ความคิดเห็น

1

จำนวนแชร์
1,911
     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ช่วงนี้เชียร์กีฬาโอลิมปิกกำลังสนุกเลยเนอะ พี่พิซซ่า ก็ขอส่งกำลังใจให้นักกีฬาไทยทุกท่านด้วยค่ะ แต่วันนี้เรามาดูตำนานความเป็นมาของโอลิมปิกกันดีกว่า ว่ากันว่าสมัยโน้นนนนนนนเทพเจ้าลงแข่งกันเองเลยนะ


     ต้องบอกก่อนเลยว่าตำนานที่มาของกีฬาโอลิมปิกมีหลายเวอร์ชันมาก ไม่สามารถฟันธงได้ว่าตำนานไหนน่าเชื่อถือที่สุด แต่ทุกตำนานเหมือนกันตรงที่บอกว่าจัดแข่งกีฬาขึ้นมาเพื่อเป็นการสรรเสริญหรือเฉลิมฉลองให้กับเทพเจ้าตามตำนานกรีก (เพื่อเทพซูสเป็นพิเศษ) ลองมาดูแต่ละตำนานกันดีกว่าค่ะ


ตำนานเกี่ยวกับเพล็อปส์

     ตำนานเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุดในแง่ที่ว่าเป็นที่มาของโอลิมปิกค่ะ เป็นตำนานของวีรบุรุษชาวกรีกคนหนึ่งที่ชื่อเพล็อปส์ (Pelops) ผู้เป็นที่มาของชื่อเกาะเพโลพอนนีส (Peloponnese) ในประเทศกรีซค่ะ แนะนำตัวกันซักนิดว่าเพล็อปส์เป็นบุตรของพระราชาแทนทาลัสผู้นิสัยไม่ดี วันหนึ่งพระราชาคิดจะหาของบรรณาการให้เหล่าเทพจึงหั่นเพล็อปส์เป็นชิ้นๆ แล้วเอาเนื้อลูกชายไปทำสตูว์ แต่เหล่าเทพเจ้ารับรู้ถึงความผิดปกติในของไหว้ครั้งนี้จึงไม่แตะต้องเลย ยกเว้นแต่เทพีดีมีเตอร์ผู้กำลังเศร้าโศกเสียใจเรื่องลูกสาวอยู่ จึงไม่ทันระวังและตักเนื้อส่วนไหล่ข้างซ้ายของเด็กชายไปรับประทานก่อนจะทันรู้ตัว ดีที่เทพเจ้าองค์อื่นช่วยเสกให้เด็กชายฟื้นคืนชีพ และเทพเฮฟาเอตัสก็สร้างไหล่จากงาช้างทดแทนให้แทนไหล่ที่หายไป นั่นทำให้เพล็อปส์กลายมาเป็นหนุ่มรูปงามยิ่งกว่าตอนแรก งดงามจนเทพโพไซดอนหลงรัก และพากลับวังไปเป็นคู่รักเลยทีเดียว

     ทว่าความร้ายกาจของพระราชาแทนทาลัสยังไม่หมดง่ายๆ เมื่อเห็นว่าลูกไปได้ดิบได้ดีก็รีบมาหาประโยชน์ เขาขโมยอาหารของทวยเทพกลับไปให้มนุษย์และเปิดเผยความลับของเทพเจ้า เหล่าเทพจึงลงโทษเขาและเนรเทศเพล็อปส์ให้กลับมาอยู่โลกมนุษย์อีก

5 ตำนานที่มาของ "กีฬาโอลิมปิก" ที่ยังไม่มีข้อสรุปว่าเรื่องไหนจริง
รูปปั้นเทพอพอลโล่ทรงรถม้า

     วันเวลาผ่านไปเพล็อปส์ก็ตกหลุมรักกับเจ้าหญิงฮิปโปเดเมีย เจ้าหญิงแห่งเมืองปิซ่า ทว่าพระราชาโอโนเมอัส พระบิดาของเจ้าหญิงนั้นเคยฟังคำทำนายมาว่าตนจะโดนลูกเขยฆ่าตาย ดังนั้นเวลามีใครมาจีบลูกสาวเขาคนนั้นจะต้องมาแข่งขับรถม้ากับพระราชาก่อน ซึ่งพระราชาเก่งด้านนี้มาก ทำให้พระราชาชนะและสังหารผู้ชายที่จะมาจีบฮิปโปเดเมียได้หมดถึง 13 ราย เมื่อเพล็อปส์มาขอฮิปโปเดเมียแต่งงานเขาก็กลัวว่าจะถูกสังหารเช่นกัน ก่อนวันแข่งขันเขาจึงไปขอความช่วยเหลือจากโพไซดอนผู้เป็นแฟนเก่า โพไซดอนผู้เป็นเทพแห่งม้าด้วยอยู่แล้วจึงเสกม้าวิเศษให้สำหรับรถม้าของเพล็อปส์ ทางด้านฮิปโปเดเมียเองก็กลัวเพล็อปส์จะแพ้เช่นกัน จึงไปติดสินบนคนดูแลรถม้าของพระราชาให้เปลี่ยนน็อตที่รถลากจากทองแดงเป็นก้อนขี้ผึ้ง เมื่อถึงเวลาแข่งจริงขี้ผึ้งก็ละลายทำให้พระราชาตกรถและโดนม้าลากไปจนเสียชีวิต

     หลังจากนั้นเพล็อปส์ก็ได้แต่งงานกับฮิปโปเดเมียและขึ้นเป็นพระราชา จากนั้นเพล็อปส์ก็จัดการแข่งขันขับรถม้าขึ้นมาเพื่อเป็นของขวัญให้กับเหล่าทวยเทพและเป็นเกียรติแก่การจากไปของพระราชาโอโนเมอัส การแข่งขันนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งกีฬาโอลิมปิก


ตำนานเกี่ยวกับเทพพี่เลี้ยงของซูส

     ตอนที่เทพซูสเกิดมาพี่น้องคนอื่นถูกโครนัสผู้เป็นพ่อจับกลืนไปหมดเพราะมีคำทำนายว่าโครนัสจะถูกลูกโค่นบัลลังก์ รีอาผู้เป็นแม่กลัวว่าซูสจะโดนจับกินไปอีกคนจึงหลอกให้โครนัสกลืนหินลงไปแทน และเอาซูสไปฝากภูตตนอื่นเลี้ยงไว้ ภูตกลุ่มนั้นเรียกว่าพวกแดคทิล เป็นกลุ่มพี่น้องผู้ชาย วันหนึ่งซูสที่เป็นเด็กน้อยอารมณ์ไม่ดี พวกแดคทิล 5 ตนอันได้แก่เฮราเครส, เพโอเนอัส, เอพิเมเดส, อิเอซัส และไอดัส จึงพยายามทำให้ซูสร่าเริงขึ้น

     พอซานิอัสนักประวัติศาสตร์ชาวกรีกผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 110-180 ได้เล่าตำนานนี้ไว้ว่าเฮราเครสชวนพี่น้องมาวิ่งแข่งกันในบริเวณโอลิมเปีย (สถานที่ในเมืองเอลิสบนเกาะเพโลพอนนีสในปัจจุบัน) ผู้ชนะจะได้รับรางวัลเป็นมงกุฎกิ่งต้นมะกอก จากนั้นก็จัดกิจกรรมแข่งวิ่งนี้ทุกๆ 4 ปี เมื่อซูสโตขึ้นและได้เป็นผู้ปกครองเขาโอลิมปัสและมีลูกหลานมากมาย เหล่าทวยเทพจึงมาลงแข่งกีฬากันด้วย และเพิ่มชนิดกีฬาให้มากขึ้นอย่างมวยปล้ำ แข่งกระโดดไกล และแข่งต่อยมวย

5 ตำนานที่มาของ "กีฬาโอลิมปิก" ที่ยังไม่มีข้อสรุปว่าเรื่องไหนจริง
โอลิมเปีย


ตำนานเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองโดยซูสเอง

     ตำนานฉบับนี้บอกว่าซูสเป็นคนคิดค้นการแข่งกีฬาขึ้นเองเพื่อเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองให้กับเหตุการณ์ตอนที่ตนโค่นพ่อ (โครนัส) และพวกยักษ์ไททันตนอื่นลงได้ ซูสจึงจัดงานแข่งกีฬาขึ้นมาและให้เหล่าทวยเทพต่างๆ เข้าร่วมการแข่งขันกันเอง แต่บางตำนานก็ว่าที่จริงแล้วตอนที่พวกทวยเทพสู้กับพวกยักษ์ไททันก็สู้กันเหมือนแข่งกีฬาเลย โดยมีคู่เอกเป็นซูสแข่งมวยปล้ำกับโครนัส หลังซูสชนะจึงจัดการแข่งขันกีฬาแบบนี้ขึ้นเรื่อยๆ

     เทพอพอลโล่เป็น Man of the Match ในกีฬาโอลิมปิกระหว่างทวยเทพเพราะเขาเอาชนะได้ในหลายชนิดกีฬามาก แม้จะวิ่งแข่งกับเฮอร์เมสผู้เป็นเทพแห่งการเดินทางและมีรองเท้าติดปีก หรือแข่งต่อยมวยกับเอเรสเทพเจ้าแห่งการต่อสู้ อพอลโล่ก็เอาชนะทั้งคู่ได้ (ถ้าอยากชนะกีฬาโอลิมปิกอาจต้องบูชาเทพอพอลโล่)


ตำนานเกี่ยวกับเฮอร์คิวลิส

     เฮอร์คิวลิสหรือเฮราเครสในภาษากรีกคือวีรบุรุษชื่อดัง ที่ทุกวันนี้เราก็ยังได้ยินชื่อของเขาอยู่เรื่อยๆ มีภาพยนตร์และการ์ตูนบอกเล่าเรื่องเราวเกี่ยวกับเขามากมาย ในสมัยก่อนเฮอร์คิวลิสก็เป็นวีรบุรุษที่มีตำนานเล่าถึงเยอะเช่นกัน รวมไปถึงในบทกวีของพินดารอสผู้มีชีวิตอยู่ประมาณ 400-500 ปีก่อนคริสตกาล ผลงานชิ้นหนึ่งของพินดารอสเล่าเรื่องราวตอนที่เฮอร์คิวลิสกำลังทำภารกิจที่ 5 จาก 12 ภารกิจของเขา นั่นคือภารกิจที่เขาต้องทำความสะอาดคอกม้าของกษัตริย์ออเจอัสแห่งเอลิส โดยมีรางวัลเป็นปศุสัตว์ 1 ใน 10 ของจำนวนสัตว์ที่ออเจอัสมี เมื่อออเจอัสตกลงกับข้อเสนอนี้ เฮอร์คิวลิสก็เปลี่ยนเส้นทางน้ำของแม่น้ำคลาเดออสและอัลเฟออสให้ไหลผ่านคอกม้าของออเจอัสเพื่อให้น้ำชะล้างสิ่งสกปรกทั้งหมด แต่ออเจอัสกลับไม่ยอมให้รางวัลตามที่ตกลง เฮอร์คิวลิสจึงไปฟ้องศาลโดยมีฟีเลียสลูกชายของออเจอัสเป็นพยานให้เฮอร์คิวลิส แต่ออเจอัสใช้อำนาจขับไล่เฮอร์คิวลิสและฟีเลียสออกไปก่อนศาลจะได้ตัดสิน ไม่นานนักเฮอร์คิวลิสก็กลับมาสังหารออเจอัสและให้ฟีเลียสขึ้นครองอาณาจักรต่อแทน

5 ตำนานที่มาของ "กีฬาโอลิมปิก" ที่ยังไม่มีข้อสรุปว่าเรื่องไหนจริง
รูปปั้นเฮอร์คิวลิสเอาชนะเซนทอร์

     หลังทุกอย่างเข้าที่ เฮอร์คิวลิสก็เดินทางไปยังหลุมศพโบราณของเพล็อปส์และสร้างการแข่งกีฬาโอลิมปิกขึ้น ณ ที่นั่น เพื่อเป็นเกียรติแก่ซูสผู้เป็นพ่อของเขา มีเรื่องเล่าต่อด้วยว่าเฮอร์คิวลิสเป็นผู้สอนให้เหล่ามนุษย์รู้จักการเล่นมวยปล้ำ และสอนให้รู้จักการวิ่งแข่งในระยะทาง 600 ฟุต (180 เมตร) ว่ากันว่า 600 ฟุตคือระยะทาง 600 เท้าของเฮอร์คิวลิส (แสดงว่าเฮอร์คิวลิสเท้ายาวประมาณ 30 เซนติเมตรสินะ) แต่นักวิชาการบางคนก็บอกว่าฟุตเป็นขนาดเท้าของเฮราเครสภูตที่เลี้ยงซูสมาตั้งแต่เด็กต่างหาก เนื่องจากชื่อภาษากรีกของทั้งคู่คือเฮราเครสเหมือนกัน ทำให้ยังเป็นที่ถกเถียงในเรื่องนี้กันอยู่


กีฬาโอลิมปิกสมัยโบราณก็มียกเลิกอยู่เนืองๆ

     ไม่ว่าที่มาของโอลิมปิกจะมาจากไหน แต่ชาวกรีกโบราณก็จัดแข่งกีฬาแบบนี้อยู่เรื่อยๆ ค่ะ แต่บางครั้งที่ยกเลิกการจัดไปก็มีเพราะเข้าสู่ช่วงสู้รบเพื่อชิงเมืองกัน กระทั่งถึงยุคของไลเคอร์กัสแห่งสปาร์ตา อิฟิตอสแห่งเอลิส และเคลอิสเธเนสแห่งปิซ่า ที่ตกลงกันว่าจะกลับมาจัดกีฬาโอลิมปิกใหม่ เพราะได้ไปคุยกับเทพพยากรณ์ที่วิหารเดลไฟว่า พอมีวิธีไหนที่จะช่วยให้กรีซรอดพ้นจากสงครามทั้งภายในและภายนอกบ้าง และเทพพยากรณ์บอกว่าทวยเทพได้ตรัสว่าเป็นเพราะผู้คนเริ่มห่างไกลจากเทพมากขึ้นจึงทำให้เกิดโรคภัยและสงคราม หากจัดแข่งกีฬาโอลิมปิกขึ้นมาใหม่ก็จะช่วยให้เกิดเวลาแห่งสันติสุขได้ พระราชาจึงตกลงกันว่าจะทำตามพระประสงค์ของทวยเทพและจัดกีฬาโอลิมปิกที่โอลิมเปียเช่นเดิม ซึ่งนี่ก็ถือเป็นกุศโลบายที่ดีมากจริงๆ ค่ะ ไม่ว่าเทพจะบอกแบบนั้นจริงๆ หรือไม่ แต่การจัดแข่งกีฬากันก็ทำให้คนเลิกสงครามกันได้ในระยะหนึ่งเลย ดังนั้นสำหรับชาวกรีกโบราณแล้วการแข่งกีฬาโอลิมปิกจึงเหมือนเป็นพิธีกรรมหนึ่งทางศาสนาของเขาด้วย


     ชอบตำนานเรื่องไหนมากที่สุดคะ ^_^ แม้จะเป็นเรื่องที่มีคนสมัยสองพันกว่าปีที่แล้วเขียนเอาไว้ แต่ตำนานเกี่ยวกับเทพเจ้ากรีกก็เป็นเรื่องเล่าที่มีมาก่อนบุคคลเหล่านี้เป็นพันๆ ปีเช่นกัน ฉะนั้นก็บอกไม่ได้เหมือนกันค่ะว่าเรื่องไหนน่าเชื่อถือที่สุด หากไม่เชื่อว่าเทพเจ้ากรีกมีจริง ทั้งหมดนี้ก็เหมือนนิทานปรัมปราที่มีหลายเวอร์ชันเท่านั้น นานาจิตตังค่ะ แต่ตัวพี่เองรู้สึกว่าตำนานพวกนี้เป็นอะไรที่สนุกมาก อ่านแล้วได้เห็นลักษณะนิสัยและวิถีชีวิตของคนกรีกยุคนั้นเลย

5 ตำนานที่มาของ "กีฬาโอลิมปิก" ที่ยังไม่มีข้อสรุปว่าเรื่องไหนจริง 

ค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกที่สุด

ดูหมวดนี้ต่อได้ใน Studyabroad > วัฒนธรรมต่างประเทศ
ความคิดเห็น

1

จำนวนแชร์
1,911

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

1 ความคิดเห็น

  1. 11 ส.ค. 2559, 17:25 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ผู้หญิงชาวกรีกสมัยโบราณไม่ได้รับสิทธิ์ให้เข้าชมกีฬาโอลิมปิก

    เข้าได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น

    ผู้เข้าแข่งขันต้องเปลือยกาย (ซิกแพคเน้นๆ)

    รางวัลของผู้ชนะการแข่งขัน คือ มงกุฎที่ทำมาจากใบมะกอก

    แก้ไขล่าสุด11 ส.ค. 2559, 17:28 น.

    #1

แสดงความคิดเห็น

แม่ไม่ให้เข้าบ้าน พ่อบอกบ้านล็อค, บอมบอมควรใช้อะไรไขประตูบ้านดี? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

แสดงความคิดเห็นด้วย

(@)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .