ความคิดเห็น

1

จำนวนแชร์
8,125
 


 
เจ๋งสุดๆ “พี่ภูมิ กรภัทร” จากเทพไอที เป็นว่าที่คุณหมอสุดหล่อออ!!


 
          สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com เมื่อปี พ.ศ. 2554 พี่จูนได้รู้จักน้องคนนึงชื่อ ภูมิ เรียนอยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เป็นผู้ชนะทุน EF Founder’s Scholarship ประจำปี 2011 และกำลังจะไปเรียนต่อที่โรงเรียน EF International Academy, New York สหรัฐอเมริกา ก็เลยติดต่อมาถ่ายแบบและสัมภาษณ์ (อ่านต่อที่นี่) ...5 ปีผ่านไป ลองชวนน้องภูมิกลับมาพูดคุยอัปเดตชีวิตกันหน่อย แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ค่ะ ภูมิยังเป็นคนเก่งที่น่าจับตามองเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือหล่อมากกกกก เพราะงั้นอย่าช้า ไปอ่านสัมภาษณ์กันเลย!!!

 
เจ๋งสุดๆ “พี่ภูมิ กรภัทร” จากเทพไอที เป็นว่าที่คุณหมอสุดหล่อออ!!


ทักทายน้องๆ ชาว Dek-D.com หน่อยจ้า

          สวัสดีครับ ชื่อ ภูมิ กรภัทร นะครับ แต่เพื่อนที่นี่และอาจารย์จะเรียกว่า Pat เพราะว่าออกเสียงง่ายกว่า ตอนนี้อยู่ New York ครับ กำลังศึกษาด้าน จิตวิทยา (Psychology), เศรษฐศาสตร์ (Economics), และ เตรียมแพทย์ (Pre-medicine) อยู่ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (New York University) อยู่ชั้นปีที่ 4 ครับ

โอ้โห เรียนเยอะอะไรขนาดนั้น?

         ตอนแรกตั้งใจกะจะเข้ามาเรียนทางด้าน Economics อย่างเดียว แต่ภูมิมีความสนใจทางด้านวิทยาศาสตร์ด้วยครับ ตอนที่เรียน high school ที่ EF Academy เคยได้รับใบประกาศนียบัตร President’s Award for Academic Excellence 3 ใบจากประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา Barack Obama ซึ่งออกให้สำหรับนักเรียนที่เกรดเฉลี่ย 4.00 และมีความรู้ความสามารถโดดเด่นทางด้านวิชาการ ซึ่งภูมิได้รับเลือกจากโรงเรียน และอาจารย์ผู้สอนวิชาชีววิทยา (Biology) ให้ได้รับใบประกาศนียบัตรด้านนี้

         อีกประเด็นคือ ระบบการศึกษาของอเมริกาค่อนข้างแตกต่างจากประเทศไทย ในเมืองไทยนั้นถ้านักเรียนคนนึงตัดสินใจที่จะเรียนแพทย์ ก็ต้องเรียนตั้งแต่ปี 1 เลย แต่ของที่อเมริกาคือ นักเรียนปี 1-4 สามารถเลือกเรียน สาขา (Major) อะไรก็ได้ที่นักเรียนสนใจ แต่ก็ต้องเรียนวิชาแพทย์พื้นฐานควบคู่ไปด้วย หลังจากปี 4 จะมีการสอบวัดผลเพื่อเข้าเรียนวิชาแพทย์อีกครั้งในโรงเรียนแพทย์ (Medical School) ในช่วงปีที่ 5-8 ซึ่งภูมิมองเห็นโอกาสว่าเราเรียนเยอะ และสามารถใช้ความรู้ที่เรียนมาได้อย่างมีประโยชน์ และประสิทธิภาพ เราก็สามารถเลือกงานที่เราอยากทำได้หลายด้านในอนาคต

 
เจ๋งสุดๆ “พี่ภูมิ กรภัทร” จากเทพไอที เป็นว่าที่คุณหมอสุดหล่อออ!!


เล่าถึงตอนยังอยู่เมืองไทยหน่อย ตอนนั้นได้ฉายา “เทพไอที” มาจากอะไร

         
ที่ได้ฉายาว่าเทพไอทีตอนนั้นเพราะว่ามีความสนใจทางด้าน IT อย่างมากครับ โดยเฉพาะการเรียน application บน iPhone และ BlackBerry เมื่อก่อนสมัย iPhone ออกมาแรกๆ เมื่อปึ 2007 ตอนนั้นภูมิอยู่ ม.1 และเป็นเด็กคนแรกๆ ในโรงเรียนบดินทรเดชาที่ได้ใช้ iPhone เพราะได้มีโอกาสไปเที่ยวและซื้อมาจากอเมริกา ตอนนั้นเวลาจะใช้ iPhone ในเมืองไทยมันต้องใช้ software unlock เนื่องจากมันไม่สามารถใช้กับ sim card เมืองไทยได้ เพื่อนๆ คนอื่นที่เริ่มใช้เขาก็เอามาให้ภูมิ unlock sim card ให้โดยใช้ software ครับ รวมถึงแก้ปัญหาอื่นๆ ให้เช่น การใส่ keyboard ภาษาไทย และ application อื่นๆ (ตอนนั้นยังไม่มี App Store เลยด้วยซ้ำ)

        พอตอนช่วง BlackBerry เริ่มฮิต ภูมิได้เริ่มเขียน application และ ปรับปรุง BlackBerry OS บน website PDAMobiz.com เช่น การใส่ software ภาษาไทย, การตัด applicaiton ที่ไม่จำเป็นออกทำให้เครื่องทำงานเร็วขึ้น และอื่นๆ และแจก free สำหรับสามารถบน PDAMobiz เลยทำให้ตอนนั้นเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ใช้งาน BlackBerry ในประเทศไทยและในโรงเรียนครับ ตอนนั้นภูมิอายุแค่ 13-14 เองครับ เป็นนักพัฒนา software (Developer) ที่เด็กที่สุดของ PDAMobiz และ software ของภูมิได้ถูกดาวน์โหลดไปใช้มากกว่า 500,000 ครั้งในระยะเวลา 1 ปี

 
เจ๋งสุดๆ “พี่ภูมิ กรภัทร” จากเทพไอที เป็นว่าที่คุณหมอสุดหล่อออ!!


เก่งขนาดนี้ ตอนนี้ยังทำอะไรเกี่ยว OS Developer อยู่มั้ย

         
ก็ยังมีบ้างครับ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ ที่ Apple ออกมา อย่างเช่น Swift มากกว่า เพราะว่าการเขียน application หรือการ develop OS มันใช้เวลาค่อนข้างมาก และตั้งแต่เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยมาต้องเรียนรู้การจัดลำดับขั้นความสำคัญ เวลาส่วนใหญ่เลยหมดไปกับการอ่านหนังสือเรียน เพราะว่าเรียนเยอะและหนักมาก และการฝึกงาน (Internship) ก็สำคัญมากเช่นกันครับ

เล่าถึงการชิงทุน EF Founders Scholarship ที่ยากมากๆ หน่อย

         เหตุผลหลักๆ เลยตอนนั้นเพราะอยากแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายคุณแม่ครับ ค่าเทอมและค่าใช้จ่ายของโรงเรียนตกปีละประมาณ 2 ล้านบาท
ซึ่งตอนแรกที่คุณแม่ตัดสินใจจะส่งภูมิมาเรียนที่ EF Academy คุณแม่และภูมิไม่ได้รู้ว่าโรงเรียนมีทุนนี้ด้วยซ้ำ แต่พอเข้ามาคุยแล้วทางโรงเรียนเห็นว่าภูมิมีความสามารถทางด้านนี้ ก็เลยให้ภูมิลองเข้าชิงดู ซึ่งคุณแม่ก็บอกว่าถ้าได้ก็ดีนะ เพราะแม่จะได้ประหยัดเงินค่าเทอมไปครึ่งนึงต่อปี และภูมิจะได้มี pocket money ใช้จ่ายเยอะขึ้นด้วย นั่นเลยเป็นเหตุผลให้ภูมิเข้าสมัครทุนนี้ครับ

 
เจ๋งสุดๆ “พี่ภูมิ กรภัทร” จากเทพไอที เป็นว่าที่คุณหมอสุดหล่อออ!!


เป็นทุนที่มีการแข่งขันสูงมาก ตอนนั้นภูมิมั่นใจแค่ไหน

         ส่วนตัวภูมิก็ค่อนข้างมั่นใจมากครับว่าน่าจะได้ แต่คุณแม่ก็บอกว่าเผื่อใจไว้นิดนึงนะ เพราะว่าเราแข่งกับเด็กอีก 2,000 กว่าคนจาก 60 ประเทศทั่วโลก เขาคัดเลือกเด็กแค่ 6 คนเพื่อจะให้ทุนนี้ ยังไงมันก็ต้องมีคนที่เก่งกว่าเรา พอชนะก็รู้สึกดีใจมากครับ เหมือนที่คาดหวังไว้ แต่ที่สำคัญต้องขอบคุณคุณแม่ครับที่ช่วยภูมิเตรียมตัวมาอย่างดี เพราะว่าเราต้องทำ portfolio ของผลงาน และ คุณแม่ก็ช่วยติว และเดาคำถามที่เขาจะสัมภาษณ์ด้วยครับ ซึ่งออกมาตรงหลายข้อมากเหมือนกัน

คุณแม่เป็นแรงผลักดันสำคัญขนาดนี้ คุณแม่เข้มงวดกับภูมิมากมั้ย

          
คุณแม่ให้อิสระเต็มที่ครับ ไม่ว่าภูมิอยากจะเรียนอะไรคุณแม่ก็สนับสนุนมาตลอดไม่เคยบังคับตราบใดที่ภูมิสามารถเรียนได้

 
เจ๋งสุดๆ “พี่ภูมิ กรภัทร” จากเทพไอที เป็นว่าที่คุณหมอสุดหล่อออ!!


ตั้งแต่ได้ทุน ภูมิก็อยู่ต่างประเทศตลอด ได้กลับมาไทยบ้างมั้ย 

          
ตั้งแต่ย้ายมาอเมริกาก็ได้กลับเมืองไทยแค่ 3 ครั้งเองครับ ช่วงปี 2011, 2012, และครั้งสุดท้ายตอนปี 2013 ที่ไม่ค่อยได้กลับ เพราะว่าครอบครัวตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่อเมริกากันหมดเลยครับ คุณแม่ คุณน้า และคุณยาย อยู่ West Coast เลยไม่ค่อยมีเหตุผลที่จะต้องกลับครับ

ตอนย้ายไปใหม่ๆ ต้องปรับตัวเยอะมั้ย

          
สำหรับภูมิก็ไม่เยอะมากครับ เพราะว่าปกติก็เดินทางมาอเมริกาปีละ 2 ครั้ง มาใช้ชีวิตอยู่ที่ Washington DC ทุกปิดเทอมอยู่แล้วก่อนหน้าที่จะย้ายมาเรียน แต่ถ้าสำหรับคนทั่วไป ภูมิว่าหลักๆ เลยจะเป็นเรื่องระบบการศึกษามากกว่าเพราะว่าค่อนข้างแตกต่างจากที่เมืองไทย ที่นี่ห้องเรียนนึงจะมีนักเรียนน้อยมากครับ ไม่เกิน 15 คน และการเรียนส่วนใหญ่จะเป็นการทำความเข้าใจ และถาม-ตอบคำถามในห้องเรียนมากกว่าการมานั่งท่องจำ และการสอบมากกว่า 90% จะเป็นการเขียน ไม่ใช่การฝนเลือกคำตอบเหมือนเมืองไทย ซึ่งมันต้องใช้ความเข้าใจจริงๆ ในการเขียนอธิบาย ที่นี่จะมีการสอบย่อยบ่อยมากๆ เช่นกัน บางวิชาอาทิตย์ละ 1 ครั้ง บางวิชา 2 ครั้ง และ บางครั้งมี pop quiz ซึ่งอาจารย์จะไม่ได้แจ้งก่อนว่าวันนี้จะมีการทดสอบ พอเดินเข้าห้องปุ๊บเขาจะยื่นคำถามให้เลย ซึ่งส่วนใหญ่ pop quiz เนี่ยเขาจะให้เวลาแค่ 5-10 นาที ก่อนเริ่มคาบเรียน ซึ่งถ้าสอบตกที่นี่ไม่มีซ่อมเหมือนที่เมืองไทย

         การตัดเกรดก็แตกต่างนะครับ ที่นี่จะได้เกรด A (หรือ 4.00) ต้องได้คะแนนเฉลี่ยรวมกัน 96% ขึ้นไป ไม่เหมือนเมืองไทยที่ 80% ก็ได้เกรด 4 แล้ว นอกจากนั้นเวลาทำรายงานส่ง โรงเรียนจะใช้โปรแกรมตรวจจับด้วยว่าทำเองหรือลอกมาจาก Internet หรือเพื่อนร่วมชั้น เพราะว่าที่นี่เขาถือว่าการขโมยความคิดเป็นความผิดร้ายแรงมาก ซึ่งสามารถโดนไล่ออกจากโรงเรียนได้เลยทีเดียว

 
เจ๋งสุดๆ “พี่ภูมิ กรภัทร” จากเทพไอที เป็นว่าที่คุณหมอสุดหล่อออ!!


แนะนำเพื่อนๆ น้องๆ ที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศหน่อย

          
ภูมิแนะนำว่าน้องๆ ที่อยากจะมาเรียนต่อต่างประเทศนั้นควรจะฝึกภาษาอังกฤษ ทั้งฟัง พูด อ่าน และเขียนเยอะๆ ให้คล่องครับ เพราะการเรียนที่อเมริกานี่มีการอ่านและพูดเยอะมาก อย่างวิชาภาษาอังกฤษที่นี่ เขาไม่ได้มานั่งสอน Grammar เหมือนประเทศไทย แต่จะเป็นการแลกเปลี่ยนความเห็น และการแปลความหมายของหนังสือวรรณกรรม (Literature) เช่น Shakespeare, Charlotte and Emily Bronte, Jane Austen, Ernest Hemingway และกลอน ซึ่งท้ายคาบอาจารย์จะให้การบ้านว่าจะต้องอ่านกี่หน้า พอคาบต่อไปมาถึงห้องเรียนปุ๊บ ก็จะมีการนั่งเป็นวงกลม และตอบคำถาม ซึ่งภูมิจำได้ว่าบางเทอมเคยต้องอ่านหนังสือ 6-7 เล่ม นอกจากนั้นแล้วควรจะศึกษาวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ ที่อยากจะไปเรียน จะช่วยให้การปรับตัวเข้ากับสังคมง่ายขึ้นเช่นกันครับ

 
เจ๋งสุดๆ “พี่ภูมิ กรภัทร” จากเทพไอที เป็นว่าที่คุณหมอสุดหล่อออ!!


หลายคนกลัวเรื่องการหาเพื่อนใหม่ ถ้ากลัวไม่มีเพื่อนจะทำไงดี

           
ไม่ยากครับ แค่คุยเข้าไว้เยอะๆ และเข้า clubs และกิจกรรม หรือเล่นกีฬาที่ตัวเองสนใจก็จะได้เพื่อนง่ายมากๆ อย่างตอนที่ภูมิอยู่ high school ภูมิทำกิจกรรมหลายอย่าง เช่น เป็นนักอ่านข่าวโรงเรียน ซึ่งทุกเย็นจะต้องมาอัดเทป อาจารย์จะได้นำมาเปิดตอนเช้าให้นักเรียนทั้งโรงเรียนฟังช่วงคาบ homeroom, เป็นช่างภาพโรงเรียน, เป็นนักเขียนในหนังสือวรรณกรรมของโรงเรียน, เล่นกีฬา The Ultimate Frisbee, จัดกิจกรรมโปรโมทวัฒนธรรมไทย และอื่นๆ ครับ

          พอเข้ามหาวิทยาลัยที่ New York University ก็ได้เข้าร่วมทีมจักรยาน (Cycling), กิจกรรมเช่น Thai Student Assosiation ซึ่งแต่ละปีก็จะมีการจัดงาน เช่น ลอยกระทง, สงกรานต์ โปรโมทวัฒนธรรม และอาหารไทย และสมัครเข้าเป็นสมาชิกวุฒิสภานักเรียน (University Senate) ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เปิดโอกาสให้ภูมิได้รู้จักคนมากขึ้น และได้เพื่อนใหม่ๆ ส่วนการดูแลตัวเองอื่นๆ ก็คงจะเป็นการดูแลรักษาสุขภาพ และเลือกคบเพื่อนกลุ่มที่น่าไว้วางใจและเชื่อถือได้ และไม่เอาตัวเองไปตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัยครับ

 
เจ๋งสุดๆ “พี่ภูมิ กรภัทร” จากเทพไอที เป็นว่าที่คุณหมอสุดหล่อออ!!


ไปอยู่นานขนาดนี้ต้องมีเรื่องสนุกๆ เยอะแน่ เล่าหน่อย!

          
เรื่องเล่ามีเยอะมาก หลักๆ เลยน่าจะเป็นเรื่องเที่ยวและกิจกรรมที่ทำมากกว่าครับ ส่วนมากภูมิจะชอบไปสกีช่วงฤดูหนาวของทุกปี อย่างฤดูหนาวที่ผ่านมานี่ก็ไปสกีที่ Vermont กับ Canada มา 3 อาทิตย์ตอนปิดเทอมครับ ที่ชอบสกีเพราะมันท้าทายดี โดยเฉพาะเวลาที่ลงภูเขาที่ชันและแคบ ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมานี่ก็ได้ไป Surf เกือบจะทุกอาทิตย์ ได้เพื่อนใหม่ๆ และสังคมของคนที่ชอบเล่นกีฬา Surfing

          นอกจากนั้นแล้วก็ยังได้มีโอกาสไปเทศกาลดนตรีอย่าง Governor’s Ball Music Festival New York และ EDC Las Vegas ซึ่งงานนี้ภูมิได้ดูศิลปินที่ชอบหลายคนมากๆ อย่างเช่น Drake, Lana Del Ray, Florence and the Machine, The Chainsmokers, Zedd, Martin Garrix และคนอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก และปีหน้าคงจะกลับไปอีกแน่นอน

 
เจ๋งสุดๆ “พี่ภูมิ กรภัทร” จากเทพไอที เป็นว่าที่คุณหมอสุดหล่อออ!!


          แล้วก็ยังได้ไปเที่ยวอีกหลายที่ เมื่อเดือนมิถุนายนภูมิอยู่ที่ Arizona ได้ไปเที่ยว Grand Canyon และเมือง Sedona และ Las Vegas ทั้งเดือน เดือนกรกฏาคมภูมิได้ไปล่องเรือ (Cruise) ไปที่เกาะ Bermuda ซึ่งหลายคนอาจจะเคยได้ยินว่าเกาะ Bermuda นี่มันใช่สามเหลี่ยม Bermuda หรือเปล่า แล้วมันไม่น่ากลัวเหรอ เพราะหลายคนคงเคยได้ยินตำนาน ต้องบอกก่อนเลยว่าเกาะ Bermuda นั้นสวยมากๆ เป็นเรื่องสามเหลี่ยมดูดเครื่องบินนั้นก็เป็นแค่เรื่องเล่า จริงๆ แล้วนั้นเกาะ Bermuda อยู่ในส่วนที่ไม่โดนพายุเลยทั้งปี ซึ่งทำให้อากาศดีมาก และแดดออกตลอดทั้งปี ไม่ร้อนเกินไป หรือหนาวเกินไป

          นอกจากนั้นแล้วเกาะ Bermuda ยังเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษ หลังคาของบ้านและตึกทุกหลังจะเป็นสีขาวหมด เพราะกฏหมายกำหนดให้เป็นแบบนี้ ทำให้ทั้งเกาะดูขาวสะอาด น้ำทะเลก็สีฟ้าและใส และทรายถ้าดูดีๆ อย่างละเอียดจะเห็นว่าเป็นสีชมพูอ่อนๆ ได้ไปดำน้ำดูปะการัง และถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งภูมิเป็นคนชอบถ่ายรูปอยู่แล้วเลยทำให้ได้รูปสวยๆ มาเพียบเลย 

 
เจ๋งสุดๆ “พี่ภูมิ กรภัทร” จากเทพไอที เป็นว่าที่คุณหมอสุดหล่อออ!!


หลังจากนี้แพลนอนาคตไว้ยังไงต่อ

           
ตอนนี้หลักๆ ที่คิดไว้ก็คือ การสอบวิชาแพทย์ (MCAT) เพื่อเข้าเรียนแพทย์ปี 5-8 ครับ ซึ่งจะต้องเริ่มสอบเร็วๆ นี้แล้ว ช่วงนี้ยังมีเวลาอีกประมาณ 3 อาทิตย์ก่อนเปิดเทอม ภูมิก็ใช้เวลาตรงนี้ติวสอบอย่างหนัก เพราะรู้ว่าเปิดเทอมจะต้องยุ่งมากๆ และไม่มีเวลาแน่ๆ หลังจากนั้นคงจะอยู่นิวยอร์กต่อยาวๆ จนเรียนจบแพทย์เลยครับ

ฝากถึงน้องๆ ที่อยากมีโอกาสดีๆ แบบนี้บ้าง

           
ก่อนอื่นเลยต้องตั้งใจเรียนครับ อันนี้สำคัญมาก เพราะการเรียนดีมันเหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้ชีวิตหลายๆ อย่างนอกจากนั้นแล้ว ถ้าน้องๆ มีความสามารถพิเศษที่โดดเด่นก็ยิ่งจะทำให้ง่ายเข้าไปใหญ่ในการสอบทุนหรือสอบเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยต่างประเทศโดยเฉพาะในอเมริกา มหาวิทยาลัยอันดับดีๆ ในอเมริกาไม่ได้ต้องการแค่เด็กเรียนเก่ง แต่เขาต้องการเด็กที่มีความสามารถ ความมั่นใจ เด็กที่รู้ตัวเองว่าชอบทำอะไร และอยากเป็นอะไร ส่วนน้องๆ ที่ยังค้นหาตัวเองอยู่ก็ให้ลองย้อนไปดูครับว่าชอบทำอะไร หรือเรียนวิชาอะไรแล้วทำได้ดีที่สุด และมีความสุขที่สุด เพราะการทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และมีความสุข มันก็จะทำให้น้องมีความสุข และหาตัวเองเจอในที่สุดครับ

          ส่วนน้องๆ คนไหนอยากจะมาเรียนต่างประเทศ ลองหาทุนที่สนใจดูครับ หลายๆ องค์กรเปิดโอกาสให้นักเรียนที่เรียนดี และมีความสามารถสมัครมาเรียนต่างประเทศได้เหมือนกัน อย่างโรงเรียนมัธยมของภูมิก็มีทุนเช่นกัน ซึ่งถ้าน้องๆ คนไหนมีคำถาม หรืออยากปรึกษา หรืออยากจะเข้ามาทักทาย ก็สามารถเข้ามาทักทายกันได้ที่ Instagram หรือ facebook ยินดีตอบทุกคำถามครับ

 
เจ๋งสุดๆ “พี่ภูมิ กรภัทร” จากเทพไอที เป็นว่าที่คุณหมอสุดหล่อออ!!



          โอยยย... อ่านแล้วแอบคิดกันมั้ยว่าทำไมพี่ภูมิจะต้องเก่งเบอร์นี้!!! พี่จูนเคยเจอคุณแม่พี่ภูมินะคะ ขอบอกเลยว่าการที่คนในครอบครัวสนับสนุนให้ลูกได้มีโอกาสทำสิ่งที่ชอบนั้นเป็นใบเบิกทางที่ดีมากๆ เลยล่ะค่ะ แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคืออย่างที่พี่ภูมิบอกไป เราควรรู้ว่าเราถนัดหรือชอบอะไร ควรค้นหาตัวเองให้เจอเสียก่อน แล้ววันนึง... เราก็จะมีโอกาสดีๆ แบบนี้เช่นกัน

           
สุดท้ายนี้ พี่จูนก็ขอเป็นกำลังใจให้ชาว Dek-D.com ที่กำลังค้นหาตัวเองนะคะ :) น้องๆ คนไหนที่สนใจค้นหาทุนเรียนต่อนอก คลิกเลย 


 

ขอขอบคุณ พี่ภูมิ กรภัทร จันทรปรรณิก
Instagram @pumpkinpaddiepie
facebook @pchantraparnik


 
ดูหมวดนี้ต่อได้ใน Teen Trends > เทรนด์อัปเดต
ความคิดเห็น

1

จำนวนแชร์
8,125

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

1 ความคิดเห็น

  1. เมื่อ 23 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ไอดอลเลยค่ะ >//<รักเลยรักเลยรักเลย

    #1

แสดงความคิดเห็น

ย่างเข้าเดือนหก เราต้องพกเครื่องเขียน, ในนี้อะไรเป็นเครื่องเขียน บอกบอมบอมที (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

แสดงความคิดเห็นด้วย

(@)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .