งที่เราค้นพบว่า เราเริ่มทำได้เราจะมีฉันทะและมีความสุขกับการเรียน  สมมุติถ้าเราเรียนวิชาหนึ่งแล้วมันไม่สำเร็จสักที หรือว่ามันน่าเบื่อๆ  เราจะอยากเรียนไหม  แต่ถ้าเป็นวิชาที่เราชอบมันจะเป็นไปโดยอัตโนมัติเลยค่ะ คือมันจะอยากเรียนๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ อยากค้นคว้า เคยมีไหมที่ไม่รู้ศัพท์ตัวนี้แล้วไปเปิดดิคชันนารี  เห็นเราก็แหวะแล้วนะค่ะ เพราะฉะนั้นพี่แนนคิดว่า ความสุขในการเรียนรู้สำคัญมากๆ  และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องนำไปใช้จริงให้ได้  ไม่ว่าเราจะใช้ผิดหรือใช้ถูกอยากให้กล้าๆ ที่จะใช้ก่อน บางคนลองทำโจทย์ตอนสายเกินไปแล้ว แบบว่าอ่านเนื้อหาจบก่อนแล้วค่อยทำโจทย์ แต่ ในความเป็นจริงเราไม่เคยอ่านจบสักทีไงค่ะ  สรุปก็คือไม่อยากให้กลัวที่จะผิดกันนะค่ะ

พี่ผึ้ง :  เคล็บลับการเรียนอังกฤษให้เก่งและได้ผลดี

พี่แนน :  สำหรับพี่คิดว่า มันต้องเป็นบูรณาการ เคล็บลับของพี่เลยนะพบว่า มันต้องทั้งฟัง พูด อ่าน เขียนไปพร้อมกันจะทำให้เร็ว แล้วก็เป็นการนำไปใช้จริง  เหมือนกับไปที่สุดเดิมนะค่ะ ทำให้มันเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของตัวเรา  ไม่ใช่แค่อยู่ในหนังสือ หรือแค่ท่องๆ จำไปเท่านั้น

                พี่คิดว่าสำคัญมากๆ เลยคือ เราเป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งก็คือเราสามารถร้องเพลงในห้องน้ำเป็นภาษาอังกฤษได้  หรือตื่นเช้ามาดูข่าว BBC ได้ เหมือนเราใช้ชีวิตประจำวันเป็นคนต่างประเทศได้ ลองคิดดูว่า ทำไมคนที่ไปอยู่ต่างประเทศถึงเก่งภาษาอังกฤษขึ้นมาได้ ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ เพราะมันได้อยู่กับภาษา ได้ใช้ชีวิตกับภาษา พี่ก็อยากให้น้องเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน คือ ให้ทำทุกอย่างในชีวิตของเราเป็นภาษาอังกฤษ เช่น เล่นอินเตอร์เน็ตเป็นภาษาอังกฤษหมด ฯลฯ



พี่ผึ้ง : ในฐานะครู สิ่งที่ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจและประทับใจคืออะไรค่ะ

พี่แนน :  พี่คิดว่า มันเป็นอาชีพที่มีคุณค่า  สมัยก่อนนี้พี่มีทางเลือกในการทำหลายอาชีพมากๆ  เช่นตั้งแต่ยังเรียนไม่จบพี่แนนก็เป็นล่าม UN หรือ จบมาทำงานฝ่ายการตลาดของของบริษัทยูนิริเวอร์  แต่พี่ก็ไม่ได้ชอบแนวธุรกิจหรือการตลาดมาก ถึงแม้ว่าเราจะได้เล่าเรียนมาทางนั้นก็ตาม 

พี่คิดว่าการสอนมันเป็นอะไรที่โดนใจมากกว่า อย่างที่พี่บอกว่า คุณค่ามันอยู่ตรงที่น้องเดินมาบอกว่า พี่เปลี่ยนแปลงชีวิตหนู คือมันดีกว่าที่บอกว่า เราสามารถทำเงินให้กับบริษัทได้เพิ่มขึ้น เพราะว่าเราเก่ง  อย่างคนทั่วไปในหลากหลายอาชีพก็ไม่เหมือน “อาชีพครู” ที่เป็นเรือจ้างพาเด็กไปถึงฝั่งจริงๆ ซึ่งพี่ให้คุณค่ากับตรงนี้มากๆ เวลาที่เห็นความสำเร็จของน้องมันเทียบไม่ได้กับการที่เราไปทำอาชีพอื่น


พี่ผึ้ง
: สุดท้ายนี้ พี่แนนอยากฝากอะไรถึงน้องๆ ชาวเด็กดีที่กำลังศึกษาอยู่ค่ะ

พี่แนน :  พี่แนนอยากให้น้องมองว่า การสอบแอดมิชชั่นเป็นแค่บททดสอบหนึ่งของชีวิตเท่านั้นเอง เราไม่จำเป็นจะต้องตั้งเป้าหมายว่าต้องเอนท์ติด  ซึ่งจะเหมือนกับว่าเราไม่ได้คิดให้กว้างไปกว่านี้  ชีวิตของน้องง่ายๆ สั้นๆ แค่นี้  อย่างบางคนเอนท์ไปตามแฟชั่น  ตามกระแสของสังคม  ตามค่านิยม เพราะว่าเพื่อนให้ไปเรียนก็ไปเรียน  หรืออย่างไปเรียนกับกวดวิชาก็ไปเรียนตามๆ กัน  โดยที่ไม่มีความคิดเป็นของตัวเองว่าที่ไหนที่เหมาะกับเรา  ที่ไหนที่ดี  คืออะไรตอนนี้อะไรดังก็ไป  

               อยากให้น้องตรองดูให้ดีว่าแบบไหนที่ใช่กับตัวเรา  รวมถึงการค้นพบตัวเองที่สำคัญกว่า  อยากให้น้องใช้เวลากับการดูว่าเราเหมาะกับอาชีพอะไร และสาขาวิชาใดก่อนที่จะต้องบอกว่าเอนท์ให้ติด  คือมันเหมือนกับว่าทุกคนอยากเป็นเรือยอร์ชกันหมด  จริงๆ มนุษย์เราเกิดมาแตกต่างกัน ซึ่งทุกอย่างก็มีข้อดีข้อเสียอยู่ในตัวเอง อย่างเรือสำเภาก็ผ่านช่องแคบมากๆ  ไม่ได้ใช่ไหมค่ะ  ดังนั้นทำไมเราจะต้องไปมองให้เหมือนกันด้วย 


คือพี่แนนอยากจะเน้นว่า อย่าตามกระแสเด็ดขาดนะค่ะ  อยากให้น้องจงเชื่อในความเป็นตัวของตัวเอง  และก็หาข้อมูลดีๆ ว่าเราเหมาะกับอะไร  และพอเจอแล้วเนี่ยเราค่อยวิ่งไปให้จนสุดฝีเท้า  ไม่ใช่วิ่งไปเต็มที่แล้วพบว่านี่ไม่ใช่ที่ที่เราอยากมา 

ที่  Enconcept  จะผลิตแบบรองเท้าวิ่งที่ดีที่สุดในโลกคู่หนึ่งให้  ที่รวมทั้ง Memolody  , Tree Tactics , Stretegic Sturcture  หรือแม้กระทั่ง Boost Back-up ,  CD ช่วยสอนที่เสริมนอกตำราต่างๆ แต่ที่สำคัญคือ น้องจะต้องพยายามด้วยตัวเองด้วย

                พี่แนนอยากจะบอกน้องว่า  สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับ  เพราะฉะนั้นเราจะบอกกับตัวเองอย่างไร ถ้าวันนึงเราอยากก้าวหน้าเหมือนกับคนอื่นๆ เขา  แต่เโอกาสได้ผ่านเลยไปแล้ว  อยากให้น้องเข้าใจสาระของการเอนท์ว่า การที่เราจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้  ไม่ใช่ไปยึดที่ผล แต่ต้องทราบเหตุ และปัจจัยที่จะทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จ คือ ไม่ต้องรอให้ผลลัพธ์มันตัดสิน

ถึงแม้เราจะเอนท์ติดหรือไม่  แต่ถ้าเราตั้งใจเรียนกับพี่แนนไปหนูก็จะต้องเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้นไง   และอยากให้น้องๆ ทำให้ดีที่สุดกับทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต  โดยไม่มีคำว่าเสียดายก็จะเป็นที่ประสบความสำเร็จได้ คือไม่ได้เป็นไอ้ขี้แพ้เท่านั้นเองค่ะ

คำพูดติดปาก

อย่าแย่งกันค่ะ

มุขเด็ดประจำตัว

น้องว่าพี่เหมือนนางฟ้า หรือ ซิ้มคะ

เรื่องขำๆ ในคลาส

เรียนๆ อยู่น้องลุกขึ้นมาเต้นหน้าเวที

วิธีแก้เผ็ดเด็กกวน

ใช้ความสวยสยบ

มุมสวยของอาจารย์

มีด้วยหรือ?

เสื้อผ้าตัวเก่ง

กางเกงยีนส์  , เสื้อยืด

ของที่พกติดตัวเป็นประจำ

โทรศัพท์มือถือ

นิสัยแบบนี้ใช่เลย

โก๊ะ

คติประจำใจ

Destiny is not a matter of chance but of choice

อาหารที่ชอบ

กะเพราไก่ไข่ดาว

สีที่ชอบ

สีฟ้า

ของสะสม / งานอดิเรก

ปฏิบัติธรรม

@
ดูหมวดนี้ต่อได้ใน สัมภาษณ์ติวเตอร์ดัง »
ความคิดเห็น

168

จำนวนแชร์
1

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

168 ความคิดเห็น

  1. 19 ก.พ. 2551, 14:07 น.
    แหะๆ ว่าจะไปเรียนอยู่พอดี โรงเรียนสวยมากมายค่ะ ส่ง SMS ไปได้ด้วย ไฮเทคดี
    #1
  2. เลื่อนลง 3 รอบ
    โอเค หน้าตูไม่ติด...
    พี่แนนแอบถ่ายแบบมาลงเด็กดีก็ไม่บอก ^^"
    รักพี่แนนนะ
    แหนมเป็นคนที่ไม่มีทั้งความเก่ง และความพยายาม
    แต่พี่แนนได้ให้แหนมทั้ง 2 อย่าง..


    แหนม ^^

    Ps รักษาเสียงด้วยนะพี่.. เป็นห่วง..
    #4
  3. ว่าแต่ คำพูดติดปากพี่แนนไม่ใช่
    "ไล่ออกหรือขึ้นเงินเดือนคะ? ... ไล่ออกค่ะ"
    "กาดอกจัน เจ็ดร้อยดอก"
    (เสียงแปรงเคาะกระดาน) "น้องๆคะ เราร้องกันเล่นๆหรือร้องไปสอบคะ"

    ููู^^"
    #5
  4. ร๊ากกก พี่ เเนน


    มากๆๆ ค่ะ
    #6
  5. #7 น้ำส้ม
    19 ก.พ. 2551, 19:34 น.
    เพิ่งปิดคอร์ส Admission ไปสด ๆ ร้อน ๆ เสาร์ที่ผ่านมา TT______TT

    คิดถึงเสียงเคาะแปรง กับ เสียงทวนศัพท์มากมาย

    รักพี่แนนน๊า >___< เสียงอ่ะ อย่าตะโกนมากจิ เดี๋ยวเส้นเสียงอักเสบหนักขึ้น - -""
    #7
  6. #8 izyy
    19 ก.พ. 2551, 20:12 น.
    อยากจากราบ พี่แนน งามๆๆๆจริงๆๆ พี่แนนทามให้เก่งอังกิดมากๆง่ะ

    ถ้า่่ม่ายมีพี่ หนูคงแย่แน่

    คิดม่ายผิดที่เลือกเรียน enconcept
    #8
  7. 19 ก.พ. 2551, 23:16 น.

    โอ้  พี่แนน  ม้าเต่อ  เห่อๆๆ  จะไปสอนหรือไปถ่ายแบบคะพี่  แนวได้อีก 555
    รักและคิดถึงพี่แนนมากมาย  เราเคยเรียนกะพี่แนน  พี่แนนน่ารัก  สอนสนุก  ชอบอ่ะ  โดยเฉพาะเมโมโลดี้กับโครงสร้างเชิงกลยุทธ์นี่สุดยอดมาก ๆ ขอบอก  อ้อแล้วอยากจะบอกว่า พี่แนนรักษาเสียงด้วยน้า  อย่าตะโกนมาก  เดี๋ยวเส้นเสียงอักเสบขึ้นมาแล้วไม่คุ้ม  

    ปล. อยากจะบอกว่าเรียนกับพี่แนนแล้วภาษาอังกฤษเราพัฒนาขึ้นเยอะเลยอ่ะ  จากที่รุ้ศัพท์แบบเบบี๋ก็รุ้แบบไฮไซมากขึ้นด้วยวิธีร้องเพลง  ไม่เครียด  แต่จำได้แบบไม่มีวันลืมเลยอ่ะ  พี่แนนทำให้เรารักภาษาอังกฤษมากขึ้นจริงๆ น้า  คิดถึงเสียงเคาะกระดานกับวลีเด็ดอย่างกาดอกจันเจ็ดร้อยดอกจัง  555

    จาก แฟนคล้บคนนึง

    #10
  8. #11 รักพี่แนน
    19 ก.พ. 2551, 23:46 น.
    รักพี่แนนมากมาย
    พี่แนนน่ารักมากๆเลยค่ะ
    ทำให้เรารักอังกฤษเพิ่มขึ้นเยอะเลย
    อยากกลับไปเรียนอีกครั้งจัง
    #11
  9. 20 ก.พ. 2551, 00:42 น.

    โอ้ว เจ๊พี่แนน ทรงผมเริศมากค่ะ ขอคาระวะ อิอิ ม้าเต่อมาเลย ประมาณว่าเกาหลีหรอเค๊อะ เกาหลีกำลังนิยมทรงนี้นะเค๊อะ คิคิ ขอให้ประสบความสำเร็จนะคะ

    #12
  10. 20 ก.พ. 2551, 09:37 น.
    คิดถึงพี่แนนคอร์สที่เพิ่งจบไปโดดไปตั้งสิบคาบ TOT
    #13
  11. คิดถึงพี่แนนมากๆ ไว้จะกลับไปเรียนอีก คอร์สอื่นๆ
    #14
  12. #15 rinzay
    20 ก.พ. 2551, 13:06 น.
    ตอนนี้จะขึ้นปี สองละ
    ขอบคุณพี่แนนมากๆ
    ที่ช่วยดึงคะแนน ตอนเอเน๊ตไว้ให้

    ชอบมากๆคะ

    #15
  13. #16 POKPAK
    20 ก.พ. 2551, 17:37 น.
    เรียน enconcept มา 2 ปีแล้วรู้สึกประทับใจมากๆเลย ตอนนี้ต้องพยายามพูดอังกฤษให้ได้ หุหุ
    ขอบคุงพี่แนนและพี่ติวเตอร์ enconcept ทุกคนเลยที่ทำให้คะแนนของนู๋ดีขึ้นและดียิ่งขึ้น
    เหงรูปแล้วตกใจเลย พี่แนนทำผมใหม่ OoO เริ่มจะแบ๊วตามดาราเกาหลีไปขึ้นทุกทีแล้วนะพี่
    เก็บๆนิดนึง ทำผมกระชากวัย เอิ๊กๆ ล้อเล่นๆๆ รักพี่แนนที่สุดเลย!!!
    #16
  14. 20 ก.พ. 2551, 18:28 น.

    พี่แนนคะ...ขอบคุณมาก ๆ เลยสำหรับความรู้  ^^  

    สำหรับการกระตุ้นต่าง ๆ

    ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ  ชอบพี่แนนมาก  ><  

    PS.คิดถึงพี่ว.เวียงเหมือนกันน๊า

    #17
  15. #18 Mai
    20 ก.พ. 2551, 18:32 น.
    และ enconcept อยู่แถวไหนหรอคะ
    คือ สนใจจะเข้าไปเรียนน่ะคะ

    ขอความกรุณา ด้วยนะคะ ทุกๆคน ^^
    #18
  16. #20 คนน่ารัก
    20 ก.พ. 2551, 20:24 น.
    เห็นด้วยกะ คห.5อ่า อิอิ
    #20
  17. อ่านความคิดเห็นหน้า 2

แสดงความคิดเห็น

คิดถึงเธอแทบใจจะขาด ขอโทรศัพท์ไปหาหน่อย!, โทรศัพท์อยู่ไหน? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .