ความคิดเห็น

68

 

 

 

ความสุขของกะทิ

 

วันนี้พี่มิ้งค์มีภาพยนตร์ที่มีเนื้อหา อิ่มในความอบอุ่น มาแนะนำชาว dek-d.com ทุกคน ไปติดตามรายละเอียดภาพยนตร์ "ความสุขของกะทิ"กันได้เลย

 


จาก “วรรณกรรมซีไรต์” ที่ครองใจผู้อ่านทั่วประเทศ
บทประพันธ์ที่ลัดฟ้าสู่ระดับโลกด้วยความประทับใจ
พร้อมแล้วที่จะมาสร้างชื่อให้จดจำอีกครั้ง
ในรูปแบบภาพยนตร์ที่ใคร ๆ ต่างรอคอย
จากปลายปากกาเขียนบทภาพยนตร์ครั้งแรก
ของ  “งามพรรณ เวชชาชีวะ” เจ้าของบทประพันธ์ระดับซีไรต์


ภาพยนตร์แนว ครอบครัว-อบอุ่นประทับใจ ความสุขของกะทิ เป็นนวนิยายขนาดสั้น

ด้วยยอดจำหน่ายกว่า 250,000 เล่ม และถูกตีพิมพ์ไปแล้วกว่า 58 ครั้ง ทำให้ ความสุขของกะทิ เป็นหนังสือที่มี

จำนวนผู้อ่านมากเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย  รวมถึงยังโด่งดังจนได้รับอนุญาตลิขสิทธิ์เพื่อแปลและจำหน่ายไปแล้ว 7

ภาษาใน 8 ประเทศ

 

"ไม่เคยมีใครพูดถึงแม่"
“กะทิ” (น้องพลอย-ภัสสร คงมีสุข) เด็กหญิงวัย 9 ขวบ ที่ต้องผ่านประสบการณ์การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด

เมื่อ “แม่” (รัชนก แสง-ชูโต) ต้องจากไปก่อนวัยอันควรด้วยโรคร้ายที่มิอาจรักษา กะทิต้องผ่านขั้นตอนความสุขและทุกข์

ความผูกพันและการพลัดพราก ความสมหวังและความสูญเสีย ที่มากเกินกว่าที่เด็กวัยเดียวกันนี้จะรับไหว
ถึงกระนั้น กะทิก็ได้เรียนรู้ผ่านสิ่งต่าง ๆ ใน “ลิ้นชักแห่งความทรงจำ” ที่แม่เตรียมไว้ให้ก่อนสิ้นลมหายใจว่า ความทุกข์

จากการสูญเสียนั้นมิอาจพรากความสุขจากความรักและความผูกพันของแม่ที่มีต่อเธอได้

“อดีตเหมือนเงา บางครั้งทอดนำทางอนาคต”
เด็กน้อยเติบโตขึ้นจากประสบการณ์นี้ด้วยความเชื่อมั่นและกำลังใจในการดำรงชีวิตจากบุคคลใกล้ชิด...

ผู้ที่เธอรักและรักเธอ
ไม่ว่าจะเป็น “ตา” และ “ยาย” ผู้ที่รักหลานกะทิดุจชีวิต, “น้าฎา” (เข็มอัปสร สิริสุขะ), “น้ากันต์”

(กฤษฎา สุโกศล แคลปป์), “ลุงตอง”และ “พี่ทอง”ที่ต่างเข้ามาสร้างสีสัน แบ่งปันความสุข และเติมเต็มชีวิตให้หนูน้อย

กะทิรู้สึกว่า เธอไม่ได้ขาดอะไร และสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้เฉกเช่นเด็ก ๆ ในวัยเดียวกัน

ใครจะรู้ว่า แท้จริงแล้วในความโศกเศร้านี้ ก็มี...
“ความสุขจริงแท้อันยิ่งใหญ่” ที่ได้เบ่งบานในหัวใจของ “เด็กหญิงกะทิ” อยู่เช่นกัน
“ความสุขของคนรอบข้าง คือความสุขของเราด้วย...ความสุขแบ่งปันได้”

กำหนดฉาย 8 มกราคม พ.ศ.2552

 

อ่านจากเรื่องย่อ และ ชมภาพบางส่วนของภาพยนตร์ ก็ได้ความรู้สึก อบอวล อมสุข กันแล้ว ดังนั้นใครชอบแนวนี้ พี่มิ้งค์ขอบอกว่า ห้ามพลาดเลยนะครับ

 

ดูหมวดนี้ต่อได้ใน Lifestyle >
ความคิดเห็น

68

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

68 ความคิดเห็น

  1. #1 SHINE
    11 ธ.ค. 2551, 13:00 น.
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด



    เคยอ่านตอนเป็นหนังสือ แบบว่า

    เป็นหนังสือที่ดีมากจิงๆๆ

    คือแบบเด็กใสมากกกกกกกกกกก คนเขียนก็เขียนสื่ออารมณ์ได้ดีอ่า



    อยากอ่านอีก ๆๆๆ

    ดีใจที่สุดเรยย ที่จาสร้างเปงหนังงะ



    เย่เย่ ต้องดูแน่ๆๆๆ
    #1
  2. 11 ธ.ค. 2551, 15:22 น.
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด(ด้วยคน-..-)

    อยากดูค่ะ อยากดูO_O!!!

    ดูแน่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ> <

    เราชอบมากเลย เรื่องความสุขของกะทิเนี่ย!!!

    อ่านมัน 10-20 กว่ารอบ ยังไม่เบื่อเลยค่ะ^^

    อยากดูค่า>[ ]<!!!!!~
    #2
  3. 11 ธ.ค. 2551, 15:42 น.

    อยากดูมากๆ

    #3
  4. 11 ธ.ค. 2551, 17:13 น.
    อยากดูจังงงงง
    เคยยืมหนังสือจากห้องสมุดโรงเรียนมาอ่ะ
    แต่ว่าไม่ได้อ่าน เฮ้อ
    เดี๋ยวต้องไปยืมอีกรอบนึง อ่านนนๆๆๆ
    อยากดูๆๆ
    #4
  5. 11 ธ.ค. 2551, 18:18 น.
    เคยอ่านที่เป็นหนังสือก็จะร้องไห้แล้ว เศร้าอะ
    #5
  6. 11 ธ.ค. 2551, 18:29 น.

    อยากดูๆๆๆ  เคยอ่านเป็นหนังสือแล้วร้องไห้เลย  ซึ้ง เศร้า  เคล้าน้ำตา  แต่ก็อ่านแล้วมีความสุข  ชอบๆๆ

    #6
  7. 11 ธ.ค. 2551, 18:29 น.
    อ่านหนังสือแล้วคนเขียนสื่ออารมณ์ได้ดีมาก
    สามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้ดี
    ก็จะรอติดตามภาพยนตร์นะคะ
    #7
  8. #8 เเค่ผ่านมา
    11 ธ.ค. 2551, 20:08 น.
    อย่าลืมไปดูกันนะค่ะ อ่านหนังสือเเล้ว เเบบว่าหนุมมากเลยค่ะ คิดว่าถ้าเป็นหนังคงสนุกมาก

    มีครบทุกรสเลย ทั้ง เศร้า ตลก ซึ้ง
    #8
  9. 11 ธ.ค. 2551, 20:44 น.

    เคยอ่านแล้ว พี่ทองชอบกะทิใช่ป่ะ

    #9
  10. #10 สาitr
    11 ธ.ค. 2551, 23:15 น.
    อ่านหนังสือแล้วชอบมากมาย



    มาทำเปงหนัง น่าหนุกดีเนอะ
    #10
  11. 12 ธ.ค. 2551, 00:26 น.

    อยากดูจัง

    อ่านหนังสือทั้งสองเล่มแล้ว

    มีความสุขมาก

    ถ้าได้ดูหนังแล้วคงรู้สึกดีไม่ใช่น้อย

    #11
  12. #12 ออยลี่
    12 ธ.ค. 2551, 01:56 น.
    เคยอ่านเหมือนกัน



    อาจารย์ให้อ่านเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาอ่ะ



    ชอบมาก คนเขียนเขียนดีมาก



    กะทิใสๆ ร้องให้ตอนที่แม่สาบานว่าจะไม่แตะตัวกะทิอีกเลย



    แต่เราตีความบุคลิกของพี่ทอง กะยายของกะทิ เป็นอีกแบบนึงอ่ะ



    สรุปคือ ชอบมากมาย
    #12
  13. #13 145
    12 ธ.ค. 2551, 12:45 น.
    ชอบหนังสือเล่มนี้มากแบบว่าไม่ไหวแล้ว





    ต้องดูแน่ๆค่ะ
    #13
  14. #14 นกนางแอ่น
    12 ธ.ค. 2551, 13:33 น.
    ท่าทางน่ารักใสๆ นะ ต้องไปดูแน่นอน!
    #14
  15. 12 ธ.ค. 2551, 15:50 น.

    น้องคนแสดงน่ารักมาก...หุหุ

    #15
  16. #16 หนอนแก้ว
    12 ธ.ค. 2551, 16:02 น.
    อ่นหนังสือแล้วดีมากๆ ไม่คิดว่าจะได้มาเป็นภาพยนตร์ ยินดีกับคนแต่ง และชื่นชมคนที่เลือกหนังสือเล่มนี้มาทำเป็นหนัง ขออวยพรให้มีผู้ชมเยอะ และรับรองว่าถ้าใครได้อ่านต้องอยากไปแน่ ตื่นเต้นจัง
    #16
  17. 12 ธ.ค. 2551, 19:17 น.
    เฮ้ยย  ยังไม่ได้อ่านเลย

    แต่ดู น่ารักๆๆจิงๆๆ แหล่ะ

    ก็ คงเป็นดู  น่าจะหนังดีเรื่องนึง
    #17
  18. 16 ธ.ค. 2551, 23:45 น.
    เคยอ่านตอนเป็นหนังสือ ทั้งสองภาคเลย อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก ขนลุกซู่ น้ำตานอง ให้ความรู้สึกเหมือนมีความสุขไปกับกะทิจริงๆ เลย
    #18
  19. #19 Ploy_FC*
    26 ธ.ค. 2551, 17:04 น.
    เย้ๆๆๆๆ

    มีกำหนดฉายสะทีรออยู่นาน

    น้องพลอยที่รักกก
    #19
  20. #20 กิ่ว
    27 ธ.ค. 2551, 19:31 น.
    ดีมากกกกกกกก เกินคำบรรยาย



    ซึ้งแต่ไม่ทำให้เสียน้ำตา อ่านแล้วมีความสุขน่ะ

    มำกำลังใจ มีความฝัน
    #20
  21. #21 0.01276
    30 ธ.ค. 2551, 13:38 น.
    ทำไมต้องกรี๊ด??



    บางทีวรรณศิลป์ของภาษาในหนังสือ กับในหนังอาจจะต่างกันก็ได้นะ
    #21
  22. 2 ม.ค. 2552, 21:03 น.

    เคยอ่านหนังสืออยู่หนุกมาก  เป็นหนังยิ่งอย่างดูใหญ๋เรย อารมณ์นี้รู้สึกเหมือนตอนหนังแฮรี่เข้าเรยเหอๆ

    #22
  23. 3 ม.ค. 2552, 11:38 น.
    อยากดูอะ
    #23
  24. #24 55555
    3 ม.ค. 2552, 11:42 น.
    หนังเรื่องนี้ดีจริงนะคะเพราะเคยอ่านหนังสือมาแล้วรับรองได้เลย
    #24
  25. 3 ม.ค. 2552, 11:43 น.
    อ่านหนังสือแล้ว ร้องไห้อ่ะ ! ตอนที่แม่ร้องไห้กับกะทิอ่ะ ร้องตามไปด้วยเลยย น้องพลอยน่ารักก ^^
    #25
  26. 3 ม.ค. 2552, 11:48 น.
    คห.9คะ พี่ทองไม่ได้ชอบกะทิหลอกค่ะ พี่ทองมีหญิงในดวงใจอยู่แล้ว ลองอ่านถึงเล่ม2ตอนตามหาพระจันทร์สิคะ
    #26
  27. #27 TT^TT
    3 ม.ค. 2552, 11:59 น.
    อ่านนานแร้วอ่ะ น่ารักดี ลิ้นชักที่แม่ เก็บเรื่องราว



    ขอกะทิตั้งแต่เด็ก จนโต ซึ้งจังเร้ยย
    #27
  28. 3 ม.ค. 2552, 12:14 น.
    แค่อ่านแนะนำเรื่องจากกระทู้นี้ก็ขนลุกด้วยความซาบซึ้งแล้ว อ่านบรรดาคอมเม้นท์ก็ยิ่งขนลุกเข้าไปอีก อ่านจากนิยายน้ำตาก็แทบจะไหล สงสัยดูจากหนังคงต้องซับน้ำตาแล้วล่ะ
    #28
  29. #29 ทราย
    3 ม.ค. 2552, 12:21 น.
    เย้ๆๆ รุ่นน้องโรงเรียนเก่าเราเล่นด้วย



    สัญญาว่าจะไปดูให้ได้แน่นอน



    ในที่สุดรุ่นน้องก็ได้เล่นหนังกะเขาซะทีนะ



    เล่นเป็นพี่ทอง เราจะไปดูให้ได้นะจ๊ะ



    น้องนิธิศ
    #29
  30. 3 ม.ค. 2552, 12:31 น.
    เคยอ่านหนังสืออ่าค่ะแบบว่าซึ้งมากมายร้องไห้เลย T^T จะดูในรูปแบบภาพยนต์แน่นอนค่า ^^~!
    #30
  31. 3 ม.ค. 2552, 13:08 น.
    โปสเตอร์สวยมากๆ
    ดูตัวอย่างแล้วรู้สึกอบอุ่นมากๆครับ^^
    #31
  32. 3 ม.ค. 2552, 14:08 น.
    อยากดูจังเลยยยย ^.^
    อ่านหนังสือแล้วรุ้สึกดี
    #32
  33. #33 บัวขาว
    3 ม.ค. 2552, 16:00 น.
    อยากดูจัง



    อ่านในหนังสือแล้วชอบมากค่ะ



    ^^
    #33
  34. 3 ม.ค. 2552, 17:37 น.
    เราอ่านแล้วทั่งเล่มหนึ่งและเล่มสอง 
    เนื้อเรื่องสนุกมากแอบเศร้าๆนิด
    #34
  35. 3 ม.ค. 2552, 18:32 น.
    อ่านมา2ภาค แล้วครับ
    อ่านแล้วร้องไห้เลย แล้วพอดูตัวอย่างหนังในโรง ดันร้องไห้ตามซะงั้น   55+
    อยากดูเร็วๆ   น้องพลอย น่ารักดีครับ
     
    #35
  36. 3 ม.ค. 2552, 18:48 น.
    กะว่าจะไปเช่ามาอ่านพอดี ออกเป็นหนังวะละ อิอิ
    #36
  37. 3 ม.ค. 2552, 19:20 น.
    โรงเรียนเรากำหนดให้เป็นหนังสือนอกเวลาที่ต้องเข้าสอบเลยอ่ะ

    แล้วเราอ่านแล้ว สนุกมาก

    จนทำให้เราทำข้อสอบถูกหมดเลยอ่ะ




    ถ้าเป็นหนังสือเล่มอื่นคงไม่ได้เยอะขนาดนี้
    #37
  38. 3 ม.ค. 2552, 19:26 น.

    น่าดู

    ดูเป็นหนังที่ดีๆๆ :]

    #38
  39. #39 พุด
    3 ม.ค. 2552, 20:21 น.
    อยากดูๆ



    ฉายตอนวันเกิดเราด้วย๕๕
    #39
  40. #40 aommee
    3 ม.ค. 2552, 20:37 น.
    เรามีหนังสือเรื่อง ความสุขของกะทิอยู่อ่ะ

    เปงหนัวสือที่ดีมากๆ

    อ่านแล้วสนุกแถมได้ข้อคิดด้วยอ่านะ
    #40
  41. 3 ม.ค. 2552, 21:04 น.
    ไปดูกันเยอะๆนะครับ เนื้อหา ดีมากเลย
    #41
  42. 3 ม.ค. 2552, 21:29 น.
    แต่เรานึกภาพพี่ทอง อีกแบบนึงเลยอ่ะ แต่ก็ต้องดูแหละ ชอบๆ
    #42
  43. 3 ม.ค. 2552, 21:49 น.

    น้องกระทิน่ารัก

    #43
  44. ยังมีเด็กอีกหลายคนที่ เหมือนกะทิ หรือไม่ ก็อาจจะแย่กว่ากะทิ 

    กะทิถือว่ายังเป็นเด็กที่โชคดี ถึงแม้ไม่มีแม่ แต่ก็ยังมีญาติผู้ใหญ่ที่เลี้ยงดู ให้ความอบอุ่น มีบ้านให้กะทิได้พักผ่อน

    แต่เด็กอีกมากมาย ที่ไม่มีอะไรเลย พ่อแม่เป็นใครก็ไม่รู้ บ้านเล็กๆซักหลังที่จะให้ซุกหัวนอนก็ยังไม่มี 

    เราก็แค่แสดงความคิดเห็นในสิ่งที่เราคิด ไม่ได้มีเจตนาที่จะวิจารณ์หนังเรื่องนี้แต่อย่างใด

    #44
  45. 3 ม.ค. 2552, 23:35 น.
    อ่านหนังสือแล้วแต่งดีมากๆๆๆๆบรรยายดีสุดๆๆ
    ไม่รู้หนังจะดีมั้ยต้องรอดู
    #45
  46. 4 ม.ค. 2552, 11:33 น.
    เคยอ่านหนังสือแล้ว

    ก็อยากลองไปดูหนังเหมือนกันว่าจะสนุกแค่ไหน
    #46
  47. 4 ม.ค. 2552, 11:34 น.
    ดีแล้วที่เอาน้องพลอยมาเล่น น้องพลอยน่าร๊ากกกกกกกก

    สมกับเป็นกะทิเลย


    *ดูแล้วน้ำตาจะไหล~~
    #47
  48. 4 ม.ค. 2552, 11:58 น.
    น้องพลอย น่ารักมากเลยอ่ะ อย่างนี้ ต้องไม่พลาด ^^
    #48
  49. #49 ...........
    4 ม.ค. 2552, 12:43 น.
    อ่านหนังสือทั้ง 2ภาค อ่ะ ชอบมากๆๆ
    #49
  50. ตอนแรกเพื่อนมันยัดเยียดให้อ่าน 

    เราก็ขี้เกียจอ่านซะด้วยสิ - -+

    เลยไม่ได้อ่าน ซะงั้น

    ไม่เป็นไร รอไปดูทีเดียว

    แล้วเด่วเพื่อนคงพูดว่า

    " เป็นไง บอกให้อ่านก็ไม่เชื่อ "

    สินะ  - -+

    #50
  51. #51 เจส
    4 ม.ค. 2552, 12:56 น.
    ซึ้งๆ ๆ ๆ



    ฮือ ๆ ๆ ๆ ๆ
    #51
  52. เคยดูตัวอย่างครั้งแรกตอนปิดเทอมเล็กที่ได้ไปเข้าค่ายรังนกที่ธรรมศาสตร์ ตอนนั้นนั่งดูก็น้ำตาซึม แต่ไม่กล้าให้เพื่อนร่วมค่ายเห็นมันเขิน

    แล้วพอได้ดูตัวอย่างในช่วงนี้อ่ะ น้ำตาไหลทุกทีเลย แบบว่ามันไม่ต้องมีคำพูดของตัวละคร

    แต่การกระทำของตัวละครแต่ละตัว มันสามารถสื่ออารมณ์ออกมาได้เป้นอย่างดีเลยอ่ะ

    ซึ้งๆ!!
    #52
  53. 4 ม.ค. 2552, 15:22 น.

    อ่านความสุขของกะทิแล้ว

    ได้ดูโฆษณาหนังเรื่องนี้

    ฉากแต่ละฉากตรงตามที่เราจินตนาการไว้แทบจะเป๊ะๆเลย

    แสดงว่าคนเขียนบรรยายได้ดีจิงๆเนอะ

    เอ่อ แต่หนังสือเล่มนี้สั้น แต่ประทับใจ

    #53
  54. 4 ม.ค. 2552, 16:58 น.

    กะทิน่ารักดีอ่ะ 555

    #54
  55. #55 อุอิ
    4 ม.ค. 2552, 17:27 น.
    รู้หรือไม่ว่า ผู้เขียนเป็นพี่ชายนายกมาร์ค



    เก่งกันทั้งบ้านเลย



    น่าชื่นชมจัง
    #55
  56. 4 ม.ค. 2552, 17:57 น.
    อยากดูๆๆ

    ในหนังสือดีมาก

    #56
  57. T_______T 

    I want 2 see this movie !!

    ^________^ 

    #58
  58. 4 ม.ค. 2552, 19:31 น.

    อ่านแล้ว

    ร้องไห้เลย

    ถ้าดูหนัง

    สะอื้นแน่ๆ

    สรุปคือ

    อยากดูโคดดดดดดดด

    #59
  59. 4 ม.ค. 2552, 20:36 น.

    เคยอ่านที่เป็นหนังสือแล้วค่ะ

    สนุกดีค่ะ

    เศร้าด้วย

    เรายังร้องไห้ด้วยเลย

    จะรอแบบที่เป็นหนังด้วยค่ะ

    #60
  60. 4 ม.ค. 2552, 21:14 น.
    เคยอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว แบบว่าดีมากเลย เอามาทำเป็นหนังก็อยากดูมากค่ะ น้องกะทิน่ารัก ><
    #61
  61. #62 pureriku
    4 ม.ค. 2552, 21:50 น.
    เรื่องนี้อ่านแล้วเศร้ามากอ่า น้ำตาจะไหลสื่ออารมณ์ได้ดีมากๆ
    #62
  62. #63 อืม
    5 ม.ค. 2552, 00:26 น.
    ความสุขของกระทิ



    อยู่ในแบบเรียนชั้นไรหรอ อยากอ่านในแบบเรียนอ่ะ



    ใครรู้ช่วยบอกหน่อยน๊ะค๊ะ
    #63
  63. 5 ม.ค. 2552, 09:31 น.

    ดูตัวอย่างไปแล้ว

    น่าดูมากๆเลยเรื่องนี้

    กะทิ

    เล่นได้ดีมาก

    #64
  64. #65 นักวิจารณ์
    9 ม.ค. 2552, 00:48 น.
    เรื่องความสุขของกะทิ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนต์ โดย กลุ่มภาพยนต์ชูใจ โดยเจ้าของวรรณกรรมซีไรส์เรื่องนี้ ได้เป็นผู้เขียนบทภาพยนต์โดยตนเอง ซึ่งหนังเรื่องนี้นั้น เป็นการผสมเอาฉากที่เป็นอักษร ของวรรณกรรมทั้ง 2 เล่ม คือ ความสุขของกะทิและ ความสุขของกะทิ ตอน ตามหาพระจันทร์ มาสร้างสรรค์ให้มีชีวิตโลดแล่นจากหนังสือเป็นภาพยนต์ ซึ่งใครที่เป็นแฟนๆ หนังสือทั้ง 2 เล่มนี้ ก็คงจะต้องอยากติดตามแน่นอนว่า จะสร้างออกมาได้เพียงไร และเอื่อย น่าเบื่อแค่ ไหน



    ซึ่งผมก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นนักอ่านและนักวิจารณ์หนังสืออยู่พอควร ได้ก็ได้สดุดและชอบเรื่อง ความสุขของกะทิ นี้มาก ด้วยเนื้อหาชวนติดตามและมีภาษาง่ายๆ ซึ่งเรื่องก็จะเป็นเรื่องของเด็กหญิง ชื่อกะทิ อยู่กับตาและยาย ซึ่งต้องเผชิญปัญหาที่แสนเศร้า เมื่อแม่ ต้องมาจากไป และมีเรื่องที่ใหญ่ให้เด็กเพียง 9 ขวบ ได้ตัดสินใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่บางครั้งผู้ใหญ่ก็ตัดสินและคิดแทนเด็กไม่ได้ และเนื่องจาก กะทิ ได้เจอเรื่องราวเป็นมรสุมชีวิตที่ถาโถมเข้ามา ในตอนเด็กซึ่งเป็นสิ่งที่เจ็บปวดเกินเด็กรับได้ แต่กะทิ ก็เป็นผู้ที่เก็บอาการและตัดสินใจเรื่องใหญ่ได้ด้วยตนเอง ซึ่งผู้แต่งได้แทรกในท้ายเรื่องว่า แม้จะมีเรื่องทุกข์มามาเท่าใด แต่หากสลัดมันไปได้ก็จะพบความสุขที่ซ่อนอยู่ นั่นเอง นี่แหละครับ เรื่องที่ย่อๆๆ แค่นี้ทำให้ผมชวนติดตาม จนมารู้เรื่องพอถูกนำมาสร้างเป็นหนัง



    ก็เลยกะว่าต้องดูให้ได้ โดยเฉพาะ ความยากที่ ผู้กำกับ ต้องถ่ายทอด ให้หนังที่ ตามนิยายดูเรียบๆ ให้ผู้อ่านได้รังสังค์จินตนาการขึ้นเอง ให้ออกมาดีที่สุดและเข้าง่ายที่สุด



    ** บทวิจารณ์ หลังจากได้ชมภาพยนต์เรื่อง ความสุขของกะทิ



    1. ตัวอย่างภาพยนต์ - ชวนน่าดูมาก ซึ่งหากคนที่ ไม่เป็นพวกที่ บ้าวัตถุนิยม (หมายถึงเรื่องราว หนังว่าต้อง หวานมาก บู๊มาก ตลกมาก) ได้ชมตัวอย่างเชื่อว่า จะต้องมีคนที่สะดุดใจกับตัวกะทิ และเนื้อหาที่ได้เกริ่นเรียกน้ำย่อย ถ้าใครที่เป็นผู้ชอบชมภาพยนต์อยู่แล้ว (โดยไม่ตั้งธงว่าจะต้องโน่นนี้นะ) เชื่อได้ว่าคงจะน้ำตาซึมกันนะครับ
    #65
  65. #66 นักวิจารณ์
    9 ม.ค. 2552, 00:49 น.
    2. นักแสดง - ตรงนี้บางคนบ่นว่า ตัวกะทินั้น ดูหมวยเกินไป หรืบางคนบอกว่า ตัวโตเกินไป หรือแม้แต่ว่า คุณยายกะทิ ดูไฮโซ เกินไป แบบนี้ นะครับ หากเราลองอ่านในหนังสือแล้วเอามาเปรียบเทียบ ทุกคนจะมองเห็นในมุมมองต่างกันครับ เพราะเป็นตัวละครในจินตนาการ ก็เหมือนกับ เรื่อง แฮรี่พอตเตอร์ ไงหละครับที่ ตอนเคสติ้ง นักแสดงและได้ออกมา ก็โดนวิจารณ์และ ว่า พอตเตอร์ตัวล็กเกินไปแบบนี้ พวกกายภายนอก ก็ไม่ได้เท่าไรครับ เพราะจากที่ผมได้อ่านและวิจารณ์ในหนังสือแล้ว ผมว่า เด็กที่แสดงเป็น กะทิ นั้นดูเหมือนในจินตนาการนะครับ คือ เธอเป็นลูกครึ่งไทย และพ่อเป็นคนที่มีเชื้อสายของพม่านะครับ ไม่ใช่พม่าเลย ดังนั้นคนพม่าจะมีแววตาประกายและตาโตครับ ลองดูเวลาของพลอย ยิ้มสิครับ เราก็จะเห็นกะทิ ตามหนังสือเลย ส่วนเรื่องการแสดงแสดงและบทบาท ผมว่า น้องทำได้ดีครับ โดยเฉพาะฉากที่อยู่กับแม่ ลำพังและเปิดอัลบั้มภาพย้อนความหลัง ซึ่งหากคนที่ไม่มีอคติเรื่องการชมภาพยนต์ ดูแล้ว น้อยคนครับที่น้ำตาจะไม่ไหลตามเรื่อง อย่างเก่ง น้ำตาคลอแน่นอน ส่วนตัวละครอื่นๆ เช่น พี่ทองยิ้มสยาม ก็แสดงได้ดีครับ ดูลูกทุ่งดี ตามแบบฉบับเด็กวัดของเดิม ส่วนยายกะทิ ที่หลายคนว่าดูไฮโซนั้น ถ้าเราลองมาดูในมุมมองจะเห็นได้ว่า ในภาคตามหาพระจันทร์จะขยายความถึง ยายเป็นอดีตเลขานายใหญ่ และในช่วงที่ แม่ของกะทิป่วย เธอก็เดินทางไปเยี่ยม อยู่บ่อยครัง และเธอนี่เองที่เป็นผู้ประสานงานกับน้าฏา (ในเรื่อง) เรื่องการหาที่รักษาตัว ดังนั้นการแต่งการจึงให้ดูออกมาว่าเป็นคนที่เตรียมตัวตลอด (คิดว่างั้นนะครับ) แต่ก็ว่าไฮโซจริงๆ นั่นแหละครับ



    3. เนื้อหาของหนัง - เริ่มแรกของหนัง บอกได้เลยครับว่า อยากนอนหลับจริงๆ (นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งทำให้ผู้ที่ชอบดูหนังตามใจอยาก พูดว่าหนังน่าเบื่อ เพราะแค่ฉากแรกเค้าก็ปิดใจ ไม่รับเอาเรื่องราวของหนังไปติดตามครับ แบบนี้ผมว่าไม้ต้องดูก็ดีกว่า) เนื้อเรื่องในฉากแรกนั้นเล่นเอาหลายๆ คนที่อ่านนิยายในหนังสืองงเลยครับ เพราะเป็นฉากเกือบสุดท้ายในหนังสือ และเรื่องก็เริ่มมีปมให้เราได้ปวดหัวคิดกันอีกครับ ทำให้ผมนึกถึงฉากแรกของหนังรักที่ดีเรื่องหนึ่งคือ รักสามเส้า ที่ฉากแรกโผล่มาก็ตายเลย แบบนี้ครับ แต่เป็นเพราะเรื่อง รักสามเส้า เป็นบทที่คิดมาใหม่ ไม่ใช่นิยายที่คนอ่านกันเยอะแบบนี้ จึงทำให้ปมในฉากแรก คนดูอยากติดตามมากครับ ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมคิว่า ผู้กำกับ คุณเจนวิทย์ คงต้องการผูกปมแบบนั้นแต่ให้มันละเอียดแต่เข้าใจง่ายๆ นั่นคือ ตอนที่ ลุงตอง(ในเรื่อง) ให้กุญแจห้องของแม่แก่กะทิ เปิด ซึ่งทุกคนขมวดคิ้วเลยครับว่า ในห้องมันมีอะไร (ทั้งคนที่อ่านหนังสือมาแล้ว และยังไม่ได้อ่าน จะรู้สึกแบบนี้กันทั้งนั้นครับ อาจเพราะผู้กำกับได้ผูกปมขึ้นปฐมบทในฉากแรกใหม่นั่นเอง) แล้วเรื่องในฉากถัดมาก็อยู่ในเนื้อหาทีเรียบเรียงดีครับ โดยรายละเอียดบางตอนได้ถูกตัดทอนออกมารวมกันไว้ในฉากๆ หนึ่งเดียวกันครับ โดย บทเจรจา ในหนังก็ดูพื้นๆ แต่แฝงด้วยความอบอุ่น คือเป็นกันเอง บางคนสงสัยว่า กะทิ ไม่ค่อยพูด ทีแรกผมก็งง เหมือนกัน คิดว่า เออสงสัย กะทิ เป็นใบ้ แต่ดูต่อมาๆ จึงทำให้รู้สาเหตุที่บทในหนัง ไม่เห็นกะทิพูดสักเทาไร โดยได้ถ่ายทอดเป็นรอยยิ้ม อันเป็นเอกลักษณ์ คือ ยิ้มมุมปาก ลองสังเกตดูนะครับ (บางคนดูเพลินไป กับรอยยิ้มที่น้องกะทิ ส่งมาให้ เหมือนกับเราได้คุยกับเด็กหญิงกะทิตังจริง)
    #66
  66. #67 นักวิจารณ์
    9 ม.ค. 2552, 00:50 น.
    เนื้อหาในตอนแรกๆ นั้นผมคิดว่ามีบางช่วงที่มันเอือยๆ ครับ โดยเฉพาะ ตอนที่ชาวบ้านคุยกันที่ศาลาวัด แต่ ผู้กำกับคงรู้ว่าฉากที่เอือยๆ เฉื่อยๆ ทำให้หนังน่าเบื่อนั้นมีอยู่ในเองมากมาย จึงได้หาวิธีการเบนความสนใจและดึงส่วนที่เอือยๆ ออกมาและแทนด้วยมุก ฝืดๆ ของตากะทิ ตามหนังสือที่บอกว่าตากะทิ เป็นคนที่ตลกฝืดๆ และมุกตลกบางอย่างในเรื่องที่ไม่คิดว่าน่าจะตลก ผู้กำกับก็ทำให้ดูตลกแบบยิ้มๆ ได้เพื่อกลบเรื่องความเอือยๆๆ ของหนัง (ซึ่งบางท่านว่า ไม่เห็นจะฮาเลย ไม่เห็นขำเลย ก็ต้องบอกว่า จริงครับ มันไม่ขำไม่ฮา แต่เพราะว่าเรื่องนี้ มันไม่ใช่หนังตลกแหละครับ อีกอย่างจากการดูแล้วมันรู้สึกเป็นอารมขันแบบบานๆ แบบที่เราๆ ได้พูดแกมหยอกกัน ทำให้อบอุ่นครับดูว่า เป็นมมุกที่ชาวตลาดและเราๆ พูดและคุยกันทุกวัน)

    ฉากต่างๆ เหล่า ถูกถ่ายทอดออกมา บางคนพอดูไป ดูมา ก็เริ่มคิดตามหนังและติดตามจนปวดหัว แม้แต่คนที่อ่านเรื่องที่เป็นนิยายมาแล้วอย่างผม ก็ยังรู้สึกปวดหัวกับปมที่เริ่มผูกกันมาเรื่อยๆ โดยมีตัวละครบอกอารมณ์และท่าทาง เช่น ตอนที่ยายคุยกับฝรั่ง ซึ่งกะทิพอจะเดาความหมายถึงแมตนเองได้ กระทั่งได้ไปพบกับแม่ตนเอง

    ในมุมมองพอถึงฉากที่ 2 แม่ลูกได้พบกัน คนที่ไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อนจะสงสัยว่า ทำไมแม่ของกะทิ ไม่พู และไม่ตอบโต้สวมกอดลูกตัวเอง แต่ยิ้มตลอดเวลา ทำให้ชวนติดตามกระทั่งเข้าใจถึงที่มาที่ไปของแม่กะทิ และอีกฉากคือ ฉากที่กะทิวิ่วแล้วร้องไห้ มีคำถามและสิ่งที่งงก็คือ ม้าครับที่โผล่มา ผมกำลังคิดอยู่ว่าพี่เจนวิทย์ แกต้องการสื่ออะไร

    ฉากเรียกน้ำตาของคนดู ที่ให้รินไหล ก็อยู่ในช่วงนี้ครับ ถ้าคนที่ตั้งใจดู หรือไม่อคติกับหนัง เมื่อเจอฉากนี้ แล้วต่อให้หินแค่ไหน น้ำตาต้องไหลออกมาเองแน่ๆ ครับ ผมยังเก็อาการไว้ไม่ค่อยจะอยู่ ฉากนี้เป็นตัววัดเลยครับ ระหว่างหนังสือ ทีอ่านแล้วน้ำตาไหลพรากๆ กับ หนังที่ถ่ายทอดทางอารมณ์ จะเป็นอย่างไร และหนังจะมีจุดที่ไคลแมกซ์ เหมือนกับหนังสือเลยครับ ซึ่งพอตอนจบ ทุกคนจากที่เมื่อกี้เศร้า ก็เปลี่ยนเป็นมาอมยิ้มในความสุขของเด็กหญิงกะทิแน่อนครับ





    ผมว่า หนังเรื่องนี้ ก็ไม่เลวเลยนะครับ สำหรับ บรรยากาศ ที่เราต้องการความโล่งสบายในสมอง และทดแทนด้วยความสุข อีกอย่างหนังเรื่องนี้ มีแง่มุมความคิดและคำสอนที่แฝงไว้มากมาย สามารถเอาไปใช้ได้ และสมแล้วครับ ที่ได้ชื่อว่า ความสุขของกะทิ ผมคาดว่า คงจะทำเงินได้มากแน่นอนครับ
    #67
  67. 12 ม.ค. 2552, 00:00 น.
    เราไปดูมาแล้วกับเพื่อนๆ เพื่อนๆ ของเราบอกว่า "งง" มากกก ไม่เข้าใจ แต่ว่าผมก็พอเข้าใจบ้างนะ ถึงแม้ว่าจะดำเนินเรื่องได้น่าเบื่อไป(ตามความรู้สึกของผม) แต่ผมสงสารกะทิมากๆ น้ำตาไหลพรากเลย ตอนฉากที่กอดแม่ แล้วแม่เล่าให้ฟังตอนที่ เชือกเผลอหลุดมือ ทำให้กะทิถูกเรือพาลอยออกไปกลางน้ำ โห ตอนนี้แหละครับ ซึ้งมากกกกก รู้สึกรักแม่จัง
    #68
  68. 14 ม.ค. 2552, 23:20 น.
    คุณงามพรรณ ก็จบโรงเรียนศรีวิกรม์ โรงเรียนเดียวกันกับพ่อผมเรยอิอิอิ
    #69

แสดงความคิดเห็น

ปิดไฟใส่กลอน จะเข้ามุ้งนอนอย่าลืมล็อคบ้าน, บ้านหลังไหนล่ะเนี่ย? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .