ความคิดเห็น

0

จำนวนแชร์
1,327
    สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com คิดว่าหลายคนน่าจะเคยได้อ่านบทความเรื่องการศึกษาของประเทศฟินแลนด์กันมาบ้างแล้วนะคะ และจะเห็นได้ว่าการศึกษาของฟินแลนด์นั้นเป็นการศึกษาแบบอิสระ ไม่มีการสอบหรือการบังคับใดๆ ให้เด็กๆ ทุกคนได้เรียนรู้อย่างอิสระและค้นหาตัวตนได้อย่างเต็มที่ มาวันนี้ พี่นิทาน เลยสงสัยว่าแล้วในประเทศอื่นๆ มีโรงเรียนที่คล้ายๆ กันแบบฟินแลนด์รึเปล่านะ? อาจไม่เหมือนเป๊ะๆ แต่ก็น่าจะมีที่ใกล้เคียงและแตกต่างจากโรงเรียนธรรมดาทั่วไปบ้าง จนกระทั่งมาเจอโรงเรียนนึงและอยากมาแนะนำให้น้องๆ รู้จักกัน เรามาดูกันเลยค่ะ 

Sudbury School โรงเรียนต้นแบบของการเรียนรู้อิสระ ที่ใครจะเรียนอะไรก็ได้
   
    Sudbury Valley School ก่อตั้งเมื่อปี 1968 ที่รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เป็นโรงเรียนระดับชั้นประถม - มัธยม (4 - 19 ปี) ที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้แบบอิสระและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีกฏเกณฑ์หรือกรอบใดๆ มาบังคับ นักเรียนทุกคนมีอิสระในการคิดและการออกความเห็นและมีสิทธิ์เท่าเทียมกันหมด การเรียนรู้ที่นี่จะไม่มีวิชาใดๆ ทั้งสิ้น และไม่มีการสอบ นักเรียนแต่ละคนจะทำอะไรก็ได้ตราบใดที่ทุกอย่างคือการเรียนรู้ด้วยตัวเอง รู้จักการคิดและแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง หาความรู้ที่สนใจด้วยตัวเอง เพราะโรงเรียนเชื่อว่าไม่มีประโยชน์หากบังคับให้นักเรียนเรียนในวิชาบังคับที่พวกเขาไม่อยากเรียน และจะเรียนไปทำไมในเมื่ออนาคตอาจไม่ต้องใช้มันด้วยซ้ำ (จะว่าไปก็นึกถึงตอนเด็กๆ ที่ต้องเรียนวิชาเลขที่ไม่ชอบมากๆ เรียนแล้วเรียนอีกก็ตกตลอด แล้วพอโตมาก็ไม่ได้ใช้เลย 555) ซึ่งการเรียนรู้แบบนี้จะทำให้นักเรียนมีความมั่นใจในการ "เลือกเรียน" และหาความรู้ในสิ่งที่ตัวเองสนใจและสิ่งที่ตัวเองต้องการ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กๆ มีความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนั้นยังเป็นการเรียนรู้การเข้าสังคมกับเพื่อนนักเรียนคนอื่นอีกด้วย

Sudbury School โรงเรียนต้นแบบของการเรียนรู้อิสระ ที่ใครจะเรียนอะไรก็ได้
   
    ทุกๆ วันที่โรงเรียน Sudbury นักเรียนจะสามารถคิดค้นและทำกิจกรรมของตัวเองได้อย่างอิสระ หรือจะไปเข้าร่วมกิจกรรมอื่นของเพื่อนนักเรียนคนอื่นก็ได้ โดยนักเรียนทุกคนที่มีอายุแตกต่างกันจะมีความเท่าเทียมกันหมด ไม่มีการแบ่งแยกใดๆ ทั้งสิ้น เมื่ออยู่ที่โรงเรียนนี้ทุกคนสามารถเลือกที่จะทำหรือจะเป็นสิ่งใดก็ได้ตามที่ต้องการ นอกจากนั้นแล้วโรงเรียน Sudbury ยังเน้นความเป็น "ประชาธิปไตย" โดยจะเห็นได้จากการประชุมร่วมของโรงเรียนที่จัดขึ้นทุกๆ สัปดาห์ ที่ให้นักเรียนทุกคนมีสิทธิ์ออกความเห็นและคะแนนเสียงในการจัดการเรื่องต่างๆ ในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจิปาถะในโรงเรียน, การอำนวยความสะดวก, สิ่งที่ต้องการในโรงเรียน, เรื่องที่ควรปรับปรุง หรือแม้แต่การว่าจ้างและปรับปรุงเจ้าหน้าที่ของโรงเรียน นักเรียนและเจ้าหน้าที่ทุกคนในโรงเรียนไม่ว่าจะอายุแตกต่างกันเท่าไหน ทุกคนย่อมมีสิทธิ์เท่าเทียมกันในทุกๆ เรื่อง ดังนั้นเรื่องที่เห็นได้ชัดจากการเป็นนักเรียนที่นี่ก็คือการใช้ชีวิตและทำงานร่วมกับผู้คนต่างวัย ด้วยความที่ทุกคนเรียนรู้และทำกิจกรรมมาด้วยกันจึงทำให้ไม่มีช่องว่างระหว่างวัย และนักเรียนอายุน้อยกว่าก็ได้เรียนรู้หลายๆ อย่างจากคนที่มีประสบการณ์มากกว่าด้วย 

Sudbury School โรงเรียนต้นแบบของการเรียนรู้อิสระ ที่ใครจะเรียนอะไรก็ได้
   
    "เจ้าหน้าที่ของโรงเรียน" นั้นไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทั่วไปที่คอยดูแลเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น เพราะคำว่าเจ้าหน้าที่นี้อาจรวมถึง "คุณครู" ในโรงเรียนด้วย ความจริงแล้วโรงเรียน Sudbury ไม่ได้มีคุณครูเป็นตัวเป็นตน เพราะความที่ไม่มีวิชาที่บังคับ และไม่มีห้องเรียนที่ตายตัวว่าห้องนี้คือห้องเรียนเลข ห้องนี้เรียนวิทยาศาสตร์ ห้องนี้เรียนภาษาอังกฤษ แต่คุณครูใน Sudbury จะคอยดูแลนักเรียนอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ เน้นสอนประสบการณ์และการเรียนรู้ในเรื่องที่กว้างกว่าวิชาใดวิชาหนึ่งเท่านั้น นอกจากจะเรียนอะไรก็ได้และทำอะไรก็ได้แล้ว นักเรียนที่ Sudbury ยังใช้เวลาส่วนมากอยู่นอกห้องเรียนด้วย คือการเรียนรู้ผ่านธรรมชาติ ซึ่งการเรียนรู้นอกห้องจะทำให้นักเรียนได้เปิดโลกกว้างและได้ใช้จินตนาการและร่างกายได้อย่างเต็มที่ ทั้งดีต่อสุขภาพและดีต่อจิตใจด้วยค่ะ 

Sudbury School โรงเรียนต้นแบบของการเรียนรู้อิสระ ที่ใครจะเรียนอะไรก็ได้
   
    การเรียนรู้แบบอิสระของนักเรียนที่นี่นั้นอาจทำให้หลายคนสงสัยว่า "แล้วเด็กๆ จะพลาดความรู้วิชาพื้นฐานที่สำคัญไปรึเปล่า?" ความจริงแล้วไม่มีเด็กคนไหนจะขาดตกบกพร่องความรู้ใดๆ เลยค่ะ เพราะโรงเรียน Sudbury เชื่อว่าความรู้ต่างๆ นั้นผ่านการเรียนรู้ทุกๆ เรื่องที่เด็กๆ ได้พบเจอด้วยตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น เด็กชายคนหนึ่งสนใจในเรื่องการตกปลามาก และเขามีอายุเพียง 8 ขวบเท่านั้น เมื่อรู้ว่าตัวเองชอบอะไรเขาจึงมุ่งไปด้านนั้นโดยตรง ทั้งหาความรู้โดยการหาหนังสือมาอ่าน ดูคลิปวิดีโอและลองผิดลองถูกด้วยตัวเองหรือกับคนที่มีประสบการณ์ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องดีที่ทำให้เขาเรียนรู้ถึงการเรียนรู้ลึกลงไปในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งก็เป็นข้อดีสำหรับเด็กบางคนที่ไม่สามารถอยู่ในกรอบหรือกฏเกณฑ์ของโรงเรียนหรือความคาดหวังบางอย่างของพ่อแม่ได้ ความคิดที่ว่าทำอย่างนั้นดี เรียนแบบนี้ดี จึงไม่มีอยู่ในโรงเรียนนี้ เพราะทุกคนมีทางเลือกที่ดีที่สุดของตัวเอง

Sudbury School โรงเรียนต้นแบบของการเรียนรู้อิสระ ที่ใครจะเรียนอะไรก็ได้
   
    แต่อย่าเพิ่งคิดว่าโรงเรียน Sudbury นั้นดูไม่มีอะไร หลายคนอาจสงสัยว่าในเมื่อไม่ได้มีวิชาเรียนแบบตายตัวเหมือนโรงเรียนปกติทั่วไป แล้วนักเรียนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ยังไง? นักเรียนหลายคนจาก Sudbury ที่ตัดสินใจจะเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยจะมีการเตรียมตัวของเขาเองอย่างดี อย่างเช่นจะต้องมีการสอบวัดระดับมาตรฐาน SAT นักเรียนก็จะมีความมุ่งมั่นในการสอบด้วยตัวเองอย่างเช่นนักเรียนบางคนที่ไม่เคยมีความสนใจในวิชาเลขเลย เมื่อจะต้องใช้วิชาเลขในการสอบ เขาก็จะหาความรู้และขวนขวายเพื่อสอบเลขให้ได้ในที่สุด พูดง่ายๆ ก็คือนักเรียนทุกคนค่อนข้างเป็นตัวของตัวเองและรู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไร และจะต้องทำอย่างไรเพื่อที่จะไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ค่ะ 
 
การสมัครเรียน 
 
    ที่ Sudbury Valley School นั้นไม่มีการแบ่งแยกชนชั้น สีผิว และเชื้อชาติ ใครก็ตามที่มีอายุตั้งแต่ 4 ขวบสามารถสมัครเข้าเรียนได้ โดยจะเสียค่าเล่าเรียนปีละประมาณปีละ $8,900 หรือ 310,658 บาทค่ะ โดยจะต้องทำการกรอกใบสมัครออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ก่อน ถึงจะดำเนินการขั้นตอนอื่นได้ค่ะ 
 
ข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมสามารถดูได้ที่เว็บไซต์โรงเรียน : http://www.sudval.org/

Sudbury School โรงเรียนต้นแบบของการเรียนรู้อิสระ ที่ใครจะเรียนอะไรก็ได้

ค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกที่สุด

ความคิดเห็น

0

จำนวนแชร์
1,327

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

0 ความคิดเห็น

ลำดับความเห็น
  1. มาเป็นเม้นต์แรกกันเถอะ~

    อยากคอมเมนต์เป็นคนแรกไหมครับ?
    ข้างล่างนี้เลย! ;)

ลำดับความเห็น

แสดงความคิดเห็น

โยโย่อยากจะเดินไปทางซ้าย, ซ้ายคือทางไหน ? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

แสดงความคิดเห็นด้วย

(@)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .