ความคิดเห็น

0

จำนวนแชร์
1,702
     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ก่อนเดินทางไปเรียนต่อเมืองนอก สิ่งหนึ่งที่เราต้องหาเตรียมไว้เลยคือ ที่พัก หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามีแบบไหนให้เราเลือกได้บ้างและแบบไหนนะที่จะเหมาะกับเราที่สุด วันนี้พี่จะมาเล่าความแตกต่างของการเลือกที่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นการอยู่กับโฮสต์ อยู่หอนอกมหาวิทยาลัย และการอยู่หอในมหาวิทยาลัย 

      นักเรียนที่ต้องไปเรียนต่อต่างประเทศต่างก็ต้องไปอยู่เองคนเดียวกันทั้งนั้น หลายๆ คนต้องการข้อมูลในการตัดสินใจเลือกที่พักว่าจะเลือกอะไรที่เข้ากับตัวเองดี เพราะใครๆ ก็คงรู้กันอยู่ว่า คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก เรื่องสถานที่อยู่เลยเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยเลยสำหรับน้องๆ ที่กำลังจะไปเรียนต่อ แล้วยิ่งต้องอยู่นานๆ เป็นปีๆ ห่างไกลบ้านและคนที่รักไป ทุกคนก็ต้องอยากเลือกที่อยู่ให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของเรามากที่สุด ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับน้องๆ ที่ยังไม่เคยบินไปที่นั่น และไม่รู้ว่าควรละเลือกแบบไหนดี วันนี้พี่จะมาแนะนำให้ก่อน น้องๆ จะได้ตัดสินใจให้ง่ายขึ้นค่ะ

พักกับ Host Family 

ไปเรียนนอก เลือก "ที่พัก" แบบไหนให้เหมาะกับเรา?
 
     ที่พักประเภทนี้เป็นบ้านพักของคนท้องถิ่นที่มีที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบของมหาวิทยาลัย  การพักในรูปแบบนี้มักจะเหมาะสำหรับนักเรียนที่ไปเรียนคอร์สภาษา General English ระยะสั้น และระยะยาว เพราะทางครอบครัวของโฮสต์จะดูแลเราเป็นเหมือนลูกหลานคนนึงในบ้าน ทำให้น้องๆ ได้ใกล้ชิดกับคนและวัฒนธรรมพื้นเมืองอย่างแน่นแฟ้น ได้มีโอกาสในการฝึกฝนใช้ภาษาอังกฤษตลอด เพราะเราจะได้สนทนาทั้งวันทั้งคืนเลย  ทางครอบครัวจะมีหน้าที่ดูแลเราเรื่องการอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น อาหาร เค้าก็จะจัดเตรียมไว้ให้ เสื้อผ้า บางบ้านจะซักและอบให้เสร็จเรียบร้อย แต่บางบ้านจะให้ใช้เครื่องซักและเครื่องอบผ้าเอง
 
     เวลาน้องๆ มีปัญหาอะไร สามารถปรึกษาเค้าได้หมด ทั้งเรื่องเรียน และเรื่องอื่นๆ บางทีพี่เคยให้เค้าสอนการบ้านด้วยแหละ เค้ายินดีที่จะช่วยเหลือทุกอย่าง พี่จำได้ว่าวันแรกที่พี่ไปถึง เค้าพาพี่ไปซื้อซิมโทรศัพท์ก่อนเลย แล้วก็สอนขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียน พาไปรู้จักห้าง ซูเปอร์มาร์เก็ต และฟิตเนสแถวๆ บ้าน  การอยู่แบบนี้ปลอดภัยและอบอุ่นมาก  และน้องอาจจะได้ประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายกลับมาก็ได้ อย่างตอนที่พี่ไปอยู่กับโฮสต์ เค้าพาพี่ไปโบสถ์ พาไปงานฉลองที่โรงเรียนลูกเค้า ไปปาร์ตี้ฮัลโลวีน พาไปดูคอนเสิร์ตใหญ่ๆ พี่เรียนอยู่ที่นั่นหนึ่งปีครึ่ง ไม่เหงาเลย สนุกสนานมากๆ เสาร์อาทิตย์ว่างๆ พี่ชอบลงมาดูทีวีกับเล่นเกมกับลูกเค้า เราสนิทกันมาก กลับมาไทยทุกวันนี้ยังคงติดต่อกันอยู่เลย 

University Accommodation 

ไปเรียนนอก เลือก "ที่พัก" แบบไหนให้เหมาะกับเรา?
 
      หรือ Hall of Residences เป็นที่พักของมหาวิทยาลัย ความแตกต่างที่ชัดเจนอันดับแรกเลยก็คือสถานที่ ลักษณะของหอในก็จะอยู่ในบริเวณรั้วของมหาวิทยาลัย แบบเดินไปเรียนได้ใกล้ๆ สบายๆ ไม่ต้องเสียค่ารถ เวลามีวิชาที่เว้นว่างชั่วโมงนึง ก็กลับมากลิ้งๆ นอนพักได้ หรือจะกลับมากินข้าวกลางวันก็สะดวกค่ะ เราจะได้อยู่ร่วมกับเพื่อนมหาวิทยาลัยเดียวกัน ทำกิจกรรมร่วมกันได้ และมีเจ้าหน้าที่ดูแลระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง แต่ถ้าจะเข้าเมืองหรือไปเที่ยวข้างนอก ถ้าไม่ไกลก็เดินไปได้ หรือถ้าไกลก็ต้องนั่งรถ 

       เวลาซื้อของใช้เข้าหอ นักศึกษาในหอมักรวมตัวกันซื้อของล็อตใหญ่ ทางซูเปอร์มาร์เก็ตหลายๆ แห่งเค้ามีบริการส่งถึงหน้าหอฟรีนะคะ ไม่ต้องเสียเวลาเข้าเมืองเลย แต่ถ้าใครชอบเที่ยวกลางคืนกลับดึกๆ บางเมืองจะรถหมดตอนเที่ยงคืน ก็จะลำบากนั่งแท็กซี่แพงๆ กันหน่อย (บางหอจำกัดเวลาเข้าออกด้วยนะคะ) แต่ที่พี่เคยเห็น บางมหาวิทยาลัยเค้าจะมีซูเปอร์เล็กๆ มีบาร์ และผับ เปิดบริการให้ในบริเวณมหาวิทยาลัยเลยด้วย 

      โดยหอในจะแยกเป็นหลายประเภท แบบแรกคือ แยกหญิงชาย แต่หอส่วนใหญ่จะเป็นแบบรวม แต่ถ้าเราไม่สะดวกใจ ก็สามารถขออยู่แบบแยกล้วนก็ได้ ทางมหาวิทยาลัยเค้าเข้าใจและแยกให้เราได้ค่ะ และอีกแบบคือการแยกประเภทของรูปแบบห้อง คือ แบบแชร์ห้องน้ำ แชร์ห้องครัว แบบเตียงเล็ก เตียงใหญ่ และอื่นๆ แล้วแต่มหาวิทยาลัยจะจัด ส่วนห้องซักและอบเสื้อผ้า จะใช้ร่วมกันอยู่แล้ว ทางส่วนกลางจะจัดไว้ให้ใต้หอ หรือในบริเวณไม่ไกลนัก จะเป็นเครื่องหยอดเหรียญ ใช้ง่าย สะดวกแน่นอน

ที่พักอาศัยนอกมหาวิทยาลัย 

ไปเรียนนอก เลือก "ที่พัก" แบบไหนให้เหมาะกับเรา?
 
       มีทั้งที่เป็นหอนักเรียนเอกชน Student Private Accommodation อพาร์ตเมนต์ บ้านเช่า ห้องว่าง Private house  Flat และอื่นๆ ที่ดำเนินการโดยบริษัทเอกชนหรือเจ้าของเองโดยตรง บางคนเลือกเช่าห้องเดียวอยู่คนเดียว บางคนเลือกแบบแชร์กับเพื่อนสองห้องนอนแล้วใช้ห้องนั่งเล่นร่วมกัน หรือไม่ก็เช่าบ้านทั้งหลังอยู่กันหลายๆ คนเลยก็มี หอนอกพวกนี้หาได้ตามอินเตอร์เน็ตและจากเอเจนซี่ต่างๆ ในเมืองนั้นๆ บางที่ให้นัดวันเข้าไปดูก่อนได้ ถ้าเราสนใจก็ค่อยทำสัญญากัน ส่วนใหญ่เป็นสัญญารายปี ราคาก็จะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ตั้ง ถ้าอยู่ในใจกลางเมืองนี่ราคาสูงแน่นอน บางที่จะคิดแบบเหมาๆ คือรวมค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต แต่บางที่เค้าจะให้น้องจ่ายเอง เราก็ต้องเป็นคนดำเนินการจ่ายบิลต่างๆ ทุกเดือนเองค่ะ 

      หอนอกบางที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยนัก สามารถเดินได้ แต่บางที่จะอยู่ในเมืองเลย แบบว่าติดสถานีรถไฟ แหล่งร้านค้าหรือศูนย์การค้าชื่อดังของเมือง เรียกว่าช้อปปิ้งสะดวก หาของกินง่าย เที่ยวสบายเลยแหละ แต่อย่างไรก็มีข้อเสียคือ นักศึกษาที่เลือกอยู่ที่ไกลมหาวิทยาลัย จะต้องเดินทางด้วยรถโดยสาร ตรงนี้อาจจะทำให้ต้องเผื่อเวลาการเดินทางในแต่ละวันที่ไปเรียนด้วย ซึ่งช่วงฤดูหนาวนี่บอกเลยว่าทรมานใช่เล่นเลย จะออกจากหอทีคิดแล้วคิดอีก พลาดรถเมล์คันนึงนี่ต้องขอเดินไปหลบความเย็นยะเยือกก่อน แต่ช่วงทำวิทยานิพนธ์หรือช่วงปิดเทอมที่ไม่ค่อยได้เข้ามหาวิทยาลัยก็ถือว่าสะดวกมากๆ ค่ะ เพาะไม่ต้องเสียค่ารถเข้าเมือง อยู่ในหอนอกชิลล์ๆ ไป

    
      การตัดสินใจเลือกหอพัก ควรเลือกที่เหมาะสมกับสภาพการดำเนินชีวิตของตัวเอง ศึกษารายละเอียดค่าใช้จ่าย กฎระเบียบ และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ให้ดี แต่ละที่ก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายจะถูกจะแพง จะขึ้นอยู่กับสถานที่นั้นๆ มากกว่า ถ้าอยู่ในเมืองก็จะแพงหน่อย ถ้านอกเมืองก็จะถูกกว่า อย่างเช่น ในลอนดอน จะประมาณ 200-300 ปอนด์ (ประมาณ 4,500-13,500 บาท) ต่อสัปดาห์เลย แต่ถ้าเป็นเมืองเงียบๆ หน่อย ก็อาจจะอยู่ที่ประมาณ 100-200 ปอนด์ (ประมาณ 4,500-5000 บาท) ต่อสัปดาห์ โดยราคาค่าเช่า หอใน หอนอก บ้านเช่า จะต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับความใหม่ เก่า และอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องด้วย ยังไงพี่ก็ขอให้น้องๆ ได้ที่อยู่ที่ถูกใจและใช้ชีวิตในต่างแดนอย่างมีความสุขนะคะ

photo credit : pixabay

ค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกที่สุด

ความคิดเห็น

0

จำนวนแชร์
1,702

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

0 ความคิดเห็น

ลำดับความเห็น
  1. มาเป็นเม้นต์แรกกันเถอะ~

    อยากคอมเมนต์เป็นคนแรกไหมครับ?
    ข้างล่างนี้เลย! ;)

ลำดับความเห็น

แสดงความคิดเห็น

ย่างเข้าเดือนหก เราต้องพกเครื่องเขียน, ในนี้อะไรเป็นเครื่องเขียน บอกบอมบอมที (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

แสดงความคิดเห็นด้วย

(@)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .