ความคิดเห็น

4

จำนวนแชร์
2,079
 

'เจ้าหญิงผู้เลอโฉม' คัมแบ็คพร้อมนิยายเรื่องใหม่

สวัสดีชาวไรเตอร์ทุกคนค่ะ มาพบกับพี่น้ำผึ้งอีกนะคะ ในวันนี้พี่ก็มาพร้อมกับนักเขียนคนเก่งแห่งแจ่มใสอย่าง เจ้าหญิงผู้เลอโฉม’ ที่ครั้งนี้เธอไม่ได้มาเล่นๆ นะคะ แต่มาพร้อมกับนิยายเรื่องใหม่ ‘Nippon Honey  รักหวานละไมหัวใจใบไม้สีแดง’ แค่ฟังชื่อก็สัมผัสได้ถึงความเป็นญี่ปุ่นแล้ว อะไรกันน้าที่เป็นแรงบันดาลใจของนักเขียนสาวสวยคนนี้ จะเป็นเพราะแพ้ทางหนุ่มญี่ปุ่นหรือเปล่า หรือว่าหลงใหลในในวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ถ้าอย่างนั้นมาฟังเจ้าหญิงผู้เลอโฉมไขข้อสงสัยและฟังเทคนิคเขียนนิยายดีๆ จากเธอกันเลยดีกว่าค่ะ
 

‘เจ้าหญิงผู้เลอโฉม’ คัมแบ็คพร้อมนิยายเรื่องใหม่
 
เจ้าหญิงผู้เลอโฉมค่ะ เลอโฉมจริงๆ ด้วย :)
 

สวัสดีค่ะ สบายดีไหม ทำอะไรอยู่คะ เรียนที่ญี่ปุ่นเป็นยังไงบ้าง เรียนหนักไหม

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม: ตอนนี้กลับมาประเทศไทยแล้วค่ะ กำลังจะเริ่มทำงานในบริษัทญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนกรกฏาเป็นต้นไปค่ะ ทำควบคู่ไปกับการเขียนนิยายด้วย เพราะไม่อยากลืมภาษาญี่ปุ่นที่อุตส่าห์ไปเรียนที่โอซาก้ามาปีครึ่งค่ะ การเรียนที่ญี่ปุ่นก็...อันดับแรกเลยคงต้องบอกว่าเรียนหนักมาก เพราะด้วยความที่คนญี่ปุ่นเป็นคนจริงจัง จะทำอะไรก็ต้องจริงจัง ทุ่มสุดตัว ทำให้เต็มที่ มีวินัยในตัวเอง ต้องรับผิดชอบสูงมาก มีการบ้านทุกวัน และยังต้องทบทวนบทเรียนเตรียมสอบย่อยในเช้าวันถัดไป รวมถึงเติมความรู้ให้ตัวเองด้วยค่ะ เพราะลำพังแค่ความรู้ในห้องเรียนมันไม่พอ เราต้องศึกษาเพิ่มเติม อ่านเพิ่มเติมด้วย และที่สำคัญที่สุดคือต้องเอาไปใช้ค่ะ เพราะถ้าเรียนมาแค่หลักภาษา แต่ไม่เคยได้ทดลองเอาไปใช้สนทนาในชีวิตจริง เราก็จะไม่สามารถสื่อสารกับคนญี่ปุ่นได้สักทีค่ะ 
 
ตอนแรกยอมรับว่ากลัว เพราะมันยากมาก กลัวพูดผิดด้วย กลัวถูกหัวเราะเยาะ กลัวสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง แต่พอได้ออกไปเที่ยว ไปทำงานพิเศษ ได้ออกไปพบเจอกับคนญี่ปุ่น ได้มีโอกาสคุยกับคนญี่ปุ่นมากขึ้นก็รู้ว่าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เขาไม่หัวเราะเวลาเราพูดผิด เขาพยายามทำความเข้าใจ มีแก้ให้ด้วยค่ะบางที (555) และพอเราได้ฝึกใช้บ่อยๆ เราก็จะคล่องขึ้นนะคะ แล้วก็จะมีความกล้าในการใช้ภาษาญี่ปุ่นมากขึ้นค่ะ พอใช้แล้วก็จะรู้สึกมุ้งมิ้ง เพราะเวลาพูดภาษาญี่ปุ่นจะกลายเป็นใช้เสียงสองไปโดยอัตโนมัติ ฟีลเหมือนนางเอกอนิเมะคุยกัน ฟรุ้งฟริ้งอย่าบอกใคร

 
การเรียนที่ญี่ปุ่นให้ประสบการณ์อะไรบ้างที่นำมาใช้ในการเขียนนิยายคะ
เจ้าหญิงผู้เลอโฉม: ประสบการณ์เยอะมาก เพราะเป็นการใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเลยจริงๆ ได้เจอเรื่องราวใหม่ๆ มากมาย แถมยังได้รู้จักนิสัยใจคอรวมถึงวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นแบบอินไซด์มาก เรียกได้ว่าสามารถเขียนเซ็ต Nippon หนุ่มญี่ปุ่นได้แบบอินกว่าเดิม ข้อมูลแน่นกว่าเดิมค่ะ บางทีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มันก็ทำให้นิยายของเรามีความสมบูรณ์ขึ้นนะคะ การได้ใช้ชีวิตอยู่ในโอซาก้า ได้รู้จักและเป็นเพื่อนกับคนญี่ปุ่น ทำให้เรามีวัตถุดิบที่จะเอาไปใช้ประกอบงานเขียนของเรามากขึ้น ไหนจะสถานที่ต่างๆ การเดินทางในเมือง และยังเรื่องของภาษาอีกค่ะ เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากจริงๆ เพราะเหมือนเป็นการเปิดโลกของเรา เนื่องจากตัวเราเองก็โตขึ้นด้วยหลังจากต้องไปใช้ชีวิตอยู่คนเดียวไม่มีพ่อกับแม่คอยดูแลเหมือนสมัยอยู่ไทย เราก็ต้องสู้ ต้องไฟต์ ทำทุกอย่างเองตั้งแต่หาอพาร์ตเมนต์อยู่ ติดต่อเรื่องไฟฟ้า น้ำประปา อินเตอร์เน็ต ซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน ติดต่อเรื่องการรับ – ส่งของ ต้องไปที่อำเภอเพื่อติดต่อเรื่องย้ายทะเบียนบ้าน เรื่องจ่ายค่าประกันสุขภาพ กระทั่งการไปหาหมอในญี่ปุ่น หรือสมัครทำงานพิเศษที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ต้องทำเองหมดทุกอย่าง มันเป็นรายละเอียดยิบย่อยที่จะไม่มีทางได้รู้เลยถ้าไม่ได้ไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ และพอเราได้ไปลอง ไปลุยเอง มันก็สนุกดีค่ะ ถึงจะเหงานิดหน่อยในตอนแรกแต่ก็รู้สึกดีที่เราโตขึ้น ทำให้ตัวละครในเรื่องเราโตขึ้น มีมิติมากขึ้นไปด้วย (หรือพูดอีกแง่ก็คือแก่ขึ้นนั่นเองค่ะ ฮือๆ)

 

มีการแบ่งเวลามาเขียนนิยายยังไงบ้างคะ เผื่อเพื่อนๆ อยากได้เคล็ดลับไปปฏิบัติตาม

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม: อันนี้ตอบเลยว่าจริงๆ เป็นคนที่ไม่มีแผนการ ไม่มีกฏระเบียบ ไม่มี schedule อะไรทั้งนั้น จะทำตามใจตามอารมณ์ตัวเองซะส่วนใหญ่ เลยไม่เคยจัดตารางชีวิตเลยค่ะ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำได้ดี นั่นคือการจัด priority หรือการจัดลำดับความสำคัญค่ะ คือจะลิสต์ไว้เลยว่าเราต้องทำอะไรบ้าง อันไหนสำคัญที่สุด อันไหนด่วนที่สุด พอเรียงลำดับได้แล้วก็ต้องดึงสติค่ะ ถ้าสติแตกอยู่ก็ต้องสงบสติ แล้วก็เริ่มต้นเคลียร์ไปทีละอย่างสองอย่างจนหมดค่ะ ถ้าเหนื่อยกลางทางก็ไปพัก ไปทำอะไรที่เราชอบ ไปทำกับข้าวกับพ่อบ้าน ไปกินขนม ไปนอนกลิ้งกับแมว หรือไปนั่งดูหนังดูอนิเมะ อ่านการ์ตูนอะไรก็ว่าไป คือต้องไม่ทำให้เราเครียดจนเกินไป ไม่งั้นจะพังหมดทุกอย่างและไม่ได้งานค่ะ 

อย่างตอนที่เรียนอยู่ญี่ปุ่นเราก็จะคิดเสมอว่า priority ของเราคือการเรียนนะ เราอุตส่าห์บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาเรียนนะ เราก็ต้องเอาเรื่องเรียนก่อน คือกลับมาห้องก็ทำการบ้านก่อน แล้วก็อ่านเตรียมสอบคันจิ ทวนบทเรียน แล้วค่อยหาอะไรกิน นั่งดูหนังไปพลาง พักสักแป๊บแล้วก็เขียนนิยายต่อ อะไรแบบนี้ค่ะ คือรับผิดชอบหน้าที่หลักของตัวเองให้ได้ แล้วเรื่องอื่นจะตามมาเอง มันอยู่ที่การบาลานซ์ชีวิต ต้องไม่ให้หนักไปทางใดทางหนึ่งมากเกิน ไม่เรียนอย่างเดียวหรือทำงานอย่างเดียวจนไม่ได้ออกไปเจอโลกเจอผู้คน เพราะงั้นเราก็เลยสามารถเรียนจนจบได้อย่างปลอดภัย แล้วก็ได้เที่ยวไปเกือบทั่วเกาะญี่ปุ่นเลยค่ะ ไล่มาตั้งแต่ฮอกไกโดยันคิวชู ไปมาเกือบหมดแล้วค่ะ รู้สึกว่าไหนๆ เราก็มาอยู่ที่นี่ทั้งทีเราควรจะไปให้ทั่วๆ จะได้เก็บบรรยากาศกลับมาเขียนนิยายต่อได้อีกค่ะ กำไรหลายต่อเลยทีนี้ ^^

เราเชื่อว่า 'เวลาน่ะคนเรามีเท่ากัน อยู่ที่ว่าเราจะบริหารมันยังไงซะมากกว่า สำคัญคือต้องมีความรับผิดชอบแต่ไม่กดดันตัวเองจนเกินไปค่ะ เพราะสุขภาพจิตก็สำคัญพอๆ กับหน้าที่และความรับผิดชอบเนอะ

 

ผลงานล่าสุดที่กำลังจะวางขาย Nippon Honey รักหวานละไมหัวใจสีใบไม้แดง อยากให้เล่าเรื่องย่อๆ ชวนเพื่อนๆ มาอ่าน

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม: เป็นเล่มที่สี่ ของ “นากามุระ ฮายาโตะ” หนุ่มคนที่สี่ในเซ็ต Nippon เซ็ตหนุ่มญี่ปุ่นค่ะ >_< เพราะโผล่มาเป็นเพื่อนรักของพระเอกตั้งแต่เล่มแรก (Nippon Sweetie รักหวานใสหัวใจสีซากุระแล้วก็ปรากฏตัวเรื่อยมาในทุกๆ เล่มก่อนหน้า นักอ่านก็เลยเอ็นดูนางมากเป็นพิเศษ รวมถึงคนเขียนด้วยค่ะ เพราะฮายาโตะเป็นหนุ่มคันไซ และตัวคนเขียนเองก็ไปอยู่คันไซมาปีครึ่ง บอกเลยว่าหลงรักหนุ่มคันไซม้ากมาก >///< ทำให้เล่มนี้มีจำนวนหน้ามากกว่าเล่มอื่นๆ เป็นเท่าตัวค่ะ หนาซะยังกะพจนานุกรมเลยทีเดียว

ถ้าพูดถึงเรื่องย่อ สำหรับเซ็ตนี้มีคอนเซปท์ว่านางเอกจะต้องเป็นสาวไทยอย่างเราๆ และพระเอกก็จะเป็นหนุ่มญี่ปุ่นสุดฮอตในคาแรกเตอร์ต่างๆ กันค่ะ และธีมของนากามุระ ฮายาโตะก็คือหนุ่มขี้เล่น ร่าเริง เฮฮา ใจดี อ่อนโยน แนวพี่ชายกวนๆ และออกจะทึ่มนิดๆ แต่ก็มีความจริงจังและจริงใจขั้นสุด เป็นผู้ชายแบบที่เราชอบที่สุดเลยค่ะ ค่อนไปทางแฟมิลี่แมน เขียนไปก็อยากจะจับทำแฟนขึ้นมาค่ะ >O<
 

‘เจ้าหญิงผู้เลอโฉม’ คัมแบ็คพร้อมนิยายเรื่องใหม่

Nippon Honey


ส่วนนางเอกก็เป็นคุณหนูที่ถูกสอนมาตลอดว่าชีวิตนี้อยากได้อะไรก็ต้องพยายามคว้ามาให้ได้ด้วยตัวเอง เธอจึงไม่เชื่อในการอธิษฐานขอพรอะไร แล้วก็กลายเป็นเหตุให้ได้มาพบกับฮายาโตะ ผู้ชายที่กลายมาเป็นเหตุผลที่ทำให้เธออยากขอพรจากเทพเจ้าขึ้นมาเป็นครั้งแรกในชีวิต แล้วสุดท้ายท่านเทพอินาริแห่งศาลเจ้าฟูชิมิอินาริก็ทำให้ฮายาโตะกับเมเปิ้ลได้มาพบกันอีกครั้งตามที่เธออธิษฐานไว้ แถมเขายังมาสถาปนาตัวเองเป็น 'พี่ชายของเธอโดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าน้องสาวอย่างเธอมันคิดไม่ซื่อ

แต่เทพเจ้าก็ไม่ได้ให้นางเอกของเราสมหวังไปซะทุกอย่างนะคะ เพราะพระเอกของเราก็มีความลับอยู่หลายอย่างที่ไม่ได้บอกเธอ และความลับของเขาจะเป็นอะไรนั้น...เชิญหาคำตอบกันได้ในเล่มเลยค่า วางแผงตั้งแต่ กรกฏานี้เป็นต้นไปค่ะ ^O^
 

ทำไมหัวใจต้องสีใบไม้แดงคะ

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม: ประเทศญี่ปุ่นมีเสน่ห์ต่างกันไปในแต่ละฤดู ก็เลยอยากจับเอาบรรยากาศหวานๆ ซึ้งๆ โรแมนติกตรงนี้เข้ามาใส่ในนิยาย ด้วยเหตุนี้เซ็ต Nippon นี้หนุ่มๆ ของเราจึงมีธีมเป็นฤดูต่างๆ ทำให้นักอ่านได้สัมผัสกับหัวใจหลายๆ สีค่ะ >///< อย่างโคเฮ (Nippon Sweetie) ก็จะเป็นฤดูใบไม้ผลิ จึงได้หัวใจสีซากุระไป >_< ส่วนยูจัง (Nippon Cutie) ก็จะเป็นหนุ่มฮอกไกโด ธีมก็เลยเป็นฤดูหนาวค่ะ และอีกคนก็คือมาซารุคุง (Nippon Baby) ที่เป็นหนุ่มนักเบสบอล พูดถึงเบสบอลก็ต้องนึกถึงหน้าร้อนใช่มั้ยคะ เพราะงั้นก็เลยได้ธีมเป็นฤดูร้อนไป

พอมาถึงฮายาโตะก็เป็นคิวของฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ฤดูใบไม้ร่วงก็จะเป็นช่วงเวลาที่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นสีแดงสด โรแมนติกสุดๆ เลยค่ะ >_< ส่วนตัวก็ชอบฤดูนี้มากๆ เลย ช่วงที่อยู่โอซาก้าก็มีโอกาสได้ไปชมใบไม้แดงกับฮายาโตะด้วย (มโนนอกจากนี้ชื่อของนางเอกก็คือเมเปิ้ล ใบเมเปิ้ลจะเปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงค่ะ

เพราะเมเปิ้ลเป็นหัวใจของฮายาโตะ แถมครั้งแรกที่ทั้งสองคนพบกันก็เป็นวันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วงด้วย... ดังนั้นหัวใจของฮายาโตะก็น่าจะเป็นสีใบไม้แดงค่ะ ^^ 
 

ถ้าไม่ได้อ่าน set Nippon (Nippon Sweetie รักหวานใสหัวใจสีซากุระ, Nippon Cutie รักหวานละมุนวุ่นหัวใจหนุ่มชินคันเซน,  Nippon Baby รักหวานมันโฮมรันหัวใจเจ้าชายเบสบอลมาก่อน มาอ่านเล่มนี้เลยได้ไหม

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม: ได้เลยไม่มีปัญหาค่ะ เพราะเนื้อเรื่องแต่ละเล่มจะแยกเป็นคู่ๆ ค่ะ แค่จะมีตัวละครจากเล่มก่อนๆ โผล่มาแจมนิดหน่อย แต่ไม่ทำให้งงแน่นอนค่ะ >_< เริ่มอ่านจากเล่มนี้ได้เลย (แต่ก็แอบหวังนิดๆ ในใจว่าพออ่านแล้วจะติดใจจนต้องไปตามอ่านสามเล่มก่อนหน้าด้วยนะคะ อิอิ)
 

ตอนที่เขียนลงเว็บเด็กดี ได้ผลตอบรับจากแฟนคลับอย่างไรบ้าง

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม: เพราะเล่มนี้ทิ้งช่วงห่างจากเล่มอื่นๆ นานเป็นปีค่ะ นักอ่านก็เลยตื่นเต้นมากกว่าปกติ รู้สึกปลื้มใจมากที่มีคนรอติดตามแม่บ้านโอซาก้า ฮายาโตะคุงมากมายขนาดนี้ แอบกดดันนิดๆ ด้วยว่าจะเขียนได้ดีเท่าสามเล่มแรกรึเปล่า แต่ดูจากเสียงกรี๊ดแล้ว...นับว่าฮายาโตะไม่น้อยหน้าโคเฮซามะ ยูจัง แล้วก็มาซารุคุงเลยค่ะ (555) มีบางคนบอกว่าจะอดทนไม่อ่านในเว็บเพราะอยากรออ่านเต็มๆ ในเล่ม และบางคนก็ทนไม่ไหวตบะแตกแอบอ่านก่อนก็มีค่ะ ก็มีน้องๆ นักอ่านเข้ามาส่งฟีดแบ็กเป็นระยะๆ คนเขียนก็ชื่นใจค่ะ มีแรงเขียนเล่มต่อไปรัวๆ เลยค่ะ ^^ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ 
 

เขียนเรื่องหนุ่มญี่ปุ่นแบบนี้ เป็นเพราะหัวใจตกเป็นของหนุ่มญี่ปุ่นแล้วหรือเปล่าคะ (หรือได้แรงบันดาลใจมาจากไหนคะ)

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม: หัวใจตกเป็นของพ่อบ้านญี่ปุ่นไปแล้วค่ะ (5555) จริงๆ แล้วชอบหนุ่มญี่ปุ่นมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ ด้วยอิทธิพลของโชโจมังงะทั้งหลายที่มีเต็มบ้าน ถึงขั้นเลือกเรียนสายศิลป์ภาษาญี่ปุ่นตอนเรียนม.ปลายที่เตรียมอุดมเลยค่ะ >_< แต่แรงบันดาลใจจริงๆ ที่ทำให้อยากเขียนเซ็ตหนุ่มญี่ปุ่นก็คือเพลงค่ะ ช่วงนั้นบ้าเพลงของวง GReeeeN มากๆ เลยค่ะ ที่ชอบที่สุดก็เพลง キセキ (คิเซกิที่แปลว่าปาฏิหาริย์ค่ะ พอฟังแล้วฟีลญี่ปุ่นก็มา ฟีลโรแมนติกซึ้งๆ หวานๆ มุ้งมิ้ง แนวความรักในรั้วโรงเรียนของเด็กญี่ปุ่น แล้วภาพของโคเฮก็ผุดขึ้นมาในหัวใจเลยทีเดียว อีกอย่างตอนยังเป็นเด็กม.ปลายก็เคยมีความฝันว่าอยากจะไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น อยากจะไปอิอ๊างกับหนุ่มๆ ม.ปลายที่ญี่ปุ่น พอโตมาก็เลยเอามาเขียนเป็นนิยายเพื่อสนองนี้ดตัวเองค่ะ (เพราะต่อให้ไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นตอนนี้ก็เป็นได้แค่ป้าๆ สำหรับหนุ่มๆ ไฮสคูลไปซะแล้ว T_T) พอเขียนแล้วหัวใจมันโดคิโดคิสุดๆ เลย มีความสุขมากๆ เหมือนได้ทำฝันสมัยเด็กให้เป็นจริงเลย
 

ได้แรงบันดาลใจคาแรคเตอร์พระเอก ฮายาโตะ มาจากหนุ่มญี่ปุ่นคนไหนรึเปล่า

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม: ตอนอยู่ญี่ปุ่นแอบแอ๊วหนุ่มญี่ปุ่นผมทอง (ขอสงวนชื่อจริง 555) อยู่คนนึงค่ะ คาแรกเตอร์คล้ายกับ “นากามุระ ฮายาโตะ” ที่จินตนาการไว้มากๆ ก็เลยแอบอิงมาเป็นฮายาโตะเวอร์ชั่นคนจริงให้ฟินไปเขียนนิยายไปด้วยแหละค่ะ เป็นหนุ่มสู้ชีวิตและนิสัยอบอุ่นเหมือนฮายาโตะในนิยายเลยค่ะ พลอตก็มีอิงจากเรื่องจริงด้วยนิดหน่อย ขอท้าวความนิด...ตอนที่ได้เจอกับหนุ่มญี่ปุ่นผมทองคนนี้คือตอนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นตั้งแต่สองปีที่แล้วค่ะ แล้วก็ไปทานข้าวกับเพื่อนที่อิซากายะแถวอุเมดะ (ย่านความเจริญ อารมณ์สุขุมวิทหรือทองหล่อ เอกมัยค่ะและบังเอิญเจอกับหนุ่มผมทองที่เป็นเทนอินซัง (พนักงานอยู่ที่ร้าน เป็นคนอารมณ์ดียิ้มแย้มแจ่มใส เฮฮาปาจิงโกะค่ะ ก็เลยพากันไปติดกันสามวันรวด นั่งโต๊ะเดิมตลอด จนต้องกลับไทย ก็คิดว่าเสียดายที่ไม่ได้ขอไลน์หรืออะไรไว้เลย
 

‘เจ้าหญิงผู้เลอโฉม’ คัมแบ็คพร้อมนิยายเรื่องใหม่
 

ซึ่งจริงๆ ถึงจะขอไว้ก็คุยกันไม่รู้เรื่องอยู่ดีเพราะตอนนั้นภาษาญี่ปุ่นยังไม่แข็งแรงเลยค่ะ ที่เรียนไว้ตอนม.ปลายก็ลืมไปเกือบหมดแล้ว แต่พอคิดว่าจะไม่ได้เจอกันอีกก็รู้สึกใจหายขึ้นมาหน่อยๆ แต่ก็ไม่ได้อะไร จนกระทั่งบังเอิ๊ญบังเอิญ...ครึ่งปีต่อจากนั้นตัดสินใจไปเรียนภาษาที่โอซาก้า ก็เลยมีโอกาสได้กลับไปที่ร้านนั้นอีก แอบหวังนิดๆ ว่าจะได้เจอหนุ่มผมทองอีกมั้ยน้า แล้วเขาก็อยู่จริงๆ ด้วย -O- แบบว่าแอบใจเต้นตึกตัก มีความมุ้งมิ้ง มีความนางเอกโชโจมังงะ แต่ก็ไม่กล้าไปทักเขาอยู่ดี ก็แอบไปนั่งกินข้าวที่ร้านเขาแบบเงียบๆ อยู่สักพักนึง ก็ตัดสินใจลองทักดู (เพราะภาษาญี่ปุ่นเริ่มได้แล้วตอนนั้นและเขาก็ตอบกลับมาว่าจำได้ครับ!! ที่นั่งอยู่ตรงกลางร้าน ผมแดงๆ มาติดกันสามวัน โอ้วววว เท่านั้นแหละ พลอตพุ่งเลยค่ะ 5555 เอาว่าฟินมากจนเก็บมานั่งเขียนไดอารี่ แล้วก็ได้แตกยอดจนกลายมาเป็น Nippon Honey ไปโดยปริยาย เป็นเหตุผลว่าทำไมเรื่องนี้ถึงฟินขนาดนี้น่ะค่ะ เพราะคนเขียนฟินตั้งแต่ก่อนเขียนพลอตเสียอีก >///< #พลังมโนแรงกล้า
 

ในบรรดาพระเอกเซ็ท Nippon ชอบคนไหนมากที่สุดคะ  (โคเฮอิชิอิมาซารุฮายาโตะ)

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม: ตอบยากกว่าข้อสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น N1ก็คำถามนี้...รักโคเฮเสียดายอิชิอิคุง รักมาซารุก็เสียดายฮายาโตะ อย่างที่บอกไปว่าหนุ่มๆ เซ็ตนิปปอนมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันไป โคเฮก็เป็นหนุ่มหน้าหวานแต่เซ็กซี่เหลือร้าย อิชิอิคุงก็เป็นสุภาพบุรุษที่ซื่อๆ แต่ร้อนแรง (และรุกแรงมาซารุคุงก็เป็นหนุ่มรุ่นน้องจอมเจ้าเล่ห์เหมือนหมาป่าหน้าใส ส่วนฮายาโตะคุงก็เป็นแนวพี่ชายอบอุ่นที่พึ่งพาได้เสมอ แต่ละคนก็น่ารักน่ากินในแบบของตัวเอง ถ้าเอามารวมกันได้...ก็คงไม่ใช่คน เพอร์เฟกเกินไป 555 เอาไงดีน้าาาาา
 

ถ้าไม่ได้อ่าน set Nippon (Nippon Sweetie รักหวานใสหัวใจสีซากุระ, Nippon Cutie รักหวานละมุนวุ่นหัวใจหนุ่มชินคันเซน,  Nippon Baby รักหวานมันโฮมรันหัวใจเจ้าชายเบสบอลมาก่อน มาอ่านเล่มนี้เลยได้ไหม

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม: ได้เลยไม่มีปัญหาค่ะ เพราะเนื้อเรื่องแต่ละเล่มจะแยกเป็นคู่ๆ ค่ะ แค่จะมีตัวละครจากเล่มก่อนๆ โผล่มาแจมนิดหน่อย แต่ไม่ทำให้งงแน่นอนค่ะ >_< เริ่มอ่านจากเล่มนี้ได้เลย (แต่ก็แอบหวังนิดๆ ในใจว่าพออ่านแล้วจะติดใจจนต้องไปตามอ่านสามเล่มก่อนหน้าด้วยนะคะ อิอิ)
 

มีวิธีการสร้างตัวละครยังไงให้คนอ่านหลงรักได้ขนาดนี้คะ

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม: ก่อนอื่นเลยคงต้องเริ่มจากตัวเราเองก่อน ต้องเป็นตัวละครที่ตัวเราเองหลงรักก่อนค่ะ จากนั้นก็ค่อยๆ เลี้ยงให้ตัวละครนั้นเติบโตไปในทางของตัวเอง มีพัฒนาการ มีลักษณะเฉพาะ มีข้อเสีย มีปม มีอดีต มีข้อดี มีเสน่ห์ มี story เฉพาะของตัวเอง ก็เหมือนคนทั่วไปที่ไม่เพอร์เฟกร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีความน่าหลงใหลอยู่ไม่ว่าจะด้วยหน้าตา บุคลิก หรืออื่นๆ ค่ะ

ส่วนใหญ่ตัวเจ้าหญิงผู้เลอโฉมก็จะเริ่มจากการคิดธีมของตััวละครขึ้นมาก่อน เช่น ตอนคิดคาแรกเตอร์โคเฮ (Nippon Sweetie) ก็จะเลือกไว้ก่อนว่า อยากได้พระเอกเป็นหนุ่มซึนแล้วทุกอย่างก็จะเริ่มจากตรงนั้นค่ะ มีลักษณะเฉพาะอื่นๆ ตามมา เช่น มีปมในอดีตนะ ถูกทอดทิ้งตอนเด็กๆ เป็นคนที่ภายนอกเหมือนจะเย็นชาแต่จริงๆ แค่เหงา เหมือนจะเย็นชาแต่ก็ใจดี คอยช่วยเหลือนางเอกอยู่บ่อยๆ โดยที่ปากก็ยังทำซึน ปิดกั้นคนอื่นไม่ให้เข้ามาใกล้เพราะกลัวจะมาแตะโดนแผลในใจ ไม่เชื่อใจใคร เหมือนแมวจรจัดถูกทิ้ง อะไรแบบนี้ค่ะ ต้องค่อยๆ บิลท์ไปจนกลายเป็นตัวละครที่มีมิติ มีความสมจริง (อาจจะไม่จริงสักหน่อยตรงที่หล่อเกินมนุษย์ไปนิด 555) เรารู้สึกว่าถ้าตัวละครดีเวอร์เกินไปจะดูปลอม ดูจับต้องไม่ได้ ทำให้ไม่เกิดความผูกพัน เพราะจะพานคิดไปว่านี่ก็เป็นแค่ตัวละครในนิยาย ไม่ใช่ผู้ชายคนหนึ่งที่เราจะชอบได้ อะไรแบบนี้ค่ะ 
 

หนุ่มญี่ปุ่นกับหนุ่มไทยต่างกันตรงไหน  ชอบแบบไหนมากกว่ากันคะ อิอิ

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม: หนุ่มญี่ปุ่นจะแสดงออกน้อยกว่าหนุ่มไทยนะคะ จะมีความขี้เก๊กและความซึนอยู่สูงมาก จะมีอยู่สองประเภทด้วย ที่เขาเรียกกันว่าหนุ่มกินพืชกับหนุ่มกินเนื้อ ถ้ากินพืชก็จะเป็นแนวนิ่งๆ เงียบๆ ขี้อาย ไม่กล้าพูด ไม่มีทางจะมาบอกชอบหรือมาจีบแบบเปิดเผยแน่ๆ ส่วนหนุ่มกินเนื้อก็จะเป็นประเภทเท่ๆ คูลๆ (อารมณ์ประมาณโคเฮแหละค่ะบางคนก็ออกแนวเจ้าชู้ไปเลย และที่สำคัญคือส่วนใหญ่จะมีความมุ้งมิ้งอยู่ในตัว อารมณ์แบบว่าสามารถใส่หมวกมิกกี้เมาส์เดินเล่นในดิสนีย์แลนด์ถ่ายเซลฟี่แบบแบ๊วสุดขีดกับเราได้แบบอินสุดๆ จะอินกับการใส่เสื้อคู่ การไปเดตแบบมุ้งมิ้งเหมือนในการ์ตูนตาหวานเลยค่ะ แล้วอีกอย่างคือจะแฟชั่นนิสต้ากันสุดๆ ค่ะ แต่งตัวจัดไม่แพ้สาวๆ เลยนะคะ เสื้อผ้าหน้าผมพร็อพนี่มาเต็มค่ะ แถมยังกันคิ้วกันเป็นเรื่องปกติอีกต่างหาก ถ้าคบกับหนุ่มญี่ปุ่นคงแอบเกร็งนิดนึงค่ะว่าจะแต่งตัวสวยสู้แฟนหรือเปล่า #ผิด
 

‘เจ้าหญิงผู้เลอโฉม’ คัมแบ็คพร้อมนิยายเรื่องใหม่

 

อ้อ และที่แตกต่างจากหนุ่มไทยในความคิดของเราก็คือนิสัยการแชทค่ะ หนุ่มญี่ปุ่นจะไม่ค่อยเล่นโซเชียลบ่อยมากนะคะ ถึงจะใช้ไลน์แต่นานๆ ทีจะตอบที ต่อให้เป็นแฟนกันก็นานๆ ทีตอบทีค่ะ แล้วก็จะมาทียาวๆ เหมือนเรียงความเลยค่ะ เหมือนสะสมไว้ทั้งวันแล้วมาตอบทีเดียวในหนึ่งเมสเสจอะไรแบบนี้ ไม่ต้องพูดถึงการโทรคุยกันนะคะ นานน้านนนนน นานๆ ทีถึงจะโทรมาค่ะ แล้วส่วนใหญ่ก็จะโทรเฉพาะเวลามีเรื่องด่วนเรื่องสำคัญด้วย ประมาณว่าถ้าคิดถึงหรืออยากคุยก็มาเจอกันเลยดีกว่าไม่ต้องเสียเวลาโทรหรือไลน์คุยกัน อะไรแบบนี้ค่ะ ส่วนหนุ่มไทยก็จะขยันโทรขยันไลน์มากกว่า

ถ้าถามว่าชอบแบบไหนมากกว่าก็...เป็นความลับแล้วกันเนาะ อิอิ 
 

เรื่องต่อไปที่กำลังซุ่มเขียนอยู่เป็นเรื่องแนวไหนคะ  จะเป็นหนุ่มญี่ปุ่นอีกไหมคะ

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม: ก็มีโปรเจกพิเศษเดือนตุลาที่ต้องขออุบไว้ก่อนเพราะอยากจะเซอไพรส์ค่ะ แล้วก็มีเรื่อง PASSIONATE FANGS VI เล่มจบของซีรี่ส์แวมไพร์ราชนิกุล แล้วก็ต่อด้วยหนุ่มญี่ปุ่นคนสุดท้ายค่ะ ถ้าติดตามเซ็ต Nippon มาตลอดก็น่าจะพอเดาได้แล้วว่าเป็นหนุ่มคนไหนนะคะ >////<
 

คิดว่าในเราเติบโตขึ้นในเส้นทางนักเขียนอย่างไรบ้างคะ 

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม: คิดว่ามาไกลมาก ตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อยอายุ 12 ที่ยังเขียนไม่ได้ดั่งใจ เขียนจบบ้างไม่จบบ้าง หาแนวทางของตัวเองไม่เจอ จนมาถึงวันนี้โดยส่วนตัวรู้สึกภูมิใจมาก ได้มีนักอ่านคอยติดตามรอ (และทวงนิยายของเรา ได้เขียนในแบบที่ตัวเองอยากเขียน ได้ลองสร้างเรื่องราวแปลกใหม่ตามใจชอบแล้วก็มีนักอ่านที่รอคอยที่จะอ่านมัน ถึงตอนนี้เราก็นิ่งขึ้นนะ ด้วยประสบการณ์สิบสองปีที่เขียนนิยายมาเราก็รู้แล้วว่าตัวเราชอบแบบไหน ถนัดแนวไหน มีลูกเล่นแบบเฉพาะตัวของเราที่ทำให้นักอ่านรู้ว่านี่เป็นงานของเจ้าหญิงผู้เลอโฉมนะ แล้วก็มีความกล้าที่จะลองเขียนอะไรใหม่ๆ ตามใจตัวเอง

ซึ่งจริงๆ แล้วเราก็มีกลัวนะ กลัวว่านักอ่านจะชอบมั้ย จะให้การตอบรับยังไงน้า แต่ด้วยความที่แก่แล้วเราก็เลยคิดว่าเอาน่ะ ถ้าอยากเขียนก็ต้องเขียน ไม่งั้นมันก็จะคาใจ 555 ซึ่งตัวเราเมื่อสิบสองปีก่อนคงไม่กล้าเขียนอะไรแบบนี้ ทั้งเรื่อง CODE NAME: G ที่ยากมากๆ ใช้เวลาฝึกนานหลายปีกว่าจะเขียนได้ เป็นแนวที่จะเรียกว่านิยายรักก็ไม่เชิง เพราะมีทั้งสายลับ สปาย นักฆ่า หักมุม หักเหลี่ยมกันสุดฤทธิ์จนจบ หรือเรื่อง PASSIONATE FANGS ที่ขมวดปมแน่นมาก มีตัวละครมากมาย และมีความยาวต่อกันเป็นซีรี่ส์ถึงหกเล่มด้วยกัน ใช้เวลานานมากจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่จบ แต่ก็ยังมีนักอ่านที่รออ่านต่ออยู่ ได้เห็นข้อความที่ส่งเข้ามาว่า พี่คะหนูรออ่านอยู่นะคะ รีบๆ เขียนนะคะ เห็นแล้วก็ชื่นใจค่ะ รู้สึกว่าสิบสองปีที่ผ่านมาเราคงได้พิสูจน์ฝีมือตัวเองไปบ้างไม่มากก็น้อย ทำให้นักอ่านเชื่อใจเราในระดับนึงที่จะเปิดใจให้กับผลงานใหม่ๆ ของเราและก็ติดตามงานเรามาตลอด


‘เจ้าหญิงผู้เลอโฉม’ คัมแบ็คพร้อมนิยายเรื่องใหม่

นิยายเรื่องรักหวานละไมหัวใจสีใบไม้แดง
 

มีหลายคนที่เป็นนักอ่านสมัยรุ่นแรกๆ ตั้งแต่ที่เรายังเป็นเด็กน้อย จนตอนน้ีเราก็แก่แล้ว แนวเรื่องของเราก็โตขึ้น และเขาก็ยังอยู่ การที่เขา 'ยังอยู่เนี่ยมีความหมายกับเรามากเลยนะ มันทำให้เรานึกถึงเรื่องสมัยก่อน นึกถึงความลำบากเมื่อก่อน ว่าเราพยายามมากแค่ไหนกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ และที่สำคัญคือทำให้เราไม่ลืมว่าคนที่ทำให้เรามีกำลังใจเขียนมาได้จนถึงวันนี้ก็คือนักอ่านเหล่านี้ค่ะ ^^  
 

ปีที่ 13 ของการเป็นนักเขียน ตั้งใจอะไรไว้บ้าง

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม: ตั้งใจว่าจะเขียนนิยายต่อไปค่ะ อยากเขียนเรื่องที่ยากขึ้นไปอีก ท้าทายความสามารถตัวเองเข้าไปอีก เพราะเรารู้ว่าเราก็ยังเติบโตไปได้ยิ่งกว่านี้ ยังมีอีกหลายแนวที่เรายังไม่เคยเขียน มีคาแรกเตอร์อีกหลายแบบที่ยังไม่ได้ลอง อยากทำให้คนรอติดตามอ่านหนังสือที่เราเขียนต่อไป อาจจะเขียนได้น้อยลงเพราะเริ่มทำงานประจำควบคู่ไปด้วย แต่ในเมื่อการเขียนคือสิ่งที่เรารัก ทำยังไงก็ทิ้งไปไม่ได้ แล้วก็ไม่อยากให้นักอ่านลืมเราด้วยค่ะ (555) ก็จะพยายามใช้เวลาสร้างสรรค์นิยายเร่ืองใหม่ๆ สนุกๆ ต่อไปค่ะ

สำหรับแพลนที่ตั้งใจไว้ในปีนี้ก็คือ จบเซ็ต PASSIONATE FANGS ที่ยืดยาวมาหลายปีให้ได้ค่ะ เพราะเป็นเซ็ตที่รักมากเหมือนกันจึงอยากจะทำให้ดีที่สุด จากนั้นก็ตามด้วยเซ็ต The Criminals และ The Underground (CODE NAME: G) ที่พลอตยากมากเหลือเกินด้วยค่ะ ขอโทษนักอ่านจริงๆ ที่ทำให้รอนาน แต่เรื่องคุณภาพเรารับประกันเลยนะคะ >_<
 

ขอคติประจำใจในการแต่งนิยายของนักเขียนที่ชื่อว่า เจ้าหญิงผู้เลอโฉม ในแบบภาษาญี่ปุ่นพร้อมแปลไทย

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม: 七転び八起き。ล้มเจ็ดครั้ง จงลุกแปดครั้ง หมายถึงไม่ว่าจะล้มหรือทำพลาดสักเท่าไหร่ ก็จงลุกขึ้นมาใหม่ให้ได้ทุกครั้ง เราเชื่อว่านักเรียนเราต้องมีหลายครั้งที่รู้สึกท้อ รู้สึกว่าอยากเท ไม่เอาแล้ว เหนื่อยแล้ว เขียนเท่าไหร่ก็ไม่จบ ไม่สนุก ไม่ได้ตีพิมพ์สักที เป็นเรื่องปกติ ต่อให้เป็นนักเขียนมืออาชีพก็น่าจะมีความรู้สึกนี้เหมือนกัน เพราะงานเขียนคืองานศิลปะ และงานศิลปะไม่ใช่สิ่งที่คาดเดาได้ ดังนั้นเราจึงต้องพยายาม ต้องยึดมั่นในความฝันของเราแล้วก็พยายามลุกขึ้นสู้ต่อ ไม่ว่าจะล้มกี่รอบเราก็ต้องลุกขึ้นมาให้ได้ เพราะใครจะรู้...การลุกขึ้นสู้ใหม่ครั้งนี้อาจเป็นครั้งที่ฝันของเราเป็นจริงก็ได้ จริงมั้ยคะ? :) 
 

ให้ฝากผลงานล่าสุด Nippon Honey รักหวานละไมหัวใจสีใบไม้แดง

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม: เซ็ตนี้เป็นเซ็ตที่เจ้าหญิงผู้เลอโฉมรักมากค่ะ ตั้งใจเขียนมาก ดูได้จากจำนวนหน้าและความหนา #ผิด คือรักมาก ฟินมาก แล้วก็อินมากด้วย ทั้งรักทั้งผูกพันกับทุกตัวละครในเรื่องนี้เลย คือพลอตอาจไม่หวือหวามาก แต่ก็มีความหวานใส ความละมุน ความละไม ความหวานมัน ซ่อนไว้ด้วยความฮอตนิดๆ ตอนที่เขียนเขียนอย่างมีความสุขมากๆ ทุกเล่มเลยค่ะ งานละเอียดมาก เพราะอยากให้ผู้อ่านได้สัมผัสกับความเป็นญี่ปุ่นจริงๆ จึงตั้งใจเขียนภาษาญี่ปุ่นแทรกเข้าไปด้วย เมีบางคนบอกว่าได้เรียนภาษาญี่ปุ่นจากการอ่านนิยายเซ็ต Nippon ก็รู้สึกดีใจค่ะ เพราะตัวเราเองก็ค่อยๆ เรียนภาษาญี่ปุ่นจากการอ่านทั้งมังงะและนิยายเหมือนกัน ถ้ามีส่วนช่วยให้นักอ่านที่กำลังเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นได้ฝึกได้ทวนภาษาก็ดีใจค่ะ นอกจากนี้เรื่องรายละเอียดต่างๆ ในเร่ือง ทั้งสถานีรถไฟ สายรถไฟ เขตที่อยู่อาศัย สถานที่ต่างๆ ในเรื่องก็เป็นที่ที่เราไปสำรวจมาแล้วทั้งสิ้นค่ะ เพราะอยากจะบรรยายให้เหมือนจริงสมจริงที่สุด ให้ผู้อ่านสามารถจินตนาการภาพออกมาได้ง่ายขึ้นค่ะ มีกระทั่งสูตรอาหารญี่ปุ่นที่ลงทุนไปศึกษามาจากเซ็นเซย์ที่ญี่ปุ่นเลยนะคะ >_<

แต่ละเล่มมีเรื่องราวมีเสน่ห์ของตัวเอง บอกไม่ถูกเลยว่าชอบเล่มไหนมากสุด แต่ที่การันตีได้คือ Nippon Honey ของฮายาโตะกับคุณหนูเมเปิ้ลนี่ฟินแน่นอนค่ะ เหมาะกับคนแอบรักหนุ่มรุ่นพี่มากๆ อ่านแล้วหัวใจจะละมุนละไมตามชื่อเรื่องแน่นอนค่ะ ทั้งความฮอตของ 'พี่ชายสุดทึ่มอย่างฮายาโตะ และความน่ารักของคุณหนูเมเปิ้ลหรือ 'คาเอเดะของฮายาโตะด้วย อยากให้มาร่วมลุ้นไปกับคำอธิษฐานบนแผ่นไม้ ณ ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ว่ามันจะพานางเอกของเราไปที่ไหน ค่อยๆ เติบโตไปพร้อมกับตัวละครด้วยกันนะคะ ^^

ที่สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือภาพประกอบสุดฟรุ้งฟริ้งโดยพี่แฝด 'สุพัฒนี ปรีเปรมที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เล่มแรกค่ะ ความฟินยิ่งคูณแปดล้านเลยค่ะ >///< หล่อและดีกับใจมากๆ 
 

ข้อสุดท้ายแล้ว จุดเริ่มต้นเรื่องราวความรักของฮายาโตะและคุณหนูเมเปิ้ล เกิดจากการเขียนคำอธิษฐานลงบนแผ่นไม้ ตามธรรมเนียมการขอพรของประเทศญี่ปุ่น  แล้วถ้าเป็นเจ้าหญิงผู้เลอโฉม อยากเขียนคำอธิษฐานว่าอะไรคะ  พี่วิวให้เขียนข้อเดียวนะ อิอิ

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม: บอกตรงๆ ว่าตอนนี้ไม่รู้จะขออะไรเหมือนกันค่ะ เพราะมันก็มีความสุข มีทุกข์บ้างปนกันไปเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าถามว่าขาดอะไร...คงต้องบอกว่าขาดความผอมค่ะ ดังนั้นขอให้ผอม... ไม่ใช่สิ 555 อันนั้นคงต้องไปวิ่งด้วยตัวเองแล้ว เทพเจ้าช่วยอะไรไม่ได้ TT^TT

เพราะฉะนั้นถ้าจะให้ขอก็คงเป็นสิ่งที่อยากได้ที่สุดตอนนี้ นั่นก็คือ...

ขอให้สามารถเขียนนิยายสนุกๆ ให้นักอ่านที่รักได้อ่านกันตลอดไป” แล้วกันค่ะ 
 

จบไปแล้วนะคะกับบทสัมภาษณ์ดีๆ จากเจ้าหญิงผู้เลอโฉม สำหรับใครคนไหนอยากจะลองอ่านเรื่อง 'Nippon Honey รักหวานละไมหัวใจใบไม้สีแดง' คลิกเลยค่ะ ส่วนใครที่อยากพูดคุยกับเจ้าหญิงผู้เลอโฉมสามารถติดตามได้ที่ Facebook เลยค่ะ คลิก


พี่น้ำผึ้งก็หวังว่าน้องๆ จะได้ประโยชน์กลับไปไม่มากก็น้อยนะคะ โดยเฉพาะเรื่องการแบ่งเวลา เพราะพี่เชื่อว่าน้องๆ หลายคนในที่นี้ก็ยังเรียนกันอยู่ ยังไงก็อย่าลืมเอาเทคนิคของเจ้าหญิงผู้เลอโฉมไปใช้นะคะ ส่วนครั้งหน้าจะเป็นใครนั้นที่มาพบปะพูดคุยกับน้องๆ รอติดตามค่ะ


 
พี่น้ำผึ้ง :)
 
Deep Sound แสดงความรู้สึก
          
ดูหมวดนี้ต่อได้ใน Writer > พบปะพูดคุย
ความคิดเห็น

4

จำนวนแชร์
2,079

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

  1. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    18 ก.ค. 2559, 17:22 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ชอบที่พี่แต่งมากเลยค่ะ! เพราะว่ามีความสมจริงและอินไปตามความเป็นจริง ไม่เวอร์ ปมไม่อลัง(แต่ฟินและอินหนักมาก) ทำให้รู้สึกเหมือนกันได้รู้จักตัวตนในนิยายของแต่ละคนเลยค่ะ มีความหนักแน่นเป็นของตัวเอง ไม่ใช่แนวที่...จะว่าอะไรดีล่ะ แบบว่าให้ความแตกต่างจากนิยายแจ่มใสไปจากเดิม เพราะบางคนก็แต่งไม่ค่อยมีเหตุผลนัก(แต่ทำไมยังอิน ฮิฮิๆ) อยากบอกว่าเจ้าหญิงผู้เลอโฉมว่าเป็นนักเขียนในดวงใจอันดับหนึ่งเลยนะคะ

    ปล.ขอบคุณที่สร้างผลงานดีๆแบบนี้มาให้อ่าน...จะติดตามไปเรื่อยๆนะคะ ^___^

    เขิลจุง

    #2
  2. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    9 ก.ค. 2559, 20:17 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ชอบเซ็ตนี้มากกกกกกกกกก(ก. ล้านล้านตัว) ตามอ่านตั้งแต่ โคเฮ อิชิอิ มาสะจัง เพราะชอบอะไรญี่ปุ่นๆอยู่แล้ว พออ่านยิ่งรู้สึกอยากไปญี่ปุ่นตามหาพวกนางเลย โดยเฉพาะโคเฮสามี//ผิด ว้ายว้าย 

    #ยอมแล้วทูนหัว #ภาพงามจริงไรจริง#รอก่อนฮายาโตะ

    #1

4 ความคิดเห็น

  1. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    9 ก.ค. 2559, 20:17 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ชอบเซ็ตนี้มากกกกกกกกกก(ก. ล้านล้านตัว) ตามอ่านตั้งแต่ โคเฮ อิชิอิ มาสะจัง เพราะชอบอะไรญี่ปุ่นๆอยู่แล้ว พออ่านยิ่งรู้สึกอยากไปญี่ปุ่นตามหาพวกนางเลย โดยเฉพาะโคเฮสามี//ผิด ว้ายว้าย 

    #ยอมแล้วทูนหัว #ภาพงามจริงไรจริง#รอก่อนฮายาโตะ

    #1
  2. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    18 ก.ค. 2559, 17:22 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ชอบที่พี่แต่งมากเลยค่ะ! เพราะว่ามีความสมจริงและอินไปตามความเป็นจริง ไม่เวอร์ ปมไม่อลัง(แต่ฟินและอินหนักมาก) ทำให้รู้สึกเหมือนกันได้รู้จักตัวตนในนิยายของแต่ละคนเลยค่ะ มีความหนักแน่นเป็นของตัวเอง ไม่ใช่แนวที่...จะว่าอะไรดีล่ะ แบบว่าให้ความแตกต่างจากนิยายแจ่มใสไปจากเดิม เพราะบางคนก็แต่งไม่ค่อยมีเหตุผลนัก(แต่ทำไมยังอิน ฮิฮิๆ) อยากบอกว่าเจ้าหญิงผู้เลอโฉมว่าเป็นนักเขียนในดวงใจอันดับหนึ่งเลยนะคะ

    ปล.ขอบคุณที่สร้างผลงานดีๆแบบนี้มาให้อ่าน...จะติดตามไปเรื่อยๆนะคะ ^___^

    เขิลจุง

    #2
  3. ความเห็นนี้ถูกลบ :(

    เนื่องจาก
    ถูกลบโดยทีมงาน

  4. #4 สุทัศดา
    26 ก.ค. 2559, 22:22 น. · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    ตั้งใจสู้ๆคะ^°^ ติดตามมาเหมือนกันคะ บอกตรงๆนะคะนิยายเรื่องปรกที่อ่านก็เรื่องของโคเฮนี่เเหละคะ อ่านปล้วชอบมากๆเลยคะ>< ก็เลยติดตามเเลเวก็เริ่มอ่านนิยายมาเรื่อย จากที่ไม่ชอบอ่านอ่ะคะ
    #4

แสดงความคิดเห็น

เรามาเล่นกันเถอะ มาเล่นกันเถอะ, อยากเล่นต้องกดปุ่มเพลย์ ปุ่มเพลย์ปุ่มไหน? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

แสดงความคิดเห็นด้วย

(@)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .