ความคิดเห็น

64

 

 

         น้องๆ ชาว Dek-d.com คนไหนฉลาดยกมือขึ้นจ้า อิอิ พี่นัทก็แอบยกด้วย เพราะวันนี้พี่นัทจะพาน้องๆ ชาว Dek-d.comไปทำความรู้จักกับคนที่ใครๆก็บอกว่าเค้าเป็นคนฉลาด ใช่แล้วจ้า ไอน์สไตน์ นั่นเอง วันนี้พี่นัทจะมาชำแหละความฉลาดของไอน์สไตน์ กันว่าเขามีเคล็ดลับอะไรถึงได้ฉลาดขนาดนี้



 

ชำแหละความฉลาดของไอน์สไตน์

 

 

 

         ผู้ที่สนใจเรื่องราวของนักวิทยาศาสตร์นามอุโฆษท่านนี้คงจะทราบดีว่าแม้ร่างกายของเขาจะเน่าเปื่อยเป็นผุยผงไปแล้ว แต่สมองอันฉลาดปราดเปรื่องของไอน์สไตน์ ถูกดองไว้เพื่อให้นักประสาทวิทยาได้ศึกษา... 



          เชื่อว่าทั้งนักวิจัยและบุคคลธรรมดาต่างก็สนใจใคร่รู้ว่า สมองของไอน์สไตน์จะแตกต่างจากสมองคนทั่วไปมากน้อยสักแค่ไหน เข้าจึงได้ชื่อว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะ ข้อมูลที่เราทราบในเบื้องต้นนานมาแล้ว มีว่า สมองของยอดอัจฉริยะท่านนี้มิได้ใหญ่โตกว่าสมองของคนปกติ จำนวนเซลล์มีพอๆ กัน แต่ส่วนต่างนั้นมีแน่...
          จากการวิเคราะห์สมองไอน์สไตน์ครั้งล่าสุดโดยนักวิจัยจากแคนนาดาตีพิมพ์ในวรสารแลนเซ็ต ระบุว่าสมองของไอน์สไตน์มีลักษณะบางประการ ที่แตกต่างจากสมองของคนทั่วไปคือ สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความสามารถด้านคณิตศาสตร์และการคิดหาเหตุผลแบบspatial reasoning มีขนาดใหญ่กว่าขนาดเฉลี่ยอย่างเห็นได้ชัด และอาจจะมีการติดต่อกันระหว่างเซลล์ที่มากกว่าปกติ ทำให้สมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมาก


 



 

           ผู้ที่ทำการศึกษาเปรียบเทียบสมองของนักวิทย์นามอุโฆษคือ ดร.แซนดรา วิเทลสัน นักวิจัยด้านระบบประสาทซึ่งเป็นผู้ดูแล brain bank หรือ ธนาคารสมอง ที่มหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์ ที่แฮมิลตัน ออนทาริโอ ประเทศแคนาดา ธนาคารสมองแห่งนี้มีตัวอย่างสทองปกติมากมายที่เจ้าของอุทิศไว้เพื่อการศึกษาก่อนตาย ทำให้ ดร.แซนดรา มีข้อมูลเปรียบเทียบมากพอ ที่จะใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการศึกษาสมองที่มีอายุใกล้เคียงกับไอน์สไตน์มาทำการศึกษาเปรียบเทียบ
           และผลจากการเปรียบเทียบนี้เอง ที่ยืนยันความรู้เดิมๆ ว่า ขนาดของสมองไอน์สไตน์ก็ไม่แตกต่างจากคนปกติ แต่ส่วนที่ต่างคือไอน์สไตน์มีสมองส่วนที่เรียกว่า อินฟีเรีย พารีทัล โลบ (inferior parietal lobe) ใหญ่กว่าปกติถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ดร.แซนดรารายงานไว้ว่า "การรับรู้แบบ visuo spatial การคิดเชิงคณิตศาสตร์ และการมีมโนภาพของการเคื่อนไหว ขึ้นตรงต่อสมองส่วนนี้มากที่สุด" เราทราบมาว่า การมองสิ่งต่างๆ อย่างทะลุปรุโปร่งของไอน์สไตน์เกิดจาก การคิดออกมาเป็นภาพก่อนที่จะแปลงเป็นภาษาคณิตศาสตร์ เช่น ทฤษฎีสัมพันธภาพพิเศษของ ไอน์สไตน์ที่เกิดจากความครุ่นคิดไอน์สไตน์ที่ว่า จะเป็นไปได้อย่างไรหากเราเคลื่อนที่ไปในอวกาศด้วยความเร็วเท่าแสง

 

 




ชำแหละความฉลาดของ"ไอสไตน์"{pic-desc} 

 

 

 

 

           นอกจากสมองส่วน อินฟีเรีย พารีทัล โลบ ที่ใหญ่กว่าปกติแล้ว ยังมีส่วนสำคัญที่เรียกว่า Sylvian fissureซึ่งก็ตือ รอยแยกของสมองพบว่าสมองไอน์สไตน์มีร่องนี้เล็กมาก เมื่องร่องนี้เล็กแผ่นสไลด์ภาพตัดขวางของสมองไอน์สไตน์มราอยู่ติดกันแน่น ทำให้การสื่อสารระหว่างเซลล์เป็นไปได้มากกว่าเมื่อมีการถ่ายทอดข้อมูลและความคิดมากกว่า ก็นำไปสู่สติปัญญาและความฉลาดมากกว่านั่นเอง 
           นี่เป็นเพียง ความเป็นไปได้ทางทฤษฎีประสาทวิทยายุคปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังไม่อาจสรุปได้ว่าจะเป้นจริงตามนี้หรือไม่ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าไอน์สไตน์ คือยอดอัจฉริยะและเราก็ทราบว่าสมองของเขาแตกต่างจากคนปกติ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดว่า สองสิ่งนี้เป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน
           สิ่งที่ช่วยยืนยันให้มั่นใจได้ก็คือ เราจะต้องไปตรวจดูสมองของอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ท่านอื่นๆ ด้วยว่า สมองของเราเหล่านั้นมีความผิดปกติ แบบเดียวกับสมองไอน์สไตน์หรือเปล่า ซึ่งถ้าเป็นจริงก็ยังมีปัญหาอีกข้อหนึ่งคือ ความผิดปกตินี้มาจากพันธุกรามหรือเป็นผลมาจากการฝึกบริหารสมอง ทำให้เราไม่รู้อยู่ดีว่าอัจฉริยภาพของไอน์สไตน์นั้นเป็นสิ่งที่มีมาแต่กำเนิดหรือเกิดจากการฝึกฝน

 

 

 

 

 

 

           แล้วแบบนี้เราต้องทำยังไงถึงจะฉลาดแบบเค้าเนี่ย...น้องๆ ชาว Dek-d.com มีวิธีไหนจะทำให้ตัวเองฉลาดขึ้น ลองแนะนำเพื่อนๆ ดูนะจ๊ะ เผื่อพี่นัทจะได้มีไอเดียดีๆ ไปทำให้ตัวเองฉลาดขึ้นบ้าง


 ชำแหละความฉลาดของ"ไอสไตน์"{pic-desc}

 

พี่นัทขอขอบคุณข้อมูลจาก UPDATE Magazine

 



ดูหมวดนี้ต่อได้ใน Lifestyle > เรื่องน่ารู้ไลฟ์สไตล์
ความคิดเห็น

64

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

64 ความคิดเห็น

  1. อยากเก่งคณิตอ่ะ

    โง่จะตายอยู่แล้ว TT^TT
    #1
  2. ง่า! เก่งจิงลุงไอสไตน์ ^ ^
    #2
  3. 1 ส.ค. 2552, 10:16 น.
    ทำไมไม่เกิดมาเหมือนไอสไตน์บ้างง่ะ
    #3
  4. 1 ส.ค. 2552, 10:38 น.
    แลกสมองกันไหม?
    ท่านไอสไตน์ ^___^;;;
    #4
  5. 1 ส.ค. 2552, 11:05 น.
    เเลกสมองกันเต๊อะ T[]T
    #5
  6. 1 ส.ค. 2552, 11:37 น.

    ไม่มีใครเก่งแต่เกิด

    ยกเว้น ไอสไตน์ สินะ

    #6
  7. 1 ส.ค. 2552, 11:53 น.
    อยากเกิดเป็นลูกหลานของไอน์สไตน์อ่ะ
    #7
  8. #8 ทราย
    1 ส.ค. 2552, 11:54 น.
    อยากฉลาดมั่ง
    #8
  9. 1 ส.ค. 2552, 12:06 น.
    แค่เห็นตัวเลขก็ =[]=
    #9
  10. 1 ส.ค. 2552, 12:29 น.
    โอะ พันธุกรามหรอคะ
    #10
  11. 1 ส.ค. 2552, 12:32 น.
    GOOD!!

    ท่านไอสไตล์

    ข้าน้อยขอซูฮก 55

    (--)(_ _)(--)(_ _)(--)
    #11
  12. #12 คนอยากเก่ง
    1 ส.ค. 2552, 13:04 น.
    ไอดอลในดวงใจของฉัน

    อยากเจอตัวเป็นๆจัง เจอได้ที่ไหนเนี่ย
    #12
  13. 1 ส.ค. 2552, 13:25 น.
    อยากฉลาดได้เหมือนไอสไต
    #13
  14. 1 ส.ค. 2552, 14:50 น.
    อ่า

    ท่าทางเราจะเป็นคนตรง
    (สมองตรงอ่ะ) ไม่มีวันเป็นแบบนี้ได้เลย 
    #14
  15. 1 ส.ค. 2552, 16:05 น.

    อยากเก่งเลขกับวิทย์ อย่างอื่นน่ะพอได้(วิชาหลัก)

    #15
  16. 1 ส.ค. 2552, 17:30 น.
    อยากฉลาดเหมือนเขาบ้าง
    #16
  17. 1 ส.ค. 2552, 17:45 น.
    อยากฉลาดมั่งอ๊ะ
    #17
  18. 1 ส.ค. 2552, 18:01 น.
    นับถือค่ะ!
    เขาเป็นคนที่มีความฉลาดล้ำจริงๆ
    (อิจฉา T^T)
    #18
  19. 1 ส.ค. 2552, 18:02 น.
    โอ้!!ท่านทวดไอสฯO_O
    #19
  20. 1 ส.ค. 2552, 18:30 น.

    >O<! โฮกกกกกกกกกกกกก อยากฉลาดบ้างจัง -.,-

    ขอบคุณสำหรับความรู้นะคะ !

    #20
  21. 1 ส.ค. 2552, 18:33 น.
    อยากได้สมองลุงไอส์ไตน์ *-*
    #21
  22. เราไม่เก่งคำนวณเลย

    แต่เก่งสังคมกับไทยมากกว่า

    หัวไปทางวิเคราะห์

    เราเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับสมองเนี่ยแหละ

    ผู้ชายจะเก่งด้านคำนวณกว่าผู้หญิง
    #22
  23. 1 ส.ค. 2552, 19:20 น.

    อยากให้ลองผ่าสมองพ่อแม่ของท่านไอฯดู

    ว่าจะเกิดจากพันธุกรรมรึเปล่า?

    #23
  24. 1 ส.ค. 2552, 19:56 น.

    ชอบ เลข กับ วิทย์ !!

    แต่วิทย์ไม่ค่อยได้แค่พอได้...คณิตแล่นเลย..ชอบๆๆๆ><

      อยากเก่งเหมือนไอสไตน์

    #24
  25. 1 ส.ค. 2552, 20:09 น.
    ไอสไตส์คือไอดอล
    เราต้องเก่งแบบไอสไตส์ให้ได้!!! ฮึ่ย!
    #25
  26. #26 xxx
    1 ส.ค. 2552, 20:22 น.
    อ๋อจินตนาการสำคัญกว่าความรู้



    เพราะต้องจินตนาการออกมาเป็นภาพก่อนแล้วถึงคิดเป็นคณิตศาสตร์
    #26
  27. 1 ส.ค. 2552, 21:05 น.
    สมองอย่างนี้นี่เองถึงได้ฉลาด

    ว่าแต่ฉลาดตั้งแต่เกิดรึเปล่านะ
    #27
  28. 1 ส.ค. 2552, 21:36 น.

    -v- ขอยื้มหน่อยซิน่ะ 

    ฉลาดจัง

    #28
  29. 1 ส.ค. 2552, 21:44 น.
    เห็นว่า ไอสไตน์ใส่แต่เสื้อขาวดำ เพราะไม่อยากเปลืองสมองกับการเลือกชุด
    #29
  30. 1 ส.ค. 2552, 22:44 น.
    มีบางความคิดเกี่ยวกับ ทฤษฏีของไอสไตน์กับ พระพุทธเจ้าจากหนังสือของ ทัตนแพทย์สม จริงๆผมก็ไม่ได้มีโอกาสได้อ่านเเต่ฟัง ครูเล่ามาว่า จริงๆเเล้วสไตน์ ก็ค้นพบ สิ่งเดียวกันกับพระพุทธเจ้า คือ การปรินิพพาน ซึ่งเป็นจุดที่เวลา(ในทางฟิสิกส์) หยุดนิ่ง เเต่ไอสไตน์ ไม่ยอมรับว่านี้ เป็นความจริง จึงคิดต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สุดสิ้น เเละต่อสุดท้าย ครูได้เน้นว่า ไอสไตน์ เเม้จะค้นพบเเล้วก็ตามเเต่ก็ยังไม่เชื่อมั่นด้วยเหตุผลต่างๆของเขา ครูเล่าต่อว่า ไอสไตน์ตายแบบ ตายคาสมการ ถือเป็นหนังสือที่น่าอ่านที่เดียว. เเละอีกคนนึงที่น่า ติดตามคือ Stephen Hawking.
    #30
  31. อยากฉลาดนะ
    #31
  32. แบ่งให้เรา ซัก 20 % ได้มั้ยอ่ะ เหอะๆๆๆ

    #32
  33. อยากมีสมองฉลาดๆแบบนี้บ้างจังเลย

    สอบตกอยู่นั้นแหละ

    โง่ไม่ที่มีสิ้นสุดเลยอ่ะ
    #33
  34. 2 ส.ค. 2552, 17:51 น.

    เคยอ่านประวัติของไอนสไตน์มาแล้ว ตอนแรกคิดว่าเค้าอัจฉริยะสุดๆเพราะความสามารถของเค้าเอง  แต่ไม่น่าเชื่อว่าสมองก็มีส่วนสำคัญขนาดนี้ หุหุ

    #34
  35. 2 ส.ค. 2552, 18:00 น.

    เทคนิคที่ได้รับความนิยมในเหล่าอัจฉริยะคือการคิดเป็นรูปภาพ
    ซึ่ง เกิดขึ้นกับเราโดยตรงในตอนเด็ก
    (แต่ปัจจุบันหายไปแล้ว TT* ฉันโง่กว่าเด็กหรอเนี่ย)

    #35
  36. อยากฉลาดมั่งจัง

    ตกเลข  - -*
    #36
  37. #37 มิกิ
    3 ส.ค. 2552, 15:18 น.
    อยากฉลาดต้องฝึกคิดบ่อยๆนะคะให้สมองเราได้ทำงานบ้างไม่ใช่เอะอะก็อ้างว่าคิดไม่ออก หรือเรามันโง่เอง หรือเอาสบายเข้าว่าขี้เกียจคิดมักง่ายอ่ะไม่เอานะคะ อ้อที่สำคัญที่ฝึกคิดไม่ใช่คิดฝุ้งส่านนะเพราะจะทำให้สมองเราเสื่อมลงได้ เราต้องคิดอย่างมีเหตุผล ค่ะ อ้อฝึกสมาธิก็ช่วยได้นะมันจะทำให้เรามีสมาธิในการทำสิ่งต่างๆมากขึ้นค่ะ (เราเชื่อหนูดีนะที่ว่าอัจฉรียะสร้างได้)
    #37
  38. 3 ส.ค. 2552, 17:42 น.
    ไอสไตน์! เรามาเปลี่ยนสมองกันมั้ยอ่ะ ฮ่าๆๆ
    #38
  39. 5 ส.ค. 2552, 12:27 น.
    เก่งวิทย์ โง่คณิต ทั้งที่เรียนสายวิทย์ คณิต เซ็งเลย
    #40
  40. #41 ภาพมาก่อนเสมอ
    5 ส.ค. 2552, 13:41 น.
    หัดมองเป็นภาพ เดี๋ยวก็จำได้เอง = =~
    #41
  41. #42 ภาพมาก่อนเสมอ
    5 ส.ค. 2552, 13:41 น.
    หัดมองเป็นภาพ เดี๋ยวก็จำได้เอง = =~
    #42
  42. #43 NLZ
    5 ส.ค. 2552, 16:18 น.
    ........................



    ถึงไอน์สไตน์จะยิ่งใหญ่ในใจคนอย่างไร



    ไอน์สไตน์ก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนนึง ที่มีรัก โลภ โกรธ หลง



    และห่วงชื่อเสียงของตนเอง
    #43
  43. 5 ส.ค. 2552, 16:30 น.

    เราไม่ได้วิทย์ คณิตเลยนะ ตกฮวบ!!!! T^T
    แต่เห็นไอนส์ไตน์ แล้วชอบในความคิดเขามากเลย

    อยากเป็นแบบนั้นบ้าง....

    แต่คงยากล่ะ เหอๆๆๆ T^T

    #44
  44. อยากเก่งต้องมุ่งมั่น
    แล้วก็....ต้องฉลาดด้วย
    อาฮะ.....555+
    #46
  45. 5 ส.ค. 2552, 20:34 น.
    โห ยอดเลย
    เอาเป็นว่า ถ้าได้ข้อมูลที่แน่ชัด แล้วอย่าลืม
    เอามาบอกกันด้วยนะคะ ^^
    #47
  46. 5 ส.ค. 2552, 22:14 น.

    อยากเก่งบ้าง

    มีวิธีใดบ้างเนี่ย

    #48
  47. อยากฉลาดบ้างจังงง ตั้งแต่เกิดสมองมันได้มาเท่านี้จริงๆค่ะ
    #49
  48. 6 ส.ค. 2552, 11:17 น.
    เหอๆๆ แลกกันมั้ยคะ
    #51
  49. 6 ส.ค. 2552, 14:00 น.
    ว้าวๆๆๆ
    #52
  50. 6 ส.ค. 2552, 20:28 น.

    อยากเก่งคณิตอะY^Yขนาดพยายามแล้วนะแต่ไม่รู้ทำไมพอวิชาคณิตทีไร
    ลืมทุกทีโดยเฉพาะเวลาทำข้อสอบงะU_U

    #53
  51. 6 ส.ค. 2552, 21:41 น.
    ตัว....เค้าอยากฉลาด

    แต่คณิตนี่ก็จะตกแหล่ไม่ตกแหล่แล้ว....

    เซ็ง! มีใครเค้ารับผ่าตัดสมองมั่งเนี่ย???
    #54
  52. อยากเก่งคณิตแบบทวดของทวดของทวดไอสไตน์
    #55
  53. 28 ส.ค. 2552, 18:45 น.
    OH !!!
    #57
  54. #58 เรามันห่วยอะ
    15 ก.ย. 2552, 18:18 น.
    ก็เค้าเทพอ่ะ
    #58
  55. #59 Einstein
    29 ก.ย. 2552, 12:31 น.
    แดน สเว อาฮะๆ
    #59
  56. 22 ต.ค. 2552, 00:40 น.

    อื้ออออหือออออ

    #60
  57. 21 พ.ย. 2552, 18:19 น.
    แบ่งมาเศษเสี้ยวก็ยังดีแหะ

    =_="
    #61
  58. 22 พ.ย. 2552, 22:22 น.

    รักไอสไตน์ที่สุด แฟนคลับคัฟผม ไอดอลตลอดกาลของเรา รักที่สุดดดดดดดดดดดดด อยากขุดออกมาจากหลุมจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ บ้ามากๆๆๆ

    #62
  59. #63 หนาว
    13 ธ.ค. 2552, 21:51 น.
    ผมรู้มาว่าไอสไตรนับถือศาสนายิวคือไอน์สไตน์เป็นยิวผมว่าความรับของความเก่งกาดของไอน์สไตน์

    หน้าจะอยู่ที่คำสอนของศาสนายิว

    ตามที่ผมได้ตามอ่านเรื่องของยิวมาพักใหญ่

    ผมก็ได้ความคิดใหม่ๆๆหลายอย่างที่หน้าเเปลกใจเเละชอบเเนวคิดของศาสนานี้

    จนโอดคิดไม่ได้ว่าศาสนานี้อาจเป็นต้นกำเนิดของศาสนาอื่นๆๆๆบนโลกก็ได้

    ตามที่พวกเค้าได้เกล้าอางใว้ว่าศาสนาเค้ายิ่งใหญ่เหนือศาสนาทังหมด
    #63
  60. #64 หนาว
    13 ธ.ค. 2552, 22:06 น.
    คือผมกำลังศึกษาเรื่องเกี่ยวกับศาสนายูดาลคับเเต่ยังมีความรู้น้อยมากคับ

    หากคนที่ทำเว็บนี้ขึ้นมาจิงจังกับความเป็นอัฉริยะจิงๆๆเเล้วก็ผมขอเเนะนำให้

    ศึกษาเเนวคิดของชนชาติยิวคับเขามีอะรัยมากกว่าความขี้เหนียวเเละความเห็นเเก่ตัวคับ

    มีเรื่องรัยที่เกี่ยวกับยิวส่งมาที่ bunsiri7@gmail.comน่ะคับจะเป็นพระคุนอย่างยิ่ง

    รวมถึงเรื่องของไอน์สไตน์ด้วยน่ะคับเพราะไอน์สไตน์ก็เป็นยิว





    ขอความเข้าจัยจงมีเเก่ข้า......วัสดีคับ
    #64
  61. #65 ไพวัลย์ สุขใส
    22 ม.ค. 2553, 02:59 น.
    สวัสดีครับ ความเข้าใจส่วนตัวครับ..ผมไม่เชื่อ ว่าดวงดาวดึงดูดซึ่งกันและกันและการที่วัถุตกลงพร้อมกันเพราะดาวดึงดูดกัน แต่เป็นเพราะว่าในจักวาลมีพลังงานหนึ่งที่เป็นสิ่งพื้นฐาน ที่ทำให้ก่อเกิดทุกๆสิ่ง พลังนี้อยู่ทุกหนทุกแห่งจะทำปฎิกิรียากับสะสารโดยตรง "กลไกของพลังงานนี้"(พลังบวก)จะส่งพลังพุ้งตรงเข้าสู่สะสารทุกทิศทางในขณะเดียวกันจะนำพาสะสารอิสหระเข้าหาสะสารที่มวลมากด้วยทำในสะสารรวมตัวกันมากขึ้น เรื่อยๆทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม แล้วจากนั้นสะสารก็ตอบสนองโดยการส่งพลังงาน(ลบ)ออกมา(คุณสมบัตรแบบใหนขึ้นอยู่กับชนิดของสะสารนั้นๆ) จะสวนทางกับพลังงาน(บวก) (ในกรณีเดียวที่วัถุตกสู่พื้นพร้อมกันสองพลังนี้จะหักล้างกัน) พลังบวกนี้โดยธรรมชาติแล้วมีค่าเป็น(0) เดิมทีแล้วสะสารก็มีค่าเป็น(0) ในการกำเนิดชีวิต เอกพบ กาแลกซี่ จะขาด ทั้งสองไม่ได้ ซึ่งไม่มีทางขาดไป เพราะมันสธิตอยู่อย่างนั้น และไม่มีทางแยกแยะออกจากกันได้ (จึงเป็นแค่ทฎษฏีของผม)
    #65
  62. #66 ไพวัลย์
    22 ม.ค. 2553, 03:24 น.
    ต่อจากข้างบนครับ และพลังงานนี้เป็นตัวจำกัดความเร็ว แสง (อย่าคิดมากนะครับแค่ความเข้าใจส่วนตัวครับผม) แต่ถ้าท่านใดหาคำตอบที่ยังไม่มีใครเข้าใจในสิ่งที่คนทั้งโลกนี้ยังสรุปไม่ได้ว่าจักวาลเริมต้นอย่างไร จากกาลไหน และเพื่ออะไร ได้อยางชัดเจน (ช่วยแนะนำได้ไหมครับ) ข้อข้อมูลใหม่ๆนะครับเพราะอ่านมาเยอะแล้วครับ ไม่เอาสมการ ค+ก+ข+งง นะครับ ขอแบบชัดๆ แบบมวลเท่ากับพลังงานนั้นแหละครับ ชัดดี
    #66
  63. #67 ไพวัลย์ สุขใส
    22 ม.ค. 2553, 17:27 น.
    การกับเนิดเอกพบ(แบบของผม) ณ.กาลเวาแรกเริ่มการก่อกำเนิดเอกพบ""" เริ่มจากที่จักวาลบริเวณนั้นสงบนิ่งสนิด """ สะสารที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปหมดในอวกาศ มุ่งตรงเข้าหาอย่างช้าๆและความเร็วก็เพิ่มขึ้นตามมวลของจุดศูนย์กลาง(e=mc)และมากจนเกินขีดจำกัดของมวลจึงเกิดการระเบิดออกไปรัศมีใใกลแสนใกล สะสารที่กระจายออกไปจากการระเบิด เริม"รวมตัวสร้างกันเป็นกาแลกซี ""แต่ต่างกันกับการรวมตัวกับตอนแรก-ของการระเบิดของบิกแบง) ตรงที่ว่าคราวนี้สะสาร อยู่ในสถานภาพ กระเดนเครื่อนที่(ไม่นี่ง) คร้ายน้ำที่ถูกสาดออกไป จะแยกจับกลุ่มกันเฉพาะอนาเขตของกลุ่มในอวกาศ จึงเกิดเป็นกาแลกซี่ มากมาย และในสถานภาพไม่นิ่งนี้เอง ก็ทำให้เกิด ระบบสุริยะ ขึ้นในกาแลกซี อีก และเกิดระบบระดับเล็กลงไปอีกไม่รู้จบ เช่น อะตอม และ ลงไปอีก จนเมือถึงเวลาหนึงการเครื่อนที่จากการระเบิดหยุดนิ่งหรืออ่อนกำลังลง ทุกสิ่งจะกลับมาเริมใหม่ เช่นขั้นตอนแรกอีกครั้ง และจักวาลจะเป็นเช่นนี้ไม่รู้จบ (แต่กลไกล นี้ ตางกัน โดย ไม่ มี แรง ดึง ดูด การที่ สะสารมารวมตัวกัน มิไช่เป็นเพราะแรงดึงดูด ความจริงในจักวาลมี พลังงานหนึ่ง สธิทอยู่ทุกหนทุกแห่ง พลังนี้โดยธรรมชาติจะมีค่าเป็น 0 เช่นเดียวกับสะสารมีค่า เป็น 0 หากแต่ ทั้งสองสิ่งนี้ทำปฎิกิรียากัน

    (ในความเป็นจริงไม่มีทางแยกออกจากกันได้) ทฤษฎีนี้จึงเป็นแค่เห็ตุผลอธิบาย พลังงานนี้จะส่งพลังงาน(บวก)เข้าหาสะสารทุกทิศทาง จากนั้น สะสารจากไม่มีมวลพลังกลับมีพลังแผ่ออกมาเป็น(พลังลบ) จึงสวนทางกับพลังงานบวก และหักล้างกันตลอดเวลา (เช่นเดียวกับที่ทำให้วัถุ ตกส ุ่พื้นพร้อมกัน)
    #67
  64. #68 ไพวัลย์ สุขใส
    22 ม.ค. 2553, 17:39 น.
    การที่ยังเชื่อว่าดาวดึงดูดซึ่งกันและกันทำให้หากุนแจดอกนั้นไม่สำเหร็จ(จิตนาการส่วนตัว)ด้วยความเครพ
    #68

แสดงความคิดเห็น

อยู่ในปาร์ตี้ร้อนอย่างกะไฟร์เออร์, ช่วยด้วย ไฟไหม้! เอาอะไรดับไฟดี? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .