ความคิดเห็น

30

จำนวนแชร์
665
 

อยากเป็นนักเขียน... ต้องอดทน, นางร้าย

สวัสดีชาวนักเขียนนักอ่านเด็กดีทุกคนจ้า กลับมาพบกันอีกแล้วกับคอลัมน์ พบปะพูดคุย ที่จะนำนักเขียนของเว็บเด็กดีมาพูดคุย อัพเดท บอกเล่าเรื่องผลงานใหม่ๆ เป็นประจำทุกๆ สัปดาห์ สำหรับสัปดาห์นี้ เราจะพาทุกคนไปพบกับ “นางร้าย” อดีตนักเขียนหน้าใสคนเก่ง ที่คุยกับเธอทีไรก็เหมือนได้พลังบวกมาเต็มๆ เห็นรอยยิ้มของเธอก็ชื่นใจแล้ว (ขอค่าชมห้าบาท) ในเดือนนี้ นางร้ายกลับมาพร้อมนิยายใหม่ล่าสุดที่ปกสวยมากๆ (เห็นแล้วพี่ตินอิจฉาสุดๆ) ชื่อเรื่องก็น่ารักเช่นเคย Crosswalk Phobia ทางม้าลายทักทายรัก (อ่านแล้วรู้สึกอยากข้ามถนนเลย)
 
เอาเป็นว่าจะน่ารักถูกใจแค่ไหน ตามไปอ่านกันในบทสัมภาษณ์ของเราเลยจ้า
  
อยากเป็นนักเขียน... ต้องอดทน, นางร้ายพี่อติน : สวัสดีจ้า ทักทายคนอ่านและเพื่อนๆ นักเขียนหน่อย ในที่สุดยิปซีนางร้ายก็กลับมาแล้วววว เย้ๆๆๆๆ  
นางร้าย : สวัสดีค่า! นางร้ายเองค่ะ กินเยอะเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไม่ออกกำลังกายค่ะ :D คิดถึงเด็กดีและนักอ่านทุกคนมากๆ เลย *กอดแน่นๆ ให้ตัวปลิ้น*
 
พี่อติน : ทางม้าลายทักทายรัก ลงในเด็กดีด้วย ไหนกระแสเป็นยังไง ผลตอบรับโอเคไหม
นางร้าย : เมื่อสักช่วงกลางๆ ปีที่แล้ว ตอนนั้นน่าจะเขียนเรื่องนี้ไปได้ประมาณ 50-60 หน้านะคะ แล้วรู้สึกไม่มั่นใจเท่าไหร่ หมดไฟแปลกๆ บวกกับอยากรู้ว่าคนอื่นๆ จะคิดยังไงบ้างนะ กังวลนู่นนี่เต็มไปหมด เลยลองเอาลงเว็บ dek-d ด้วยความกล้าๆ กลัวๆ ค่ะ
 
ปรากฏว่า...ผลตอบรับดีกว่าที่เราหวังไว้นะ T/////T (คือตอนนั้นคิดแค่ว่า ถ้ามีคนเข้ามาอ่านก็ดีใจแล้ว แง) พอเห็นคนชอบก็ดีใจมากๆ ส่วนมากติดบ่วงพระเอกกันหมดเลยค่ะ ฮ่าๆ เพราะคอมเมนต์น่ารักๆ จากนักอ่านนี่แหละ เลยทำให้มีกำลังใจแต่งต่อจนจบค่ะ! เรียกว่าถ้าไม่มีพวกเขา วันนี้เรื่องนี้คงยังอยู่ในไหดองเค็มแน่ๆ ค่ะ 5555555  #ในเลขห้าน้ำตาทะลัก *ก้มหัวติดพื้นขอบคุณทุกคนเลยค่ะ* แล้วก็ขอบคุณ dek-d ด้วยที่เป็นช่องทางให้ได้เผยแพร่ผลงานนะคะ
 
พี่อติน : คิดยังไงใช้พล็อตนี้ แบบเจอกันตอนข้ามถนน อิอิ ไปปิ๊งไอเดียมายังไงเนี่ย แล้วทำไมต้องเป็นโรคกลัวการข้ามถนน รู้จักโรคนี้ได้ยังไง หรือว่ากลัวเอง 55  
นางร้าย : ชั่วโมงสารภาพบาปมาถึงแล้วโนะ 5555 ตอนนั้นเรียนอยู่ในห้องเรียนค่ะ แล้วอาจารย์กำลังสอนอยู่ ความเด็กดื้อคือเรานั่งเล่นมือถือ ไม่ยอมตั้งใจฟัง ฮ่าๆ ดันเจอบทความเด้งขึ้นมาบน facebook ว่า “โรคกลัวแปลกๆ แบบนี้ก็มีด้วย!” อะไรทำนองนี้น่ะค่ะ เลยกดเข้าไปอ่าน เจอโรคกลัวการข้ามถนน ปุ๊บ! ตอนนั้นปิ๊งไปเดียปั๊บเลย
 
เอ… ถ้านางเอกกลัวการข้ามถนน แล้วจะทำยังไงดีนะ แล้วถ้าเกิดว่าสะพานลอยปิดซ่อมล่ะ? งั้นหาผู้ชายน่ารักๆ สักคนมาช่วยพาข้ามดีกว่า เอ๊ะ! แต่ข้ามไปข้ามมาเฉยๆ น่าจะไม่ค่อยมีอะไร งั้นให้พระเอก… (จุด จุด จุด อยากรู้ต้องหาอ่านนะคะ คิ) จากนั้นนู่นนี่นั่นก็พุ่งวาบเข้าหัวมา เลยต่อยอดมาเรื่อยๆ จนมาเป็นเรื่องนี้ค่ะ
       
ส่วนตัวแล้วก็กลัวการข้ามถนนค่ะ 55555 แต่ปัญหาคือ ไม่มีใครพาข้ามนี่สิ วิ่งหางจุกตูดเองทุกทีเลยยยย
 
พี่อติน : เห็นว่านางร้ายกำลังชอบบาส ดูนักบาสเอ็นบีเอ พระเอกเลยเป็นนักบาสใช่ไหม...? คิดยังไงกับการที่นักเขียนใช้ความชอบรอบตัวมาเป็นแรงบันดาลใจ นักเขียนส่วนใหญ่ทำแบบนี้ใช่ไหม...? มันมีข้อดียังไงบ้าง ทำให้การเขียนของเราดียังไง (ชื่อโซลดามาจากหมาของแตมรี่เหรอ...??? 55)
นางร้าย : คำถามแรกก่อนเลย ใช่ค่ะ ชอบบาส NBA มากกกกกก ชอบหนักมาก จริงๆ แล้วที่มาชอบ NBA เกิดจากที่มาเขียนนิยายเรื่องนี้แหละค่ะ เท้าความกลับไปตอนช่วงที่เขียนอยู่ เรารู้สึกว่าคาแรคเตอร์ของพระเอกควรจะเล่นกีฬาอะไรสักอย่าง เลยพยายามหาประเภทของกีฬาที่เข้ากับนิสัยเขา แรกๆ ก็เลือกระหว่าง เทนนิสหรือบาสดี เลยลองไปดูบาสเพื่อเก็บข้อมูลค่ะ ปรากฏว่าไปติดใจนักบาสคนหนึ่งเข้ามากๆ เลย! ฮือออออ หลงรักจนโงหัวไม่ขึ้น ไปตามทีม ตามดูสด ตามทุกสิ่งอย่าง จนตอนนี้ชอบ NBA เข้าเส้นเลือดมาก กลายเป็นว่าที่นิยายเรื่องนี้จบได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะติ่งนักบาสไปด้วย เขียนไปด้วยนี่แหละค่ะ 555
       
คำถามที่สองคิดยังไงกับการที่นักเขียนใช้ความชอบรอบตัวมาเป็นแรงบันดาลใจ คิดว่านักเขียนส่วนใหญ่ก็หยิบสิ่งที่ชอบส่วนตัวมาปะปนในนิยายนะคะ ข้อดีของสิ่งที่ชอบคือเราจะรู้จักมันดีโดยไม่ต้องเค้นหรือฝืนค่ะ สามารถไหลออกมาเองตามธรรมชาติเลย และสิ่งที่เราชอบจะทำให้เรามีแรงบันดาลใจค่ะ เหมือนที่ตัวเองชอบปู้ชายหล่อๆ นี่ละค่ะ ไหลพรืด ไหลพรืดเชียว 555555555 *ใครโยนถุงเท้ามาใส่หน้า*
 
ชื่อโซลดามาจากหมาของแตมรี่เหรอ...???  โซลดาไม่ได้มาจากชื่อหมาพี่แตมป์ค่ะ 555555555 จริงๆ เขาชื่อโซดาค่ะ มีพี่สาวชื่อวิสกี้ น้องสาวชื่อน้ำแข็ง พ่อตั้งชื่อตามคอนเซ็ปต์เครื่องดื่มมึนเมา ส่วนทำไมถึงชื่อโซลดา จะมีบอกไว้ในเล่มนะคะ (ทำไมวนเข้าเรื่องไทอินตลอดล่ะ)
 
อยากเป็นนักเขียน... ต้องอดทน, นางร้าย
เป็นปกที่เห็นแล้วอยากข้ามถนนมากๆ
 
พี่อติน : คิดว่านิยายเรื่องนี้ ต่างจากเล่มก่อนๆ ของเราอย่างไรบ้าง โตขึ้นเยอะไหม มีพัฒนาการทางการเขียนอย่างไรบ้าง
นางร้าย : ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้เรียลขึ้นนะคะ เพราะที่ผ่านมาจะหยิบเรื่องเหนือธรรมชาติมาเล่น เช่น พระเอกเป็นผี พระเอกมาจากอนาคต แต่เรื่องนี้พระเอกเป็นเป็นแค่เด็กมัธยมปลายธรรมดาๆ คนหนึ่ง (ที่มีปัญหาอะไรนิดหน่อย อิอิ) เป็นผู้ชายที่คิดว่าสามารถจับต้องได้ในชีวิตจริง เรื่องราวดำเนินแบบเรียบๆ ค่อยเป็นค่อยไป แต่ที่คงไว้คือพล็อตแปลกๆ บวกกับการดึงเอาเสน่ห์ตัวละครมาใช้เพื่อขับเคลื่อนให้เรื่องเดินไปข้างหน้า
 
พี่อติน : อะไรคือสิ่งสำคัญที่นักเขียนต้องมี
นางร้าย : ความอดทนค่ะ จากที่เขียนมาสักพักหนึ่งก็รู้สึกขึ้นมาว่า...จริงๆ ไม่ว่าจะทำอะไรต้องมีสิ่งนี้นะ เพราะไม่มีชีวิตใด อาชีพใด หรืองานใดที่สุขสนุกทุกวัน มันจะมีบททดสอบกับอุปสรรคต่างๆ เข้ามาเรื่อยๆ เช่น อดทนเขียนให้จบ อดทนกับการคิดไม่ออก เป็นต้น ให้คิดว่าการอดทนมันเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ตอนแรกเราอาจจะดูไม่ออกว่าสุดท้ายมันเป็นยังไง แต่พอเสร็จแล้วมันสวยดีนะ แบบ...ทุกครั้งที่เราอดทน สุดท้ายมันก็จะผ่านไปเสมอ
 
พี่อติน : ถ้านิยายเรื่องนี้เป็นอาหารหรือขนม จะเป็นเมนูอะไร ^ ^
นางร้าย : เค้กสตรอว์เบอร์รี่ค่า! เพราะพระเอกเรื่องนี้ชอบกินสตรอว์เบอร์รี่มากๆ หวาน นุ่ม ละมุนลิ้น กินทีไรทำให้อารมณ์ดีได้ทุกที หวังว่าคนที่ได้มีโอกาสชิมนิยายเรื่องนี้ จะยิ้มได้เหมือนการทีได้กินเค้กสตรอว์เบอร์รี่นะคะ  (ノ´ヮ´)ノ*:・゚✧
 
พี่อติน : สามข้อที่ได้จากนิยายนางร้ายแน่ๆ คือ …
นางร้าย : 1. อยากได้พระเอก
               2. อยากมีพระเอก
               3. อยากครอบครองพระเอก
 
อยากเป็นนักเขียน... ต้องอดทน, นางร้าย
นางร้าย นักเขียนคนสวยของเรา
 
พี่อติน : เล่าเรื่องย่อคร่าวๆ หน่อย    
นางร้าย : เรื่องราวเกี่ยวกับ ‘เจแปน’ เด็กสาวมัธยมปลาย เรียบร้อย พูดน้อย น่ารัก ซึ่งมีปัญหากับการข้ามถนนเพราะเธอเป็นโรคกลัวการข้ามถนน กลัวระดับเข้าขั้นโฟเบียเลยค่ะ! แต่วันหนึ่งสะพานลอยที่เธอใช้ข้ามถนนไปโรงเรียนเป็นประจำเกิดปิดปรับปรุง เดชะบุญที่ฟ้าประทาน ‘โซลดา’ หนุ่มหล่อจากโรงเรียนข้างๆ มาช่วยพาเธอข้ามถนน แต่ดูเหมือนว่าเขาเองก็มีปัญหาอะไรสักอย่าง เพราะทุกครั้งที่ข้ามถนนน โซลดามักจะให้เจแปนจับอุปกรณ์ต่างๆ ของเขา ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กระเป๋า เนกไท หรือบางทีก็...เข็มขัดค่ะ! ถ้าอยากรู้ว่าทำไม ต้องไปตามอ่านกันนะคะ :D
     
พี่อติน : ฝากอะไรถึงแฟนคลับ  
นางร้าย : ฝากนิยายเรื่อง Crosswalk Phobia ทางม้าลายทักทายรัก ด้วยนะคะ วางจำหน่ายตัวไปตามร้านหนังสือเรียบร้อยแล้วค่ะ ^O^ ถ้าอ่านแล้วอยากสกรีมอะไรติด #CrosswalkPhobia หรือจะ #โซลดา ก็ได้ค่ะ จะได้ตามไปส่องถนัดๆ
 
แล้วก็ฝากแฟนเพจด้วยนะคะ นางร้าย ที่นั่นเป็นเหมือนครอบครัวอบอุ่นๆ มีอะไรเรามาแบ่งปันกันได้นะคะ ^^
 
อีกส่วนสำคัญที่ทำให้นิยายเรื่องนี้ออกมาสมบูรณ์ได้คือนักวาดค่ะ ที่ดีใจมากๆ เลยที่ได้ร่วมงานกับพี่แฝด สุพัฒนี ปรีเปรม ครั้งนี้เป็นครั้งแรกด้วย ♡ ♡ เราเองชื่นชอบงานวาดของพี่เขามากๆ (แอบตามติ่งซื้อปฏิทินที่พี่เขาทำด้วยค่ะ น่ารักมากกก U////U) พอทราบว่าพี่แฝดจะวาดเรื่องนี้คือเหมือนฝัน เหมือนว่า “แกรรร คนที่แกแอบชอบงานเขา เขาจะวาดนิยายแกแล้วววว!! กี๊ซ!ดีใจ เนื้อเต้น จินตนาการไปล้านแปดถึงความหล่อ ความน่ารักของตัวละครทั้งวันทั้งคืน (ฮาาา) พอตอนเห็นของจริง บอกเลยว่าอึ้ง...หล่อน่ารักทะลุล้านแปดไปแล้ว ชอบมากกกกก พี่แฝดใส่ใจรายละเอียดสุดๆ คุมธีมเรื่องออกมาดีจนตอนที่เห็นภาพครั้งแรกคือมือไม้สั่นไปหมดเลยค่ะ ฮ่าๆ ชอบจนไม่รู้จะชอบยังไงแล้ว รักมาก ชอบมากจริงๆ นักอ่านทุกคนก็ชื่นชอบมาก รักเรื่องนี้สุดๆ เลยค่ะ Y///Y
 
ฝากแฟนเพจของพี่นักวาดไว้ด้วยนะคะ ไปตามเสพภาพสวยๆ ได้ที่ เฟซบุ๊กของพี่แฝด ดีต่อใจทุกรูปเลยนะ ♡ ♡
 
แล้วก็ฝากติดตามผลงานของพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ นักเขียนคนอื่นๆ ในสำนักพิมพ์แจ่มใสด้วยนะคะ
 
พี่อติน : คิดพล็อตเรื่องใหม่ไว้บ้างแล้วหรือยัง เรื่องหน้าจะเป็นแนวไหน  
นางร้าย : อาจจะมีเซอร์ไพรส์เร็วๆ นี้นะคะ เป็นแนวที่โตขึ้น ตลกปนดราม่า… น่าจะเป็นครั้งแรกเลยที่ได้มาจับแนวนี้ ตื่นเต้นมากๆ และหวังว่าจะชอบกันนะคะ ♡♡ ส่วนแนวที่จะเขียนต่อไปยาวๆ ยังไงก็คงไม่ทิ้งแนวเน้นผู้ชายแซ่บๆ ฟินๆ ฟีลกู้ดแน่นอนค่ะ (ขีดเส้นใต้สองเส้นที่คำว่าผู้ชายแซ่บๆ ฮาาา) ที่สำคัญจะพยายามสอดแทรกข้อคิดต่างๆ ในเนื้องานนะคะ
 
พี่อติน : อยากบอกอะไรกับนักเขียนรุ่นใหม่ๆ ของเว็บเด็กดีบ้าง  
นางร้าย : เชื่อว่าทุกคนที่เขียนนิยายก็อยากเห็นเรื่องของตัวเองได้ไปอยู่บนแผงหนังสือ บ้างสมหวัง บ้างผิดหวัง แต่ความผิดหวังใดๆ ก็ไม่น่าเศร้าเท่าเลิกตามความฝันตัวเองไปนะคะ อยากบอกว่าการทำงานที่รักไม่มีขาดทุนแน่นอน มีแค่กำไรกับเสมอตัว เพราะเราได้รับความสุขที่เงินซื้อไม่ได้ตั้งแต่ขณะลงมือเขียนแล้ว
 
ปัจจุบันนี้ก็มีช่องทางให้แสดงผลงานมากมาย ทั้งส่งต้นฉบับให้สำนักพิมพ์พิจารณาตามปกติ ส่งเวทีประกวด ลงเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และทำเป็น E-book หรือขายนิยายกับเว็บเด็กดี เป็นต้น ทีนี้ก็อยู่ที่เราแล้วว่าจะให้โอกาสตัวเองหรือเปล่า
 
เป็นกำลังใจให้นะคะ อย่าให้อะไรมาหยุดความฝันเราได้ ♡
 
พี่อติน : เคล็ดลับการเขียนของนางร้ายคือ…อยากเป็นนักเขียน... ต้องอดทน, นางร้าย
นางร้าย : จินตนาการถึงตัวละครให้ชัดๆ ค่ะ คลุกกับผู้ชายที่อยู่ในหัวให้มากพอ แล้วมือไม้มันจะสั่นจนเขียนออกมาเอง ฮา~ ยิ่งคาแรคเตอร์ตัวละครชัดเท่าไหร่ยิ่งดีค่ะ คาแรคเตอร์ที่ดีและเคมีเข้ากันจะช่วยทำให้เรื่องมีเสน่ห์ และเวลาที่เราเขียนเราก็จะไม่เบื่อด้วยค่ะ ^^
 
พี่อติน : ก่อนจากกันไป บอกลากันหน่อย
นางร้าย : รักนักอ่านมากเลย ขอบคุณจริงๆ ถ้าเขียนนิยายแล้วไม่มีคนอ่านก็ไม่มีความหมาย ขอบคุณทุกความรัก กำลังใจ ขอบคุณจริงๆ มันมีค่ามากค่ะ จะเก็บพลังงานด้านบวกไปพัฒนางานต่อไปเรื่อยๆ ฝากเนื้อฝากตัวฝากใจฝากติดตามกันด้วยนะคะ ♡

 
จบลงไปแล้ว บทสัมภาษณ์ที่น่ารักมากๆ ของนักเขียนคนเก่ง อ่านแล้วรู้สึกถึงพลังบวกเยอะมากๆ นางร้าย เป็นหนึ่งในนักเขียนที่พี่ตินชอบมากๆ นิยายเรื่องนี้ พี่ตินก็อ่านจากเว็บด้วย ชอบทั้งชื่อเรื่อง ชอบธีม และชอบชื่อตอนด้วย เพราะรู้ว่าอ่านแล้วมันเชื่อมโยงกันไปหมด และวันนี้ พี่ตินก็ได้เตรียมนิยายเรื่อง  Crosswalk Phobia ทางม้าลายทักทายรัก มาแจกน้องๆ ที่กำลังอ่านบทสัมภาษณ์ด้วย 3 เล่มจ้ะ
 
เพียงตอบคำถามสนุกๆ ว่า “เคยมีประสบการณ์ข้ามถนนแบบไหนที่อยากเล่ามากที่สุด” คำตอบที่ถูกใจที่สุดจะได้รับนิยายไปเลยจ้า
 
เริ่มเล่นเกมตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2559
แล้วมาฟังผลกันในวันจันทร์ที่ 19 กันยายน 2559 จ้า
 
เล่นกันเยอะๆ น้า อยากแจกๆๆๆ
 
ผู้ได้รางวัลหนังสือคือ 
HaNa_U
Ke-A-Pee-A-End
Darinn Fai

ติดต่อรับของรางวัลได้ที่ atin@dek-d.com
ภายในวันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2559 ค่ะ

 
อตินเอง

อยากเป็นนักเขียน... ต้องอดทน, นางร้าย
 
ดูหมวดนี้ต่อได้ใน Writer > พบปะพูดคุย
ความคิดเห็น

30

จำนวนแชร์
665

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

  1. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    เมื่อ 10 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ประสบการณ์ข้ามถนนที่อยากเล่ามากที่สุดเหรอคะ? คิดแล้วยังเขินเหมือนเพิ่งเกิด5555555555 เรื่องมันตั้งแต่ตอนสมัยมัธยมวัยใสๆ *เอ๊ะ ตอนนี้ก็ใสน้า*

    ตอนนั้นอยู่มอสี่ จำได้ว่าเป็นเวลาเลิกเรียน บ้านช่องเราไม่กลับ                                      นั่งเม้ามอยกับเพื่อนซี้ตามประสาอยู่ที่โรงเรียนนั้นแหละค่ะ เย็นวันนั้นมีกันอยู่สามคนคือเรา เพื่อนเรา แล้วก็รุ่นพี่ผู้ชายที่สนิทของเพื่อนเราอีกคนนึงมาร่วมวงกันด้วย คือเหมือนแบบนั่งด้วยกันที่โต๊ะหินอ่อนในโรงเรียนไรงี้ ทีนี้เพื่อนเราโดนแม่โทรตามให้กลับบ้านล่ะ ถึงเวลาแยกย้าย เราก็เลยจะเดินข้ามถนนไปส่งเพื่อนขึ้นรถสองแถวอีกฝั่งค่ะ พี่คนนั้นก็เดินไปด้วยกันนี่ล่ะ

    คือต้องบอกก่อนว่าไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรกันมาก่อนเลย ก็ข้ามถนนไปด้วยกัน ขาไปปกติ ไปสามกลับสอง เพราะเพื่อนขึ้นรถกลับบ้านละไง ทีนี้เราก็จะเดินข้ามกลับมาฝั่งโรงเรียนกัน (สารภาพว่ามีสะพายลอยแต่ไม่ใช้ แง อย่าทำเป็นแบบอย่างเด็ดขาด ตีๆ555555) เราก็ต้องกลับมาโรงเรียนกับรุ่นพี่คนนั้น แต่เพราะไม่ได้สนิทไรกันมากเลยแบบไม่ได้คุยกันเลย ก็ข้ามมาถึงเกาะกลางถนนแล้วค่ะ ยังปกติ แต่ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ คือพอจะข้ามถนนอีกฝั่ง เราเห็นรถวิ่งมาเหมือนจะไม่ไวมาก ก็หย่อนเท้าข้างนึงลงไปที่พื้นถนนกะลองเชิงค่ะ ถ้ารถชะลอก็จะได้ข้าม แต่ถ้ารถไม่หยุดให้เราก็ยังชักเท้ากลับมาทันนะ 55555555

    แต่เหมือนพี่เค้าไม่คิดแบบนั้น คงเห็นว่าไม่ปลอดภัยหรือกลัวเราจะข้ามพรวดพราดไป ฮีแกก็เลยใช้แขนมากันตัวเราไว้เฉยเลย แล้วบอก เฮ้ยเดี๋ยวก่อนๆ เราก็เอ๊ะะ ตกใจแวบนึง แบบฮีใช้แขนมากันทั้งตัว จากนั้นพี่เค้าก็ดึงกระเป๋านักเรียนแบบแฮนด์แบคที่เราถือค่ะ แล้วลากเราให้สลับที่ยืนกัน ด้วยความที่พอข้ามมาตรงเกาะกลางถนน เรายืนอยู่ฝั่งที่รถวิ่งมาพอดี กลายเป็นว่าพี่แกสลับที่พาตัวเองไปยืนแทน โอ๊ย ตอนนั้นในใจนี่แอบชมหนักมากว่าคนดีสุดดด พอถนนว่าง ฮีแกก็พาข้ามเลย ใจดีพาเราข้ามด้วยการดึงกระเป๋าถือเราเป็นการจูงค่ะ 55555555 เหมือนพระเอกเรื่องนี้เลยเนาะ แต่ไม่ได้แบบโซลดาที่มีปัญหาอะไรบางอย่างละต้องให้นางเอกจับนู่นจับนี่ข้ามถนนนะ *อยากมโนไปอยู่เหมือนกัน แอร้ย* #ขอยาสลายมโน แต่ทำนองว่าพี่เค้าทำตัวเป็นสุภาพบุรุษด้วยการไม่จับเนื้อต้องตัวเราจนดูเป็นแต๊ะอั๋งมากกว่า ก็เพิ่งเจอเพิ่งรู้จักกันอ่ะเนาะ55555 แม้ว่าจุดประสงค์คือจะช่วยพาเราข้ามถนน แต่ก็เลือกจูงกระเป๋าแทน น่ารักมาก โอ๊ยโมเม้นนั้นเขินไปแปดวันสิบเก้าตลบเลยค่ะ 

    แล้วก็นับเป็นเหตุการณ์แรกที่ทำให้เราประทับใจในตัวพี่คนนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ดีงามจนถึงปัจจุบันด้วย แต่ไม่ได้คบกันหรือเป็นแฟนนะคะ แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ดีมากๆและพอใจกันอยู่แล้ว นึกถึงตอนนี้ยังยิ้มได้อยู่เลยค่ะ555555เขิน

    #18
  2. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    เมื่อ 12 วันที่แล้ว · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    ตอนนั้นก็กำลังจะข้ามถนนปกติค่ะ แล้วก็ทำเหมือนทุกที (' '//)มองซ้าย (\\' ')มองขวา เตรียมพร้อม..วิ่ง! พึบ~มาได้ครึ่งทาง แป็ปนะ... หันขวา เฮ้ยรถๆๆๆๆOoO!! (กรี๊ด!อย่าชนเรานะ) เราก็หยุดค่ะ หยุดข้ามและยืนอยู่กลางถนน ไม่วิ่งไปข้างหน้าและไม่ถอยกลับ เรานิ่งมาก พอรถเริ่มชะลอหยุด เราก็ค่อยวิ่งข้ามไป 5555 #งงตัวเองทำไมไม่รีบข้ามไปเลย
    #10
  3. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    เมื่อ 14 วันที่แล้ว · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    ปกติเป็นคนไม่ค่อยกล้าข้ามถนนเพราะว่าดูรถไม่เป็น เวลาข้ามก็จะให้คนอื่นพาข้ามตลอด แล้วคือวันหนึ่ง ข้ามถนนหน้ารร.ไปซื้อขนมกับเพื่อน แต่ขากลับเพื่อนมันไม่ได้ข้ามกลับมาด้วย เราเลยต้องข้ามคนเดียว คือยืนขาสั่นมาก ที่คิดตอนนั้นคือกลัวว่าระหว่างที่เรากำลังข้ามอยู่จะมีรถวิ่งมาชนเรารึเปล่า เราก็เลยยืนรอตรงข้างถนนนานมาก กะว่ารอให้ถนนโล่งมากๆก่อน แล้วค่อยข้าม แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะช่วงตอนเย็น ถนนหน้ารร.จะรถพลุกพล่านตลอด แต่เราก็ยังไม่กล้าข้ามอยู่ดี แต่จู่ๆเราก็เห็นเงิน 20 บาท ตกอยู่ฝั่งตรงข้าม คือแบบมีแรกฮึดที่จะข้ามเลย เพื่อจะไปเก็บเงิน เราเลยตัดสินใจรีบวิ่งข้ามถนนมาอย่างรวดเร็ว แล้วรีบหยิบเงิน 20 บาทไปในทันที เรียกได้ว่าถ้าไม่มีเงินที่ร่วงอยู่นตรงนั้น วันนั้นเราคงไม่ได้ข้ามถนนเป็นแน่ เอาง่ายๆคือความงกเป็นบ่อเกิดของความสำเร็จในการข้ามถนน555
    #6
  4. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    #1 เเสงสว่างเเห่งจันทรา
    เมื่อ 14 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป
    คงเป็นการข้ามถนนที่เวลาที่เราก้าวไปยังอีกฝั่งมีคนที่คอยจับมือเราไปตลอดทางจะเป็นใครก็เเล้วเเต่เขาก็คงทำให้เรามีความสุขเเละอุ่นใจได้ เเละการที่เราจะจับมือกับใครสักคนนั้นเราก็คงต้องไว้ใจเขาจริงมั้ยล่ะ...
    #1

30 ความคิดเห็น

  1. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    #1 เเสงสว่างเเห่งจันทรา
    เมื่อ 14 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป
    คงเป็นการข้ามถนนที่เวลาที่เราก้าวไปยังอีกฝั่งมีคนที่คอยจับมือเราไปตลอดทางจะเป็นใครก็เเล้วเเต่เขาก็คงทำให้เรามีความสุขเเละอุ่นใจได้ เเละการที่เราจะจับมือกับใครสักคนนั้นเราก็คงต้องไว้ใจเขาจริงมั้ยล่ะ...
    #1
  2. เมื่อ 14 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป

    อยากเล่า...

    มันไม่น่าเล่าอะค่ะ...5555+

    คือพ่อเป็นคนที่ชอบห่วงเราเกินเหตุมากๆ เวลาต้องไปทำงานบ้านเพื่อนแล้วขากลับ พ่อขี้เกียจมารับ (" ") ก็จะบอกให้เพื่อนพาเราข้ามถนน เพราะกลัว(?) เอ...เราก็ข้ามถนนเป็นนะคะ ฮ่าๆ แต่ไม่รู้ทำไม พ่อกำชับเสมอให้เพื่อนพาข้าม เพื่อนนี่ก็น่าไว้ใจไปหม๊ดดดดด ตอนยืนรอรถ มันแทบจะถีบเราลงถนนด้วยความหมั่นไส้ 5555555 (อุ๊บส์) 

    อยากได้นิยายยยยอ่าาาา อยากด้ายยยยยย (หน้าด้านจัง 555555) ไม่มีไรหวือหวาเลยค่ะ ปู้ชายก็ไม่มี ตอนนี้อยู่บนคาน อยากได้โซลดามาครอบครองงงงรักเลย

    #2
  3. เมื่อ 14 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ตอนนั้นน่าจะประมาณ ม.1 คือถนนหน้าหมู่บ้านเขาทำใหม่ มันกว้างขึ้นแล้วก็ข้ามยากขึ้น แล้วรถนี่ก็วิ่งกันอย่างกับอาม่าจะตายต้องรีบไปดูใจ =**=  มีอยู่วันนึง รถวิ่งเร็วเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือมีคนพาข้าม ฮ่าๆๆๆๆ ตอนนั้นจะไปบ้านเพื่อนซึ่งมันอยู่ตรงข้ามกับเรา ก็ยืนรอให้รถว่างอยู่ค่ะ แล้วมีลุงคนนึง เขาเดินมาถามประมาณว่าข้ามไม่เป็นเหรอ เราอยากจะบอกว่าข้ามเป็นนะ แต่หัวมันส่ายไปเองเฉยเลย แล้วลุงเขาก็พูดอะไรไม่รู้จำไม่ได้ แต่น่าจะประมาณว่าเดี๋ยวพาข้ามอะไรทำนองนี้แหละค่ะ ที่จำแม่นที่สุดของที่สุดคือ-ท่าพาข้ามนี่แหละ -_- จับแขนเสื้ออะไรแบบนี้ไม่ว่านะ แต่นี่เล่นขยุ้มคอเสื้อเลยค่ะ คอเสื้อด้านหลังอ่ะค่ะ แล้วก็พาเราข้ามด้วยท่านั้นนั่นแหละ รู้สึกมีความเถื่อนนิดๆ นะตอนนั้น ถ้าเราตัวเบากว่านี้นี่ลุงเขาคงยกเหมือนจับแมวแล้วมั้ง 
    #ลุงขาหนูไม่ใช่แมว จับดีๆ ก็ได้ มืดมน

    แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14 วันที่แล้ว

    #3
  4. #4 chunchun
    เมื่อ 14 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป
    ไม่อยากจะเล่าเลยค่ะ
    คือตอนเราอายุประมาณ10 ขวบเรากำลังจะข้ามถนนค่ะคือแถวบ้านเรามันไม่มีทางม้ลายค่ะเเล้วก็ไม่มีสะพานลอยด้วย ตอนนั้นเราก็ข้ามปกติแล้วที่นี้มันมีรถจักรยานยนต์ขับมาค่ะ เร็วมากกกก เเล้วเราเกือบโดนชน พอรถผ่านเราไปปุ๊บ เค้าก็หันมาค่ะ เเล้วพูดว่า "-เด็กไร้การศึกษา" ตอนนั้นเราช็อกมากคะ หลังจากนั้นเวลาเราข้ามถนนก็จะดูรถว่ามีรถหรือเปล่าแล้วก็ดูความเร็วของรถค่ะ
    #4
  5. เมื่อ 14 วันที่แล้ว · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ

    ตอนนั้นประมาณม.1-2 นี่แหละค่ะ กำลังจะเดินข้ามถนนในโรงเรียนกับเพื่อน ช่วงนั้นThe Face กำลังมาเลย จัดไปค่า ข้ามถนนทีอย่างกับเดินบนเวทีวิคตอเรียซีเคร็ท หนูก็อินไปหน่อยลืมดูรถตอนกำลังข้าม(แต่ก่อนข้ามมองละน้า) ปี๊นนนนน อย่างดัง คือเงิบมาก55555555 รถมาจากหน๊ายย มาดนางแบบเหลือเพียงเด็กขายพวงมาลัยบนถนน นร.แถวนั้นหันมามองหมด นี่ก็พนมมือไหว้แทบลงไปกราบ ส่วนเพื่อนก็ขำจังเลย ทุกวันนี้มันก็ยังล้ออยู่ว่าตอนนั้นไปทำเอ็มวีบนถนนทำไมอ่ะ-^- อะไรกัน ของแบบนี้เจแปนก็ทำไม่ได้นะเหวยย แต่ถ้าถามว่าอายมั้ย ตอบได้อย่างมั่นใจว่าอายมากค่ะ55555555555 จริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าเล่า เป็นการเผาตัวเองไปในตัว แต่เพื่อโซลดาเค้ายอมได้ทุกอย่าง อ๊ายยย <3

    #5
  6. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    เมื่อ 14 วันที่แล้ว · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    ปกติเป็นคนไม่ค่อยกล้าข้ามถนนเพราะว่าดูรถไม่เป็น เวลาข้ามก็จะให้คนอื่นพาข้ามตลอด แล้วคือวันหนึ่ง ข้ามถนนหน้ารร.ไปซื้อขนมกับเพื่อน แต่ขากลับเพื่อนมันไม่ได้ข้ามกลับมาด้วย เราเลยต้องข้ามคนเดียว คือยืนขาสั่นมาก ที่คิดตอนนั้นคือกลัวว่าระหว่างที่เรากำลังข้ามอยู่จะมีรถวิ่งมาชนเรารึเปล่า เราก็เลยยืนรอตรงข้างถนนนานมาก กะว่ารอให้ถนนโล่งมากๆก่อน แล้วค่อยข้าม แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะช่วงตอนเย็น ถนนหน้ารร.จะรถพลุกพล่านตลอด แต่เราก็ยังไม่กล้าข้ามอยู่ดี แต่จู่ๆเราก็เห็นเงิน 20 บาท ตกอยู่ฝั่งตรงข้าม คือแบบมีแรกฮึดที่จะข้ามเลย เพื่อจะไปเก็บเงิน เราเลยตัดสินใจรีบวิ่งข้ามถนนมาอย่างรวดเร็ว แล้วรีบหยิบเงิน 20 บาทไปในทันที เรียกได้ว่าถ้าไม่มีเงินที่ร่วงอยู่นตรงนั้น วันนั้นเราคงไม่ได้ข้ามถนนเป็นแน่ เอาง่ายๆคือความงกเป็นบ่อเกิดของความสำเร็จในการข้ามถนน555
    #6
  7. เมื่อ 13 วันที่แล้ว · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    ตอนเด็กๆ เคยข้ามถนนไปกับแม่ ตอนนั้นอยู่กลางถนนพอดี รถโล่งมากไม่มีสักคัน แล้ว-เราก็นึกสนุก อยากวิ่งไปอีกฝั่งเร็วๆ เลยปล่อยมือแม่แล้ววิ่งออกไป พอดีกับรถจักรยานยนต์ที่ไหนไม่รู้ขี่มาด้วย จำไม่ได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น จำได้แค่ว่ารองเท้าหลุดไปหนึ่งข้าง ส่วนเราก็นั่งอยู่บนฟุตบาทมีรอยถลอกนิดหน่อย เอาแต่ร้องไห้หาแม่ แต่มันไม่ได้เป็นอดีตฝังใจอะไรหรอกค่ะ
    #7
  8. เมื่อ 13 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป

    เสียใจช่วงนั้นเป็นช่วงขึ้นม.4ใหม่ๆค่ะ จำได้ว่าตอนนั้นต้องข้ามถนนใหญ่เพื่อมารอรถ ร.ร กับเพื่อน แล้วพอดี ช่วงนั้นมีรถเยอะมาก ก็เคยได้ยินข่าวมาว่าเคยมีคนโดนรถชนตรงนั้นแล้วเสียชีวิต เรียกได้ว่าเป็นทางอาถรรพ์เลยทีเดียว แล้วช่วงนั้นเป็นคนขี้กลัวมากค่ะ เลยคิดว่าต้องคอยมองรถซ้ายขวาเพื่อการข้ามถนนอย่างปลอดภัย และตอนนั้นล่ะค่ะที่ข้ามเสร็จ บอกเลยว่าดีใจมากที่ข้ามสำเร็จ ก่อนเพื่อนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามจะทักว่า-เหยียบขี้หมาเหรอวะ ตอนนั้นงงมาก ก่อนจะพลิกฝ่าเท้าขึ้นมาดู เชี่ย แจ๊กพอตแตก! เผลอมองที่จะข้ามถนนเลยเผลอเหยียบขี้หมาเข้า สรุปวันนั้นไม่ได้ไปโรงเรียนค่ะ อยู่บ้านขัดรองเท้า จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นสอนให้รู้ว่าตอนข้ามถนนไม่ควรมองแค่ซ้ายขวา แต่ควรมองพื้นถนนด้วย

    #8
  9. เมื่อ 12 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป

    วันนั้นเป็นวันที่ไปดูหนังกับเพื่อนเป็นครั้งแรก แบบรู้สึกตื่นเต้น ตอนหยิบกางเกงมาใส่ก็ไม่ได้ดูหรอก พอไปถึงที่นัดกับเพื่อนถึงรู้ตัวว่ากางเกงหลวม ตอนวิ่งข้ามทางม้าลายมือก็ต้องจับกางเกงไปด้วย คือไม่จับหลุดแน่ พอไปถึงห้างก็เลยซื้อเข็มขัดมาใส่แก้ขัดไปก่อน (ภาพตอนนั้นมันคงตลกน่าดู)

    #9
  10. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    เมื่อ 12 วันที่แล้ว · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    ตอนนั้นก็กำลังจะข้ามถนนปกติค่ะ แล้วก็ทำเหมือนทุกที (' '//)มองซ้าย (\\' ')มองขวา เตรียมพร้อม..วิ่ง! พึบ~มาได้ครึ่งทาง แป็ปนะ... หันขวา เฮ้ยรถๆๆๆๆOoO!! (กรี๊ด!อย่าชนเรานะ) เราก็หยุดค่ะ หยุดข้ามและยืนอยู่กลางถนน ไม่วิ่งไปข้างหน้าและไม่ถอยกลับ เรานิ่งมาก พอรถเริ่มชะลอหยุด เราก็ค่อยวิ่งข้ามไป 5555 #งงตัวเองทำไมไม่รีบข้ามไปเลย
    #10
  11. เมื่อ 12 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป

    คือวันนั้นเดินไปกับเพื่อนอีกสองคนรวมตัวเองเป็นสามคนค่ะ กำลังจะเดินเข้าตลาดกันหลังจากโรงเรียนเลิกแล้วมันดันไม่มีรถเมล์ก็เลยเอาวะเดินก็เดิน 555 แล้วทีนี้มันต้องข้ามถนนเส้นหลักของจังหวัดเลย รถก็เยอะแถมวิ่งเร็ว ด้วยความขี้เกียจสะพานลอยจึงตัดสินใจข้าม แล้วพวกเราก็ข้ามไปอยู่กึ่งกลางตรงที่เป็นจุดยูเทิร์นรถ(มันเป็นจุดข้ามหลักของเด็กๆ 555) เอาละทีนี้ซ้ายขวาหน้าหลังมีแต่รถ รถห้อมล้อมกันเลยทีเดียว ยืนค้างกันตรงนั้นนานมากเพราะรถเยอะข้ามไม่ได้สักที จนสุดท้ายเราก็ตัดสินใจก้าวล้ำไปนิดนึงทำท่าจะข้ามกะว่าถ้าฉุกเฉินจะถอยทัน -0- รถยนต์ที่กำลังขับมาเค้าเลยชะลอให้ในที่สุดพวกเราก็รอดมาได้อย่างปลอดภัยค่ะ ข้ามได้เพราะความกล้าจริงๆ 5555

    #11
  12. เมื่อ 11 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด FC พี่ซี เลิฟฟฟฟฟฟฟ มากๆๆๆ อ่านแล้วได้แรงบันดาลใจเยอะมากกกก ฮืออออๆๆๆ เพราะปกติก็ได้กำลังใจพี่ซีอยู่แล้ว ยิ่งได้มาอ่านก็ยิ่งได้อะไรมากมายเลย รักพี่ซีมากๆๆๆๆๆๆๆๆ นะคะ <3 ขอเป้นกำลังใจให้ทุกผลงานเลยค่ะ หลงใหลลลล รักเลยรักเลยรักเลยรักเลยรักเลยรักเลยรักเลยรักเลย

    #12
  13. เมื่อ 11 วันที่แล้ว · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ

    เป็นเหตุการณ์สดๆร้อนๆเลยค่าาา ประมาณเดือนที่เเล้วเลยได้มั้ง555 ก็คือว่าตอนนั้นไปเดินซื้อของกับเเก๊งเพื่อนมาใช้ทำงานอ้ะค่ะร้านอยู่ตรงริมถนนเลยค่าาา ซึ่งพวกหนูเดินมาฝั่งตรงข้ามเเล้วต้องข้ามถนนมาอ้ะค่ะเพราะ เเถวนั้น ไม่มีสะพานลอยเลยค่ะ เเบบช็อกค่ะ ถนนมีรถมาห้าถึงหกเลน เเถมมากันเร็วมากๆ คือเเบบ มันก็ต้องข้ามอ่าค่ะ ซึ่งปกติ หนูเเทบจะไม่ข้ามถนนเลย หนูข้ามเเต่สะพานลอย ก็เลยกลัวมากตอนนั้น เเบบกลัวรถชนมาก ไม่รู้ว่าจะข้ามตอนไหนดีก็เเบบ เเล้วตอนนั้นคนเเถวนั้นไม่มีใครจะข้ามเลย เเถมเพื่อนๆของหนูก็ไม่กล้ากันด้วย พวกเราจึงค่อยๆกระตึ้บ กระตึ้บไป เเต่หนูจำได้ว่าเเม่เคยสอนไว้ว่า "เวลาถ้าจะมีรถมอไซต์มาชนให้เอามือยันไว้" ซึ่งหนูก็จำอย่างงั้นได้ ดังนั้นเวลาหนูข้ามถนนตอนนั้นหนูเลยยกมือขึ้นมาข้างๆ ทำท่าห้ามเเล้วชูสุดเเขนค่ะ ทีนี้รถจอดเลยอ้ะ คือเเบบตอนนั้นอายมากไม่รู้ทำไง เผลอตะโกน'ขอบคุณค่ะ' ลั่นถนนเลย คือเเบบตอนข้ามถนนนี่คือสติหลุดอ้ะ รีบวิ่งข้ามเลย เเบบเสียวว่าเฮ้ยเราจะข้ามทันไหมอ้ะค่ะ จนตอนนี้เพื่อนล้อจนติดปากเเล้วว่า'ผู้กล้าข้ามถนน' ก็เเบบ ขำขำในห้องเรียน 555 เเอบอายนิดๆด้วย ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมเลยค่ะ คิดเเล้วก็เขินค่ะเขิลจุง

    #13
  14. เมื่อ 11 วันที่แล้ว · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    ประสบการณ์การข้ามถนนของเราจ้า ><~ คือ ปกติเป็นคนที่ค่อนข้างขี้กลัวนิดๆ(กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง555) แล้วตอนเด็กๆเราเป็นคนชอบอ่านเรื่องแนวสยองขวัญมาก เรื่องผียิ่งชอบฟังเลยจ้า(แต่กลัว?) แล้วดันไปอ่านเจอเรื่องผีที่ตายเพราะ การข้ามถนนจ้า เรานี่ตั้งแต่อ่านกลัวขึ้นมาทันทีเลย T^T จากนั้นก็ไม่ชอบข้ามถนนเลยง่ะ เวลามีถนนจะชอบขึ้นสะพานลอยตลอด(ประเด็นคือวิวสวย555) อละจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ชอบข้ามถนนเลยง้าา ... #นี่ขนาดโตแล้ว ยังตำได้แม่นเลยงื้ออ ;-; #ปล.เก๊าชอบอ่านนิยายของพี่นางร้ายมากๆน้าา งื้ออ *อ้อนเอานิยายแปป*
    #14
  15. เมื่อ 11 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป

        ของเราเป็นเรื่องที่โก๊ะๆนิดหน่อย คือตอนนั้นอยู่ประมาณประถม น่าจะป.3หรือป.4นี่แหละ วันนั้นเป็นวันคริสต์มาสพอดี เราไปงานนี้กับเพื่อนในห้องซึ่งคุณครูเป็นคนจัดขึ้น ก็สนุกดีมีการจับของขวัญ ร้องเพลงบลาๆ จำได้ว่าวันนั้นแต่งชุดกระโปรงสีแดงดูเป็นผู้หญิงสุดๆ หลังจบงานพ่อกับแม่ก็มารับปกติ แล้วเราก็ต้องลงไปซื้อไก่ทอดซึ่งต้องข้ามถนนไปซื้อ (จะเล่าเรื่องคริสต์มาสเพื่อ= =)
        นั่นแหละค่ะ รถเยอะมากๆ แต่ละคันนี่ขับเร็วสุดๆ เราก็ยืนรอไปสักพัก แต่ก็ยังไม่มีท่าทีว่าถนนจะโล่งดูปลอดภัยเลย จำได้ว่ามีรถกระบะสีขาวขับมาไวพอสมควรแล้วเหมือนเขาจะแอบชะลอความเร็วให้เรา แต่เราก็ยังไม่แน่ใจไงว่าเขาชะลอให้จริงๆรึเปล่าก็เลยยังไม่ข้าม พอรู้ตัวว่าเขาชะลอให้เราเราก็เลยตัดสินใจข้าม แต่จังหวะนั้นรถกระบะดันเร่งความเร็วแรงสุดเพราะคิดว่าเราคงไม่ข้ามแล้วแน่ๆ แค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นเอง รถกระบะพุ่งเฉียดตัวเราไปเร็วมาก โชคดีสุดๆที่ข้ามพ้น หัวใจนี่แทบตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม

        จะบอกว่าเวลาจะข้ามถนนเนี่ย ถ้ารถเยอะๆก็ดูดีดีก่อนนะ แล้วถ้าเขาชะลอให้เราก็ตัดสินใจให้ไวข้ามไปเลย หรือทางที่ดีก็รอให้มันปลอดภัยจริงๆก่อนค่อยข้าม เดี๋ยวมันจะเป็นแบบเราหรือแรงกว่าเรา
    ปล. ถ้ามีพระเอกมาพาข้ามนี่จะไม่ยอมเดินเลย (ถ่วงเวลา) 55555

    #15
  16. เมื่อ 11 วันที่แล้ว · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ

    ตอนนั้นอยู่ญี่ปุ่นกำลังออกจากหอไปเรียนที่มหาลัย เดินตรงทางเท้า เจอพี่สาวคนไทยเหมือนกัน พี่เดินหันหลังให้อยู่ เลยตั้งใจจะเดินไปทัก แต่ไม่ทัน พี่แกข้ามถนนไปแล้ว เราตามหลังไปประมาณสามวิ เราก็คิดว่าไม่น่ามีรถมาเพราะไม่ได้ยินเสียงรถ แล้วเสามันบังพอดี เลยวิ่งพรวดออกไปตรงทางม้าลาย แล้วมอไซต์ดันมาพอดี คนขับมอไซต์บอกเห้ยย ไม่ได้ๆๆ ไอ่เราก็ตกใจแล้วมอไซต์ก็ใกล้มากยังไงก็เบรคไม่ทัน ณ จุดนั้นก็คิดว่าเราจะต้องตายละหรอ แต่ไม่ ยังตายไม่ได้ ยังไม่ได้ทักพี่เขาเลย กับคนที่ชอบก็ยังไม่ได้บอกชอบ เลยสไลด์เท้าหลบมอไซต์ไปอย่างเฉียดฉิวมาก รีบวิ่งเข้ามหาลัยไปเลย ไม่กล้าหันกลับไปมองกลัวเขาด่าแล้วฟังไม่ออก สรุปไม่ได้ทักพี่เขาเพราะเดินตามไม่ทันเลย วิ่งก็ไม่ทัน อะไรจะฟาสต์สิบขนาดนั้น เหนื่อยมาก กะแค่ทักเฉยๆ เองเสียใจ

    #16
  17. เมื่อ 11 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ไงดีล่ะ...ของเราเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีเท่าไรค่ะ

    การข้ามถนนของเราเป็น phobia เหมือนเรื่องนี้หน่อยๆ เลยก็ว่าได้นะ 555 คือตอนนั้นอยู่ประถมสองค่ะ อาจารย์ประจำชั้นพาไปเดินเที่ยวรอบหมู่บ้านแบบลัดโน่นออกนี่ สุดท้ายจะวกมาเข้าโรงเรียนอีกทางหนึ่ง จำได้ว่าตอนนั้นตื่นเต้นมาก ผ่านบ้านตัวเองก็ชี้ให้เพื่อนดูว่านี่บ้านเรานะๆ แล้วทีนี้อาจารย์ก็ให้หยุดพักที่บ้านเพื่อนคนหนึ่งในชั้น ซึ่งตอนนั้นเพื่อนเราบอกว่าอยากกินขนมร้านตรงข้าม แล้วมันมีถนนกั้นอยู่ เพื่อนบอกว่า มา จับมือเราไว้เราจะพาข้าม ก็เลยจับมืเพื่อนแล้วข้ามถนนค่ะ ไม่ได้บอกครูด้วย แล้วทีนี้รถชนเรา เพื่อนที่ว่าให้จับมือไว้นี่หายไปไหนไม่รู้ เราโดนชนคนเดียว คือนั่นเป็นประสบการณ์การโดนรถชนของเราที่แย่มากกกก จำได้ว่าเจ้าของรถอุ้มเรามาวางที่โต๊ะของร้านขนมอีกฝั่งหนึ่ง คนมุงเยอะมาก แล้วก็จำอะไรไม่ได้เลย ตื่นมาอีกทีอยู่โรงพยาบาล แล้วความทรงจำก็หายไปอีก รู้ตัวอีกทีก็อยู่บนรถครู มีแม่อยู่ด้วย กำลังจะกลับบ้าน แล้วก็จำอะไรไม่ได้อีก รู้อีกทีอยู่บ้านแล้ว เหมือนทุกอย่างมันเบลอๆ ไปหมเลย การข้ามถนนครั้งนั้นเลยเป็นอะไรที่เราลืมไม่ลงสุดๆ ค่ะ ตอนนี้ยังมีแผลเป็นที่สะโพกอยู่เลย แล้วก็กลัวการข้ามถนนนิดหน่อย กลัวการใช้ยานพาหนะด้วย (ทุกวันนี้ไม่เคยใช้มอเตอร์ไซค์เลย ไปกับเพื่อนตลอด T^T) เหมือนเป็นแผลเล็กๆ ในใจอ่ะค่ะ แล้วก็รู้สึกผิดด้วยที่ไปไหนไม่บอกครูทำให้ครูต้องลำบากมาห่วงเรา คิดถึงทีไรก็รู้สึกแย่ทุกครั้ง

    เสียใจ

    #17
  18. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    เมื่อ 10 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ประสบการณ์ข้ามถนนที่อยากเล่ามากที่สุดเหรอคะ? คิดแล้วยังเขินเหมือนเพิ่งเกิด5555555555 เรื่องมันตั้งแต่ตอนสมัยมัธยมวัยใสๆ *เอ๊ะ ตอนนี้ก็ใสน้า*

    ตอนนั้นอยู่มอสี่ จำได้ว่าเป็นเวลาเลิกเรียน บ้านช่องเราไม่กลับ                                      นั่งเม้ามอยกับเพื่อนซี้ตามประสาอยู่ที่โรงเรียนนั้นแหละค่ะ เย็นวันนั้นมีกันอยู่สามคนคือเรา เพื่อนเรา แล้วก็รุ่นพี่ผู้ชายที่สนิทของเพื่อนเราอีกคนนึงมาร่วมวงกันด้วย คือเหมือนแบบนั่งด้วยกันที่โต๊ะหินอ่อนในโรงเรียนไรงี้ ทีนี้เพื่อนเราโดนแม่โทรตามให้กลับบ้านล่ะ ถึงเวลาแยกย้าย เราก็เลยจะเดินข้ามถนนไปส่งเพื่อนขึ้นรถสองแถวอีกฝั่งค่ะ พี่คนนั้นก็เดินไปด้วยกันนี่ล่ะ

    คือต้องบอกก่อนว่าไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรกันมาก่อนเลย ก็ข้ามถนนไปด้วยกัน ขาไปปกติ ไปสามกลับสอง เพราะเพื่อนขึ้นรถกลับบ้านละไง ทีนี้เราก็จะเดินข้ามกลับมาฝั่งโรงเรียนกัน (สารภาพว่ามีสะพายลอยแต่ไม่ใช้ แง อย่าทำเป็นแบบอย่างเด็ดขาด ตีๆ555555) เราก็ต้องกลับมาโรงเรียนกับรุ่นพี่คนนั้น แต่เพราะไม่ได้สนิทไรกันมากเลยแบบไม่ได้คุยกันเลย ก็ข้ามมาถึงเกาะกลางถนนแล้วค่ะ ยังปกติ แต่ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ คือพอจะข้ามถนนอีกฝั่ง เราเห็นรถวิ่งมาเหมือนจะไม่ไวมาก ก็หย่อนเท้าข้างนึงลงไปที่พื้นถนนกะลองเชิงค่ะ ถ้ารถชะลอก็จะได้ข้าม แต่ถ้ารถไม่หยุดให้เราก็ยังชักเท้ากลับมาทันนะ 55555555

    แต่เหมือนพี่เค้าไม่คิดแบบนั้น คงเห็นว่าไม่ปลอดภัยหรือกลัวเราจะข้ามพรวดพราดไป ฮีแกก็เลยใช้แขนมากันตัวเราไว้เฉยเลย แล้วบอก เฮ้ยเดี๋ยวก่อนๆ เราก็เอ๊ะะ ตกใจแวบนึง แบบฮีใช้แขนมากันทั้งตัว จากนั้นพี่เค้าก็ดึงกระเป๋านักเรียนแบบแฮนด์แบคที่เราถือค่ะ แล้วลากเราให้สลับที่ยืนกัน ด้วยความที่พอข้ามมาตรงเกาะกลางถนน เรายืนอยู่ฝั่งที่รถวิ่งมาพอดี กลายเป็นว่าพี่แกสลับที่พาตัวเองไปยืนแทน โอ๊ย ตอนนั้นในใจนี่แอบชมหนักมากว่าคนดีสุดดด พอถนนว่าง ฮีแกก็พาข้ามเลย ใจดีพาเราข้ามด้วยการดึงกระเป๋าถือเราเป็นการจูงค่ะ 55555555 เหมือนพระเอกเรื่องนี้เลยเนาะ แต่ไม่ได้แบบโซลดาที่มีปัญหาอะไรบางอย่างละต้องให้นางเอกจับนู่นจับนี่ข้ามถนนนะ *อยากมโนไปอยู่เหมือนกัน แอร้ย* #ขอยาสลายมโน แต่ทำนองว่าพี่เค้าทำตัวเป็นสุภาพบุรุษด้วยการไม่จับเนื้อต้องตัวเราจนดูเป็นแต๊ะอั๋งมากกว่า ก็เพิ่งเจอเพิ่งรู้จักกันอ่ะเนาะ55555 แม้ว่าจุดประสงค์คือจะช่วยพาเราข้ามถนน แต่ก็เลือกจูงกระเป๋าแทน น่ารักมาก โอ๊ยโมเม้นนั้นเขินไปแปดวันสิบเก้าตลบเลยค่ะ 

    แล้วก็นับเป็นเหตุการณ์แรกที่ทำให้เราประทับใจในตัวพี่คนนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ดีงามจนถึงปัจจุบันด้วย แต่ไม่ได้คบกันหรือเป็นแฟนนะคะ แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ดีมากๆและพอใจกันอยู่แล้ว นึกถึงตอนนี้ยังยิ้มได้อยู่เลยค่ะ555555เขิน

    #18
  19. เมื่อ 9 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป

    เรื่องมันเศร้าค่ะ 555555 

    คือวันนั้นเรากับพี่ข้างบ้านจะไปยืมนิยายที่บ้านการ์ตูน แล้วรถมาจอดอีกฝั่งหนึ่ง ก็เลยต้องข้ามถนนไป คือตอนข้ามก็มีตัวเรา พี่ข้างบ้าน แล้วก็พี่ในโรงเรียนค่ะ ทีนี้พอข้ามไปถึงกลางถนน ก็มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งมาจอดติดไฟแดงอยู่ พี่ในโรงเรียนเขาก็ร้องทักผู้ชายคนนั้นที่อยู่บนมอเตอร์ไซค์ เราก็มองตามค่ะ ไม่เห็นหน้าคนขับหรอกค่ะ เพราะเขาใส่หมวกกันน็อค แต่ความจริงก็แอบคุ้นนะคะ ฮ่า แล้วเราก็มองไปที่คนซ้อนค่ะ เห็นผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเราจำได้ว่าตอนนั้นเป็นแฟนอยู่กับพี่ผู้ชายคนหนึ่งที่พี่ข้างบ้านเราแอบชอบค่ะ (งงมะ) 55555555 นั่นแหละค่ะ จากนั้นเรากับพี่ข้างบ้านก็ยืนเงิบกันเลย เพราะพี่ข้างบ้านเราแอบชอบผู้ชายคนขับอยู่ไง แต่นางดันมากับแฟน แล้วก็ดั๊นมาบังเอิญเจอตอนข้ามถนนด้วยค่ะ ฮ่าาาาา จี๊ดสุดๆ ไปเลยยย

    #19
  20. เมื่อ 9 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป

     ประสบการณ์การข้ามถนนที่อยากเล่ามากที่สุด...คืออย่างแรกเลย วันนั้นเป็นอะไรที่พอนึกย้อนกลับไปแล้ว สงสัยว่าเราทำมันได้ไง! เราจำได้ดีในตอนนั้นเราอยู่แค่ประถมได้ ไม่น่าเกินปอสี่ มันเป็นเวลาที่ควรกลับบ้านได้ตั้งนานแล้ว ช่วงนั้นมีงานริมถนนหน้ารร.  เราก้อจะขึ้นสะพานลอยตามปกติอะน่ะ แต่...!!! ไม่ได้งดใช้ชั่วคราว ไม่ได้เสีย ไม่ได้เกิดเสียงอะไรแปลกๆ แบบที่เจแปนเจอะเจอมา สะพานปกติดี สกปรกเหมือนเดิม มีแก้วน้ำ ไม้เสียบลูกชิ้นทิ้งเกลื่อนเหมือนเดิม(แล้วมันยังไงล่ะเนี่ย) ที่เพิ่มเติมคือพวกรุ่นพี่ผู้ชายสี่ห้าคน แต่ละคนก้อตัวโคล่งทั้งนั้น นั่งตรงทางขึ้นพอดีเด๊ะ นึกในใจท่าไม่ดี เมื่อวานเดินผ่านพวกนั้นแล้วโดนถามขอตังค์ ว่าจะหลบไปอีกข้างหนึ่ง แต่ดันมีที่ปิ้งร้อนๆของป้าขายไก่ย่างขวางโลกอยู่ สุดท้ายเลยตัดสินใจข้ามถนนเป็นครั้งแรกเอาซะตอนนั้น พอเริ่มก้าว รถจากตอนแรกไม่เท่าไร จู่ๆก้อเยอะเฉย คิดว่าอยากกลับบ้าน ไปดูการ์ตูน ไปกินข้าวเร็วๆ แต่ลังเลที่จะข้ามไป มองรถมาเรื่อยๆ ไม่หมดเสียที รอจนในที่สุด วิ่งไปข้างหน้ามั่วๆ กลัวก้อกลัว ยิ่งมีเสียงคนปีบแตร(ให้รถคันอื่น)สะดุ้งทีแล้วใหญ่ ข้ามมาเสร็จคือ ตะลึง ดีใจ อะไรปนๆกัน กลับมาบ้านรีบบอกอาม่า อวดพี่น้องว่า ข้ามถนนรถเยอะๆมาได้ หลังจากนั้น วันอื่นๆ เราก็รอเวลาเลิกเรียนจะได้ข้ามถนนแทนสะพานลอยไปพักใหญ่...ถ้าเป็นปัจุจบัน รู้สึกว่า ตอนนั้นที่ตนเองทำติ๊งต๊อง น่าอาย ตลก แต่ว่าถ้าไม่ข้ามมาตอนนั้นนึกไม่ออกว่าชาตินี่จะข้ามเป็นเมื่อไหร่555 (งานนี้ไม่มีพระเอกช่วยพาข้ามแบบนางเอกในเรื่องนะ) 

    //วัยเด็กทำบ้าๆและบ้าบิ่น//
    #20
  21. เมื่อ 8 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป

    เหมือนจะผ่านมายังไม่ถึงปี วันนั้นเป็นครั้งแรกที่เราไปกรุงเทพกับเพื่อนโดยที่ไม่มีพ่อแม่ครั้งแรกอ่ะค่ะ เรากับเพื่อนไปกันรวมกันห้าคน คือเรากับเพื่อนอ่ะก็กำลังอยู่ในช่วงใกล้จบม.3 แล้วเราก็จะไปส่งใบสมัครเข้าเตรียมอุดมกันค่ะ พวกเรานั่งรถตู้เข้ากรุงเทพมาเอง จนกระทั่งขึ้นบีทีเอสเอง แต่ที่พีคสุดก็คงเป็นตอนลงจากบีทีเอสแล้วจะเดินเท้าไปเตรียมอุดมเอง เอื้อก กว่าจะไปถึงเตรียมอุดมใช้เวลาไปเนิ่นาน คือพอเดินลงจากบีทีเอสใช่มั้ยคะ? แล้วแบบบงงไง จะไปเข้าทางไหน ซอยไหน มันก็ผ่านเส้นทางอีกมากมายจะไปถึงต.อ.ไง แล้วคือแบบ...พอลงจากบีทีเอส มันก็ต้องผ่านสยาม บริเวณสยามนี่ก็จุดหลงสำหรับคนที่มากันเองเลยอ่า เราเดินมาเรื่อยจนถึงหน้าสยามสแคร์อีกด้านนึงตรงข้ามคณะไรสักอย่างของจุฬา แล้วพวกเราก็กำลังข้ามถนนกัน แต่... เพื่อนคนนึงในพวกเรานั่งมองคิตตี้ยักษ์ในห้างด้วยสายตาประหนึ่งว่าอยากได้ เอิ่ม... เพื่อน นี่พวกตูก็เดินข้ามถนนจนอยู่กลางถนนแล้ว นี่เพื่อนยังไม่ก้าวขาเดินตามเลยเรอะ แล้วพอรถกำลังสวนมา พวกเราก็เลยกลับไปตั้งหลักใหม่ (ไม่รู้ทำไมไม่ชิ่งข้ามไปอีกฝากก่อน) เรียกอิเพื่อนตัวดีมาข้ามถนนด้วยกัน พอถึงรอบที่สอง จู่ๆก็มีอิเพื่อนสองคนเข้าไปในเขตที่มีคล้ายๆ รั้วตาข่ายกั้นไว้เป็นทางยาว แล้วเข้าไปตอนไหนก็ไม่รู้ แล้วพวกเขาก็บอกว่า "ม-ึง ตูออกไม่ได้" อ้าว! แล้วเข้าไปเพื่อ!?! แล้วกว่าจะได้ข้ามถนนกันก็ใช้เวลาไปนานอยู่ คุยไป เล่นไป พอข้ามถนนเสร็จ ก็พากันเดินวนสักรอบสองรอบ ดูบรรยากาศไปเรื่อยๆ ตามประสาเด็กอยากเข้ากรุง พอส่งสมัครสอบเสร็จเดินออกไปกินชาบูสยาม ฮา... ตอนจะกลับก็ง่ายอยูนะ แต่พอเข้าเขตสยาม ผมนี่ถึงกับยืนเอ๋อเลยครับ ถนนเยอะมาก ต้องข้ามหลายก็จะไปสยามเพื่อกินชาบู? จบชาบูเพื่อนก็พาเดินย่อย จากสยามสแคร์ไปสยามพารากอน ไปนู้นไปนี่ แล้วประเด็นอยู่ตูใส่ชุดนักเรียนเฟ้ย เดินไปจนปวดขาอ่ะค่ะ หื้อ

    ป.ล.นี่ไม่ประสบการณ์ข้ามถนนเท่าไหร่นะ เหมือนพูดเรื่อยเปื่อยมากกว่าแหะ 555 แต่ตอนนี้ถึงพวกเราจะไม่อยู่ด้วยกันแล้ว ไม่ได้ไปไหนด้วยกันแล้ว ยังไงก็ขอให้คห.นี้ฝากส่งความคิดถึงด้วยละกัน

    #21
  22. เมื่อ 7 วันที่แล้ว · ผ่านทางแท็บเล็ต
    ครั้งหนึ่งกับเหตุการณ์ที่แสนอายระหว่างข้ามทางม้าลาย วันนั้นนัดเพื่อนมาเดินซื้อของ BIG SALE ทีห้างสรรพสินค้า เงินน้อยต้องอาศัยช่วงลดราคาค่ะ ได้เสื้อผ้าและของใช้2-3ถุง ขณะรอข้ามทางม้าลายคนเยอะมาก พอรถหยุดแต่ละคนต่างก็รีบเดินข้ามถนน ด้านข้างเรามีคนลากรถใส่ของเล็กๆมาด้วย ไม่รู้ว่าส่วนไหนของรถลากมาเกี่ยวกับถุงของเราจนขาด อนิจจาถุงนั้นมันเป็นชุดชั้นในสีชมพูหวานแหววของเราด้วยสิ! ก็เลยร่วงมากองอยู่กับพื้นกลางถนนต่อหน้าสาธารณาชน และทุกคนก็ต้องแตกตื่นกับเสียงร้องของเรา"อร๊ายอย่าเหยียบของนู๊!" พร้อมกับรีบคว้าเก็บขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แล้วเพื่อนก็ลากเราที่หิ้วชุดชั้นในไว้ในมือข้ามถนนไปแล้วบอกว่า"แกเสียงดังมากว่ะ เค้ามองแกกันพรึบเลยเหอะ"  ณ เวลานั้นไม่สนแล้ว ใครอย่ามาเหยียบย่ำของเราก็แล้วกัน 
    #22
  23. #23 มิ้น
    เมื่อ 7 วันที่แล้ว · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    ข้ามถนนหรออออไม่อยากเล่าเล้ยย อายมากกก555555เรื่องนี้เมื่อเดือนที่แล้วเองค่ะ555555 คือจะไปทำรายงานบ้านเพื่อนไงแต่มันต้องข้ามทางม้าลาย เราก้เดินรั้งท้ายเพื่อนค่ะ แล้วคือตัวเองเป็นคนเฮฮาชอบร้องเพลงทำให้เพื่อนตลกอยุ่แล้ว ระหว่างกำลังเดินข้ามก้จัดไปค้ะ5555555 ร้องเพลงขึ้นมา "พยายามจะทำวิธีต่างๆให้เธอนั้นรักฉันนน" ค่ะสำเร้จจเพื่อนหันมามองล่ะยิ้มๆค่ะเราก้ร้องต่อไปจนนเราไปสะดุดเชือกรองเท้าตัวเองง เอ้ารอไรรล้มสิครัชชช ล้มกลางถนน ล่ะคือวันนั้นถือหม้ออยู่ด้วยค่ะเพราะวันนั้นวิชาลูกเสือมีการทำอาหารกันเลยต้องเอาไปล้มปุ๊ปป หม้อกลิ้งๆไปดังเป้นเสียง เเกร๊ง เเกร๊งง อายหนักมากกก เพื่อนที่เดินไปถึงอีกฝั่งรีบหันมาดูแล้วรีบวิ่งมาช่วย มันบอกว่า คิดว่าโดนรถชน5555555 เพราะเสียงเอฟเฟ็กต์(เสียงหม้อนั่นละค่ะ-.-)มันพาคิด55555555 ตอนนั้นคือจะขำก้ขำไม่ออกมันเจ็บมันอาย5555555 คือจะไม่อายมากเท่าไหร่ถ้าไม่มีเสียงหม้อมา เเกร๊งง เเกร๊งๆ55555555

    สุดท้ายนี้ก้อยากได้หนังสือจริมๆนะคะ55555เพราะ19กันยาคือวันเกิดหนูด้วยยย ขอเป้นของขวัญวันเกิดหน่อยได้ไหมมมม *@*
    #23
  24. #24 คนสวยไงจะใครล่ะ
    เมื่อ 7 วันที่แล้ว · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    ของหนูนี่ถือว่าเป็นอุทาหรณ์สอนใจได้อยู่นะคะ5555555 คือวันนั้นรีบมากกกก เพราะจะไปดูหนังค่ะเเล้วรอบหนังคือ14.40น. แต่ตอนนั้นที่เราออกจากบ้านคือ14.20น. อีก20นาที!! แต่เราก้นั่งรถมาที่ห้างอีก5นาทีหนังฉายค่ะ ตรงห้ามก้จะมีสะพานลอยเพื่อข้ามเข้าไปในตัวห้างเลย แต่นี่รีบค่ะรีบ!! มีทางให้ข้ามอยู่เร้วกว่าด้วยย รอไรละเว๋ยยยย!! เราก้ดูรถล่ะสับเกียร์หมาวิ่งเลยค่ะ! แต่พอมาถึงอีกฝั่งเรารู่สึกโล่งยังไงก้ไม่รู้.. เราก้ก้มมองตัวเองค่ะเฮ้ยยลืมไรป่ะวะ นาฬิกาเอามา เออก้เอามาหมดล่ะนะ ก้เลื่อนสายตาต่ำลงๆไปค่ะ ... เฮ้ยยยยยยย รองเท้าาาา รองเท้าาาาหายไปไหนข้างนึงงงง เฮ้ยยย และใช่คะระหว่างที่เราสับเกียร์หมาข้ามถนนอยุ่นั้นรองเท้าเราไปอยู่กลางถนนนั่นเอ๊๊งงงง อ้าวววเฮ้ยยยยToT คือตอนนั้นคิดเลยคะทำไงดีๆคือมันเด่นกลางถนนเป้นสง่ามากกก ล่ะคือเราใส่ผ้าใบค่ะแล้วก้ใส่ถุงเท้าอีกชั้นก้ว่าทำไมไม่รู้สึกว่ารองเท้ามันหายๆไป(อีกเหตุผลนึงก้คือเรารีบเกินไปด้วยแหละ555555) ล่ะรองเท้าคู่นี้หลวมอยุ่แล้วเราใส่ก้รีบๆอ้ะเลยเป้นงั้นไปปป
    #24
  25. เมื่อ 6 วันที่แล้ว · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ

    ประสบการณ์ข้ามถนนของเราที่อยากเล่าเป็นเพียงเรื่องเล็กนิดเดียวแต่มีคุณค่ากับจิตใจค่ะ 

    ทางม้าลายตรงนั้นไม่ค่อยมีคนข้าม ขณะที่เราเดินข้ามมาถึงอีกฝั่งเพื่อขึ้นรถเมล์ ก็เห็นคนแก่ยืนรอข้ามถนน มองซ้ายขวาก็ไม่เห็นใครที่จะข้ามถนนไปด้วย เลยถาkมยายว่าจะข้ามถนนเหรอ ยายบอกว่าใช่จ้ายายจะไปฝากโน้น เราก็จูงยายข้ามถนนกลับไปอีกทียายแกขอบใจพร้อมกับให้พรอีกมากมายเลย ทำให้รู้สึกว่าเรื่องบางอย่างเป็นเรื่องง่ายสำหรับเราแต่อาจเป็นเรื่องยากสำหรับบางคนที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ

    #25
  26. เมื่อ 6 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป

    อยากบอกว่าชอบพี่ยิปซีมากกกก ปลื้มพี่เค้าอ่ะ คนอะไรไม่รู้น่าร้ากกก  คือพี่เค้าใส่ใจคนอ่านทุกคนจริงๆ หน้าตาน่ารักแล้วนิสัยก็ยังน่ารักอีก  รักเลย

    ติดตามนางร้ายตั้งเเต่ตอนมัธยม  เรื่องเเรกที่อ่านคือ ระวังบ้านนี้พี่หล่อ สนุกมากก ชอบๆตรงที่บอกว่านิยายของนางร้าย  เวลาเราอ่านนิจะอยากได้ อยากครอบครองพระเอก ซึ่มันจริงค่ะ เราเป็นหนึ่งในนั้นเย้

    #26
  27. เมื่อ 6 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป

            ประสบการณ์ การข้ามถนน...อืมมม อันนี้เด่นชัดขึ้นมาที่สุดค่ะ  คือเรื่องนี้มันก็เกิดขึ้นนานมากเเล้วน่าจะมอต้น เราในตอนนั้นกลัวการข้ามถนนมาก เรียกได้ว่าอ่อนด๋อยจริงๆ เพราะเคยข้ามถนนเแล้วเกิดอุบัตติเหตุตอนอยู่กรุงเทพ ก็เลยไม่กล้าข้ามถนนเองอีกเลย พอย้ายมาต่างจังหวัดก็มาสนิทกับเพื่อนกลุ่มนึง ฉะนั้นไปไหนไปกันค่ะ เพื่อนก็จะพาข้ามถนนตลอด เเล้วมีอยู่วันนึง ในขณะที่เรากำลังจะข้ามถนน เพื่อนก็บอกเราว่า  "ไปเล้ย ข้ามได้ เร็วๆ" เราก็แบบไม่ได้คิดอะไร เดินข้ามไปเลย ข้ามเสร็จหันกลับมา เพื่อนทั้งกลุ่มก็ยังอยู่ฝั่งนั้นไม่ได้ข้ามถนนตามเรามา แล้วทำหน้าเหวอมาก เพราะสรุปเเล้วพวกเขาโกหก เเกล้งเรา คิดว่าเราคงไม่ข้ามไปหรอก ที่เพื่อนเหวอ เพราะตอนบอกให้เราข้ามได้ มันมีรถใหญ่วิ่งมาพอดีทุกคนไม่มีใครข้าม มีเเต่เราคนเดียวที่ไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่อะไรเลย จะว่าโง่ดีไม๊นิ พอย้อนกลับมาคิดก็เเบบเราทำอะไรลงไป ทำไมตัดสินใจข้ามถนนทั้งๆที่ไม่ได้ดูรถเลย ถ้าถูกรถชนตายจะทำยังไง  นับจากเหตุการณ์นั้นมา เพื่อนของเรา เอาจริงๆพวกเขาก็ขำไม่ออกนะ เพราะมันอันตรายจริงๆ พวกเขาก็มาขอโทษอ่ะ จริงๆเเล้วมันเป็นเพราะเราไม่ดูรถก่อนเเหละ เลยไม่ได้โกรธเพื่อน เเต่เอาเรื่องนี้มาเล่าทีไรฮาทุกที .......ทุกวันนี้เรายังเป็นเพื่อนรักกัน เเต่ที่เปลี่ยนไปคือ เราโตขึ้น  เรียนรู้ที่จะข้ามถนนด้วยตัวเอง เเต่เมื่อไหร่ที่เพื่อนได้รวมกลุ่มกันอีกครั้งเเละต้องข้ามถนนด้วยกันทีไร เราก็จะข้ามด้วยกัน ข้ามไปพร้อมกัน และเพื่อนก็ไม่ลืมที่จะจับมือเราวิ่งข้ามถนนเสมอ

    แก้ไขล่าสุดเมื่อ 6 วันที่แล้ว

    #27
  28. #28 คนบ้าคนหนึ่ง
    เมื่อ 6 วันที่แล้ว · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    ประสบการณ์การข้ามถนนนี่แบบ..มีความน่าอายมากกกก555 คือปกติก็ไม่ค่อยกล้าข้ามถนนนะ มันแบบเสียวๆมีปมด้วยล่ะ อะไรหลายๆอย่าง ไปไหนก็ไม่ค่อยอยากไปคนเดียว พอดีมีอยู่วันหนึ่งแบบยืนอยู่หน้าโรงเรียนแล้วเห็นรุ่นพี่ที่ชอบง่าาา>< ซึ้ง ก็แบบเฮ้ย!ตามๆ //ตอนนั้นพี่เขากำลังข้ามถนนพอดี -เราพอเห็นคนที่ชอบก็ไม่สนใจอะไรเลย จากที่ไม่กล้าข้ามซักเท่าไหร่ นี่ลืมค่ะ55 เพื่อผู้ชายต้องStrong! ก็แบบวิ่งตามจะข้ามไป แต่ความเผอิญคือการที่รีบข้ามเกิน แล้วมีรถขับมาอย่างเร็ว ก็เลยเฮ้ยยยย รีบข้ามให้ได้ ด้วยความรีบก็เลยทำให้สะดุดแล้วหลงไปตะครุบหลังพี่เขาตกใจ พี่เขานี่หันมาแบบ -*- เรารีบขอโทษแล้ววิ่งหนีเลย มันก็รู้สึกดีนะ แต่หนูอายย//55 หลังจากนั้นมาก็ระเเวงตลอดเวลาข้ามถนน ห้ามเกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีกเด็ดขาด!! -ฟินมันก็ฟินแหละแต่ไม่เอาแล้วว ต่อจากนั้นก็หลบหน้าพี่เขาตลอดตนตอนนี้ก็เลิกชอบไปแล้ว มันก็เป็นความทรงดีๆนะแต่ก็เลวร้ายพอควร55 งี้แหละความรักทำให้คนหน้ามืดตามัว555 ปล.ขอโทษที่มาสายค่าา ให้โอกาสข้าน้อยด้วย ข้าน้อยผิดไปแล้วว Plesss *-* เย้
    #28
  29. เมื่อ 4 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ติดต่อรับราวัลนี่เข้าไปใน my ID ของพี่อตินใช่มั้ยอ่ะคะ คือไม่เคยได้เลยทำไม่เป็นอ่ะค่ะ เอ่อ..

    #29
    • Writer Editor
      เมื่อ 3 วันที่แล้ว · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
      ส่งเมลชื่อที่อยู่มาที่ atin@dek-d.com ค่ะ
      #29-1

แสดงความคิดเห็น

ตัดเลยตัดเลยชั๊บๆๆ ตัดให้ขาดเลยชั๊บๆๆ, ใช้อะไรตัดกระดาษดีนะ? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

แสดงความคิดเห็นด้วย

(@)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .