ความคิดเห็น

90

จำนวนแชร์
26
 

                   สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com.... สังคมไทยเราสมัยนี้เรียกได้ว่าผู้หญิงอย่างเรามีสิทธิเท่าเทียมผู้ชายแทบทุกอย่าง เพราะผู้หญิงปัจจุบันนั้นมีสิทธิ์แสดงความเห็นต่างๆ มีความกล้าแสดงออกมากกว่าแต่ก่อนมาก ถ้าเป็นวัยรุ่นทั่วไปที่เห็นได้ง่ายที่สุดเลยก็คือผู้หญิงกล้าแสดงหรือเปิดเผยความรักต่อผู้ชายมากขึ้น จนบางคนอาจจะโดนเพื่อนแซวว่า "ทำเหมือนผู้หญิงอินเดียเลยนะ" เพราะหลายคนอาจจะเคยได้ยินว่าประเพณีแต่งงานของอินเดียนั้นผู้หญิงจะต้องเป็นฝ่ายไปสู่ขอผู้ชาย เอ๊ะ...ว่าแต่เรื่องนี้จริงหรือไม่ วันนี้ พี่เป้ มีคำตอบมาฝากค่ะ

 

 จริงเหรอ? ที่ว่าผู้หญิงอินเดียต้องขอผู้ชายแต่งงาน

 

    คำตอบก็คือ "จริง" ค่ะ ซึ่งเป็นความเชื่อเรื่องการแต่งงานของชาวฮินดูที่ว่า เมื่อถึงคราวที่ผู้หญิงถึงวัยที่ควรแต่งงาน ผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิงก็จะเป็นคนหาเจ้าบ่าวหรือคู่ครองให้แก่บุตรสาว เมื่อเจอกับผู้ชายที่เล็งหมายปองไว้แล้วก็จะส่งพ่อสื่อไปทำการเจรจา ซึ่งฝ่ายชายก็จะเรียกสินสอดตามที่ต้องการ ถ้าหากฝ่ายหญิงสามารถเสียค่าสินสอดตามที่ฝ่ายชายต้องการได้ ก็ถือว่าตกล่องปล่องชิ้นกัน แต่ถ้าไม่สามารถจ่ายค่าสินสอดตามที่ฝ่ายชายต้องการได้ก็ต้องหาผู้ชายคนใหม่ที่จะมาแต่งงานด้วยต่อไป

     แต่สำหรับพิธีงานวิวาห์นั้น ส่วนมากทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องช่วยกันออกค่าใช้จ่ายสำหรับงานวิวาห์ หรืออาจจะแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกแต่ฝ่ายเดียวก็ได้

จริงเหรอ? ที่ว่าผู้หญิงอินเดียต้องขอผู้ชายแต่งงาน

และการแต่งงานนั้นเน้นฤกษ์ยามมากๆ คือต้องแต่งภายในวันมงคลตามฤกษ์ยามเท่านั้น คือตั้งแต่วันที่

- 15 ม.ค. - 15 ก.พ.
- 15 มี.ค. - 15 เม.ย.
- 15 พ.ค. - 15 มิ.ย.
- 15 ต. ค. - 15 พ.ย.

นอกเหนือจากช่วงเวลาข้างต้นแล้วถือว่าเป็นเวลาต้องห้าม ห้ามแต่งงานโดยเด็ดขาดเลยล่ะค่ะ
ส่วนช่วงเวลาที่คนนิยมแต่งงานมากที่สุดก็คือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคมนั่นเอง

จริงเหรอ? ที่ว่าผู้หญิงอินเดียต้องขอผู้ชายแต่งงาน

 

 จริงเหรอ? ที่ว่าผู้หญิงอินเดียต้องขอผู้ชายแต่งงาน

 

 

 

 เรื่องเหลือเชื่อของการแต่งงานในสังคมอินเดีย

- ผู้หญิงที่ไม่มีสามี หรือมีสามีแล้วแต่ไม่มีลูกถือว่าเป็นผู้หญิงที่อาภัพ เป็นที่รังเกียจของสังคม เมื่อตายแล้วจะต้องตกนรก
ผู้ชายก็เช่นดียวกัน หากไม่ได้แต่งงานถือว่าเป็นคนดิบ (เหมือนในสังคมไทยที่ว่าผู้ชายคนใดยังไม่บวชถือว่าเป็นคนดิบ)มิฉะนั้นเวลาตายไป จะถูกเอาไปให้แร้งกากิน ไม่ได้ถูกนำศพไปเผาตามพิธีที่ถูกต้อง

- การแต่งงานในบางเมืองมีพิธีแปลกๆ เช่น ถ้าผู้หญิงแอบชอบผู้ชายคนไหน ก็จะชวนเพื่อน 3-4 คน ไปดักรอและฉุดผู้ชายคนนั้น ซึ่งผู้ชายก็จำเป็นต้องยอม หนีไม่ได้ มิฉะนั้นจะถือว่าผิดผี

- พิธีแต่งงานของชาวเมืองคุชราตเชื่อว่า จะจัดงานแต่งงานได้ทุกๆ 12 ปี คือ 12 ปี จะมีปีเดียวที่สามารถจัดงานแต่งงานได้ เพราะฉะนั้นลูกเด็กเล็กแดงแม้อายุจะ 4-5 ขวบ แต่ก็อาจจะถูกจับหมั้นหมายแต่งงาน เพราะไม่อย่างนั้นต้องรออีก 12 ปีถึงจะแต่งงานได้

- ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะมาก ดังนั้นผู้ชายก็มีตัวเลือกมากขึ้นตามลำดับ ทำให้ผู้หญิงที่ไม่สวยหรือไม่รวยก็มักจะหาคู่ยาก ดังนั้นทุกวันนี้ตามหน้าหนังสือพิมพ์ของอินเดีย จึงมักมีประกาศโฆษณาหาคู่ของผู้หญิงอินเดียอยู่บ่อยๆ

 

                                           ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมประเทศอินเดียเค้าถึงอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมของประเทศตนเองไว้ได้อย่างเข้มแข็ง เพราะแม้กระทั่งประเพณีแต่งงานก็ยังต้องดำเนินการตามประเพณีที่ถูกต้อง รู้อย่างนี้แล้วคนไทยเราก็น่าเอาอย่างด้วยการอนุรักษ์ประเพณีไทยอันดีงามไว้ด้วยนะคะ  

จริงเหรอ? ที่ว่าผู้หญิงอินเดียต้องขอผู้ชายแต่งงาน

                     ส่วนใครสนใจอยากรู้เรื่องราวที่น่าสนใจของอินเดียอีกล่ะก็ พี่เป้ แนะนำให้อ่านหนังสือ "ปริศนาภารตะ อินเดียทำไม ทำไมอินเดีย" แล้วรับรองว่าน้องๆ จะได้รู้จักอินเดียมากขึ้นพร้อมกับคลายความสงสัยกับคำถามที่น่าสงสัยหลายข้อ เช่น ทำไมคนอินเดียถึงบูชาวัว ทำไมคนอินเดียถึงเชื่อเรื่องวรรณะ ทำไมคนอินเดียนับถือแม่น้ำคงคา ฯลฯ รับรองว่าได้ความรู้กันไปอีกเพียบแน่นอน

 

จริงเหรอ? ที่ว่าผู้หญิงอินเดียต้องขอผู้ชายแต่งงาน
ขอบคุณรูปจาก indianshaadi.info // ขอบคุณสำนักพิมพ์พิมพ์คำ

 

 
 
ดูหมวดนี้ต่อได้ใน วัฒนธรรมต่างประเทศ »
ความคิดเห็น

90

จำนวนแชร์
26

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

90 ความคิดเห็น

  1. 17 ก.พ. 2553, 17:46 น.
     เปนความรู้อย่างหนึ่งที่มาเล่าสู่กันฟัง
    #1
  2. 17 ก.พ. 2553, 17:59 น.

    ความรู้ที่เราไม่ต้องไปหาไกลตัว
    แต่ถ้าให้คิดไม่อยากเกิดเป็นคนอินเดีย
    ด้วยหลายๆเหตผลนะค่ะ

    #2
  3. #3 นิรนาม
    17 ก.พ. 2553, 18:04 น.
    อย่างนี้ก้อดีเลยเวลาชอบคัยจะได้ดักฉุดเลยเอิกๆ
    #3
  4. 17 ก.พ. 2553, 18:06 น.
    ^^ความรู้ทางชีวิตจริงของสาวอินเดียเลย
    #4
  5. 17 ก.พ. 2553, 18:06 น.
    การแต่งงานในบางเมืองมีพิธีแปลกๆ เช่น ถ้าผู้หญิงแอบชอบผู้ชายคนไหน ก็จะชวนเพื่อน 3-4 คน ไปดักรอและฉุดผู้ชายคนนั้น ซึ่งผู้ชายก็จำเป็นต้องยอม หนีไม่ได้ มิฉะนั้นจะถือว่าผิดผี


    มีอย่างนี้ด้วย!!!!!!!!!!
    #5
  6. 17 ก.พ. 2553, 18:36 น.
    ก็เป็นความรู้ที่ดี แต่ถ้าจะให้ตอบว่าอยากเกิดเป็นคนอินเดียใหม ผมก็จะตอบว่า "ไม่" เด็ดขาด แต่งงานอะไรต้องรอสิบสองปี แถมถ้าไม่แต่งงานเวลาตายไปจะตกนรกอีก
    #6
  7. 17 ก.พ. 2553, 18:39 น.
    แปลกดีนะคะ ^^
    #7
  8. #8 คนก้าวตามฝัน
    17 ก.พ. 2553, 18:57 น.

    ในอินเดีย มีกรณีชายข่มขืนหญิงไหมคะ (หญิงอินเดียสวยมาก)

    #8
  9. 17 ก.พ. 2553, 19:09 น.
    เฮ้อ~

    ดักฉุดแล้วผู้ชายต้องยอมเนี่ยน้า =_='

    โชคดีแล้วล่ะที่เกิดเป็นคนไทย
    #9
  10. 17 ก.พ. 2553, 19:19 น.
    0tfyดักไปเพื่อ
    #10
  11. 17 ก.พ. 2553, 20:03 น.
    อยู่ไทยเนี่ย ดีสุดแล้ว ^ _______  ^
    #11
  12. 17 ก.พ. 2553, 20:07 น.

    มั นแปลกดีนะ
    อิอิ .. ^^

    #12
  13. 17 ก.พ. 2553, 20:16 น.
     ถึงกับดักฉุดกันเลย  o[ ]O

    #13
  14. เป็นคนไทยดีที่สุดในโลกแล้วค่ะ

    #14
  15. โห สภาพสังคมในอินเดียเป็นอย่างนี้นี่เอง ดีแล้วที่เราเกิดเป็นคนไทย

    #15
  16. 17 ก.พ. 2553, 22:23 น.
    การแต่งงานในบางเมืองมีพิธีแปลกๆ เช่น ถ้าผู้หญิงแอบชอบผู้ชายคนไหน ก็จะชวนเพื่อน 3-4 คน ไปดักรอและฉุดผู้ชายคนนั้น ซึ่งผู้ชายก็จำเป็นต้องยอม หนีไม่ได้ มิฉะนั้นจะถือว่าผิดผี

    หวานเลยสิเรา 555+
    #16
  17. 17 ก.พ. 2553, 22:35 น.

    มีการฉุดผู้ชายได้ด้วย

    ดีจังอิอิ

    ขอบคุณนะค่ะมีความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลย

    #17
  18. อ่า ความรู้ใหม่ๆ
    ไงประเทศไทยก็ดีแล้ว !
    หลายประเทศ หลากประเพณี ^ ^
    #18
  19. #19 M...........................
    18 ก.พ. 2553, 00:02 น.
    ก็ไม่แปลกหรอกครับ เหมือน ประเทศเนปาลอ่ะ คล้ายๆกันจ้า
    #19
  20. #20 จิ้ม
    18 ก.พ. 2553, 00:10 น.
    หุย เด๋วดักฉุดบ้าง

    พอดีแอบชอบแล็บพาร์ทเนอร์ที่เปนคนอินเดียยุ
    #20
  21. อ่านความคิดเห็นหน้า 2

แสดงความคิดเห็น

ปิดไฟใส่กลอน จะเข้ามุ้งนอนอย่าลืมล็อคบ้าน, บ้านหลังไหนล่ะเนี่ย? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .