ความคิดเห็น

13

จำนวนแชร์
734
 

มารู้จัก "กรรัมภา"
นักเขียนสายโรแมนติก-แอ็คชั่นกันเถอะ

สวัสดีชาวไรเตอร์ทุกคนค่ะ มาพบกับพี่น้ำผึ้งอีกแล้วนะคะ ในวันนี้พี่ก็มาพร้อมกับนักเขียนคนเก่งอย่าง "กรรัมภา" ที่เพิ่งคลอดผลงานล่าสุดอย่างเรื่อง "ฤทัยลักษมณ์" แต่ใครจะรู้ไหมนะว่าจริงๆ แล้วเธอคนนี้เป็นเจ้าแม่นิยายโรแมนติก-แอ็คชั่นเลยจ้า อ๊ะ... รู้แล้วนะว่าชักอยากรู้จักกรรัมภาซะแล้วสิ ถ้างั้นตามมาเลยค่า :D
 

"ฤทัยลักษมณ์"  นิยายที่เริ่มต้นจากประโยคที่ว่า "เพราะผู้ชายดีๆ คงมีแต่ในนิยาย", กรรัมภา
กรรัมภาไงจะใครล่ะ
 

สวัสดีค่ะ แนะนำตัวให้ชาวเด็กดีรู้จักหน่อยได้ไหมคะว่าเป็นใคร 

กรรัมภา: สวัสดีค่ะ ชื่อกนิษฐา ชื่อเล่นว่าการ์ตูน อายุ...ถ้าบอกไปจะแก่ไหมคะ (ฮา) ก็เลยเบญจเพสมาได้หนึ่งปีแล้วค่ะ

นามปากกานี้ได้แต่ใดมาคะ

กรรัมภา: นามปากกา กรรัมภา ได้มาเพราะชอบความหมายค่ะ กร ก็แปลว่ามือ นักเขียนก็ต้องใช้มือทำงานเนอะ ส่วนรัมภา แปลว่านางฟ้า กรรัมภาจึงแปลว่ามือของนางฟ้าค่ะ มือของนางฟ้า เขียนอะไรก็สนุก ประมาณนี้ค่ะ
 

กรรัมภาเป็นเจ้าของผลงานเรื่องอะไรบ้างคะ?

กรรัมภา: ภายใต้นามปากกานี้ เขียนมาหลายเรื่องพอสมควรค่ะ ก็มี...

  • รักเร้นใจ สนพ. สื่อวรรณกรรม
  • ชุดหน่วยรักพิเศษแมคอีเซอร์ (บ่วงรักคำสาปทราย/เล่ห์ร้ายบุษบา/นางฟ้าจารชน) ออกกับสำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์ หัว sugar beat
  • ชุดหน่วยซีล (กลรักนฤมิต/ภารกิจปราบพยศ/กบฏรักแห่งหัวใจ/ผู้ก่อการหัวใจ) ออกกับสำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์ หัว sugar beat
  • แล้วเราก็แต่งงานกัน / ภารกิจรักอันตาย (ตอนพิเศษชุดหน่วยซีล) สองเล่มนี้ทำมือเองค่ะ
  • ชุด TheDarkPhantom ตอนนี้ออกมาสองเรื่องคือ แสนรักซ่อนใจ และกับดักรักล้อมใจค่ะ ออกกับสำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์ หัวพิมพ์คำ
  • ฤทัยลักษมณ์ กับสำนักพิมพ์อรุณ ในเครืออมรินทร์ค่ะ
     

เรื่องไหนเป็นเรื่องแรกที่เขียนคะ แล้วได้ลงในเว็บเด็กดีด้วยหรือเปล่า

กรรัมภา: เรื่องแรกที่ลงในเด็กดีคือตามรักแท้กลับคืนสู่ใจ ภายใต้อีกนามปากกาค่ะ นานมากแล้ววววววว สมัยเด็กๆ เลยค่ะ ^^
 

เล่าจุดเริ่มต้นของการเดินบนเส้นทางนักเขียนให้น้องๆ ชาวเด็กดีฟังหน่อยค่ะว่าเป็นยังไง

กรรัมภา: ตูนเริ่มเขียนนิยายครั้งแรกตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีสองค่ะ คือเรื่องตามรักแท้คืนสู่ใจ นามปากกากนิษวิญา ซึ่งก็เป็นนิยายรักทั่วไป โชคดีที่มีสำนักพิมพ์ติดต่อมา ก็เลยเริ่มเขียนนิยายควบคู่กับเรียนไปด้วย แต่ด้วยความที่เรียนหนักและเข้าแล็บบ่อยมาก ก็เลยห่างหายไปบ้าง จนกระทั่งเรียนจบและพบว่าไม่ชอบสาขาที่เรียนมา เพราะต้องทำงานกับชิ้นเนื้อผู้ป่วยตลอดทั้งวัน ไม่สามารถรับความกดดันจากงานตามที่เรียนมาได้ จึงตัดสินใจหันหลังให้ แล้วหันมาทุ่มกับงานเขียน ลองส่งสำนักพิมพ์อื่นบ้าง ล้มลุกคลุกคลานมาเรื่อยค่ะ เคยงานผ่านบ้างไม่ผ่านบ้าง แต่ก็อดทนเพราะรักในถนนสายนี้จริงๆ จนกระทั่งผ่านกับสำนักพิมพ์สถาพร ก็เริ่มมีเข้าอบรมงานเขียนบ้างเวลามีสำนักพิมพ์เปิดสมัครรับ แล้วก็ตั้งใจทำให้ดีที่สุดค่ะ
 

เล่าเรื่องผลงานล่าสุดอย่าง 'กับดักรักล้อมใจ' ให้ฟังหน่อยค่ะ

กรรัมภา: ส่วนตัวเป็นคนชอบเขียนนิยายแนวโรแมนติก แอคชั่น คอมมิดี สืบสวนอยู่แล้วค่ะ สังเกตจากชุดก่อนๆ ที่เขียนมา เรื่อง “กับดักรักล้อมใจ” เป็นเรื่องต่อจาก “แสนรักซ่อนใจ” อีกทีค่ะ

พลอตหลักของชุดนี้คือเรื่องราวของอาชญากรหน้ากากดำ TheDarkPhantom ที่ว่ากันว่าค้าอาวุธสงครามให้กับผู้ก่อการร้าย แต่ทุกรายที่ทำการซื้อขายกับอาชญากรคนนี้กลับถูกจับได้ จากเล่มแรกเราจะว่า TheDarkPhantom คือโครงการลับช่วยงานรัฐบาล ทำอะไรบ้าง มีความเป็นมาอย่างไร แต่แน่นอนว่า TheDarkPhantom ไม่สามารถทำงานทุกอย่างคนเดียวได้ค่ะ แต่มีเบื้องลึกเบื้องหลังที่มากกว่านั้น ซึ่งจะค่อยๆ เปิดปมไปทีเรื่องละเรื่องๆ ให้เราเดากันว่าใครที่เป็นตัวจริงอยู่เบื้องหลังทั้งหมดค่ะ

จุดเริ่มต้นแรงบันดาลใจมากจากเวลาดูข่าวสงคราม กับข่าวช่วงที่อิสราเอลทิ้งระเบิดนิวตรอนใส่เยเมน ก็เลยเริ่มคิดต่อว่าถ้าจับได้จะเป็นอย่างไร หรือถ้ามีอะไรมากกว่านั้น ค่อยๆ จินตนาการคิดต่อยอดไปเรื่อยๆ ค่ะ
 

"ฤทัยลักษมณ์"  นิยายที่เริ่มต้นจากประโยคที่ว่า "เพราะผู้ชายดีๆ คงมีแต่ในนิยาย", กรรัมภา

กรรัมภากับผลงานเรื่องกับดักรักล้อมใจ
 

พลอตเรื่อง “กับดักรักล้อมใจ” เกิดขึ้นตอนไปฮ่องกง-มาเก๊าเมื่อปีที่แล้วค่ะ ตอนกลับจากไปเที่ยว ซึ่งมืดมาก ใกล้ๆ โรงแรมจะมีร้านอาหาร และมีตรอกเล็กๆ อยู่ เลยมองเข้าไปตอนเดินผ่านแล้วก็คิดเล่นๆ ไปว่าถ้ามองเข้าไปแล้วเจอคนฆ่าคนตายล่ะ ที่นี่มีมาเฟียอย่างที่เขาว่ากันมั้ย เลยเริ่มคิดต่อไปต่างๆ นานา และพอเช้ามาก็ข้ามฟากไปมาเก๊าค่ะ มีโอกาสได้ไปกาสิโนเดอะเวเนเชีย บวกกับตอนที่นั่งรถข้ามมาฝั่งไทปาและเห็นเขาถมทะเลสร้างเกาะกันอยู่ ก็เลยจิตนาการเล่นๆ ว่าไปถ้ามีเกาะกาสิโนสร้างแบบปราสาทในยุโรป คงสวยน่าดู ก็เลยเป็นที่มาของปราสาทแมดิอุสของพระเอกในเรื่องค่ะ เมื่อกลับมาจึงเริ่มเรียบเรียงความคิดจากสิ่งที่ได้พบเห็น กลับมาเรียงร้อยพลอตให้ต่อจากแสนรักซ่อนใจและลงมือเขียนค่ะ
 

แล้วอย่างเรื่อง ฤทัยลักษมณ์ที่ออกกับอรุณนั้นเป็นยังไงบ้างคะ?แล้วอย่างเรื่อง ฤทัยลักษมณ์ที่ออกกับอรุณนั้นเป็นยังไงบ้างคะ?

กรรัมภา: ฤทัยลักษมณ์ เป็นนิยายแนวฟีลกู้ดเรื่องแรกที่เขียนภายใต้นามปากกากรรัมภาเลยค่ะ จุดเริ่มต้นจากการที่ได้คุยกับน้องพลอย (พาขวัญ) น้องนักเขียนที่สนิทกันว่า “ผู้ชายดีๆ มีแต่ในนิยาย” ทีนี้ก็เริ่มมาถกกันค่ะ ผู้เขียนคิดว่าไม่จริงนะ ขนาดในวรรณคดียังมีเมียคนละสามสี่คนเลย พระรามที่ว่ารักสีดาแค่ไหนยังเคยไม่ไว้ใจจนนางสีดาต้องลุยไฟพิสูจน์ความบริสุทธิ์เลย ทีนี้ผู้เขียนก็ฉุกคิดถึงพระลักษมณ์ขึ้นมาค่ะ พระลักษมณ์เป็นผู้ชายที่ดีมากในสายตาผู้เขียน (แม้จะมีบทโหดมากตอนตัดมือตัดเท้าหูจมูกของนางสำมะนักขาที่มารังแกนางสีดาเพราะหลงรักพระรามก็ตาม) พระลักษมณ์เป็นน้องที่ดีและซื่อสัตย์ภักดีกับพระรามมาก ตายแทนพี่ตั้งไม่รู้กี่ครั้ง เรียกได้ว่าเนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แถมยังเอากระดูกมาแขวนคออีก มีลูกมีเมียอยู่ที่เมืองบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ หนังสือบางเล่มก็ว่ามีแต่ไม่ได้กล่าวถึง ก็เลยคิดว่าถ้าพระลักษมณ์มาเป็นพระเอกบ้างล่ะ...จะเป็นอย่างไร
 

"ฤทัยลักษมณ์"  นิยายที่เริ่มต้นจากประโยคที่ว่า "เพราะผู้ชายดีๆ คงมีแต่ในนิยาย", กรรัมภา
 

ประจวบเหมาะกับช่วงนั้นดูโทรทัศน์แล้วเห็นข่าวการแสดงโขน ชุดศึกกุมภกรรณ ตอนโมกขศักดิ์ ที่ตามในเรื่องรามเกียรติ์ พระลักษมณ์โหดหอกโมกขศักดิ์ของกุมภกรรณจนสิ้นใจไปหนึ่งคืน จนหนุมานต้องไปชะลอรถพระอาทิตย์เพื่อไปเอาว่านสังกรณีตรีชวามารักษา ก็เลยใช้ช่วงนี้เขียนให้พระลักษมณ์ทะลุมิติมาจากหนังสือ ต้องมาใช้ชีวิตยุคสามจี(เขียนเมื่อสองปีที่แล้ว ยังเป็นสามจีเนอะ) มาเจอนางเอกที่เป็นมือขิมระดับประเทศลูกสาวครูดนตรีไทย ซึ่งผู้เขียนเองก็คลุกคลีกับดนตรีไทยมาตั้งแต่เด็กๆ เรียกว่าเล่นขิมมาตั้งแต่เก้าขวบจนทุกวันนี้ จึงยกเอาสิ่งที่คลุกคลีมาเรียงร้อยเป็นพลอตเรื่อง “ฤทัยลักษมณ์” ค่ะ แต่พระลักษมณ์จะอยู่บนโลกได้อย่างไร ใครก็มองว่าเป็นคนบ้า แถมศึกทศกัณฐ์ก็ยังไม่จบ เรื่องจะเป็นอย่างไรต้องติดตามต่อในเรื่องค่ะ
 

เชื่อว่าน้องๆ ชาวเด็กดีต้องสงสัยเหมือนพี่น้ำผึ้งแน่ๆ เลยค่ะ ว่าทำยังไงถึงได้ตีพิมพ์กับอรุณคะ?

กรรัมภา: ผู้เขียนเริ่มเขียนเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 57 ค่ะ จนกระทั่งปลายปี 57 สำนักพิมพ์อรุณมีการจัดอบรมนักเขียน ให้ส่งผลงานเข้าไป 5 หน้าเพื่อคัดเลือกเข้าไปอบรม และผู้เขียนก็ผ่านเข้าไป รู้สึกดีใจมากที่ได้ไปเพราะหลายคนก็สมัครแต่ไม่มีโอกาส ได้เรียนกับครูเหน่ง กีรตี ชนา แล้วจึงเก็บเกี่ยวความรู้ทั้งหมดมาเรียบเรียงฤทัยลักษมณ์ใหม่ เรียกว่ารื้อแทบทั้งเรื่องเลย และส่ง 5 ตอนแรกเข้าไปคัดเลือกคนที่จะได้เข้าอบรมรอบติวเข้มอีกครั้ง ซึ่งก็ผ่านอีก แต่เพราะครูอยู่ต่างประเทศทำให้ยังไม่สามารถจัดอบรมได้ ผู้เขียนจึงตัดสินใจเกลาเรื่องครั้งสุดท้ายและส่งต้นฉบับให้สำนักพิมพ์อรุณตอนกลางปี 58 รอนานพอสมควรค่ะ แต่ก็ผ่านในที่สุด เรียกว่าเคี่ยวกรำอย่างหนักจริงๆ ค่ะ
 

มีเคล็ดลับการเขียนยังไงบ้างคะ

กรรัมภา: เขียนจากสิ่งที่ชอบค่ะ เมื่อเราชอบอะไรเราจะสนใจเรื่องนั้น เตรียมข้อมูลให้มากที่สุดแต่ไม่จำเป็นต้องใช้ทั้งหมด ย่อยข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ก็พอ เขียนโดยคิดว่าตัวละครพวกนั้นมีอยู่จริง ไม่ควรไปบังคับเขามาก ปล่อยให้เขามีชีวิตของเขาโดยมีเราเฝ้ามองและร้อยเรียงเรื่องออกมาค่ะ
 

กรรัมภาชอบเขียนนิยายแนวไหนคะ

กรรัมภา: ส่วนตัวแล้วกรรัมภาชอบเขียนนิยายโรแมนติก แอคชั่น คอมมิดี สืบสวน แบบที่เขียนอยู่ปัจจุบันนี่แหละค่ะ เพราะว่าคนเราต้องมีประเด็นอื่นนอกจากความรักเนอะ ต้องมีอุปสรรคที่ร่วมฝ่าฟันกันไป มีปมสืบสวนสอบสวนบ้างเพื่อเพิ่มอรรถรส และอีกอย่างก็เพราะผู้เขียนชอบเรื่องแนวสืบๆ กันไปแบบนี้ค่ะ
 

ว้าว เยี่ยมไปเลยค่ะ แล้วในบรรดาผลงานที่กรรัมภาเขียนเนี่ย พี่ชอบเรื่องไหนมากที่สุดคะ? ทำไมล่ะ?

กรรัมภา:  ตัดสินใจยากมากค่ะ รักทุกเรื่องที่เขียนมานะคะ ถ้าจะให้ชอบที่สุด...น่าจะเป็น “กลรักนฤมิต” ค่ะ นางเอกในเรื่องใกล้ตัวเราที่สุดแล้ว เป็นนักชีวเคมี ที่สืบหาความจริงจากสมุดบันทึกการทดลองต้องห้ามของพ่อที่ตายไปแล้ว เรื่องนี้ผู้เขียนหยิบยกการทดลองสมัยเรียนมหาวิทยาลัยมาใช้ ตอนนั้นเป็นลูกมืออาจารย์ทำวิจัยหาดีเอ็นเอพืชที่ไม่เคยมีฐานดีเอ็นเอมาก่อน เรียกได้ว่าเหนื่อยทั้งเทอมเลย วิ่งเข้าวิ่งออกโรงพยาบาลบ่อยมาก(ทำการทดลองนะคะไม่ใช่ป่วย ฮา) ก็เลยเอามาใส่ในเรื่อง เป็นปมสืบสวนจากการทดลองที่ชอบมากค่ะ
 

คิดว่านิยายแนวรักแบบไหนเขียนยากสุดคะ?

กรรัมภา:  แนวอิงประวัติศาสตร์ค่ะ เพราะมีเรื่องของข้อเท็จจริงหรือบุคคลในประวัติศาสตร์มาเกี่ยวด้วย และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ผู้เขียนก็อยากลองสักครั้งในชีวิตนะคะ แต่คงต้องสะสมประสบการณ์ เก็บชั่วโมงบินไปก่อน ยังไม่ใช่ในเร็วๆ นี้แน่ๆค่ะ
 

มีเคล็ดลับการเขีนฉากบู๊ยังไงคะ

กรรัมภา:  ชอบดูภาพยนตร์แอคชั่นค่ะ ต่อสู้กันเน้นๆ ไปเลย หรือไม่ก็ดูคลิปการต่อสู้ป้องกันตัวต่างๆ แต่เวลาเขียนก็ต้องดูตัวบทของเราด้วย แต่ก็นำมาประยุกต์กันได้ค่ะ
 

แล้วมีเคล็ดลับการวางปม วางพล็อตนิยายให้สนุกแบบพี่ไหมคะ?

กรรัมภา:  ถ้าเป็นนิยายชุด ผู้เขียนจะวางปมแบบให้เป็นพลอตใหญ่เดียวกัน ต่อเนื่องกัน แต่ว่าแต่ละเรื่องในชุดก็จะมีซับพลอตย่อยของแต่ละเรื่องค่ะ เพื่อให้ได้อรรถรสที่แตกต่างเคล้ากันไปกับการสืบหาความจริงจากพลอตใหญ่ที่ครอบคลุมทั้งชุดค่ะ 
 

ถ้ามีโอกาสได้ไปเดทกับตัวละครในนิยายตัวเองหนึ่งคน อยากไปกับใครคะ?

กรรัมภา:  เลือกยากมากอีกแล้ว...ชอบทุกตัวนะคะ แต่ละตัวละครก็มีนิยายแตกต่างกันไป เลือกยากมาก งั้นขอเป็นไปเดทกับเจ้าวูล์ฟ หมาป่าหิมะพันธุ์ผสมของคุณวูล์ฟ พระเอก “กับดักรักล้อมใจ” แทนแล้วกันค่ะ เจ้าวูล์ฟน่ารักและตลกดี หมาติงต๊องไม่สมกับพันธุ์ของมันเลย
 

ในฐานะนักเขียน อยากทราบว่ากรรัมภาจะทำยังไงถ้าต้องเช็คว่าเพื่อนของกรรัมภาจดเบอร์โทรศัพท์ของพี่ถูก โดยมีข้อแม้ว่าห้ามถามเขาตรงๆ?

กรรัมภา:  เอาง่ายๆ เลยค่ะ ก็จะบอกให้เพื่อนโทรเข้ามาเลย เราจะเก็บเบอร์เธอเหมือนกันนะ ถ้าโทรเข้ามาได้ก็แสดงว่าถูก แค่นี้แหละค่ะ ตอบแบบกำปั้นทุบดินเกินไปไหมเนี่ย (ฮา)
 

สุดท้ายแล้วนะคะ กรรัมภาอยากฝากกำลังใจอะไรให้น้องๆ นักเขียนชาวเด็กดีบ้างคะ?

กรรัมภา: ที่อยากบอกคือให้อดทนค่ะ ตัวผู้เขียนเองก็ผ่านอะไรมาเยอะมาก แต่ขอเพียงใจรักที่จะเขียนจริงๆ ก็หมั่นเติมความรู้ อ่านให้เยอะ เขียนให้เยอะ ฝึกฝนตัวเองไปเรื่อยๆ สักวันเราจะเจอแนวทางของตัวเอง วันนี้อาจยังไม่ประสบความสำเร็จไม่เป็นไร อย่าลืมว่าต้นกล้าไม่สามารถโตได้ภายในวันเดียวค่ะ โตแบบพรวดพราดวันเดียวก็คงไม่แข็งแรง แต่ต้องมีการรดน้ำ ใส่ปุ๋ย ให้รากแผ่หยั่งลึกเข้าไป ผ่านแดดฝนก็ทนกันไป ก็เหมือนการเติมความรู้และการฝึกฝนตัวเองนี่แหละ ค่อยๆ โตแบบช้าๆ แต่มั่นคง แล้วต้นกล้าก็จะโตเป็นไม้ใหญ่ในสักวันค่ะ
 

"ฤทัยลักษมณ์"  นิยายที่เริ่มต้นจากประโยคที่ว่า "เพราะผู้ชายดีๆ คงมีแต่ในนิยาย", กรรัมภา
 

เอาล่ะค่ะ ก่อนจากกัน วันนี้ทีมไรเตอร์ก็มีหนังสือฤทัยลักษมณ์ จำนวน 3 เล่มมาแจกค่ะ ใครอยากได้มาเล่นเกมกับพี่นะคะ โดยเกมของเรามีง่ายๆ ดังนี้ค่ะ คือ... ให้น้องๆ เขียนพล็อตนิยายที่อิงจากวรรณคดึไทย ค่ะ พล็อตของใครแปลกใหม่และโดนใจพี่มากที่สุด รับหนังสือฤทัยลักษมณ์ไปครอบครองเลยค่ะ
 

ประกาศรางวัลผู้ได้รับหนังสือฤทัยลักษมณ์ 3 เล่ม

ส่งชื่อที่อยู่มาที่อีเมล atin@dek-d.com ภายในวันอาทิตย์ 14 กรกฎาคมจ้า ^ ^
 

จบไปแล้วนะคะกับบทสัมภาษณ์ดีๆ จากกรรัมภา ซึ่งพี่น้ำผึ้งชอบนักเขียนคนนี้มากเลยนะคะ อาจเป็นเพราะงานที่ถูกจริต (แนวโรแมนติก-แอ็คชั่น) ด้วย ซึ่งใครที่เป็นสาวกนิยายแนวนี้ไม่ควรพลาดเลยนะคะ และสำหรับเรื่องใหม่อย่าง "ฤทัยลักษมณ์" ก็น่าสนใจไม่น้อยนะคะ ไหนใครอ่านเรื่องไหนแล้วบ้างอย่าลืมมาเล่าให้พี่ฟังด้วยน้า อิอิ ส่วนครั้งหน้าจะเป็นใครมาพบปะพูดคุยกับน้องๆ ชาวไรเตอร์เด็กดี อย่าลืมรอติดตามนะคะ


 
พี่น้ำผึ้ง :)
 
Deep Sound แสดงความรู้สึก
          
ดูหมวดนี้ต่อได้ใน Writer > พบปะพูดคุย
ความคิดเห็น

13

จำนวนแชร์
734

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

  1. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    #7 Vimala
    5 ส.ค. 2559, 22:33 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
    พล็อตนิยาย (จากไกรทอง)

    “เจ้าฆ่าผัวข้าแล้ว ยังจะมาเอาอะไรกับข้าอีก!!”
    นักธุรกิจหนุ่มสมองไวอย่าง ‘กนธี’ ถึงกับคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะเมื่อ ‘ภีลนุช’ เจ้าสาวของเขาที่พึ่งเข้าหอด้วยกันเมื่อคืนตื่นขึ้นมาพร้อมกับประโยคนี้ เธอทั้งกรีดร้อง ร้องไห้ราวกับคนบ้า ทั้งยังทุบตีพยายามทำร้ายเขาทั้งน้ำตาจนกนธีได้แต่งุนงง เขาใช้เวลาอยู่พักใหญ่ก่อนจะเชื่อมโยงทุกเหตุการณ์ได้ จึงได้พบว่าผู้ที่อยู่ในร่างเจ้าสาวของเขานั้น ไม่ใช่ภีลนุชหญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจอีกต่อไป แต่เป็นนางวิมาลา นางจระเข้สาวผู้เป็นเมียของชาละวัน และเขาเองที่บังเอิญหน้าตาเหมือนไกรทอง ชายหนุ่มที่พึ่งฆ่าสามีเธอไปอย่างเลือดเย็น
    แต่เมื่อหนังสือพิมพ์พึ่งลงข่าวการแต่งงานของเขาและภีลนุชไปอย่างใหญ่โตว่าเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ธุรกิจใหญ่สองเครือข่ายจนยิ่งใหญ่ติดท็อป 10 เอเชีย การจะแยกบ้านแยกห้องในวันเดียวหลังแต่งงานจึงเป็นอะไรที่เป็นไปไม่ได้ กนธีได้แต่ขอร้องแกมบังคับให้วิมาลาสวมบทเป็นภีลนุชไปก่อนอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งที่เธอยังควบคุมตัวเองไม่ได้จนน้ำตาไหลทุกครั้งเวลาเห็นหน้าเขา
    ยิ่งเป็นเรื่องใหญ่เมื่อวิมาลาในร่างภีลนุชพุ่งเข้ากอด ‘ธารนเรศ’ ศัตรูทั้งทางธุรกิจและทางหัวใจที่เคยแย่งชิงภีลนุชกับเขา ด้วยเหตุผลว่า ธารนเรศหน้าตาเหมือนชาละวัน ผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจ จนสื่อประโคมข่าวเตียงหักของกนธีและภีลนุชกันสนุกปาก กนธีปวดหัวกับการแก้ข่าวจนต้องเริ่มจับวิมาลามาสอนอย่างจริงจังถึงสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ความใกล้ชิดทำให้กนธีพลั้งเผลอ ตกหลุมรักภีลนุชคนใหม่โดยไม่รู้ตัว ภีลนุชของเขาอ่อนหวาน น่าทนุถนอม แต่วิมาลานั้นเข้มแข็ง แกร่งนอกอ่อนในแบบที่เขาชอบ
    จนในที่สุด วันหนึ่งกนธีก็พูดได้เต็มปากว่าเขารักเธอ แต่ในวันเดียวกันนั้นเอง เธอเดินมาบอกเขาว่า เธอค้นพบหนทางที่จะทำให้เธอได้กลับที่ๆเธอจากมา และนำตัวภีลนุชของเขากลับคืน
    หรือจริงๆทุกอย่างควรจะกลับสู่สิ่งที่ควรจะเป็น ภีลนุชคนเดิมที่เขาควรจะแต่งงานด้วย และวิมาลาคือนางจระเข้สาวที่มีอยู่เพียงในวรรณคดี หัวใจเขามีความสุขกับแบบนั้นจริงๆหรือ?
    #7
  2. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    6 ส.ค. 2559, 15:46 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ถ้าหากเป็นเพราะเบญจมิณทร์มีฐานะยากจน ฉันไม่เคยสนใจมันหรอก  ถ้าหากเป็นเพราะเขาไม่หล่อฉันก็ไม่เคยสนใจมันเลยสักนิด  และถ้าหากเขาจะขี้ริ้วขี้เหร่หรือดูโง่เง่ายังไงฉันก็ไม่มีวันสนใจอยู่ดี  ตลอดระยะเวลา6ปีที่เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งเเต่ม.1-ม.6  เขาคือคนที่คอยอยู่เคียงข้างฉันเเละปลอบโยนในวันที่ฉันเสียใจเสมอ ถึงเเม้คนในโรงเรียนจะนินทาหรือดูถูกว่าฉันไม่น่าไปคบหาสมาคมกับเบญจมิณทร์เลย ฉันก็ไม่เคยสนใจ>> มันน่าเเปลกที่คนเราจะเลือกคบคนที่รูปลักษณ์ภายนอกโดยตัดสินเขาจากสิ่งที่เห็นเท่านั้น .....ย้อนกลับไปในวันที่เราเจอกันครั้งเเรก ฉันสงสารเด็กชายเบญจมิณทร์วัย13ปีที่ย้ายเข้ามาเป็นนักเรียนใหม่ เขาเป็นเด็กผู้ชายตัวสูง ผอมกะหร่องกะเเหร่ง เเละมีสีผิวค่อนข้างเข้ม ด้วยเสื้อผ้าที่ดูเก่าๆขมุกขมัว เขาถูกเพื่อนๆในห้องรังเกียจ ไม่มีใครนั่งข้างเขา ไม่มีใครไปพูดคุยกับเขา และไม่มีเเม้สักคนเดียวที่มอบรอยยิ้มหรือคำทักทายให้เขาเลย ฉันจึงตัดสินใจเดินเข้าไปขอนั่งข้างเขา และพูดคุยทักทายกับเขา เพื่อนๆไม่เข้าใจก็เลยพลอยไม่คุยกับฉันไปด้วย...ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่เห็นจะเเคร์เลย เพราะจริงๆเเล้วเบญจมิณทร์ที่ใครๆว่า ขี่เหร่   กระจอก  ยากจน  หรือโง่เง่านั้นเขาช่างเป็นเพื่อนที่เเสนดีเหลือเกิน เขาเป็นคนเดียวที่นั่งฟังฉันพูดเรื่องนั้นเรื่องนี้โดยไม่เบื่อ  เขาเป็นคนเดียวที่ช่วยฉันทำการบ้านเวลาฉันทำไม่ทัน เขามักมีมุกตลกๆมาทำให้ฉันหัวเราะอยู่บ่อยๆ เวลาฉันถูกเเกล้งเขาก็คอยปกป้องดูเเลฉันอย่างดี เบญจมิณทร์เป็นเพื่อนที่น่ารักเเละอบอุ่นกับฉันมาตลอด จนวันนึง หลังจากสอบปลายภาคของม.6ผ่านไป  เบญจมิณทร์ก็หายเงียบไปเลย เขาไม่บอกว่าไปไหน เขาขาดการติดต่อกับฉัน  ฉันคิดถึงและเป็นห่วงเขามาก ฉันเสียใจจริงๆนะT T ****** หลังจากเสียใจกับการหายไปของเพื่อนรักคนสำคัญ ฉันต้องต่อสู้กับการสอบเข้ามหาลัย ณ วันเเรกของการเป็นเฟรชชี่ปี1 ฉันต้องเหวอและช็อคหนักมากกับ การเเนะนำเดือนมหาลัยสุดฮอต ที่ชื่อเบญจมิณทร์ นั่นมันเพื่อนที่หายไปของฉัน เเต่ทำไมเบญจมิณทร์ถึงไม่เหมือนเบญจมิณทร์ที่ฉันรู้จัก เขาเปลี่ยนไปมาก เขากลายเป็นหนุ่มหน้าคมเปี่ยมเสน่ห์ เขาหล่อมากก  หล่อมากจริงๆ ฉันสังเกตเห็นสาวๆในมหาลัยมองเขาตาค้างกันทั้งนั้น ฉันไม่เข้าใจ และยังทำตัวไม่ถูก ถามว่าดีใจไม๊ที่เจอเขาก็ต้องดีใจมากๆอยู่เเล้ว  เเต่ ฉันบอกตรงๆความรู้สึกตอนนี้มันปนกันไปหมด ...ดีใจที่เจอ  เสียใจเเละโกรธที่เขาไม่ติดต่อกลับมาเลย ทำไมเขาถึงได้ลืมฉันคนนี้ไปล่ะ เบญจมิณทร์บ้าาา   ฉันจะร้องไห้เเล้วนะ........ ประมาณนี้อ่ะค่ะ ขอร่วมสนุกด้วยนะคะ เเฮร่ๆ ขอบคุณกิจกรรมนี้นะคะ เเต่งแบบมันส์มาก >>อิงมาจากวรรณคดีไทยเรื่อง สังข์ทองกับนางรจนาค่ะ เย้

    แก้ไขล่าสุด6 ส.ค. 2559, 15:54 น.

    #10
  3. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    6 ส.ค. 2559, 10:41 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    พล็อตอ้างอิง : พระอภัยมณี

    เมื่อหญิงสาวดวงซวยกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เกิดอย่าง ‘บัวบุรี’ เกิดความรู้สึกสงสารนางผีเสื้อสมุทรในเรื่องพระอภัยมณีจากคณะลิเกงานวัดอย่างสุดซึ้งว่าทำไมนางถึงอาภัพรักขนาดนั้น  เกิดมารูปกายอัปลักษณ์ โดนลูกและสามีทิ้งยังไม่พอ ยังต้องมาโดนสามีฆ่าอีก  หญิงสาวร่างอรชรอย่างบัวบุรีจึงคิดเล่นๆว่าถ้าเธอเป็นนางผีเสื้อสมุทร เธอจะปรับเปลี่ยนนิสัยและพฤติกรรมให้พระอภัยมณีหลงรักไม่คิดที่จะหนี และเหมือนโชคชะตาจะเป็นใจ จึงส่งให้บัวบุรีเกิดโดนลูกหลงนักเลงตีกันกลางงานวัดจนพลัดตกน้ำ แล้วทะลุมิติมาอยู่ในร่างของนางผีเสื้อสมุทรที่เสียชีวิตหลังจากโดนเพลงปี่พระอภัยฆ่าสมใจ โดยก่อนที่หญิงสาวจะเข้ามาอยู่ในร่างนี้ เธอได้รับภารกิจจากเทพแห่งโชคชะตาว่าถ้าหากอยากจะกลับมาอยู่ในร่างเดิม เธอต้องทำให้พระอภัยมณีหลงรักนางผีเสื้อสมุทรให้ได้ เธอถึงจะได้กลับไปเป็นบัวบุรีเหมือนเดิม หญิงสาวต้องเดินทางตามหาพระอภัยมณี เพื่อทำให้พระองค์หลงรัก แต่ทว่าเมื่อได้พบ...พระอภัยมณีกลับรังเกียจและกลัวเธอ หญิงสาวในร่างผีเสื้อสมุทรจึงให้สัญญาว่าจะไม่ทำร้ายใคร จะกลับใจเป็นคนดี ซึ่งพระอภัยมณีก็เชื่อ ก่อนที่บัวบุรีจะดำเนินแผนการอ่อยพระอภัยตามฉบับสาวยุค 2016 อย่างเนียนๆ เพื่อที่เธอจะได้กลับร่างเดิมและเพื่อดัดนิสัยความเจ้าชู้ ทวงความเป็นธรรมให้แก่ภรรยาหลวงอย่างนางผีเสื้อสมุทร  โดยพยายามกีดกันนางเงือก นางสุวรรณมาลี นางวาลี และนางละเวงวัณฬาไม่ให้เข้าไปทำให้พระอภัยหวั่นไหว เพื่อที่เธอจะใช้ร่างนี้อ่อยสามีคนนี้ได้สะดวก ซึ่งเมื่อพระอภัยมณีพบว่านางยักษ์ที่เคยดุร้ายเริ่มเปลี่ยนไป บางทีนี่อาจเป็นแค่ฉากหน้า แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ชายหนุ่มกลับรู้สึกแปลกๆยามที่ได้ใกล้ชิดกับภรรยาคนแรก และยิ่งพฤติกรรมเกี้ยวบุรุษที่นางทำอยู่ตอนนี้แม้จะไม่ได้อุกอาจเหมือนตอนที่ขืนใจเขา  แต่มันก็ทำให้เขาหวั่นไหวได้ง่ายๆ หนำซ้ำพฤติกรรมที่แปลกๆที่นางผีเสื้อสมุทรทำ บางทีก็คล้ายคนวิปริต พูดจาคำศัพท์ที่เขาฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง และยังทำให้เขาเป็นห่วงอยู่เรื่อย จนในที่สุดความรู้สึกที่พระอภัยมณีมีให้บัวบุรีในร่างของนางผีเสื้อสมุทรเริ่มชัดเจนขึ้น ชายหนุ่มมั่นใจแล้วว่าเขารักนาง แม้เมื่อก่อนเขาจะทำร้ายนางมากจนไม่น่าให้อภัย แต่ตอนนี้เขาพร้อมจะดูแลนางแล้ว  ซึ่งเหมือนกับบัวบุรี หญิงสาวเริ่มหวั่นไหวต่อผู้ชายในวรรณคดีตรงหน้า  จากแค่อยากแก้เผ็ดพระอภัยที่ทำร้ายภรรยาได้ลงคอ  ทวงความเป็นธรรมให้ผีเสื้อสมุทรเท่านั้น แต่ไฉนเธอจึงเป็นฝ่ายหลงรักเขาเสียเอง จากฝ่ายที่ถูกอ่อยกลายเป็นคนอ่อยเสียเอง ซึ่งนั้นทำให้บัวบุรีรู้ใจตัวเองมากขึ้น  ซึ่งนั้นทำให้อภัยมณีมาสารภาพความในใจกับเธอว่าเขารู้สึกกับเธอเช่นไร พร้อมกับขอโทษที่เคยทำร้ายและคิดหนี แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคของบัวบุรี แต่อุปสรรคที่ว่าคือเธอกำลังจะคืนร่างเดิม แล้วเธอจะได้กลับไปยังโลกปัจจุบันที่จากมา แต่หัวใจของเธอกลับถูกครอบครองด้วยเจ้าของมนต์ปี่พิศวาสเสียแล้ว หญิงสาวสารภาพรักกับอีกฝ่ายทั้งน้ำตาก่อนที่ร่างกายจะแปรเปลี่ยนไปยังร่างเดิม พร้อมกับเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้พระอภัยฟัง ชายหนุ่มได้ฟังดังนั้นก็บอกว่าเขารักเธอในสิ่งที่เธอเป็น พร้อมกับเมื่อได้รู้ว่าอีกไม่นานหญิงสาวต้องจากไป ชายหนุ่มสัญญาว่าจะไม่มีใครนอกจากเธอ ก่อนจะพบว่าเธอไม่ได้หายไปจริงๆ เทพแห่งโชคชะตามาบอกว่าหญิงสาวต้องการกลับโลกที่จากมาหรือไม่ บัวบุรีลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบออกไปว่าขอใช้ชีวิตที่นี่กับคนที่รักเธอ และเธอก็รักเขา บทสรุปของทั้งสองลงเอยด้วยดี ถึงแม้คนที่เธอรักจะเป็นแค่ตัวละครในวรรณคดี แต่เธอก็รักชายผู้นั้นไปแล้ว ซึ่งนับจากนี้ตลอดไป ทั้งคู่จะใช้ความรักที่มีให้กันและกันเป็นเครื่องนำทาง...จบ

    ...ถึงรูปชั่วตัวดำชอกช้ำจิต พี่ไม่คิดแรมร้างให้ห่างหนี

    แม้นนวลน้องจะเป็นอสุรี หทัยพี่จักรักเจ้านิจนิรันดร์...

    ปล.ร่วมสนุกด้วยค่ะ

    แก้ไขล่าสุด6 ส.ค. 2559, 10:43 น.

    #8
  4. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    5 ส.ค. 2559, 18:21 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    (อ้างอิงจากวรรณกรรมเรื่องพระสุธน-มโนราห์)

    เพราะการไปประจำที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าที่ภูเวียงคำเป็นครั้งแรก ทำให้ 'มณีริน' เจ้าหน้าที่สาวหน้าสวยถึงกับประหม่าอย่างบอกไม่ถูก หนำซ้ำวันต่อมาเธอยังได้ออกสำรวจป่ากับคณะ แต่ทว่าหญิงสาวเกิดพลัดหลงกับคนอื่นๆ ด้วยความเหนื่อยและความเมื่อยล้า มณีรินจึงตัดสินใจอาบน้ำชำระกายกลางป่า และดูเหมือนหญิงสาวจะโชคร้ายหนักกว่าเดิม เมื่อมีโรคจิตหน้าหล่อแต่แต่งกายแปลกๆที่ไหนไม่รู้เอาเชือกมามัดเธอไว้ แถมยังบอกว่าตัวเองชื่อ 'บุญ' ที่กำลังตามหากินรีที่ชื่อมโนราห์ไปถวายพระสุธนอีกต่างหาก มณีรินอยากจะบ้าตาย ถ้าหากว่าเธอไม่เปลือยกายอยู่ เธอจะลุกไปตบคนหน้าด้านตรงหน้าสักฉาด แต่ก็อย่างว่า เธอคิดว่าไม่ควรถือสาคนบ้า อย่าว่าคนเมา สงสัยนายบุญคนนี้ไม่บ้าก็เพี้ยน มณีรินจึงไม่ใส่ใจอะไร หนำซ้ำหญิงสาวยังผสมโรงอ้างตัวเองว่าเป็นมโนราห์ไปตามน้ำอีกด้วย เรื่องราวความวุ่นวายแห่งบ่อเกิดของความเข้าใจผิดจึงเริ่มขึ้น ซึ่งนั้นอยากจะทำให้มณีรินอยากจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขคำพูดที่สมอ้างว่าเป็นมโนราห์ ก็เพราะว่านายบุญคนนี้พาเธอข้ามมิติมายังป่าหิมพานต์จริงๆ เธอชื่อมณีริน ไม่ใช่มโนราห์... แต่ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้น ก่อเกิดเป็นความผูกพันที่หญิงสาวและพรานบุญยากจะถอนตัว และความรู้สึกที่ทั้งคู่บอกไม่ถูก จนได้เข้าเมืองเพื่อเตรียมตัวพบพระสุธน เมื่อรู้ว่าต้องนำนางไปมอบให้พระสุธน บุญก็เกิดความรู้สึกในใจแปลกๆ ทว่าหน้าที่กับหัวใจ เขาขอเลือกอย่างแรก ยอมเสียสละเพื่อให้เจ้านายมีความสุข ซึ่งชายหนุ่มก็คิดว่ามโนราห์ (มณีริน) ก็คงรักเจ้าชายมากกว่าพรานป่าเช่นตน บุญจึงนำนางไปถวาย โดยมณีรินรู้ก็เสียใจมาก หญิงสาวจึงหนีกลับโลกมนุษย์ยุคโลกาภิวัตน์ไป โดยที่บุญเองก็เสียใจไม่แพ้กัน แต่ถึงอย่างงั้นเขาก็ไม่ควรจะรักคนที่เจ้านายรัก เพราะมันเป็นสิ่งที่ผิด แต่เมื่อบุญเข้าเฝ้าพระสุธน เขากลับพบว่าพระสุธนมีชายาแล้ว ซึ่งนั่นก็คือมโนราห์(ตัวจริง) นั่นทำให้บุญคิดว่าแล้วหญิงสาวคนที่เขารักเป็นใคร แต่ไม่สำคัญแล้ว ในเมื่อเขาเกิดหลงรักเธอเสียแล้ว ภารกิจตามหัวใจคืนสู่หิมพานต์จึงเกิดขึ้น สุดท้ายบุญก็ได้รู้ว่าเธอชื่อมณีริน แต่ดูเหมือนกามเทพจะเล่นตลก เมื่อมณีรินถูก 'ชัยเสน' พ่อเลี้ยงปางไม้รูปหล่อมารุมจีบ พรานหนุ่มจึงหาวิธีกีดกันทั้งคู่ออกจากกัน เพราะกลัวหญิงสาวปันใจให้ ความวุ่นวายของแผนการกันมดออกจากน้ำตาลจึงเริ่มขึ้น โดยที่เขาใช้เวลาปรับความเข้าใจกับเธอนานพอสมควร ชายหนุ่มจึงงอนง้อหญิงสาวสำเร็จ พร้อมกับมณีรินที่ยอมไปอยู่กับเขาที่หิมพานต์ ด้วยความรักที่ทั้งคู่มีให้ต่อกัน (จบ)

    --------ยาวจัง 

    แก้ไขล่าสุด5 ส.ค. 2559, 18:26 น.

    #5
  5. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    3 ส.ค. 2559, 14:13 น. · ผ่านทางแท็บเล็ต

    พลอตนิยาย มัทนาเด็กหญิงที่เกิดมาพร้อมกับกลิ่นหอมของดอกกุหลาบ ตั้งแต่มารดาตั้งครรภ์ก็มักจะฝันเห็นดอกกุหลาบและชื่นชอบกับกลิ่นหอมดอกกุหลาบจนพ่อเลี้ยงสุรัฐผู้เป็นบิดาต้องทำแปลงปลูกต้นกุหลาบไว้ให้รอบบริเวณบ้าน มัทนาเติบโตขึ้นในไร่กาแฟของบิดาที่มีกิจการโรงงานผลิตกาแฟสำเร็จรูปแบบครบวงจรที่ตั้งอยู่ในจังหวัดทางภาคเหนือ มัทนามักจะฝันว่าอยู่ท่ามกลางดอกกุหลาบแต่ก็ไม่ได้แปลกใจอาจเพราะรอบบ้านก็มีแต่ต้นกุหลาบ และขณะที่เธอเรียนอยู่ชั้นปีท่ี4 ของมหาวิทยาลัยในกรุงเทพ ภายในไร่เริ่มมีปัญหาจากการคุกคามของนักการเมืองท้องถิ่นเนื่องจากพ่อเลี้ยงสุรัฐไม่ยอมเป็นฐานเสียงให้ จึงถูกกล่าวหาและมีหลักฐานว่ามีส่วนร่วมในการค้ายาเสพติดกับปคะเทศเพื่อนบ้านและถูกควบคุมตัวไว้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เธอพบกับสารวัตรสุเทศหัวหน้าชุดสืบสวนที่ส่งมาทำคดีนี้ แต่ทำไมแค่เพียงสบตากันมัทนารู้สึกได้ถึงการข่มขู่คุกคามทำให้หวาดกลัวโดยไม่มีเหตุผลสายตาคู่นั้นฝังลึกอยู่ในจิตใจให้ต้องนึกถึงอยู่ตลอดเวลา สารวัตรสุเทศเองก็มองเห็นความหวาดกลัวในแววตาของเธอแต่กลับรู้สึกถึงความผูกพันความห่วงใยที่มีอย่างมากมายหรือจะเป็นดังเช่นที่พระหลวงตาศิน ที่เคยตั้งชื่อให้เขาตั้งแต่เกิด ได้บอกไว้ว่าเขายังมีบ่วงกรรมที่ผูกพันมาแต่ชาติปางก่อนและการจะหลุดพ้นต้องขึ้นอยู่กับการปฏิบัติดีประพฤติชอบของตัวเองเท่านั้น ซึ่งเขาก็ได้ถือปฏิบัติมาโดยตลอด สารวัตรสุเทศลงพื้นที่เพื่อสืบคดี แต่ระหว่างการสืบสวนกลับถูกข่มขู่และลอบทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บแต่ก็ได้พยานหลักฐานมัดตัวคนผิดและแก้ข้อกล่าวหาให้พ่อเลี้ยงสุรัฐพ้นความผิด เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจสารวัตรสุเทศจึงกลับมาประจำกรมที่กรุงเทพฯ พ่อเลี้ยงสุรัฐเป็นห่วงมัทนาที่ยังคงต้องเรียนต่อที่กรุงเทพอีกหนึ่งปีจึงฝากให้สารวัตรสุเทศช่วยดูแลให้บ้าง ซึ่งเป็นความเต็มใจของเขาอย่างยิ่ง แต่เมื่อเห็นความสนิทสนมของมัทนากับเพื่อนชายที่ชื่อชัยสินธุ์แล้ว เขาต้องพยายามข่มใจฝืนความรู้สึกและตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะคอยดูแลเธออยู่ห่างๆ ไม่เห็นแก่ตัวไม่บังคับจิตใจเธอ และต้องการเห็นเธอมีความสุขกับคนที่เธอรัก โดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วขัยสินธุ์หรือซินดี้ที่พยายามแอ๊บแมนต่อหน้าคนอื่นคือเพื่อนสาวคนสนิทของมัทนา และซินดี้ก็ทำหน้าที่เป็นกามเทพช่วยให้ความรักที่มั่นคงของสุเทศที่มีต่อมัทนาได้สมหวังในที่สุด (อิงจากวรรณกรรมเรื่องมัทนะพาธา)

    #3

13 ความคิดเห็น

  1. 31 ก.ค. 2559, 13:19 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    รักเลย

    รักเลย

    ติดตามตลอดเลยชอบทุกเรื่องโดยเฉพาะป๋าวูฟ

    #1
  2. 31 ก.ค. 2559, 22:34 น. · ผ่านทางแท็บเล็ต

    วรรณกรรมไทยหมายถึงยังไงคะ? วรรณคดีหรือเปล่า?

    #2
    • Staff
      3 ส.ค. 2559, 14:11 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
      ใช่ค่ะ
      #2-1
  3. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    3 ส.ค. 2559, 14:13 น. · ผ่านทางแท็บเล็ต

    พลอตนิยาย มัทนาเด็กหญิงที่เกิดมาพร้อมกับกลิ่นหอมของดอกกุหลาบ ตั้งแต่มารดาตั้งครรภ์ก็มักจะฝันเห็นดอกกุหลาบและชื่นชอบกับกลิ่นหอมดอกกุหลาบจนพ่อเลี้ยงสุรัฐผู้เป็นบิดาต้องทำแปลงปลูกต้นกุหลาบไว้ให้รอบบริเวณบ้าน มัทนาเติบโตขึ้นในไร่กาแฟของบิดาที่มีกิจการโรงงานผลิตกาแฟสำเร็จรูปแบบครบวงจรที่ตั้งอยู่ในจังหวัดทางภาคเหนือ มัทนามักจะฝันว่าอยู่ท่ามกลางดอกกุหลาบแต่ก็ไม่ได้แปลกใจอาจเพราะรอบบ้านก็มีแต่ต้นกุหลาบ และขณะที่เธอเรียนอยู่ชั้นปีท่ี4 ของมหาวิทยาลัยในกรุงเทพ ภายในไร่เริ่มมีปัญหาจากการคุกคามของนักการเมืองท้องถิ่นเนื่องจากพ่อเลี้ยงสุรัฐไม่ยอมเป็นฐานเสียงให้ จึงถูกกล่าวหาและมีหลักฐานว่ามีส่วนร่วมในการค้ายาเสพติดกับปคะเทศเพื่อนบ้านและถูกควบคุมตัวไว้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เธอพบกับสารวัตรสุเทศหัวหน้าชุดสืบสวนที่ส่งมาทำคดีนี้ แต่ทำไมแค่เพียงสบตากันมัทนารู้สึกได้ถึงการข่มขู่คุกคามทำให้หวาดกลัวโดยไม่มีเหตุผลสายตาคู่นั้นฝังลึกอยู่ในจิตใจให้ต้องนึกถึงอยู่ตลอดเวลา สารวัตรสุเทศเองก็มองเห็นความหวาดกลัวในแววตาของเธอแต่กลับรู้สึกถึงความผูกพันความห่วงใยที่มีอย่างมากมายหรือจะเป็นดังเช่นที่พระหลวงตาศิน ที่เคยตั้งชื่อให้เขาตั้งแต่เกิด ได้บอกไว้ว่าเขายังมีบ่วงกรรมที่ผูกพันมาแต่ชาติปางก่อนและการจะหลุดพ้นต้องขึ้นอยู่กับการปฏิบัติดีประพฤติชอบของตัวเองเท่านั้น ซึ่งเขาก็ได้ถือปฏิบัติมาโดยตลอด สารวัตรสุเทศลงพื้นที่เพื่อสืบคดี แต่ระหว่างการสืบสวนกลับถูกข่มขู่และลอบทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บแต่ก็ได้พยานหลักฐานมัดตัวคนผิดและแก้ข้อกล่าวหาให้พ่อเลี้ยงสุรัฐพ้นความผิด เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจสารวัตรสุเทศจึงกลับมาประจำกรมที่กรุงเทพฯ พ่อเลี้ยงสุรัฐเป็นห่วงมัทนาที่ยังคงต้องเรียนต่อที่กรุงเทพอีกหนึ่งปีจึงฝากให้สารวัตรสุเทศช่วยดูแลให้บ้าง ซึ่งเป็นความเต็มใจของเขาอย่างยิ่ง แต่เมื่อเห็นความสนิทสนมของมัทนากับเพื่อนชายที่ชื่อชัยสินธุ์แล้ว เขาต้องพยายามข่มใจฝืนความรู้สึกและตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะคอยดูแลเธออยู่ห่างๆ ไม่เห็นแก่ตัวไม่บังคับจิตใจเธอ และต้องการเห็นเธอมีความสุขกับคนที่เธอรัก โดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วขัยสินธุ์หรือซินดี้ที่พยายามแอ๊บแมนต่อหน้าคนอื่นคือเพื่อนสาวคนสนิทของมัทนา และซินดี้ก็ทำหน้าที่เป็นกามเทพช่วยให้ความรักที่มั่นคงของสุเทศที่มีต่อมัทนาได้สมหวังในที่สุด (อิงจากวรรณกรรมเรื่องมัทนะพาธา)

    #3
  4. 5 ส.ค. 2559, 16:24 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ขออ้างอิงตัวละครจากเรื่อง "แก้วหน้าม้า" นะคะ

    "กรองแก้ว" เป็นคุณหนูลูกเศรษฐีที่มีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหลายพันล้าน บริษัทของครอบครัวเธอถือได้ว่าเป็นบริษัทอันดับต้นๆ ที่นักธุรกิจน้อยใหญ่ล้วนอยากเป็นคู่ค้าด้วย 

    วันที่แก้วเรียนจบจากลอนดอน และอยู่ที่สนามบินกำลังจะกลับบ้าน เธอได้หยิบกระเป๋าเดินทางสลับกับ "คุณปิ่น" ทายาทเพียงคนเดียวของบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่สุดของประเทศ และเกิดมีปาก เสียงกันอย่างรุนแรง แก้วจึงไม่ยอมคืนกระเป๋าให้ พร้อมยืนยันว่าจะไปแจ้งเรื่องเอาความที่โรงพัก เพราะหลักฐานจากกล้องวงจรปิดพบว่าคุณปิ่นได้หยิบกระเป๋าของเธอไปก่อน

    เนื่องจากในกระเป๋าเดินทางนั้นมีของสำคัญหลายอย่าง และคุณปิ่นไม่มีเวลามากพอจะมาต่อล้อต่อเถียงหรือไปโรงพัก เขาจึงขอร้องกรองแก้วทุกทาง และยอมให้ทุกอย่างที่เธอต้องการเพียงเพื่อให้ได้กระเป๋าคืน

    "คนที่จะยอมเรื่องนี้ง่ายๆ ถ้าไม่โง่มาก ก็ต้องเป็นเมียคุณเท่านั้นแหละ" หญิงสาวพูดแล้วหัวเราะสะใจ เธอเริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าจะสนุกขึ้นเรื่อยๆ

    "งั้นเธอก็มาเป็นซะสิ" 

    ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่า แค่คำตอบรับขำๆ ของเขาในวันนั้น จะกลายมาเป็นเรื่องวุ่นวายที่ทำให้ชีวิตของเขาต้องเปลี่ยนไป ติดตามดูความร้ายกาจแต่แฝงไปด้วยความน่ารักของหญิงสาว ผู้ทำทุกวิถีทางให้เขายอมรับในสิ่งที่ตัวเองได้พูด รับรองว่ามันส์แน่นอนพะย่ะค่ะ 

    แก้ไขล่าสุด5 ส.ค. 2559, 16:30 น.

    #4
  5. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    5 ส.ค. 2559, 18:21 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    (อ้างอิงจากวรรณกรรมเรื่องพระสุธน-มโนราห์)

    เพราะการไปประจำที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าที่ภูเวียงคำเป็นครั้งแรก ทำให้ 'มณีริน' เจ้าหน้าที่สาวหน้าสวยถึงกับประหม่าอย่างบอกไม่ถูก หนำซ้ำวันต่อมาเธอยังได้ออกสำรวจป่ากับคณะ แต่ทว่าหญิงสาวเกิดพลัดหลงกับคนอื่นๆ ด้วยความเหนื่อยและความเมื่อยล้า มณีรินจึงตัดสินใจอาบน้ำชำระกายกลางป่า และดูเหมือนหญิงสาวจะโชคร้ายหนักกว่าเดิม เมื่อมีโรคจิตหน้าหล่อแต่แต่งกายแปลกๆที่ไหนไม่รู้เอาเชือกมามัดเธอไว้ แถมยังบอกว่าตัวเองชื่อ 'บุญ' ที่กำลังตามหากินรีที่ชื่อมโนราห์ไปถวายพระสุธนอีกต่างหาก มณีรินอยากจะบ้าตาย ถ้าหากว่าเธอไม่เปลือยกายอยู่ เธอจะลุกไปตบคนหน้าด้านตรงหน้าสักฉาด แต่ก็อย่างว่า เธอคิดว่าไม่ควรถือสาคนบ้า อย่าว่าคนเมา สงสัยนายบุญคนนี้ไม่บ้าก็เพี้ยน มณีรินจึงไม่ใส่ใจอะไร หนำซ้ำหญิงสาวยังผสมโรงอ้างตัวเองว่าเป็นมโนราห์ไปตามน้ำอีกด้วย เรื่องราวความวุ่นวายแห่งบ่อเกิดของความเข้าใจผิดจึงเริ่มขึ้น ซึ่งนั้นอยากจะทำให้มณีรินอยากจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขคำพูดที่สมอ้างว่าเป็นมโนราห์ ก็เพราะว่านายบุญคนนี้พาเธอข้ามมิติมายังป่าหิมพานต์จริงๆ เธอชื่อมณีริน ไม่ใช่มโนราห์... แต่ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้น ก่อเกิดเป็นความผูกพันที่หญิงสาวและพรานบุญยากจะถอนตัว และความรู้สึกที่ทั้งคู่บอกไม่ถูก จนได้เข้าเมืองเพื่อเตรียมตัวพบพระสุธน เมื่อรู้ว่าต้องนำนางไปมอบให้พระสุธน บุญก็เกิดความรู้สึกในใจแปลกๆ ทว่าหน้าที่กับหัวใจ เขาขอเลือกอย่างแรก ยอมเสียสละเพื่อให้เจ้านายมีความสุข ซึ่งชายหนุ่มก็คิดว่ามโนราห์ (มณีริน) ก็คงรักเจ้าชายมากกว่าพรานป่าเช่นตน บุญจึงนำนางไปถวาย โดยมณีรินรู้ก็เสียใจมาก หญิงสาวจึงหนีกลับโลกมนุษย์ยุคโลกาภิวัตน์ไป โดยที่บุญเองก็เสียใจไม่แพ้กัน แต่ถึงอย่างงั้นเขาก็ไม่ควรจะรักคนที่เจ้านายรัก เพราะมันเป็นสิ่งที่ผิด แต่เมื่อบุญเข้าเฝ้าพระสุธน เขากลับพบว่าพระสุธนมีชายาแล้ว ซึ่งนั่นก็คือมโนราห์(ตัวจริง) นั่นทำให้บุญคิดว่าแล้วหญิงสาวคนที่เขารักเป็นใคร แต่ไม่สำคัญแล้ว ในเมื่อเขาเกิดหลงรักเธอเสียแล้ว ภารกิจตามหัวใจคืนสู่หิมพานต์จึงเกิดขึ้น สุดท้ายบุญก็ได้รู้ว่าเธอชื่อมณีริน แต่ดูเหมือนกามเทพจะเล่นตลก เมื่อมณีรินถูก 'ชัยเสน' พ่อเลี้ยงปางไม้รูปหล่อมารุมจีบ พรานหนุ่มจึงหาวิธีกีดกันทั้งคู่ออกจากกัน เพราะกลัวหญิงสาวปันใจให้ ความวุ่นวายของแผนการกันมดออกจากน้ำตาลจึงเริ่มขึ้น โดยที่เขาใช้เวลาปรับความเข้าใจกับเธอนานพอสมควร ชายหนุ่มจึงงอนง้อหญิงสาวสำเร็จ พร้อมกับมณีรินที่ยอมไปอยู่กับเขาที่หิมพานต์ ด้วยความรักที่ทั้งคู่มีให้ต่อกัน (จบ)

    --------ยาวจัง 

    แก้ไขล่าสุด5 ส.ค. 2559, 18:26 น.

    #5
  6. ความเห็นนี้ถูกลบ :(

    เนื่องจาก
    ถูกลบโดยเจ้าของ

  7. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    #7 Vimala
    5 ส.ค. 2559, 22:33 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
    พล็อตนิยาย (จากไกรทอง)

    “เจ้าฆ่าผัวข้าแล้ว ยังจะมาเอาอะไรกับข้าอีก!!”
    นักธุรกิจหนุ่มสมองไวอย่าง ‘กนธี’ ถึงกับคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะเมื่อ ‘ภีลนุช’ เจ้าสาวของเขาที่พึ่งเข้าหอด้วยกันเมื่อคืนตื่นขึ้นมาพร้อมกับประโยคนี้ เธอทั้งกรีดร้อง ร้องไห้ราวกับคนบ้า ทั้งยังทุบตีพยายามทำร้ายเขาทั้งน้ำตาจนกนธีได้แต่งุนงง เขาใช้เวลาอยู่พักใหญ่ก่อนจะเชื่อมโยงทุกเหตุการณ์ได้ จึงได้พบว่าผู้ที่อยู่ในร่างเจ้าสาวของเขานั้น ไม่ใช่ภีลนุชหญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจอีกต่อไป แต่เป็นนางวิมาลา นางจระเข้สาวผู้เป็นเมียของชาละวัน และเขาเองที่บังเอิญหน้าตาเหมือนไกรทอง ชายหนุ่มที่พึ่งฆ่าสามีเธอไปอย่างเลือดเย็น
    แต่เมื่อหนังสือพิมพ์พึ่งลงข่าวการแต่งงานของเขาและภีลนุชไปอย่างใหญ่โตว่าเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ธุรกิจใหญ่สองเครือข่ายจนยิ่งใหญ่ติดท็อป 10 เอเชีย การจะแยกบ้านแยกห้องในวันเดียวหลังแต่งงานจึงเป็นอะไรที่เป็นไปไม่ได้ กนธีได้แต่ขอร้องแกมบังคับให้วิมาลาสวมบทเป็นภีลนุชไปก่อนอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งที่เธอยังควบคุมตัวเองไม่ได้จนน้ำตาไหลทุกครั้งเวลาเห็นหน้าเขา
    ยิ่งเป็นเรื่องใหญ่เมื่อวิมาลาในร่างภีลนุชพุ่งเข้ากอด ‘ธารนเรศ’ ศัตรูทั้งทางธุรกิจและทางหัวใจที่เคยแย่งชิงภีลนุชกับเขา ด้วยเหตุผลว่า ธารนเรศหน้าตาเหมือนชาละวัน ผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจ จนสื่อประโคมข่าวเตียงหักของกนธีและภีลนุชกันสนุกปาก กนธีปวดหัวกับการแก้ข่าวจนต้องเริ่มจับวิมาลามาสอนอย่างจริงจังถึงสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ความใกล้ชิดทำให้กนธีพลั้งเผลอ ตกหลุมรักภีลนุชคนใหม่โดยไม่รู้ตัว ภีลนุชของเขาอ่อนหวาน น่าทนุถนอม แต่วิมาลานั้นเข้มแข็ง แกร่งนอกอ่อนในแบบที่เขาชอบ
    จนในที่สุด วันหนึ่งกนธีก็พูดได้เต็มปากว่าเขารักเธอ แต่ในวันเดียวกันนั้นเอง เธอเดินมาบอกเขาว่า เธอค้นพบหนทางที่จะทำให้เธอได้กลับที่ๆเธอจากมา และนำตัวภีลนุชของเขากลับคืน
    หรือจริงๆทุกอย่างควรจะกลับสู่สิ่งที่ควรจะเป็น ภีลนุชคนเดิมที่เขาควรจะแต่งงานด้วย และวิมาลาคือนางจระเข้สาวที่มีอยู่เพียงในวรรณคดี หัวใจเขามีความสุขกับแบบนั้นจริงๆหรือ?
    #7
  8. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    6 ส.ค. 2559, 10:41 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    พล็อตอ้างอิง : พระอภัยมณี

    เมื่อหญิงสาวดวงซวยกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เกิดอย่าง ‘บัวบุรี’ เกิดความรู้สึกสงสารนางผีเสื้อสมุทรในเรื่องพระอภัยมณีจากคณะลิเกงานวัดอย่างสุดซึ้งว่าทำไมนางถึงอาภัพรักขนาดนั้น  เกิดมารูปกายอัปลักษณ์ โดนลูกและสามีทิ้งยังไม่พอ ยังต้องมาโดนสามีฆ่าอีก  หญิงสาวร่างอรชรอย่างบัวบุรีจึงคิดเล่นๆว่าถ้าเธอเป็นนางผีเสื้อสมุทร เธอจะปรับเปลี่ยนนิสัยและพฤติกรรมให้พระอภัยมณีหลงรักไม่คิดที่จะหนี และเหมือนโชคชะตาจะเป็นใจ จึงส่งให้บัวบุรีเกิดโดนลูกหลงนักเลงตีกันกลางงานวัดจนพลัดตกน้ำ แล้วทะลุมิติมาอยู่ในร่างของนางผีเสื้อสมุทรที่เสียชีวิตหลังจากโดนเพลงปี่พระอภัยฆ่าสมใจ โดยก่อนที่หญิงสาวจะเข้ามาอยู่ในร่างนี้ เธอได้รับภารกิจจากเทพแห่งโชคชะตาว่าถ้าหากอยากจะกลับมาอยู่ในร่างเดิม เธอต้องทำให้พระอภัยมณีหลงรักนางผีเสื้อสมุทรให้ได้ เธอถึงจะได้กลับไปเป็นบัวบุรีเหมือนเดิม หญิงสาวต้องเดินทางตามหาพระอภัยมณี เพื่อทำให้พระองค์หลงรัก แต่ทว่าเมื่อได้พบ...พระอภัยมณีกลับรังเกียจและกลัวเธอ หญิงสาวในร่างผีเสื้อสมุทรจึงให้สัญญาว่าจะไม่ทำร้ายใคร จะกลับใจเป็นคนดี ซึ่งพระอภัยมณีก็เชื่อ ก่อนที่บัวบุรีจะดำเนินแผนการอ่อยพระอภัยตามฉบับสาวยุค 2016 อย่างเนียนๆ เพื่อที่เธอจะได้กลับร่างเดิมและเพื่อดัดนิสัยความเจ้าชู้ ทวงความเป็นธรรมให้แก่ภรรยาหลวงอย่างนางผีเสื้อสมุทร  โดยพยายามกีดกันนางเงือก นางสุวรรณมาลี นางวาลี และนางละเวงวัณฬาไม่ให้เข้าไปทำให้พระอภัยหวั่นไหว เพื่อที่เธอจะใช้ร่างนี้อ่อยสามีคนนี้ได้สะดวก ซึ่งเมื่อพระอภัยมณีพบว่านางยักษ์ที่เคยดุร้ายเริ่มเปลี่ยนไป บางทีนี่อาจเป็นแค่ฉากหน้า แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ชายหนุ่มกลับรู้สึกแปลกๆยามที่ได้ใกล้ชิดกับภรรยาคนแรก และยิ่งพฤติกรรมเกี้ยวบุรุษที่นางทำอยู่ตอนนี้แม้จะไม่ได้อุกอาจเหมือนตอนที่ขืนใจเขา  แต่มันก็ทำให้เขาหวั่นไหวได้ง่ายๆ หนำซ้ำพฤติกรรมที่แปลกๆที่นางผีเสื้อสมุทรทำ บางทีก็คล้ายคนวิปริต พูดจาคำศัพท์ที่เขาฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง และยังทำให้เขาเป็นห่วงอยู่เรื่อย จนในที่สุดความรู้สึกที่พระอภัยมณีมีให้บัวบุรีในร่างของนางผีเสื้อสมุทรเริ่มชัดเจนขึ้น ชายหนุ่มมั่นใจแล้วว่าเขารักนาง แม้เมื่อก่อนเขาจะทำร้ายนางมากจนไม่น่าให้อภัย แต่ตอนนี้เขาพร้อมจะดูแลนางแล้ว  ซึ่งเหมือนกับบัวบุรี หญิงสาวเริ่มหวั่นไหวต่อผู้ชายในวรรณคดีตรงหน้า  จากแค่อยากแก้เผ็ดพระอภัยที่ทำร้ายภรรยาได้ลงคอ  ทวงความเป็นธรรมให้ผีเสื้อสมุทรเท่านั้น แต่ไฉนเธอจึงเป็นฝ่ายหลงรักเขาเสียเอง จากฝ่ายที่ถูกอ่อยกลายเป็นคนอ่อยเสียเอง ซึ่งนั้นทำให้บัวบุรีรู้ใจตัวเองมากขึ้น  ซึ่งนั้นทำให้อภัยมณีมาสารภาพความในใจกับเธอว่าเขารู้สึกกับเธอเช่นไร พร้อมกับขอโทษที่เคยทำร้ายและคิดหนี แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคของบัวบุรี แต่อุปสรรคที่ว่าคือเธอกำลังจะคืนร่างเดิม แล้วเธอจะได้กลับไปยังโลกปัจจุบันที่จากมา แต่หัวใจของเธอกลับถูกครอบครองด้วยเจ้าของมนต์ปี่พิศวาสเสียแล้ว หญิงสาวสารภาพรักกับอีกฝ่ายทั้งน้ำตาก่อนที่ร่างกายจะแปรเปลี่ยนไปยังร่างเดิม พร้อมกับเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้พระอภัยฟัง ชายหนุ่มได้ฟังดังนั้นก็บอกว่าเขารักเธอในสิ่งที่เธอเป็น พร้อมกับเมื่อได้รู้ว่าอีกไม่นานหญิงสาวต้องจากไป ชายหนุ่มสัญญาว่าจะไม่มีใครนอกจากเธอ ก่อนจะพบว่าเธอไม่ได้หายไปจริงๆ เทพแห่งโชคชะตามาบอกว่าหญิงสาวต้องการกลับโลกที่จากมาหรือไม่ บัวบุรีลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบออกไปว่าขอใช้ชีวิตที่นี่กับคนที่รักเธอ และเธอก็รักเขา บทสรุปของทั้งสองลงเอยด้วยดี ถึงแม้คนที่เธอรักจะเป็นแค่ตัวละครในวรรณคดี แต่เธอก็รักชายผู้นั้นไปแล้ว ซึ่งนับจากนี้ตลอดไป ทั้งคู่จะใช้ความรักที่มีให้กันและกันเป็นเครื่องนำทาง...จบ

    ...ถึงรูปชั่วตัวดำชอกช้ำจิต พี่ไม่คิดแรมร้างให้ห่างหนี

    แม้นนวลน้องจะเป็นอสุรี หทัยพี่จักรักเจ้านิจนิรันดร์...

    ปล.ร่วมสนุกด้วยค่ะ

    แก้ไขล่าสุด6 ส.ค. 2559, 10:43 น.

    #8
  9. 6 ส.ค. 2559, 12:45 น. · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ

    อิงจากเรื่องพระอภัยมณี

    มัสยา นักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ผู้รักการว่ายน้ำเป็นชีวิตจิตใจ เคยได้รับฉายาเงือกสาวประจำมหาวิทยาลัย รับงานอดิเรกสอนการดำน้ำให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมประการังบริเวณเกาะเสม็ดและเกาะทะลุ และระหว่างกลับเข้าฝั่งเกิดพายุฝนคลื่นลมแรงได้พบผู้ชายคนหนึ่งลอยคออยู่ห่างจากชายฝั่งจึงได้ช่วยให้ขึ้นเรือ และชายผู้นั้นก็หมดสติจนต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยมีบาดแผลถูกตีที่ศีรษะแต่พอฟื้นขึ้นมากลับจำอะไรไม่ได้เลย บอกแต่ว่าตัวเองชื่ออภัยมณี มัสยาต้องกุมขมับนี่มันคนบ้าหรือลิเกกันเนี่ย มิหนำซ้ำยังตามติดชีวิตเธออีกโดยให้เหตุผลว่าเขาไม่ไว้ใจใครเธอช่วยเขาแล้วก็ต้องช่วยให้ตลอดถ้าหายดีแล้วเขาถึงจะยอมไป 

    มัสยาจึงจำใจพาชายหนุ่มไปฝากไว้กับวศินเพื่อนสนิทที่เป็นเจ้าของร้านอาหารกึ่งผับ เมื่ออาการบาดเจ็บหายแล้วแต่อภัยก็ยังจำอะไรไม่ได้แต่ที่แปลกคือเขาสามารถร้องเพลงได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน มัสยาจึงขอร้องให้วศินพาอภัยไปร้องเพลงที่ร้านทุกคืนให้ทำในสิ่งที่ชอบอาการอาจจะดีขึ้น เสียงของอภัยกลับเป็นที่ถูกใจของลูกค้าที่ร้าน จนคนแน่นทุกคืน กลุ่มคนที่เคยทำร้ายอภัยมาพบเข้าจึงวางแผนจับตัวมัสยาไว้และให้อภัยตามไปพบ คนร้ายพาทั้งคู่ขึ้นเรือไปกลางทะเลบังคับให้อภัยเซ็นเอกสารบางอย่างโดยข่มขู่ว่าถ้าไม่ยอมเซ็นจะฆ่ามัสยา ภายใต้ความกดดันทำให้อภัยจำได้ว่าเขาคือภัยเทพผู้ได้รับสิทธิ์สัมปทานการเลี้ยงหอยมุกที่เกาะมุกมณีต่อจากบิดาและคนร้ายคืออาของเขาเองที่เคยทำร้ายเขาครั้งก่อนเพราะต้องการให้เขาเซ็นโอนสัมปทานให้ เขารู้ว่าถึงจะเซ็นหรือไม่เซ็นอาต้องฆ่าเขาแน่ จึงดึงมัสยากระโดดลงทะเลไปด้วยกัน ในห้วงอันตรายนั้นมัสยากลับกลายร่างเป็นเงือกสาวพาอภัยฝ่าคลื่นไปถึงเกาะมุกมณี ทั้งคู่หมดสติริมชายหาดจนได้รับการช่วยเหลือจากนายหัวโยคิน ซึ่งเป็นคุณตาของอภัยเทพนั่นเอง และชาตินี้อภัยเทพจะมอบความรักที่มั่นคงให้กับมัสยาเพียงผู้เดียวตลอดไปจะรักและดูแลเธอไปจนตลอดชีวิต และทำทุกอย่างเพื่อขอชดเชยความผิดบาปจากชาติก่อนที่พระอภัยมณีไปจากนางเงือกทิ้งให้นางต้องเลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง

    #9
  10. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    6 ส.ค. 2559, 15:46 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ถ้าหากเป็นเพราะเบญจมิณทร์มีฐานะยากจน ฉันไม่เคยสนใจมันหรอก  ถ้าหากเป็นเพราะเขาไม่หล่อฉันก็ไม่เคยสนใจมันเลยสักนิด  และถ้าหากเขาจะขี้ริ้วขี้เหร่หรือดูโง่เง่ายังไงฉันก็ไม่มีวันสนใจอยู่ดี  ตลอดระยะเวลา6ปีที่เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งเเต่ม.1-ม.6  เขาคือคนที่คอยอยู่เคียงข้างฉันเเละปลอบโยนในวันที่ฉันเสียใจเสมอ ถึงเเม้คนในโรงเรียนจะนินทาหรือดูถูกว่าฉันไม่น่าไปคบหาสมาคมกับเบญจมิณทร์เลย ฉันก็ไม่เคยสนใจ>> มันน่าเเปลกที่คนเราจะเลือกคบคนที่รูปลักษณ์ภายนอกโดยตัดสินเขาจากสิ่งที่เห็นเท่านั้น .....ย้อนกลับไปในวันที่เราเจอกันครั้งเเรก ฉันสงสารเด็กชายเบญจมิณทร์วัย13ปีที่ย้ายเข้ามาเป็นนักเรียนใหม่ เขาเป็นเด็กผู้ชายตัวสูง ผอมกะหร่องกะเเหร่ง เเละมีสีผิวค่อนข้างเข้ม ด้วยเสื้อผ้าที่ดูเก่าๆขมุกขมัว เขาถูกเพื่อนๆในห้องรังเกียจ ไม่มีใครนั่งข้างเขา ไม่มีใครไปพูดคุยกับเขา และไม่มีเเม้สักคนเดียวที่มอบรอยยิ้มหรือคำทักทายให้เขาเลย ฉันจึงตัดสินใจเดินเข้าไปขอนั่งข้างเขา และพูดคุยทักทายกับเขา เพื่อนๆไม่เข้าใจก็เลยพลอยไม่คุยกับฉันไปด้วย...ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่เห็นจะเเคร์เลย เพราะจริงๆเเล้วเบญจมิณทร์ที่ใครๆว่า ขี่เหร่   กระจอก  ยากจน  หรือโง่เง่านั้นเขาช่างเป็นเพื่อนที่เเสนดีเหลือเกิน เขาเป็นคนเดียวที่นั่งฟังฉันพูดเรื่องนั้นเรื่องนี้โดยไม่เบื่อ  เขาเป็นคนเดียวที่ช่วยฉันทำการบ้านเวลาฉันทำไม่ทัน เขามักมีมุกตลกๆมาทำให้ฉันหัวเราะอยู่บ่อยๆ เวลาฉันถูกเเกล้งเขาก็คอยปกป้องดูเเลฉันอย่างดี เบญจมิณทร์เป็นเพื่อนที่น่ารักเเละอบอุ่นกับฉันมาตลอด จนวันนึง หลังจากสอบปลายภาคของม.6ผ่านไป  เบญจมิณทร์ก็หายเงียบไปเลย เขาไม่บอกว่าไปไหน เขาขาดการติดต่อกับฉัน  ฉันคิดถึงและเป็นห่วงเขามาก ฉันเสียใจจริงๆนะT T ****** หลังจากเสียใจกับการหายไปของเพื่อนรักคนสำคัญ ฉันต้องต่อสู้กับการสอบเข้ามหาลัย ณ วันเเรกของการเป็นเฟรชชี่ปี1 ฉันต้องเหวอและช็อคหนักมากกับ การเเนะนำเดือนมหาลัยสุดฮอต ที่ชื่อเบญจมิณทร์ นั่นมันเพื่อนที่หายไปของฉัน เเต่ทำไมเบญจมิณทร์ถึงไม่เหมือนเบญจมิณทร์ที่ฉันรู้จัก เขาเปลี่ยนไปมาก เขากลายเป็นหนุ่มหน้าคมเปี่ยมเสน่ห์ เขาหล่อมากก  หล่อมากจริงๆ ฉันสังเกตเห็นสาวๆในมหาลัยมองเขาตาค้างกันทั้งนั้น ฉันไม่เข้าใจ และยังทำตัวไม่ถูก ถามว่าดีใจไม๊ที่เจอเขาก็ต้องดีใจมากๆอยู่เเล้ว  เเต่ ฉันบอกตรงๆความรู้สึกตอนนี้มันปนกันไปหมด ...ดีใจที่เจอ  เสียใจเเละโกรธที่เขาไม่ติดต่อกลับมาเลย ทำไมเขาถึงได้ลืมฉันคนนี้ไปล่ะ เบญจมิณทร์บ้าาา   ฉันจะร้องไห้เเล้วนะ........ ประมาณนี้อ่ะค่ะ ขอร่วมสนุกด้วยนะคะ เเฮร่ๆ ขอบคุณกิจกรรมนี้นะคะ เเต่งแบบมันส์มาก >>อิงมาจากวรรณคดีไทยเรื่อง สังข์ทองกับนางรจนาค่ะ เย้

    แก้ไขล่าสุด6 ส.ค. 2559, 15:54 น.

    #10
  11. ความเห็นนี้ถูกลบ :(

    เนื่องจาก
    ถูกลบโดยเจ้าของ

  12. Staff
    Staff
    10 ส.ค. 2559, 09:45 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ประกาศผลแล้วนะคะ ขอบคุณที่ร่วมกิจกรรมค่ะ

    #12

แสดงความคิดเห็น

ยิ้มค่อยๆ แค่เธอยิ้มค่อยๆ, ยิ้มคือหน้าไหน? ช่วยยิ้มให้ดูหน่อย :) (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

แสดงความคิดเห็นด้วย

(@)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .